บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
7.10
0.10 (1.39%)
สรุปสั้น
กําไรจากการดําเนินงานปกติที่ 2,284.3 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 16.6 จากการดําเนินงานปี 2563 เกิดจาก การรับรู้ผลงานเต็มปีจากโครงการใหม่ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังน้ํา ใน สปป. ลาว คือ “Nam San 3B” (เข้าซื้อตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ 2563) และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยใหม่ 20 เมกะวัตต์ จํานวน 4 โครงการ (เข้าซื้อตั้งแต่เดือน สิงหาคม 2563)
นอกจากนี้ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยได้ทําการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า (+) การรับรู้ผลการดําเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังน้ํา “Nam San 3A” และ “Nam San 3B” เพิ่มขึ้น โดยปริมาณการผลิตไฟฟ้าได้ เพิ่มขึ้น จากปริมาณน้ําฝนเพิ่มขึ้น (+) การรับรู้ผลการดําเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น จากการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ของโครงการ ชิบะ 1 (20 เมกะวัตต) เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 (+) การรับรู้ส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนของโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพประเทศอินโดนีเซียเพิ่มขึ้น จากอัตราค่าไฟเพิ่มขึ้น และ ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง
กําลังการผลิตตามสัญญารวม ณ สิ้นไตรมาสที่ 4/2564 อยู่ที่ 501.4 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.8 และร้อยละ 5.2 จากสิ้นไตรมาสที่ 4/2563 และไตรมาส 3/2564
กําไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ในไตรมาสที่ 4/2564 กลุ่มบริษัทฯ บันทึกขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ 245.9 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากสินทรัพย์ของกลุ่มบริษัท ฯ ซึ่งอิงสกุลเงินตราต่างประเทศ มีมูลค่าลดลงจากการอ่อนค่าของเงินสกุลเงินตราต่างประเทศเทียบกับสกุลเงินบาท ในระหว่างไตรมาส /2564 ส่งผลให้มีการรับรู้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=22080 out_tok=3708 at=2026-07-25T07:22:06 -->
# BCPG กำไร Q3/66 ดิ่ง 21.5% YoY รับผลกระทบโรงไฟฟ้าไทย-ลาว แต่ฟื้น QoQ จากธุรกิจใหม่สหรัฐฯ
## รายได้-กำไร Q3/66 ชะลอตัว YoY จากปัจจัยลบโรงไฟฟ้าเดิม แต่การลงทุนใหม่ในสหรัฐฯ หนุนผลประกอบการฟื้นตัวแรงเมื่อเทียบไตรมาสก่อนหน้า
บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 491.5 ล้านบาท ลดลง 21.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 169.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลกระทบของการสิ้นสุด Adder ในโรงไฟฟ้าโซลาร์ที่ประเทศไทย และปริมาณน้ำฝนที่ลดลงในโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่ สปป.ลาว ขณะที่การรับรู้ผลการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากโครงการคลังน้ำมัน โรงไฟฟ้าลมในไทย โรงไฟฟ้าโซลาร์ในญี่ปุ่น และส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา ช่วยบรรเทาผลกระทบดังกล่าว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติของ BCPG ในไตรมาส 3/2566 ลดลง 21.5% YoY อยู่ที่ **การรับรู้ผลการดำเนินงานที่ลดลงของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย เนื่องจากการสิ้นสุด Adder และโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใน สปป.ลาว จากปริมาณน้ำฝนที่ลดลงและการปรับปรุงสายส่ง** อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติกลับเพิ่มขึ้นถึง 169.2% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการ **รับรู้ผลการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นของโครงการคลังน้ำมันในประเทศไทย, โรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศไทย, โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น และที่สำคัญคือส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมของโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในประเทศสหรัฐอเมริกา**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ผลกระทบเชิงลบ YoY:**
* **โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไทย:** การสิ้นสุด Adder (อัตราค่าไฟฟ้าส่วนเพิ่ม) สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์รวม 72 เมกะวัตต์ ส่งผลให้รายได้จากการขายไฟฟ้าลดลง 22.7% YoY และ 11.7% QoQ นอกจากนี้ ปริมาณการผลิตไฟฟ้าลดลง 8.5% QoQ เนื่องจากค่าแสงที่ลดลงตามฤดูกาล
* **โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใน สปป.ลาว:** ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าลดลง 12.3% YoY เนื่องจากปริมาณน้ำฝนที่ลดลงตามสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป และมีการปรับปรุงสายส่งของโครงการ Nam San 3A เป็นเวลา 7 วัน
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 65.2% YoY และ 49.2% QoQ เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจากการลงทุนใหม่และการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยในตลาด
* **ปัจจัยหนุน QoQ:**
* **การลงทุนในสหรัฐอเมริกา:** การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 2,069.1% QoQ โดยเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 2 โครงการ (Liberty และ Patriot) ที่มีกำลังการผลิตตามสัดส่วน 426 เมกะวัตต์ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2566 ประกอบกับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูงขึ้นในสหรัฐฯ ในช่วงฤดูกาล (High season)
* **โครงการคลังน้ำมันในไทย:** รับรู้รายได้เต็มไตรมาสเป็นครั้งแรกตั้งแต่เริ่มโครงการในเดือนมิถุนายน 2566 ส่งผลให้รายได้จากส่วนนี้เพิ่มขึ้น 202.8% QoQ
* **โรงไฟฟ้าพลังงานลมในไทย:** ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 82.8% QoQ จากกำลังลมที่พัดผ่านเพิ่มขึ้นตามปัจจัยฤดูกาล
* **โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น:** ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 5.5% QoQ จากความเข้มแสงที่เพิ่มขึ้นตามปัจจัยฤดูกาล
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่ต้องจับตาปัจจัยกดดัน**
* **ปัจจัยบวกที่คาดว่าจะต่อเนื่อง:** การรับรู้ผลการดำเนินงานจากโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกาจะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการ โดยเฉพาะเมื่อมีการลงทุนเพิ่มเติมและเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ โครงการคลังน้ำมันในไทยที่เริ่มรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจะช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคง
* **ปัจจัยที่ต้องจับตา:** การสิ้นสุด Adder ในโรงไฟฟ้าโซลาร์ที่ไทยจะส่งผลกระทบต่อรายได้ในระยะยาว การเปลี่ยนแปลงของปริมาณน้ำฝนใน สปป.ลาว และผลกระทบจากสภาพอากาศต่อโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยในตลาด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ Q3/66 อยู่ที่ 491.5 ล้านบาท ลดลง 21.5% YoY แต่เพิ่มขึ้น 169.2% QoQ**
* **รายได้รวม Q3/66 อยู่ที่ 1,563.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% YoY และ 43.1% QoQ**
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม Q3/66 เพิ่มขึ้น 1,168.3% YoY และ 694.4% QoQ เป็น 183.2 ล้านบาท** โดยหลักมาจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา
* **กำลังการผลิตตามสัญญาเพิ่มขึ้น 148.2% YoY เป็น 969.8 เมกะวัตต์** จากการเข้าลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 4 โครงการในสหรัฐอเมริกา
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 65.2% YoY และ 49.2% QoQ** เป็น 369.9 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมและอัตราดอกเบี้ย
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 56.6% จากสิ้นปี 2565** เป็น 39,973.4 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการกู้ยืมเพื่อลงทุน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 BCPG มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,563.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 43.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือในไทย, โรงไฟฟ้าพลังงานลมในไทย และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาวที่กลับมาผลิตเต็มไตรมาส อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 491.5 ล้านบาท ลดลง 21.5% YoY เนื่องจากผลการดำเนินงานที่ลดลงจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไทยและโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว รวมถึงดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้น แต่เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติเพิ่มขึ้นถึง 169.2% จากปัจจัยบวกที่กล่าวมาข้างต้น
สำหรับช่วง 9 เดือนแรกของปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 3,713.5 ล้านบาท ลดลง 10.3% YoY และกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 818.1 ล้านบาท ลดลง 51.6% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากการสิ้นสุด Adder ในโรงไฟฟ้าโซลาร์ไทย, การหยุดผลิตเพื่อขายไฟฟ้าไปยัง EVN ของโรงไฟฟ้าพลังน้ำลาว และการไม่มีส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าความร้อนใต้พิภพในอินโดนีเซีย
## โอกาส
* **การลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา:** การเข้าซื้อหุ้นในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 4 โครงการในสหรัฐอเมริกา คิดเป็นกำลังการผลิตตามสัดส่วน 857 เมกะวัตต์ จะช่วยเพิ่มแหล่งรายได้และส่วนแบ่งกำไรในระยะยาว
* **การขยายธุรกิจคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือ:** การรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากโครงการคลังน้ำมันในไทยจะช่วยเสริมความมั่นคงของรายได้
* **การเติบโตของพลังงานหมุนเวียน:** นโยบายสนับสนุนพลังงานสะอาดของภาครัฐในหลายประเทศเป็นโอกาสในการขยายการลงทุนในอนาคต
* **การได้รับการยืนยันอันดับเครดิต:** การคงอันดับเครดิตที่ระดับ "A" แนวโน้ม "Stable" จาก TRIS Rating ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับการลงทุนในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การสิ้นสุด Adder:** การสิ้นสุด Adder ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยจะส่งผลกระทบต่อรายได้และอัตรากำไรในระยะยาว
* **ความผันผวนของสภาพอากาศ:** ปริมาณน้ำฝนที่ลดลงส่งผลกระทบต่อโรงไฟฟ้าพลังน้ำ และกำลังลมที่แปรปรวนส่งผลต่อโรงไฟฟ้าพลังงานลม
* **อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยในตลาดส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น โดยเฉพาะจากหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย
* **ความเสี่ยงด้านเครดิตของคู่สัญญา:** ความหลากหลายของคู่สัญญาซื้อขายไฟฟ้า ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงหน่วยงานรัฐและเอกชน อาจมีความเสี่ยงด้านเครดิตที่แตกต่างกัน
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาทต่อสกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ และเยน อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรจากการแปลงค่างบการเงิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา:** การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรและแนวโน้มการเติบโตในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
* **การสิ้นสุด Adder:** ผลกระทบต่อรายได้และกำไรของโรงไฟฟ้าโซลาร์ในไทย
* **ปริมาณน้ำฝนและกำลังลม:** ปัจจัยฤดูกาลที่มีผลต่อการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** ระดับหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ราคา Commodity / ASP:** เอกสารไม่ได้ระบุราคาขายไฟฟ้าเฉลี่ย (ASP) โดยตรง แต่กล่าวถึงการสิ้นสุด Adder ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้จากโรงไฟฟ้าโซลาร์ในไทย และการรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังน้ำลาวที่ลดลงเนื่องจากปริมาณน้ำฝนที่ลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยด้านปริมาณการผลิตมากกว่าราคา
**ปริมาณขาย-ผลิต:**
* **โรงไฟฟ้าโซลาร์ไทย:** ปริมาณการผลิตลดลง 8.5% QoQ เนื่องจากค่าแสงลดลงตามฤดูกาล และได้รับผลกระทบจากการสิ้นสุด Adder
* **โรงไฟฟ้าพลังน้ำลาว:** ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าลดลง 12.3% YoY เนื่องจากน้ำฝนน้อยลง และเพิ่มขึ้น 645.6% QoQ จากการกลับมาผลิตเต็มไตรมาส
* **โรงไฟฟ้าพลังงานลมไทย:** ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 19.4% YoY และ 82.8% QoQ จากกำลังลมที่ดีขึ้น
* **โรงไฟฟ้าโซลาร์ญี่ปุ่น:** ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 11.7% YoY และ 5.5% QoQ จากความเข้มแสงที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล
* **โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติสหรัฐฯ:** เริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการใหม่ 426 เมกะวัตต์ และมีปัจจัยหนุนจาก High season ของความต้องการใช้ไฟฟ้า
**ต้นทุนต่อหน่วย:** เอกสารไม่ได้ระบุต้นทุนต่อหน่วยโดยตรง แต่กล่าวถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 65.2% YoY และ 49.2% QoQ
**กำลังการผลิต:** กำลังการผลิตตามสัญญาเพิ่มขึ้น 148.2% YoY เป็น 969.8 เมกะวัตต์ จากการลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา
**โครงการลงทุน:**
* บรรลุการเข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 2 โครงการในสหรัฐอเมริกา (Liberty และ Patriot) รวม 426 เมกะวัตต์
* ลงทุนเพิ่มเติมในโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ CCE ในสหรัฐอเมริกา ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นรวมเป็น 48.7% (341 เมกะวัตต์)
* รวมการลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ 4 โครงการ กำลังการผลิตตามสัดส่วน 857 เมกะวัตต์
**กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** การสิ้นสุด Adder ในไทยเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อรายได้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์รวม** ณ สิ้นไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 70,654.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.7% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนในบริษัทร่วมในโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา และที่ดินอาคารและอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในโครงการคลังน้ำมัน
**หนี้สินรวม** อยู่ที่ 39,973.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.6% จากสิ้นปี 2565 จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะยาวและหุ้นกู้ที่ออกใหม่ 8,190 ล้านบาท ทำให้ **หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น** เพิ่มขึ้นเป็น 1.3 เท่า
**ส่วนของผู้ถือหุ้น** เพิ่มขึ้น 4.8% จากสิ้นปี 2565 เป็น 30,627.6 ล้านบาท
**กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงาน** ในไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 653.4 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ **กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมการลงทุน** อยู่ที่ 9,296.7 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเข้าซื้อเงินลงทุนในโรงไฟฟ้าที่สหรัฐอเมริกา
**เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด** ณ สิ้นไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 9,896.9 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2565
## สรุปท้าย
BCPG ในไตรมาส 3/2566 เผชิญแรงกดดันจากปัจจัยลบในโรงไฟฟ้าเดิมที่ไทยและลาว ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานปกติลดลง YoY แต่การลงทุนใหม่ในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่สหรัฐอเมริกาและการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากโครงการคลังน้ำมันในไทยได้เข้ามาช่วยหนุนผลประกอบการให้ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น และผลกระทบจากการสิ้นสุด Adder ในระยะยาว ขณะที่การขยายการลงทุนในสหรัฐฯ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างการเติบโตในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BCPG ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,066.21
ล้านบาท
↑ 5.5% YoY
กำไรขั้นต้น
426.42
ล้านบาท
↓ 5.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.99
%
กำไรสุทธิ
727.25
ล้านบาท
↑ 343.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
68.21
%
D/E Ratio
1.03
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,066
↑ + 5.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
426
↓ -5.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
727
↑ + 343.9%
YoY
D/E Ratio
1.03
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BCPG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.03
ROE (%)
2.91
ROA (%)
4.40
Book Value/หุ้น
9.67
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BCPG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-660
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-572
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BCPG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-660.16
-56.89%
|
-1,531.41
-22.34%
|
-1,972.02
+1.75%
|
-1,938.18
+110.93%
|
-918.87
-238.15%
|
665.12
-5.98%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-572.47
-83.00%
|
-3,367.65
-125.43%
|
13,244.36
-178.07%
|
-16,964.93
-388.42%
|
5,882.02
-210.79%
|
-5,309.35
-10.78%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
582.62
-75.91%
|
2,418.23
-145.75%
|
-5,285.76
-211.76%
|
4,729.77
-18.00%
|
5,768.28
-52.20%
|
12,068.13
+315.92%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-688.50
-72.31%
|
-2,486.55
-142.01%
|
5,918.63
-142.39%
|
-13,963.28
-234.50%
|
10,381.58
+39.92%
|
7,419.40
-720.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
7,345.50
-24.97%
|
9,789.84
-51.85%
|
20,332.83
+81.09%
|
11,227.72
+0.80%
|
11,138.26
+670.71%
|
1,445.19
-40.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
5,170.21
-29.61%
|
7,345.50
-24.97%
|
9,789.84
-51.85%
|
20,332.83
+81.09%
|
11,227.72
+0.80%
|
11,138.26
+670.71%
|