บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
7.10
0.10 (1.39%)
สรุปสั้น
กําไรจากการดําเนินงานปกติที่ 2,284.3 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 16.6 จากการดําเนินงานปี 2563 เกิดจาก การรับรู้ผลงานเต็มปีจากโครงการใหม่ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังน้ํา ใน สปป. ลาว คือ “Nam San 3B” (เข้าซื้อตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ 2563) และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยใหม่ 20 เมกะวัตต์ จํานวน 4 โครงการ (เข้าซื้อตั้งแต่เดือน สิงหาคม 2563)
นอกจากนี้ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยได้ทําการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า (+) การรับรู้ผลการดําเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังน้ํา “Nam San 3A” และ “Nam San 3B” เพิ่มขึ้น โดยปริมาณการผลิตไฟฟ้าได้ เพิ่มขึ้น จากปริมาณน้ําฝนเพิ่มขึ้น (+) การรับรู้ผลการดําเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น จากการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ของโครงการ ชิบะ 1 (20 เมกะวัตต) เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 (+) การรับรู้ส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนของโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพประเทศอินโดนีเซียเพิ่มขึ้น จากอัตราค่าไฟเพิ่มขึ้น และ ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง
กําลังการผลิตตามสัญญารวม ณ สิ้นไตรมาสที่ 4/2564 อยู่ที่ 501.4 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.8 และร้อยละ 5.2 จากสิ้นไตรมาสที่ 4/2563 และไตรมาส 3/2564
กําไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ในไตรมาสที่ 4/2564 กลุ่มบริษัทฯ บันทึกขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ 245.9 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากสินทรัพย์ของกลุ่มบริษัท ฯ ซึ่งอิงสกุลเงินตราต่างประเทศ มีมูลค่าลดลงจากการอ่อนค่าของเงินสกุลเงินตราต่างประเทศเทียบกับสกุลเงินบาท ในระหว่างไตรมาส /2564 ส่งผลให้มีการรับรู้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=22474 out_tok=3274 at=2026-07-25T02:30:58 -->
# BCPG กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ Q2/66 ดิ่ง 66.7% รับผลกระทบโรงไฟฟ้าหลายแห่ง
## รายได้-กำไรลดลง YoY เหตุโรงไฟฟ้าไทย-ลาว-ญี่ปุ่นผลิตไฟน้อยลง แต่ QoQ ฟื้นตัวจากปัจจัยฤดูกาลและรับรู้รายได้คลังน้ำมัน
บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ 182.6 ล้านบาท ลดลง 66.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 14.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยรายได้รวมอยู่ที่ 1,092.7 ล้านบาท ลดลง 23.9% YoY แต่เพิ่มขึ้น 3.4% QoQ ปัจจัยหลักมาจากผลกระทบจากการสิ้นสุด Adder ของโรงไฟฟ้าในไทย การหยุดรับซื้อไฟฟ้าในญี่ปุ่น และการหยุดผลิตเพื่อเตรียมขายไฟฟ้าในลาว ขณะที่การลงทุนใหม่ในธุรกิจคลังน้ำมันและโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ เริ่มสร้างรายได้และส่วนแบ่งกำไร
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติของ BCPG ในไตรมาส 2/2566 ลดลง 66.7% YoY มาอยู่ที่ 182.6 ล้านบาท มาจาก **การรับรู้ผลการดำเนินงานที่ลดลงของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยและญี่ปุ่น รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังน้ำในสปป.ลาว** ประกอบกับ **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ลดลง** โดยเฉพาะจากโรงไฟฟ้าพลังงานลมในฟิลิปปินส์ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติปรับตัวเพิ่มขึ้น 14.3% เนื่องจาก **การรับรู้ผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่นตามฤดูกาล และการเริ่มรับรู้รายได้จากคลังน้ำมันในประเทศไทย**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ผลกระทบ YoY:**
* **โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไทย:** รายได้ลดลง 28.0% YoY เนื่องจากสิ้นสุด Adder สำหรับโรงไฟฟ้า 72 เมกะวัตต์ และ 32 เมกะวัตต์ ทำให้รายได้ต่อหน่วยลดลง
* **โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น:** รายได้ลดลง 6.9% YoY แม้ปริมาณการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล แต่ถูกหักล้างด้วยการหยุดรับซื้อไฟฟ้า (Curtailment) ที่เพิ่มขึ้น
* **โรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว:** รายได้ลดลง 75.3% YoY เนื่องจากมีการหยุดผลิตไฟฟ้าเพื่อเตรียมขายไฟฟ้าไปยังเวียดนาม (EVN) ซึ่งส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าลดลง 75.7%
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม:** ขาดทุนเพิ่มขึ้น 254.7% YoY โดยหลักมาจากส่วนแบ่งขาดทุนที่เพิ่มขึ้นจากโรงไฟฟ้าพลังงานลมในฟิลิปปินส์ เนื่องจากปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าลดลงจาก Capacity factor ที่ลดลงตามความเร็วลมที่ลดลง
**ปัจจัยหนุน QoQ:**
* **โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น:** ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 39.0% QoQ จากความเข้มแสงที่เพิ่มขึ้นตามปัจจัยฤดูกาล
* **โรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว:** เริ่มดำเนินการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ไปยังเวียดนาม (EVN) ตามสัญญาซื้อขายไฟครบกำลังการผลิตตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2566 ทำให้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
* **คลังน้ำมันและท่าเทียบเรือในไทย:** เริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2566 ช่วยเพิ่มรายได้จากการดำเนินงานอื่น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องบางส่วน แต่ภาพรวมยังต้องติดตาม:**
* **การสิ้นสุด Adder ในไทย:** เป็นปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อเนื่องในระยะยาวต่อรายได้จากโรงไฟฟ้าโซลาร์ในไทย
* **การขายไฟฟ้าให้ EVN ในลาว:** เป็นปัจจัยบวกที่จะสร้างรายได้ต่อเนื่องในสกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ และคงที่ตลอดอายุสัญญา 25 ปี
* **การลงทุนในสหรัฐอเมริกา:** การเข้าซื้อหุ้นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 2 โครงการ (Liberty และ Patriot) และการลงทุนเพิ่มเติมใน CCE จะเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรได้ทันที และคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้จาก CCE ใน Q4/66 ซึ่งจะช่วยหนุนผลประกอบการในอนาคต
* **ธุรกิจคลังน้ำมัน:** เป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำสม่ำเสมอ (Recurring Income) คาดว่าจะสร้างรายได้ต่อเนื่อง
* **ปัจจัยฤดูกาล:** การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนยังคงได้รับผลกระทบจากปัจจัยฤดูกาล ซึ่งจะส่งผลต่อปริมาณการผลิตและรายได้ในแต่ละไตรมาส
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ Q2/66 อยู่ที่ 182.6 ล้านบาท ลดลง 66.7% YoY แต่เพิ่มขึ้น 14.3% QoQ**
* **รายได้รวม Q2/66 อยู่ที่ 1,092.7 ล้านบาท ลดลง 23.9% YoY แต่เพิ่มขึ้น 3.4% QoQ**
* **การสิ้นสุด Adder ของโรงไฟฟ้าโซลาร์ในไทย และการหยุดรับซื้อไฟฟ้าในญี่ปุ่น ส่งผลกระทบต่อรายได้ YoY**
* **โรงไฟฟ้าพลังน้ำลาวเริ่มขายไฟฟ้าให้เวียดนาม (EVN) ตั้งแต่ 15 มิ.ย. 66 หนุนรายได้ QoQ**
* **รับรู้รายได้ธุรกิจคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือในไทยตั้งแต่ มิ.ย. 66**
* **เข้าลงทุนเพิ่มเติมในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 2 โครงการในสหรัฐฯ และกำลังจะเข้าลงทุนใน CCE เพิ่มเติม**
* **กำลังการผลิตตามสัญญาเพิ่มขึ้น 39.0% YoY เป็น 542.7 MW จากการลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ**
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2/2566 BCPG มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,092.7 ล้านบาท ลดลง 23.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยและญี่ปุ่น รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว อย่างไรก็ตาม มีรายได้เพิ่มขึ้นจากคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือในประเทศไทย และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่นที่ปรับตัวดีขึ้นตามฤดูกาล ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมพลิกเป็นขาดทุน 30.8 ล้านบาท จากเดิมที่เคยมีกำไร 8.7 ล้านบาท YoY เนื่องจากส่วนแบ่งขาดทุนจากโรงไฟฟ้าพลังงานลมในฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้น EBITDA จากการดำเนินงานอยู่ที่ 755.8 ล้านบาท ลดลง 35.4% YoY และ 6.6% QoQ ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลง 39.1% YoY อยู่ที่ 201.1 ล้านบาท
สำหรับช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 2,149.9 ล้านบาท ลดลง 17.1% YoY และกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 342.4 ล้านบาท ลดลง 67.9% YoY โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้ผลการดำเนินงานที่ลดลงของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไทยและโรงไฟฟ้าพลังน้ำในลาว รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ลดลง
## โอกาส
* **การขยายการลงทุนในสหรัฐอเมริกา:** การเข้าซื้อหุ้นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 2 โครงการ (Liberty และ Patriot) และการลงทุนเพิ่มเติมใน CCE จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและสร้างส่วนแบ่งกำไรในระยะยาว
* **ธุรกิจคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือ:** เป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำสม่ำเสมอ (Recurring Income) และสอดคล้องกับแผนการลงทุนของบริษัท
* **การขายไฟฟ้าให้ EVN ในลาว:** สัญญาซื้อขายไฟในสกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น จะช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคง
* **โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Monsoon ในลาว:** มีกำลังการผลิต 600 เมกะวัตต์ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2568 จะเป็นแหล่งรายได้ใหม่ในอนาคต
* **นโยบายสนับสนุนพลังงานสะอาด:** บริษัทมุ่งเน้นลงทุนในประเทศที่มีนโยบายสนับสนุนพลังงานสะอาดอย่างชัดเจน
## ความเสี่ยง
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ:** นโยบายที่เกี่ยวข้องกับพลังงานอาจส่งผลกระทบต่อโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและโอกาสทางธุรกิจในอนาคต
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การแข็งค่าหรืออ่อนค่าของเงินบาทเทียบกับสกุลเงินต่างประเทศ (USD, JPY) อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรจากการแปลงค่างบการเงิน
* **การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย:** อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงิน เนื่องจากบางส่วนของหนี้สินมีภาระดอกเบี้ยเป็นอัตราลอยตัว
* **ปัจจัยทางฤดูกาล:** สภาวะแสงแดด ลม และน้ำ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน
* **ความเสี่ยงด้านเครดิตของคู่สัญญา:** ความหลากหลายของคู่สัญญาซื้อขายไฟฟ้า ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงภาครัฐและเอกชน อาจมีความเสี่ยงด้านเครดิตที่แตกต่างกัน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา:** การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก Liberty และ Patriot และการเริ่มรับรู้รายได้จาก CCE ใน Q4/66
* **ผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังน้ำลาวหลังเริ่มขายไฟฟ้าให้ EVN:** การรับรู้รายได้และกระแสเงินสดที่มั่นคง
* **การดำเนินงานของธุรกิจคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือ:** การสร้างรายได้ประจำตามที่คาดหวัง
* **ความคืบหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Monsoon ในลาว:** การก่อสร้างและกำหนดการเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ราคา Commodity/ASP:** เอกสารไม่ได้ระบุราคาขายไฟฟ้า (ASP) ที่ชัดเจน แต่กล่าวถึงการสิ้นสุด Adder ในไทยที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ และการขายไฟฟ้าให้ EVN ในลาวที่ได้อัตราค่าไฟฟ้าสูงขึ้นในสกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ
**ปริมาณขาย-ผลิต:** ปริมาณการผลิตไฟฟ้าโดยรวมลดลง 35.2% YoY เนื่องจากผลกระทบจากโรงไฟฟ้าหลายแห่ง โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังน้ำลาวที่ลดลง 75.7% YoY ขณะที่โรงไฟฟ้าโซลาร์ญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 39.0% QoQ ตามฤดูกาล
**ต้นทุนต่อหน่วย:** ไม่ได้ระบุต้นทุนต่อหน่วยโดยตรง แต่ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 12.7% QoQ และ 17.6% YoY ซึ่งสูงกว่าการลดลงของรายได้ ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง
**กำลังการผลิต:** กำลังการผลิตตามสัญญาเพิ่มขึ้น 39.0% YoY เป็น 542.7 MW ส่วนใหญ่มาจากการลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ
**โครงการลงทุน:** มีการเข้าลงทุนเพิ่มเติมในโครงการ Monsoon (ลาว), คลังน้ำมัน (ไทย), โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 2 โครงการในสหรัฐฯ และกำลังจะลงทุนใน CCE (สหรัฐฯ) เพิ่มเติม
**กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** การสิ้นสุด Adder ในไทยเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อรายได้จากโรงไฟฟ้าโซลาร์
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 67,309.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.7% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการลงทุนในบริษัทร่วมในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่สหรัฐฯ และที่ดินอาคารอุปกรณ์จากการเข้าลงทุนในคลังน้ำมัน หนี้สินรวมอยู่ที่ 37,301.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.5% จากสิ้นปี 2565 จากการกู้ยืมระยะยาวและการออกหุ้นกู้ 8,190 ล้านบาท หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.2 เท่า เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 2.5% เป็น 29,954.9 ล้านบาท กระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ที่ 658.9 ล้านบาท แต่มีการใช้เงินลงทุนสุทธิ 8,798.3 ล้านบาท ส่วนใหญ่เพื่อการเข้าซื้อกิจการในสหรัฐฯ และคลังน้ำมัน ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 13.4% จากสิ้นปี 2565 อยู่ที่ 17,616.3 ล้านบาท
## สรุปท้าย
BCPG เผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกและภายในที่ส่งผลให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติในไตรมาส 2/2566 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ YoY โดยเฉพาะการสิ้นสุด Adder ในไทยและการผลิตที่ลดลงในหลายโรงไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม การเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่และการลงทุนในสหรัฐฯ รวมถึงการขายไฟฟ้าให้เวียดนามในลาว เป็นสัญญาณบวกที่คาดว่าจะช่วยหนุนผลประกอบการในระยะต่อไป ขณะที่ความเสี่ยงด้านนโยบายและอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BCPG ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,066.21
ล้านบาท
↑ 5.5% YoY
กำไรขั้นต้น
426.42
ล้านบาท
↓ 5.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.99
%
กำไรสุทธิ
727.25
ล้านบาท
↑ 343.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
68.21
%
D/E Ratio
1.03
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,066
↑ + 5.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
426
↓ -5.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
727
↑ + 343.9%
YoY
D/E Ratio
1.03
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BCPG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.03
ROE (%)
2.91
ROA (%)
4.40
Book Value/หุ้น
9.67
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BCPG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-660
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-572
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BCPG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-660.16
-56.89%
|
-1,531.41
-22.34%
|
-1,972.02
+1.75%
|
-1,938.18
+110.93%
|
-918.87
-238.15%
|
665.12
-5.98%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-572.47
-83.00%
|
-3,367.65
-125.43%
|
13,244.36
-178.07%
|
-16,964.93
-388.42%
|
5,882.02
-210.79%
|
-5,309.35
-10.78%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
582.62
-75.91%
|
2,418.23
-145.75%
|
-5,285.76
-211.76%
|
4,729.77
-18.00%
|
5,768.28
-52.20%
|
12,068.13
+315.92%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-688.50
-72.31%
|
-2,486.55
-142.01%
|
5,918.63
-142.39%
|
-13,963.28
-234.50%
|
10,381.58
+39.92%
|
7,419.40
-720.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
7,345.50
-24.97%
|
9,789.84
-51.85%
|
20,332.83
+81.09%
|
11,227.72
+0.80%
|
11,138.26
+670.71%
|
1,445.19
-40.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
5,170.21
-29.61%
|
7,345.50
-24.97%
|
9,789.84
-51.85%
|
20,332.83
+81.09%
|
11,227.72
+0.80%
|
11,138.26
+670.71%
|