บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
7.10
0.10 (1.39%)
สรุปสั้น
กําไรจากการดําเนินงานปกติที่ 2,284.3 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 16.6 จากการดําเนินงานปี 2563 เกิดจาก การรับรู้ผลงานเต็มปีจากโครงการใหม่ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังน้ํา ใน สปป. ลาว คือ “Nam San 3B” (เข้าซื้อตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ 2563) และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยใหม่ 20 เมกะวัตต์ จํานวน 4 โครงการ (เข้าซื้อตั้งแต่เดือน สิงหาคม 2563)
นอกจากนี้ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยได้ทําการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า (+) การรับรู้ผลการดําเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังน้ํา “Nam San 3A” และ “Nam San 3B” เพิ่มขึ้น โดยปริมาณการผลิตไฟฟ้าได้ เพิ่มขึ้น จากปริมาณน้ําฝนเพิ่มขึ้น (+) การรับรู้ผลการดําเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น จากการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ของโครงการ ชิบะ 1 (20 เมกะวัตต) เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 (+) การรับรู้ส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนของโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพประเทศอินโดนีเซียเพิ่มขึ้น จากอัตราค่าไฟเพิ่มขึ้น และ ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง
กําลังการผลิตตามสัญญารวม ณ สิ้นไตรมาสที่ 4/2564 อยู่ที่ 501.4 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.8 และร้อยละ 5.2 จากสิ้นไตรมาสที่ 4/2563 และไตรมาส 3/2564
กําไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ในไตรมาสที่ 4/2564 กลุ่มบริษัทฯ บันทึกขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ 245.9 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากสินทรัพย์ของกลุ่มบริษัท ฯ ซึ่งอิงสกุลเงินตราต่างประเทศ มีมูลค่าลดลงจากการอ่อนค่าของเงินสกุลเงินตราต่างประเทศเทียบกับสกุลเงินบาท ในระหว่างไตรมาส /2564 ส่งผลให้มีการรับรู้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=31408 out_tok=3256 at=2026-08-05T17:40:50 -->
# BCPG กำไรสุทธิโตแรง YoY รับส่วนแบ่งกำไรสหรัฐฯ หนุน - MD&A Q2/2569
## รายได้-กำไรปรับตามฤดูกาล แต่ภาพรวม 6 เดือนแรกโตเด่น รับปัจจัยบวกจากโรงไฟฟ้าสหรัฐฯ และลาว
บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 154.7 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 651.1 ล้านบาทในปีก่อนหน้า แม้ว่ากำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติจะลดลง 71.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากผลกระทบจากฤดูกาล แต่ภาพรวม 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 877.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BCPG ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ **การพลิกกลับมามีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ จากการขาดทุนอย่างหนักในปีก่อนหน้า** โดยมีปัจจัยหลักมาจาก **ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา** ซึ่งชดเชยผลกระทบจากฤดูกาลที่ทำให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่พลิกบวก YoY:** ในไตรมาส 2 ปี 2568 บริษัทฯ บันทึกผลขาดทุนสุทธิจำนวนมากถึง 651.1 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากรายการพิเศษจากการด้อยค่าและตัดจำหน่ายสินทรัพย์สุทธิรวม 673.0 ล้านบาท และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 109.3 ล้านบาท ในขณะที่ไตรมาส 2 ปี 2569 ไม่มีรายการพิเศษดังกล่าว และมีเพียงขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ 25.7 ล้านบาท ทำให้ผลประกอบการสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก
* **ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น YoY:** ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นถึง 43.1% YoY โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้ค่าความพร้อมจ่าย (Capacity Revenue) ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา แม้จะมีการหยุดผลิตเพื่อทำ Rotor upgrade ที่โครงการ Hamilton ก็ตาม
* **ผลกระทบจากฤดูกาล QoQ:** แม้ภาพรวม YoY จะดีขึ้น แต่เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2569 กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติลดลง 71.3% เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลที่โรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ มีความต้องการใช้ไฟฟ้าต่ำสุดของปี และมีการหยุดซ่อมบำรุงประจำปี รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังงานลมใน สปป.ลาว เข้าสู่ช่วง low season
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง (YoY) แต่ผันผวนตามฤดูกาล (QoQ)**
* **YoY:** การพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ YoY เป็นผลจากการไม่มีรายการพิเศษที่รุนแรงเหมือนปีก่อนหน้า และการเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ ซึ่งมีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากการรับรู้ Capacity Revenue ที่สูงขึ้น
* **QoQ:** ผลประกอบการจะยังคงได้รับผลกระทบจากปัจจัยด้านฤดูกาลเป็นสำคัญ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ และโรงไฟฟ้าพลังงานลมใน สปป.ลาว ซึ่งจะส่งผลให้ผลประกอบการในไตรมาส 2 ของทุกปีมีแนวโน้มอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่พลิกเป็นบวก 154.7 ล้านบาท** เทียบกับขาดทุน 651.1 ล้านบาทใน Q2/2568 โดยไม่มีรายการพิเศษจากการด้อยค่าสินทรัพย์เหมือนปีก่อน
* **EBITDA เพิ่มขึ้น 12.0% YoY** แตะ 927.1 ล้านบาท จากส่วนแบ่งกำไรโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **รายได้รวม 806.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% YoY** จากโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใน สปป.ลาว และโรงไฟฟ้าโซลาร์ในไทยที่ผลิตได้มากขึ้น
* **6 เดือนแรกปี 2569 กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 877.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** จากการบันทึกรายได้โครงการ District Cooling System และส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ และลาว
* **BCPG ได้รับแจ้งการใช้สิทธิ Drag-along Rights ขายเงินลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Hamilton ในสหรัฐฯ** คาดได้รับเงินสดประมาณ 354 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คาดแล้วเสร็จภายในปี 2569
## ภาพรวมผลประกอบการ
BCPG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้จากการขายและบริการ 806.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% YoY แต่ลดลง 26.6% QoQ โดยรายได้ YoY เติบโตจากการดำเนินงานที่ดีขึ้นของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใน สปป.ลาว และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไทย ส่วนการลดลง QoQ เป็นผลจากการรับรู้รายได้โครงการ District Cooling System ในไตรมาส 1 ปี 2569 ที่มีมูลค่าสูง
EBITDA อยู่ที่ 927.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.0% YoY แต่ลดลง 36.1% QoQ โดยการเติบโต YoY มาจากส่วนแบ่งกำไรโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การลดลง QoQ เป็นผลจากปัจจัยฤดูกาลของโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ และลาว
กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 180.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.9% YoY แต่ลดลง 71.3% QoQ โดยการเพิ่มขึ้น YoY มาจาก EBITDA ที่ดีขึ้นและต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ส่วนการลดลง QoQ เป็นผลจาก EBITDA ที่ลดลงตามฤดูกาล
กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 154.7 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 651.1 ล้านบาทในปีก่อนหน้า แต่ลดลง 78.6% QoQ ซึ่งส่วนต่างจากกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติมาจากผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและรายการพิเศษ
สำหรับ 6 เดือนแรกปี 2569 รายได้รวม 1,905.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.1% YoY และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 877.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ:** การรับรู้ Capacity Revenue ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ เป็นปัจจัยบวกสำคัญ
* **การดำเนินงานปกติของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใน สปป.ลาว:** การกลับมาดำเนินงานตามปกติหลังการปรับปรุงอุปกรณ์ในปีที่แล้ว และปริมาณน้ำที่มากขึ้นในช่วงฤดูฝน ช่วยหนุนรายได้
* **การขยายตัวของ Solar Rooftop ในไทย:** การรับรู้รายได้เพิ่มเติมจากโครงการ Solar Rooftop ขนาด 19.6 เมกะวัตต์ ช่วยเพิ่มกำลังการผลิต
* **การลงทุนในธุรกิจคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือ:** การปรับราคาค่าบริการและการเพิ่มปริมาณการใช้ท่อเพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น UCO และ SAF ช่วยหนุนรายได้
* **การขายเงินลงทุนในโครงการ Hamilton ในสหรัฐฯ:** การได้รับเงินสดจำนวนมากจากการขายเงินลงทุนนี้จะช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงิน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนตามฤดูกาล:** ผลประกอบการจะยังคงได้รับผลกระทบจากปัจจัยฤดูกาล โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซในสหรัฐฯ และโรงไฟฟ้าพลังงานลมในลาว ทำให้ผลประกอบการในไตรมาส 2 อ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะมีการบริหารความเสี่ยง แต่ความผันผวนของค่าเงินบาทยังคงส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ โดยเฉพาะการบันทึกกำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **ความไม่แน่นอนของตลาดไฟฟ้าในประเทศไทย:** การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างต้นทุนเชื้อเพลิงและเป้าหมายการลดคาร์บอน อาจส่งผลต่อโครงสร้างค่าไฟฟ้าในระยะยาว
* **ความตึงตัวของกำลังการผลิตสำรองในตลาด PJM (สหรัฐฯ):** แม้จะส่งผลดีต่อราคาพลังงานขายส่ง แต่ก็อาจจำกัดความยืดหยุ่นของระบบในช่วงที่เกิดสภาพอากาศรุนแรง
* **ผลกระทบจากปรากฏการณ์ ENSO:** ความผันผวนของสภาพภูมิอากาศอาจส่งผลต่อปริมาณการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าการขายเงินลงทุนในโครงการ Hamilton:** การเสร็จสิ้นธุรกรรมจะส่งผลต่อกระแสเงินสดและโครงสร้างการลงทุนของบริษัท
* **แนวโน้มราคาพลังงานและค่า Ft ในประเทศไทย:** ปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และลมในประเทศ
* **ปริมาณน้ำและฤดูฝนใน สปป.ลาว:** จะส่งผลต่อปริมาณการผลิตและรายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ
* **การดำเนินงานของโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐฯ:** การรับรู้ Capacity Revenue และผลกระทบจากฤดูกาลจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อส่วนแบ่งกำไร
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** การชำระคืนหนี้และการบริหารโครงสร้างหนี้จะส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **กำลังการผลิตรวม:** ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 กำลังการผลิตที่ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วอยู่ที่ 1,475.8 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้น 24.7% YoY โดยหลักมาจากการเริ่มดำเนินการของโรงไฟฟ้าพลังงานลมใน สปป.ลาว (Monsoon) และการเข้าซื้อกิจการโซลาร์รูฟท็อป
* **สัดส่วนกำลังการผลิต:** โรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกามีสัดส่วนสูงสุดที่ 58% รองลงมาคือโรงไฟฟ้าพลังงานลมและน้ำใน สปป.ลาว รวม 28%
* **โครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนา:** มีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไต้หวัน กำลังการผลิตรวมประมาณ 234.0 เมกะวัตต์
* **ราคาพลังงานขายส่งในตลาด PJM (สหรัฐฯ):** ยังคงอยู่ในระดับสูงจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น การลดลงของกำลังการผลิต และข้อจำกัดด้านระบบไฟฟ้า ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากโรงไฟฟ้าก๊าซ
* **ค่าไฟฟ้าฐานและค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ในไทย:** มีแนวโน้มทรงตัวหรือปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในครึ่งปีหลัง 2569 โดยมีปัจจัยกดดันจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และราคานำเข้า LNG
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** 55,614 ล้านบาท ลดลง 3.4% จากสิ้นปี 2568 ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจากการชำระคืนหนี้
* **หนี้สินรวม:** 26,402 ล้านบาท ลดลง 9.4% จากสิ้นปี 2568 จากการจ่ายคืนเงินกู้ก่อนกำหนด
* **หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย:** โครงสร้างเน้นความมั่นคงด้านสภาพคล่อง หนี้สินระยะยาวมากกว่า 5 ปี มีสัดส่วนสูงสุด 55.6% หนี้สินสกุลเงินบาทคิดเป็น 93.8% ของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยทั้งหมด
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** 29,212 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% จากสิ้นปี 2568 จากการรับรู้กำไรสำหรับงวด
* **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน:** 827.3 ล้านบาท ใน 6 เดือนแรกปี 2569 ลดลงจาก 945.4 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
* **กระแสเงินสดลงทุน:** ใช้ไป 128.6 ล้านบาทใน 6 เดือนแรกปี 2569 โดยมีเงินปันผลรับจากโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐฯ แต่มีการลงทุนในบริษัทย่อยและสินทรัพย์เพิ่มเติม
* **กระแสเงินสดจัดหาเงิน:** ใช้ไป 4,472.5 ล้านบาทใน 6 เดือนแรกปี 2569 จากการชำระคืนหนี้กู้ยืมและจ่ายปันผล
## สรุปท้าย
BCPG ในไตรมาส 2 ปี 2569 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของกำไรสุทธิ YoY จากการไม่มีรายการพิเศษที่รุนแรงเหมือนปีก่อนหน้า และการเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ แม้ว่าผลประกอบการจะยังคงได้รับผลกระทบจากปัจจัยฤดูกาลในแต่ละไตรมาส การขายเงินลงทุนในโครงการ Hamilton จะเป็นปัจจัยสำคัญที่เสริมสภาพคล่องในอนาคต ขณะที่การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและการติดตามแนวโน้มตลาดพลังงานจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BCPG ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,066.21
ล้านบาท
↑ 5.5% YoY
กำไรขั้นต้น
426.42
ล้านบาท
↓ 5.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.99
%
กำไรสุทธิ
727.25
ล้านบาท
↑ 343.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
68.21
%
D/E Ratio
1.03
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,066
↑ + 5.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
426
↓ -5.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
727
↑ + 343.9%
YoY
D/E Ratio
1.03
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BCPG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.03
ROE (%)
2.91
ROA (%)
4.40
Book Value/หุ้น
9.67
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BCPG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-660
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-572
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BCPG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-660.16
-56.89%
|
-1,531.41
-22.34%
|
-1,972.02
+1.75%
|
-1,938.18
+110.93%
|
-918.87
-238.15%
|
665.12
-5.98%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-572.47
-83.00%
|
-3,367.65
-125.43%
|
13,244.36
-178.07%
|
-16,964.93
-388.42%
|
5,882.02
-210.79%
|
-5,309.35
-10.78%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
582.62
-75.91%
|
2,418.23
-145.75%
|
-5,285.76
-211.76%
|
4,729.77
-18.00%
|
5,768.28
-52.20%
|
12,068.13
+315.92%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-688.50
-72.31%
|
-2,486.55
-142.01%
|
5,918.63
-142.39%
|
-13,963.28
-234.50%
|
10,381.58
+39.92%
|
7,419.40
-720.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
7,345.50
-24.97%
|
9,789.84
-51.85%
|
20,332.83
+81.09%
|
11,227.72
+0.80%
|
11,138.26
+670.71%
|
1,445.19
-40.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
5,170.21
-29.61%
|
7,345.50
-24.97%
|
9,789.84
-51.85%
|
20,332.83
+81.09%
|
11,227.72
+0.80%
|
11,138.26
+670.71%
|