บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
7.10
0.10 (1.39%)
สรุปสั้น
กําไรจากการดําเนินงานปกติที่ 2,284.3 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 16.6 จากการดําเนินงานปี 2563 เกิดจาก การรับรู้ผลงานเต็มปีจากโครงการใหม่ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังน้ํา ใน สปป. ลาว คือ “Nam San 3B” (เข้าซื้อตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ 2563) และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยใหม่ 20 เมกะวัตต์ จํานวน 4 โครงการ (เข้าซื้อตั้งแต่เดือน สิงหาคม 2563)
นอกจากนี้ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยได้ทําการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า (+) การรับรู้ผลการดําเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังน้ํา “Nam San 3A” และ “Nam San 3B” เพิ่มขึ้น โดยปริมาณการผลิตไฟฟ้าได้ เพิ่มขึ้น จากปริมาณน้ําฝนเพิ่มขึ้น (+) การรับรู้ผลการดําเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น จากการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ของโครงการ ชิบะ 1 (20 เมกะวัตต) เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 (+) การรับรู้ส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนของโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพประเทศอินโดนีเซียเพิ่มขึ้น จากอัตราค่าไฟเพิ่มขึ้น และ ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง
กําลังการผลิตตามสัญญารวม ณ สิ้นไตรมาสที่ 4/2564 อยู่ที่ 501.4 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.8 และร้อยละ 5.2 จากสิ้นไตรมาสที่ 4/2563 และไตรมาส 3/2564
กําไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ในไตรมาสที่ 4/2564 กลุ่มบริษัทฯ บันทึกขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ 245.9 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากสินทรัพย์ของกลุ่มบริษัท ฯ ซึ่งอิงสกุลเงินตราต่างประเทศ มีมูลค่าลดลงจากการอ่อนค่าของเงินสกุลเงินตราต่างประเทศเทียบกับสกุลเงินบาท ในระหว่างไตรมาส /2564 ส่งผลให้มีการรับรู้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=22497 out_tok=3556 at=2026-07-27T08:25:24 -->
# BCPG กำไรสุทธิ Q2/64 พุ่ง 59.3% รับแรงหนุนโครงการใหม่-โรงไฟฟ้าลาว
## รายได้-กำไรโตเด่นจากโครงการใหม่และการผลิตไฟฟ้าเพิ่มในลาว ขณะที่กำไรปกติเติบโต 33.6% YoY
บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 565.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 8.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักจากการรับรู้ผลการดำเนินงานเต็มไตรมาสจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ใหม่ในไทย 4 โครงการ และการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในโรงไฟฟ้าที่อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ที่ปรับตัวดีขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BCPG ในไตรมาส 2/2564 คือ **การรับรู้ผลการดำเนินงานเต็มไตรมาสจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ใหม่ในประเทศไทย 4 โครงการ (รวม 20 เมกะวัตต์) ที่เข้าซื้อตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2563** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติเติบโต 33.6% YoY เป็น 503.9 ล้านบาท นอกจากนี้ **การผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ "Nam San 3A" และ "Nam San 3B" ใน สปป.ลาว** จากปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้น และ **ส่วนแบ่งกำไรที่สูงขึ้นจากโรงไฟฟ้าพลังความร้อนใต้พิภพในอินโดนีเซีย** จากอัตราค่าไฟที่เพิ่มขึ้นและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของกำไรโดยรวม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ใหม่ในไทย:** การรับรู้รายได้และผลกำไรเต็มไตรมาสจากโครงการที่เข้าซื้อมาตั้งแต่ปีก่อน ประกอบกับการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า ทำให้โครงการเหล่านี้สามารถสร้างรายได้และกำไรได้อย่างต่อเนื่อง
* **โรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว:** ปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้นส่งผลโดยตรงต่ออัตราความสามารถผลิตไฟฟ้า (Capacity Factor) ของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Nam San 3A และ Nam San 3B ให้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (จาก 29.3% ใน Q2/63 เป็น 41.0% ใน Q2/64) ซึ่งสอดคล้องกับปัจจัยฤดูกาล (Seasonal factor) ที่ปกติไตรมาส 2 จะเข้าสู่ช่วง High season ของการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ
* **โรงไฟฟ้าพลังความร้อนใต้พิภพในอินโดนีเซีย:** ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นมาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ อัตราค่าไฟฟ้าที่ปรับสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน และการลดลงของค่าใช้จ่ายทางการเงินจากการชำระคืนเงินต้นและอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง นอกจากนี้ การลดลงของวันหยุดซ่อมบำรุงในไตรมาส 2/64 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/64 ก็ช่วยเพิ่มปริมาณการผลิตไฟฟ้าและส่วนแบ่งกำไร
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะจากปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับโครงการใหม่และการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าเดิมที่ปรับปรุงประสิทธิภาพแล้ว สำหรับโรงไฟฟ้าพลังน้ำในลาว การผลิตไฟฟ้าจะยังคงขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนและปัจจัยฤดูกาล ส่วนโรงไฟฟ้าในอินโดนีเซีย การเพิ่มขึ้นของอัตราค่าไฟฟ้าและต้นทุนทางการเงินที่ลดลงมีแนวโน้มที่จะส่งผลดีต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านฤดูกาลของพลังงานลมในฟิลิปปินส์ที่ส่งผลให้ปริมาณการขายไฟฟ้าลดลงในไตรมาส 2/64 อาจเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะสั้น
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/64 พุ่ง 59.3% YoY เป็น 565.1 ล้านบาท** และ **กำไรจากการดำเนินงานปกติโต 33.6% YoY เป็น 503.9 ล้านบาท**
* **รายได้จากการขายและบริการรวมเพิ่มขึ้น 12.2% YoY เป็น 1,088.2 ล้านบาท** โดยมีแรงหนุนหลักจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไทย, โรงไฟฟ้าพลังงานลมในไทย และโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 53.3% YoY เป็น 157.0 ล้านบาท** จากโรงไฟฟ้าพลังงานลมฟิลิปปินส์และโรงไฟฟ้าพลังความร้อนใต้พิภพอินโดนีเซีย
* **EBITDA จากการดำเนินงานเติบโต 15.4% YoY เป็น 992.1 ล้านบาท**
* **การลงทุนเชิงกลยุทธ์:** เข้าลงทุนใน "เอ็นเรส" (Energy Response) สตาร์ทอัพด้านโซลูชั่นพลังงานอัจฉริยะ และลงทุนใน "วีอาร์บี เอนเนอร์ยี่" (VRB Energy) ผู้ผลิตแบตเตอรี่สำหรับระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่
* **โครงการ Monsoon ใน สปป.ลาว:** บริษัทร่วม IEAD เข้าทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับ Vietnam Electricity สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมขนาด 600 เมกะวัตต์ คาดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ปี 2568
## ภาพรวมผลประกอบการ
BCPG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 ที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,088.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.2% YoY และ 4.0% QoQ ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย, โรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศไทย และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ "Nam San 3A" & "Nam San 3B" ใน สปป.ลาว นอกจากนี้ ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 53.3% YoY เป็น 157.0 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติเติบโต 33.6% YoY เป็น 503.9 ล้านบาท และกำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 565.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.3% YoY
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2564 รายได้รวมอยู่ที่ 2,134.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.0% YoY และกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 992.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.1% YoY โดยการเติบโตดังกล่าวมาจากปัจจัยหลักคล้ายคลึงกับไตรมาส 2 คือ การรับรู้ผลการดำเนินงานเต็ม 6 เดือนจากโครงการใหม่, การดำเนินงานที่ดีขึ้นของโรงไฟฟ้าเดิม และการได้รับอัตราค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น
## โอกาส
* **การขยายกำลังการผลิต:** การรับรู้ผลการดำเนินงานเต็มที่จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ใหม่ในไทย 4 โครงการ และการเดินหน้าพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Monsoon ขนาด 600 เมกะวัตต์ใน สปป.ลาว ซึ่งได้ทำสัญญา PPA แล้ว
* **การลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต:** การเข้าลงทุนในสตาร์ทอัพด้านโซลูชั่นพลังงานอัจฉริยะ (เอ็นเรส) และบริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่สำหรับระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ (วีอาร์บี เอนเนอร์ยี่) สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ในการปรับตัวเข้าสู่ธุรกิจพลังงานแห่งอนาคต และสร้าง Synergy กับธุรกิจหลัก
* **การบริหารต้นทุนทางการเงิน:** การออกหุ้นกู้สกุลเงินบาทเพื่อชำระคืนหนี้เดิมที่มีอัตราดอกเบี้ยลอยตัวและเงินสกุลต่างประเทศ จะช่วยลดความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยน
* **การเติบโตของพลังงานสะอาด:** นโยบายสนับสนุนพลังงานสะอาดของภาครัฐในหลายประเทศที่ BCPG เข้าไปลงทุน เป็นปัจจัยบวกต่อการดำเนินธุรกิจในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ:** นโยบายของภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจส่งผลกระทบต่อโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและโอกาสทางธุรกิจในอนาคต
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การแข็งค่าหรืออ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินต่างประเทศ (USD, JPY) อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรจากการแปลงค่างบการเงิน
* **ความเสี่ยงด้านเครดิตของคู่สัญญา:** แม้จะมีการกระจายความเสี่ยงของคู่สัญญาแล้ว แต่การพึ่งพารัฐวิสาหกิจไฟฟ้าในบางประเทศ เช่น การชำระเงินค่าไฟฟ้าจาก EDL ในลาวที่ล่าช้ากว่าปกติ ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม
* **ปัจจัยทางฤดูกาล:** การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนยังคงได้รับผลกระทบจากปัจจัยทางฤดูกาล เช่น สภาพอากาศ แสงแดด และปริมาณน้ำ ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณการผลิตไฟฟ้าในแต่ละช่วงเวลา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Monsoon:** การพัฒนาโครงการ 600 เมกะวัตต์ใน สปป.ลาว และการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามกำหนดเพื่อเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2568
* **ผลตอบรับจากการลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะและระบบกักเก็บพลังงาน:** การนำโซลูชั่นจากเอ็นเรส และเทคโนโลยีแบตเตอรี่จาก VRB Energy มาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของ BCPG
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** ความคืบหน้าในการออกหุ้นกู้เพื่อ Refinance หนี้เดิม และผลต่อต้นทุนทางการเงินและโครงสร้างหนี้สิน
* **การชำระเงินค่าไฟฟ้าจาก EDL (ลาว):** การติดตามการชำระเงินค่าไฟฟ้าของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำในลาว เพื่อให้ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยกลับสู่ระดับปกติ
* **การดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังงานลมในฟิลิปปินส์:** ผลกระทบจากปัจจัยฤดูกาลของลม และแนวโน้มการผลิตไฟฟ้าในไตรมาสถัดไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **กำลังการผลิตตามสัญญา:** ณ สิ้นไตรมาส 2/2564 อยู่ที่ 475.4 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้น 5.1% YoY จากการรับรู้โครงการโซลาร์ใหม่ในไทย 20 เมกะวัตต์ และการเปิดดำเนินการโซลาร์รูฟท็อปเพิ่มเติม
* **รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไทย:** เพิ่มขึ้น 8.4% YoY เป็น 803.0 ล้านบาท จากปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น 11.3% YoY จากโครงการใหม่ แม้ Capacity Factor จะลดลงเล็กน้อย QoQ
* **รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานลมในไทย:** เพิ่มขึ้น 40.1% YoY เป็น 15.0 ล้านบาท จากกำลังลมที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ Capacity Factor สูงขึ้น YoY แต่ลดลง QoQ เนื่องจากเป็นช่วงนอกฤดู
* **รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว:** เพิ่มขึ้น 35.9% YoY เป็น 213.1 ล้านบาท จากปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น 39.7% YoY จาก Capacity Factor ที่สูงขึ้นจากการมีปริมาณน้ำฝนเพิ่มขึ้น และเข้าสู่ช่วง High season
* **รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น:** ลดลง 8.5% YoY เป็น 48.3 ล้านบาท เนื่องจากความเข้มแสงลดลง แต่เพิ่มขึ้น 10.2% QoQ จากสภาพอากาศที่ปลอดโปร่งขึ้น
* **ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าพลังงานลมฟิลิปปินส์:** พลิกจากขาดทุน YoY เป็นกำไร 4.5 ล้านบาท จาก Capacity Factor ที่เพิ่มขึ้นและอัตราค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น แต่ลดลง QoQ เนื่องจากเข้าสู่ช่วง Low season ของลม
* **ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าพลังความร้อนใต้พิภพอินโดนีเซีย:** เพิ่มขึ้น 29.8% YoY เป็น 152.6 ล้านบาท จากอัตราค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น, ปริมาณการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้น Q2/64 อยู่ที่ 51,763.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% จากสิ้นปี 2563 โดยมีปัจจัยจากการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนในบริษัทร่วมและทรัพย์สินไม่มีตัวตนจากการแข็งค่าของเงินสกุลต่างประเทศ
* **หนี้สินรวม:** อยู่ที่ 27,639.6 ล้านบาท ลดลง 3.6% จากสิ้นปี 2563 หลักๆ จากการชำระคืนเงินกู้ระยะสั้น
* **หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย:** สัดส่วนหนี้สินระยะสั้น (น้อยกว่า 1 ปี) ลดลงจากการชำระคืนเงินกู้ระยะสั้น สัดส่วนหนี้สินสกุล USD เพิ่มขึ้นจากการเบิกเงินกู้เพื่อเตรียมลงทุนในอนาคต สัดส่วนหนี้สินอัตราดอกเบี้ยลอยตัวยังคงสูงที่ 84.8%
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 7.0% จากสิ้นปี 2563 เป็น 24,055.2 ล้านบาท จากการเติบโตของผลประกอบการ
* **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน:** 1,451.1 ล้านบาท ใน 6 เดือนแรกปี 2564 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน
* **กระแสเงินสดจากการลงทุน:** ใช้ไป 4,026.0 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุนระยะสั้น
* **กระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน:** ใช้ไป 2,439.6 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากการชำระคืนเงินกู้
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด:** ณ สิ้น Q2/64 อยู่ที่ 6,297.6 ล้านบาท
* **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 1.1 เท่า ลดลงจาก 1.5 เท่าใน Q2/63
## สรุปท้าย
BCPG โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2/2564 แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเติบโตโดดเด่น 59.3% YoY จากการรับรู้รายได้เต็มที่ของโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ในไทย และการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้าพลังน้ำในลาว ประกอบกับส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในต่างประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและนโยบายภาครัฐ แต่การลงทุนเชิงกลยุทธ์ในเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคตและการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินอย่างต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BCPG ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,066.21
ล้านบาท
↑ 5.5% YoY
กำไรขั้นต้น
426.42
ล้านบาท
↓ 5.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.99
%
กำไรสุทธิ
727.25
ล้านบาท
↑ 343.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
68.21
%
D/E Ratio
1.03
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,066
↑ + 5.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
426
↓ -5.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
727
↑ + 343.9%
YoY
D/E Ratio
1.03
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BCPG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.03
ROE (%)
2.91
ROA (%)
4.40
Book Value/หุ้น
9.67
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BCPG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-660
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-572
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BCPG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-660.16
-56.89%
|
-1,531.41
-22.34%
|
-1,972.02
+1.75%
|
-1,938.18
+110.93%
|
-918.87
-238.15%
|
665.12
-5.98%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-572.47
-83.00%
|
-3,367.65
-125.43%
|
13,244.36
-178.07%
|
-16,964.93
-388.42%
|
5,882.02
-210.79%
|
-5,309.35
-10.78%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
582.62
-75.91%
|
2,418.23
-145.75%
|
-5,285.76
-211.76%
|
4,729.77
-18.00%
|
5,768.28
-52.20%
|
12,068.13
+315.92%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-688.50
-72.31%
|
-2,486.55
-142.01%
|
5,918.63
-142.39%
|
-13,963.28
-234.50%
|
10,381.58
+39.92%
|
7,419.40
-720.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
7,345.50
-24.97%
|
9,789.84
-51.85%
|
20,332.83
+81.09%
|
11,227.72
+0.80%
|
11,138.26
+670.71%
|
1,445.19
-40.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
5,170.21
-29.61%
|
7,345.50
-24.97%
|
9,789.84
-51.85%
|
20,332.83
+81.09%
|
11,227.72
+0.80%
|
11,138.26
+670.71%
|