บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
7.10
0.10 (1.39%)
สรุปสั้น
กําไรจากการดําเนินงานปกติที่ 2,284.3 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 16.6 จากการดําเนินงานปี 2563 เกิดจาก การรับรู้ผลงานเต็มปีจากโครงการใหม่ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังน้ํา ใน สปป. ลาว คือ “Nam San 3B” (เข้าซื้อตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ 2563) และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยใหม่ 20 เมกะวัตต์ จํานวน 4 โครงการ (เข้าซื้อตั้งแต่เดือน สิงหาคม 2563)
นอกจากนี้ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยได้ทําการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า (+) การรับรู้ผลการดําเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังน้ํา “Nam San 3A” และ “Nam San 3B” เพิ่มขึ้น โดยปริมาณการผลิตไฟฟ้าได้ เพิ่มขึ้น จากปริมาณน้ําฝนเพิ่มขึ้น (+) การรับรู้ผลการดําเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น จากการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ของโครงการ ชิบะ 1 (20 เมกะวัตต) เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 (+) การรับรู้ส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนของโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพประเทศอินโดนีเซียเพิ่มขึ้น จากอัตราค่าไฟเพิ่มขึ้น และ ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง
กําลังการผลิตตามสัญญารวม ณ สิ้นไตรมาสที่ 4/2564 อยู่ที่ 501.4 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.8 และร้อยละ 5.2 จากสิ้นไตรมาสที่ 4/2563 และไตรมาส 3/2564
กําไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ในไตรมาสที่ 4/2564 กลุ่มบริษัทฯ บันทึกขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ 245.9 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากสินทรัพย์ของกลุ่มบริษัท ฯ ซึ่งอิงสกุลเงินตราต่างประเทศ มีมูลค่าลดลงจากการอ่อนค่าของเงินสกุลเงินตราต่างประเทศเทียบกับสกุลเงินบาท ในระหว่างไตรมาส /2564 ส่งผลให้มีการรับรู้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=19548 out_tok=3285 at=2026-07-25T10:52:18 -->
# BCPG กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติวูบ 69% YoY รับผลกระทบโรงไฟฟ้าลาวหยุดผลิต-สิ้นสุด Adder
## รายได้-กำไร Q1/66 หดตัวแรง เหตุโรงไฟฟ้าลาวหยุดผลิต-สิ้นสุด Adder โครงการโซลาร์ไทย ขณะที่การลงทุนในสหรัฐฯ เริ่มรับรู้ผลบางส่วน
บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 159.8 ล้านบาท ลดลง 69.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 57.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลกระทบจากการสิ้นสุด Adder ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไทย และการหยุดผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว เพื่อเตรียมขายไฟฟ้าให้เวียดนาม อย่างไรก็ตาม การรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากโรงไฟฟ้าในญี่ปุ่นและลมในไทย รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐฯ ช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติของ BCPG ในไตรมาส 1/2566 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 69.1% YoY และ 57.3% QoQ คือ **การลดลงของการรับรู้ผลการดำเนินงานจากโรงไฟฟ้าหลักๆ** โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสิ้นสุด Adder ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย และการหยุดผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และปริมาณการขายไฟฟ้า แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากการรับรู้ผลการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากโรงไฟฟ้าในญี่ปุ่นและไทย รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐฯ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบเชิงลบได้ทั้งหมด
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การสิ้นสุด Adder ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไทย:** โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์รวม 56 เมกะวัตต์ ได้สิ้นสุดระยะเวลา Adder ในช่วงเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม 2565 และมีนาคม 2566 ทำให้รายได้จากการขายไฟฟ้าลดลง แม้ว่าค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ที่ปรับเพิ่มขึ้นจะช่วยบรรเทาผลกระทบได้บ้าง แต่ก็ไม่สามารถทดแทนรายได้จาก Adder ได้ทั้งหมด
* **การหยุดผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว:** โรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว หยุดผลิตไฟฟ้าเพื่อเตรียมขายไฟฟ้าไปยัง Vietnam Electricity (EVN) ซึ่งส่งผลให้ไม่มีรายได้จากการขายไฟฟ้าในไตรมาสนี้
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลง:** ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพในอินโดนีเซียลดลงเนื่องจากการขายเงินลงทุนออกไป และส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าพลังงานลมในฟิลิปปินส์ลดลง แม้ว่าจะมีส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกาที่เริ่มรับรู้ผลตั้งแต่เดือนมีนาคม 2566 แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบโดยรวมได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในระยะสั้น แต่มีปัจจัยบวกใหม่เข้ามาเสริม** การสิ้นสุด Adder ของโรงไฟฟ้าในไทยและการหยุดผลิตไฟฟ้าในลาวเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 4 โครงการในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีกำลังการผลิตตามสัดส่วนรวม 577 เมกะวัตต์ จะเริ่มรับรู้ผลประกอบการเต็มที่ตั้งแต่ไตรมาส 3/2566 เป็นต้นไป รวมถึงการลงนาม MOU พัฒนาธุรกิจแบตเตอรี่กับ Xiamen Empes Technology ก็เป็นโอกาสในการสร้างธุรกิจใหม่ (New S-curve) ในอนาคต ซึ่งอาจช่วยชดเชยผลกระทบจากปัจจัยลบเดิมได้ในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติลดลง 69.1% YoY และ 57.3% QoQ** อยู่ที่ 159.8 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายและบริการลดลง 8.7% YoY และ 16.5% QoQ** อยู่ที่ 1,057.2 ล้านบาท
* **การสิ้นสุด Adder ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไทย** ส่งผลกระทบต่อรายได้ แม้ Ft ที่ปรับเพิ่มขึ้นจะช่วยบรรเทาได้บางส่วน
* **โรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว หยุดผลิตไฟฟ้า** เพื่อเตรียมขายให้เวียดนาม ทำให้ไม่มีรายได้ในไตรมาสนี้
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลง 71.8% YoY** เนื่องจากไม่มีส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าอินโดนีเซีย และลดลงจากฟิลิปปินส์
* **เข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 4 โครงการในสหรัฐอเมริกา** รวมกำลังการผลิตตามสัดส่วน 577 เมกะวัตต์ คาดรับรู้ผลเต็มที่ Q3/66
* **ลงนาม MOU พัฒนาธุรกิจแบตเตอรี่** กับ Xiamen Empes Technology เพื่อสร้างธุรกิจใหม่ในอนาคต
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 BCPG มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,057.2 ล้านบาท ลดลง 8.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 16.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย และโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว ขณะที่รายได้จากโรงไฟฟ้าในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 75.3% YoY กำไรขั้นต้นลดลง 27.1% YoY อยู่ที่ 537.7 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติลดลง 69.1% YoY อยู่ที่ 159.8 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 72.9% QoQ อยู่ที่ 511.8 ล้านบาท เนื่องจากมีรายการพิเศษจากการกลับรายการขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ 267.0 ล้านบาท และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 115.3 ล้านบาท ในขณะที่ปีก่อนมีรายการพิเศษขาดทุนจำนวนมาก
## โอกาส
* **การลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา:** การเข้าซื้อหุ้นในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 4 โครงการในสหรัฐอเมริกา คิดเป็นกำลังการผลิตตามสัดส่วนรวม 577 เมกะวัตต์ จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและสร้างรายได้ในระยะยาว โดยคาดว่าจะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรได้ทันทีภายหลังการเข้าลงทุนในบางโครงการ และคาดว่าจะดำเนินการซื้อขายหุ้นสำเร็จและรับรู้ส่วนแบ่งกำไรได้ในไตรมาส 3/2566
* **การพัฒนาธุรกิจแบตเตอรี่:** การลงนาม MOU กับ Xiamen Empes Technology เพื่อพัฒนาธุรกิจแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าและภาคครัวเรือน เป็นโอกาสในการสร้างธุรกิจใหม่ (New S-curve) และต่อยอดจากธุรกิจเดิมของกลุ่มบริษัทฯ
* **การเติบโตของโรงไฟฟ้าในญี่ปุ่น:** โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการใหม่ๆ และความเข้มแสงที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล
* **การปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft):** การปรับขึ้นค่า Ft ช่วยบรรเทาผลกระทบจากการสิ้นสุด Adder ของโรงไฟฟ้าในไทยได้บางส่วน
## ความเสี่ยง
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ:** นโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนพลังงานสะอาดอาจส่งผลกระทบต่อโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและโอกาสทางธุรกิจในอนาคต
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาทเทียบกับสกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ และเยน อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรและขาดทุนจากการแปลงค่างบการเงิน
* **ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย:** อัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินของกลุ่มบริษัทฯ เนื่องจากมีสัดส่วนหนี้สินดอกเบี้ยลอยตัวสูงถึง 53%
* **ความเสี่ยงด้านเครดิตของคู่สัญญา:** ความหลากหลายของคู่สัญญาซื้อขายไฟฟ้า ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงภาครัฐและเอกชน อาจมีความเสี่ยงด้านเครดิตที่แตกต่างกัน
* **ปัจจัยทางฤดูกาล:** สภาวะแสงแดด ลม และน้ำ ส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าในการรับรู้ผลประกอบการจากโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะการดำเนินการซื้อขายหุ้นให้แล้วเสร็จในไตรมาส 3/2566
* ความคืบหน้าในการพัฒนาธุรกิจแบตเตอรี่ภายใต้ MOU กับ Xiamen Empes Technology
* การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น
* การติดตามการชำระเงินค่าไฟฟ้าจากรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (EDL) และการจำหน่ายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าเวียดนาม (EVN)
* ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐต่อธุรกิจพลังงานสะอาดในระยะยาว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**กำลังการผลิต:** ณ สิ้นไตรมาส 1/2566 กำลังการผลิตตามสัญญาของ BCPG อยู่ที่ 542.7 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้น 46.9% YoY จากการเข้าลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา 151 เมกะวัตต์ และการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น 20 เมกะวัตต์ รวมถึงโครงการอื่นๆ ในไทย
**ปริมาณการขายไฟฟ้า:** ปริมาณการผลิตไฟฟ้าโดยรวมลดลง 37.1% YoY อยู่ที่ 112,800 เมกะวัตต์-ชั่วโมง โดยมีสาเหตุหลักมาจากการหยุดผลิตของโรงไฟฟ้าพลังน้ำในลาว (ลดลง 100% YoY) และการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ในไทยที่ลดลงเล็กน้อย (เพิ่มขึ้น 0.3% YoY) ขณะที่การผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างมาก 69.3% YoY
**ราคาขายไฟฟ้า (Average Selling Price - ASP):**
* **โซลาร์ไทย:** อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ย (รวม Adder) อยู่ที่ 10.29 บาท/kWh ลดลง 7.3% YoY เนื่องจากผลกระทบจากการสิ้นสุด Adder แม้ Ft จะปรับเพิ่มขึ้น
* **ลมไทย:** อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ย (รวม Adder) อยู่ที่ 7.85 บาท/kWh เพิ่มขึ้น 25.4% YoY จาก Ft ที่ปรับเพิ่มขึ้น
* **โซลาร์ญี่ปุ่น:** อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 36.29 เยน/kWh ลดลง 4.9% YoY
* **น้ำลาว:** ไม่มีรายได้จากการขายไฟฟ้าในไตรมาสนี้
**ต้นทุน:** ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 23.5% YoY อยู่ที่ 519.5 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 63.7% ใน Q1/65 เป็น 50.9% ใน Q1/66
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นไตรมาส 1/2566 อยู่ที่ 57,531.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% จากสิ้นปี 2565 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนในบริษัทร่วมในโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่สหรัฐอเมริกา
**หนี้สินรวม:** อยู่ที่ 27,756.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.0% จากสิ้นปี 2565 จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะยาว
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 29,723.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% จากสิ้นปี 2565
**อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio):** อยู่ที่ 0.9 เท่า ลดลงจาก 1.0 เท่าใน Q1/65
**กระแสเงินสด:**
* **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน:** อยู่ที่ 1,021.7 ล้านบาท ลดลงจาก 2,988.2 ล้านบาทใน Q1/65
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน:** ใช้ไป 5,159.9 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเข้าซื้อเงินลงทุนในโรงไฟฟ้าที่สหรัฐอเมริกา
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน:** ได้มา 819.6 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากการเบิกเงินกู้ยืม
**เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด:** ณ สิ้นไตรมาส 1/2566 อยู่ที่ 17,023.6 ล้านบาท ลดลงจาก 20,332.8 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565
## สรุปท้าย
BCPG เผชิญความท้าทายในไตรมาส 1/2566 จากผลกระทบของการสิ้นสุด Adder ของโรงไฟฟ้าในไทยและการหยุดผลิตไฟฟ้าในลาว ส่งผลให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การลงทุนเชิงกลยุทธ์ในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่สหรัฐอเมริกา และโอกาสในการพัฒนาธุรกิจแบตเตอรี่ เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่จะขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต นักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าของการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ๆ และการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ย ท่ามกลางความผันผวนของนโยบายภาครัฐและปัจจัยทางฤดูกาล
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BCPG ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,066.21
ล้านบาท
↑ 5.5% YoY
กำไรขั้นต้น
426.42
ล้านบาท
↓ 5.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.99
%
กำไรสุทธิ
727.25
ล้านบาท
↑ 343.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
68.21
%
D/E Ratio
1.03
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,066
↑ + 5.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
426
↓ -5.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
727
↑ + 343.9%
YoY
D/E Ratio
1.03
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BCPG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.03
ROE (%)
2.91
ROA (%)
4.40
Book Value/หุ้น
9.67
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BCPG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-660
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-572
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BCPG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-660.16
-56.89%
|
-1,531.41
-22.34%
|
-1,972.02
+1.75%
|
-1,938.18
+110.93%
|
-918.87
-238.15%
|
665.12
-5.98%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-572.47
-83.00%
|
-3,367.65
-125.43%
|
13,244.36
-178.07%
|
-16,964.93
-388.42%
|
5,882.02
-210.79%
|
-5,309.35
-10.78%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
582.62
-75.91%
|
2,418.23
-145.75%
|
-5,285.76
-211.76%
|
4,729.77
-18.00%
|
5,768.28
-52.20%
|
12,068.13
+315.92%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-688.50
-72.31%
|
-2,486.55
-142.01%
|
5,918.63
-142.39%
|
-13,963.28
-234.50%
|
10,381.58
+39.92%
|
7,419.40
-720.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
7,345.50
-24.97%
|
9,789.84
-51.85%
|
20,332.83
+81.09%
|
11,227.72
+0.80%
|
11,138.26
+670.71%
|
1,445.19
-40.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
5,170.21
-29.61%
|
7,345.50
-24.97%
|
9,789.84
-51.85%
|
20,332.83
+81.09%
|
11,227.72
+0.80%
|
11,138.26
+670.71%
|