บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
7.10
0.10 (1.39%)
สรุปสั้น
กําไรจากการดําเนินงานปกติที่ 2,284.3 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 16.6 จากการดําเนินงานปี 2563 เกิดจาก การรับรู้ผลงานเต็มปีจากโครงการใหม่ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังน้ํา ใน สปป. ลาว คือ “Nam San 3B” (เข้าซื้อตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ 2563) และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยใหม่ 20 เมกะวัตต์ จํานวน 4 โครงการ (เข้าซื้อตั้งแต่เดือน สิงหาคม 2563)
นอกจากนี้ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยได้ทําการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า (+) การรับรู้ผลการดําเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังน้ํา “Nam San 3A” และ “Nam San 3B” เพิ่มขึ้น โดยปริมาณการผลิตไฟฟ้าได้ เพิ่มขึ้น จากปริมาณน้ําฝนเพิ่มขึ้น (+) การรับรู้ผลการดําเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น จากการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ของโครงการ ชิบะ 1 (20 เมกะวัตต) เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 (+) การรับรู้ส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนของโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพประเทศอินโดนีเซียเพิ่มขึ้น จากอัตราค่าไฟเพิ่มขึ้น และ ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง
กําลังการผลิตตามสัญญารวม ณ สิ้นไตรมาสที่ 4/2564 อยู่ที่ 501.4 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.8 และร้อยละ 5.2 จากสิ้นไตรมาสที่ 4/2563 และไตรมาส 3/2564
กําไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ในไตรมาสที่ 4/2564 กลุ่มบริษัทฯ บันทึกขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ 245.9 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากสินทรัพย์ของกลุ่มบริษัท ฯ ซึ่งอิงสกุลเงินตราต่างประเทศ มีมูลค่าลดลงจากการอ่อนค่าของเงินสกุลเงินตราต่างประเทศเทียบกับสกุลเงินบาท ในระหว่างไตรมาส /2564 ส่งผลให้มีการรับรู้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=24336 out_tok=2904 at=2026-07-25T10:02:57 -->
# BCPG กำไรสุทธิ Q4/2565 ลดลง 35.7% YoY รับผลกระทบโครงการในไทย-ลาว-ญี่ปุ่น
## รายได้รวมทรงตัว แต่กำไรปกติหดตัวจากปัจจัยฤดูกาลและต้นทุนที่สูงขึ้น
บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG รายงานผลประกอบการไตรมาส 4/2565 มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติที่ 374.5 ล้านบาท ลดลง 35.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 40.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แม้รายได้รวมจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.8% YoY เป็น 1,266.7 ล้านบาท แต่ได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัยทั้งการสิ้นสุด Adder ของโรงไฟฟ้าในไทย กำลังลมที่ลดลงในไทย การหยุดผลิตไฟฟ้าในลาว และความเข้มแสงที่ลดลงในญี่ปุ่น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติของ BCPG ในไตรมาส 4/2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) มาจาก **การรับรู้ผลการดำเนินงานที่ลดลงจากโครงการโรงไฟฟ้าในหลายประเทศ** โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย สปป.ลาว และญี่ปุ่น ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้และปริมาณการขายไฟฟ้าโดยตรง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **โครงการในประเทศไทย:** การรับรู้ผลการดำเนินงานลดลงเนื่องจากการสิ้นสุด Adder ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์รวม 40 เมกะวัตต์ ในช่วงเดือนกรกฎาคมและตุลาคม 2565 แม้ค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ที่ปรับเพิ่มขึ้นจะช่วยบรรเทาผลกระทบได้บ้าง แต่ก็ไม่สามารถชดเชยทั้งหมดได้ นอกจากนี้ กำลังลมที่พัดผ่านลดลงยังส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานลมลดลงด้วย
* **โครงการใน สปป. ลาว:** การรับรู้ผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำลดลง เนื่องจากการหยุดผลิตไฟฟ้าในเดือนธันวาคมเพื่อเตรียมขายไฟฟ้าไปยังเวียดนาม รวมถึงการเข้าสู่ช่วงนอกฤดูกาล (Low Season) ตามปกติของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ
* **โครงการในประเทศญี่ปุ่น:** การรับรู้ผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ลดลง เนื่องจากความเข้มแสงที่ลดลงตามฤดูกาล
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม:** ลดลงอย่างมากจากการไม่มีส่วนแบ่งกำไรจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพในประเทศอินโดนีเซีย หลังจากการขายเงินลงทุนในโครงการดังกล่าวเสร็จสิ้นในเดือนมีนาคม 2565
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในบางปัจจัย แต่มีปัจจัยที่คาดว่าจะดีขึ้น**
* **ปัจจัยที่อาจต่อเนื่อง:** การสิ้นสุด Adder ของโรงไฟฟ้าในไทยเป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นแล้วและจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปในอนาคต แต่ผลกระทบจะลดลงเมื่อมีโครงการใหม่เข้ามาเสริม
* **ปัจจัยตามฤดูกาล:** การเปลี่ยนแปลงของกำลังลม ความเข้มแสง และปริมาณน้ำ เป็นปัจจัยตามฤดูกาลที่เกิดขึ้นเป็นปกติ และจะส่งผลต่อผลประกอบการในแต่ละไตรมาส
* **ปัจจัยที่คาดว่าจะดีขึ้น:** การหยุดผลิตไฟฟ้าในลาวเพื่อเตรียมขายไฟฟ้าให้เวียดนามเป็นเหตุการณ์เฉพาะช่วง และคาดว่าจะกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ นอกจากนี้ การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น 3 โครงการในช่วงปลายปี 2564 ถึงต้นปี 2565 จะช่วยหนุนรายได้ในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ Q4/2565:** 374.5 ล้านบาท ลดลง 35.7% YoY และ 40.2% QoQ
* **รายได้รวม Q4/2565:** 1,266.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% YoY แต่ลดลง 17.9% QoQ
* **ปัจจัยหลักกดดันกำไร:** การสิ้นสุด Adder โรงไฟฟ้าไทย, กำลังลมลดลง, การหยุดผลิตไฟฟ้าในลาว, ความเข้มแสงลดลงในญี่ปุ่น และการไม่มีส่วนแบ่งกำไรจากโครงการโรงไฟฟ้าความร้อนใต้พิภพในอินโดนีเซีย
* **การลงทุนใหม่:** ประกาศเข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 2 โครงการในสหรัฐอเมริกา มูลค่าไม่เกิน 115 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
* **การพัฒนาโครงการ:** เดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไต้หวัน ขนาด 469 เมกะวัตต์ คาดเริ่มก่อสร้างปี 2566 และ COD ปี 2566-2567
* **การปรับอันดับเครดิต:** TRIS Rating เพิ่มอันดับเครดิตองค์กรเป็น A แนวโน้ม Stable ในเดือน ต.ค. 65 แต่ประกาศ "เครดิตพินิจ" แนวโน้ม Negative ในเดือน ม.ค. 66 หลัง BCP ประกาศซื้อหุ้น ESSO
## ภาพรวมผลประกอบการ
BCPG รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ 2,066.3 ล้านบาท ลดลง 9.5% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้ผลการดำเนินงานของโครงการพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมในประเทศไทยลดลง รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลง อย่างไรก็ตาม รายได้รวมทั้งปี 2565 เพิ่มขึ้น 15.8% เป็น 5,405.2 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่นที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้น และโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว ที่ได้รับผลบวกจากค่าเงินที่แข็งค่าขึ้น
## โอกาส
* **การขยายการลงทุนในต่างประเทศ:** การเข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา และการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไต้หวัน แสดงถึงการขยายธุรกิจไปยังตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ
* **โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม "มอนสูน" ใน สปป.ลาว:** โครงการขนาดใหญ่ 600 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานลมแห่งแรกที่มีการซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดนระหว่างลาว-เวียดนาม คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2568
* **โครงการคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือ (Asia Link Terminal):** การเข้าซื้อกิจการนี้จะช่วยสร้างรายได้ประจำสม่ำเสมอ (Recurring Income) และต่อยอดธุรกิจในอนาคต
* **การปรับเพิ่มอันดับเครดิต:** การได้รับการปรับเพิ่มอันดับเครดิตจาก TRIS Rating เป็น A แนวโน้ม Stable ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
## ความเสี่ยง
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ:** นโยบายสนับสนุนพลังงานสะอาดที่อาจเปลี่ยนแปลงส่งผลกระทบต่อโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและโอกาสทางธุรกิจในอนาคต
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาทต่อสกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ และเยน อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรและขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย:** หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยกว่า 50% เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยจะส่งผลต่อต้นทุนทางการเงิน
* **ความเสี่ยงด้านเครดิตของคู่สัญญา:** คู่สัญญาซื้อขายไฟฟ้ามีความหลากหลายทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งมีความเสี่ยงด้านเครดิตแตกต่างกันไป
* **ปัจจัยทางฤดูกาล:** สภาวะแสงแดด ลม และน้ำ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าการก่อสร้างและ COD ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไต้หวัน
* ความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม "มอนสูน" ใน สปป.ลาว
* ผลประกอบการจากโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา หลังจากการเข้าลงทุน
* ผลกระทบจากการประกาศ "เครดิตพินิจ" แนวโน้ม Negative จาก TRIS Rating ต่อต้นทุนทางการเงินและการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
* ความสามารถในการบริหารจัดการหนี้สินและการชำระค่าไฟฟ้าจาก EDL ใน สปป.ลาว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ปริมาณการผลิตและรายได้:**
* **พลังงานแสงอาทิตย์ในไทย:** Q4/2565 ปริมาณขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 1.9% YoY จากโครงการ CMU แต่รายได้ลดลง 5.8% YoY จากการสิ้นสุด Adder 40 MW แม้ Ft จะช่วยบรรเทาได้บ้าง
* **พลังงานลมในไทย:** Q4/2565 ปริมาณขายไฟฟ้าลดลง 32.6% YoY และ 33.7% QoQ เนื่องจากกำลังลมลดลง ส่งผลให้รายได้ลดลง 21.0% YoY
* **พลังงานน้ำใน สปป.ลาว:** Q4/2565 ปริมาณขายไฟฟ้าลดลง 16.7% YoY และ 43.2% QoQ จากการหยุดผลิตในเดือน ธ.ค. เพื่อเตรียมขายไฟฟ้าให้เวียดนาม และเข้าสู่ Low Season
* **พลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น:** Q4/2565 ปริมาณขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 149.4% YoY จากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของ 3 โครงการใหม่ แต่ลดลง 34.9% QoQ จากความเข้มแสงตามฤดูกาล ส่งผลให้รายได้เพิ่มขึ้น 109.1% YoY
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม:** Q4/2565 ลดลง 90.9% YoY เนื่องจากไม่มีส่วนแบ่งกำไรจากโครงการโรงไฟฟ้าความร้อนใต้พิภพในอินโดนีเซีย หลังจากการขายเงินลงทุนออกไป
**กำลังการผลิต:** ณ สิ้น Q4/2565 กำลังการผลิตตามสัญญาอยู่ที่ 390.7 MW ลดลง 22.1% YoY จากการขายหุ้นใน SEGHPL แต่เพิ่มขึ้นจากโครงการใหม่ในญี่ปุ่นและไทย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 56,160.4 ล้านบาท ลดลง 4.4% จากสิ้นปีก่อน จากการลดลงของเงินลงทุนในบริษัทร่วมและลูกหนี้การค้า
* **หนี้สินรวม:** ลดลง 14.6% เป็น 26,884.4 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ยืมบางส่วน
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 7.6% เป็น 29,224.9 ล้านบาท จากการเติบโตของผลประกอบการ
* **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน:** 2,988.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน
* **กระแสเงินสดจากการลงทุน:** ได้รับเงิน 12,336.8 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการขายเงินลงทุนใน SEGHPL
* **กระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน:** ใช้ไป 6,223.0 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากการชำระคืนเงินกู้
## สรุปท้าย
BCPG ในไตรมาส 4/2565 เผชิญแรงกดดันจากปัจจัยเชิงลบหลายด้าน ทั้งการสิ้นสุด Adder ในไทย การเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลในลาวและญี่ปุ่น รวมถึงการไม่มีส่วนแบ่งกำไรจากโครงการในอินโดนีเซีย ส่งผลให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้รวมจะทรงตัวได้จากโครงการใหม่ในญี่ปุ่น แต่การบริหารจัดการต้นทุนและผลกระทบจากปัจจัยภายนอกยังคงเป็นความท้าทาย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีการลงทุนเชิงรุกในโครงการใหม่ทั้งในสหรัฐอเมริกาและไต้หวัน รวมถึงโครงการลม "มอนสูน" ในลาว ซึ่งจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต ขณะที่การปรับอันดับเครดิตเป็นสัญญาณที่ดี แต่ต้องจับตาผลกระทบจากแนวโน้ม Negative ที่ประกาศโดย TRIS Rating อย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BCPG ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,066.21
ล้านบาท
↑ 5.5% YoY
กำไรขั้นต้น
426.42
ล้านบาท
↓ 5.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.99
%
กำไรสุทธิ
727.25
ล้านบาท
↑ 343.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
68.21
%
D/E Ratio
1.03
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,066
↑ + 5.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
426
↓ -5.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
727
↑ + 343.9%
YoY
D/E Ratio
1.03
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BCPG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.03
ROE (%)
2.91
ROA (%)
4.40
Book Value/หุ้น
9.67
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BCPG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-660
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-572
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BCPG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-660.16
-56.89%
|
-1,531.41
-22.34%
|
-1,972.02
+1.75%
|
-1,938.18
+110.93%
|
-918.87
-238.15%
|
665.12
-5.98%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-572.47
-83.00%
|
-3,367.65
-125.43%
|
13,244.36
-178.07%
|
-16,964.93
-388.42%
|
5,882.02
-210.79%
|
-5,309.35
-10.78%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
582.62
-75.91%
|
2,418.23
-145.75%
|
-5,285.76
-211.76%
|
4,729.77
-18.00%
|
5,768.28
-52.20%
|
12,068.13
+315.92%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-688.50
-72.31%
|
-2,486.55
-142.01%
|
5,918.63
-142.39%
|
-13,963.28
-234.50%
|
10,381.58
+39.92%
|
7,419.40
-720.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
7,345.50
-24.97%
|
9,789.84
-51.85%
|
20,332.83
+81.09%
|
11,227.72
+0.80%
|
11,138.26
+670.71%
|
1,445.19
-40.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
5,170.21
-29.61%
|
7,345.50
-24.97%
|
9,789.84
-51.85%
|
20,332.83
+81.09%
|
11,227.72
+0.80%
|
11,138.26
+670.71%
|