บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
10.80
+0.10 (+0.93%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8768 out_tok=2372 at=2026-07-25T07:49:16 -->
# BAFS ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิเป็นกำไรจากการฟื้นตัวธุรกิจการบิน-พลังงาน
## รายได้-กำไรฟื้นตัวชัดเจน รับอานิสงส์ท่องเที่ยวกลับมา ขณะที่ธุรกิจพลังงานไฟฟ้าหนุนต่อเนื่อง
บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS รายงานผลประกอบการปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะธุรกิจบริการเติมน้ำมันอากาศยานที่ได้รับอานิสงส์จากการกลับมาของภาคการท่องเที่ยวและการเดินทางทางอากาศที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้ายังคงเป็นแรงหนุนสำคัญต่อเนื่อง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ BAFS พลิกจากผลขาดทุนในปี 2564 มามีกำไรสุทธิในปี 2565 มาจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ การฟื้นตัวอย่างชัดเจนของธุรกิจบริการเติมน้ำมันอากาศยาน และการรับรู้รายได้เต็มปีจากธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือการพลิกกลับมามีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน โดยในปี 2565 กลุ่มบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 281.4 ล้านบาท ซึ่งดีขึ้นถึง 64.1% จากปี 2564 ที่ขาดทุน 784.8 ล้านบาท ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการฟื้นตัวของปริมาณน้ำมันอากาศยานที่ให้บริการเพิ่มขึ้น 83% และจำนวนเที่ยวบินที่ให้บริการเติบโต 107% ประกอบกับการรับรู้รายได้จากธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าเต็มปี
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของธุรกิจบริการเติมน้ำมันอากาศยานเป็นผลโดยตรงจากการที่เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวและการเดินทางทางอากาศที่กลับมาคึกคัก จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยในปี 2565 สูงถึง 11.8 ล้านคน และการประกาศเปิดประเทศจีนส่งผลให้คาดการณ์นักท่องเที่ยวจีนจะเดินทางเข้าไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2566 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อปริมาณการใช้น้ำมันอากาศยาน
สำหรับธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า การรับรู้รายได้เต็มปี 12 เดือนในปี 2565 เทียบกับ 10 เดือนในปี 2564 ทำให้รายได้จากส่วนนี้เพิ่มขึ้น 22.7% และมีส่วนช่วยหนุนผลประกอบการโดยรวมให้ดีขึ้น
นอกจากนี้ การปรับลดค่าใช้จ่ายตามมาตรการลดผลกระทบจาก COVID-19 เช่น ค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าซ่อมบำรุง และการโอนสิทธิการบริหารทรัพย์สินระบบท่อส่งน้ำมัน (ช่วงกรุงเทพ-บางปะอิน) ให้กับ BFPL ทำให้ FPT รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องน้อยลง ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจบริการเติมน้ำมันอากาศยาน เนื่องจากแนวโน้มการท่องเที่ยวและการเดินทางทางอากาศคาดว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่องในปี 2566 โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประเมินว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยไม่ต่ำกว่า 5 ล้านคน และตั้งเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวรวม 25 ล้านคน ซึ่งจะส่งผลดีต่อปริมาณการให้บริการของ BAFS
ส่วนธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า การรับรู้รายได้เต็มปีจะยังคงเป็นปัจจัยบวกต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อการเติบโต ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว สงครามรัสเซีย-ยูเครน และปัญหาค่าครองชีพที่ทรงตัวสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางทางอากาศในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ:** ปี 2565 กลุ่มบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้น 281.4 ล้านบาท ดีขึ้น 64.1% จากปี 2564 ที่ขาดทุน 784.8 ล้านบาท
* **รายได้รวมเติบโต 40.3%:** อยู่ที่ 2,334.3 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของธุรกิจการบินและรับรู้รายได้ธุรกิจไฟฟ้าเต็มปี
* **ธุรกิจการบินฟื้นตัวชัดเจน:** ปริมาณน้ำมันอากาศยานให้บริการเพิ่มขึ้น 83% และจำนวนเที่ยวบินเพิ่มขึ้น 107%
* **ธุรกิจไฟฟ้าหนุนต่อเนื่อง:** รายได้จากการขายพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 22.7% จากการรับรู้รายได้เต็มปี
* **EBITDA พุ่ง 162.3%:** อยู่ที่ 974.2 ล้านบาท สะท้อนการดำเนินงานที่ดีขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 2,334.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.3% เมื่อเทียบกับปี 2564 โดยรายได้หลักมาจากธุรกิจการบิน 72% ธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า 15% และธุรกิจขนส่งน้ำมันทางท่อ 13% ต้นทุนบริการและต้นทุนขายรวมอยู่ที่ 1,514.7 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า แม้จะมีค่าตอบแทนการอนุญาตให้ประกอบกิจการเติมน้ำมันอากาศยานเพิ่มขึ้น แต่ก็ถูกชดเชยด้วยการลดลงของค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการโอนสิทธิการบริหารทรัพย์สินระบบท่อส่งน้ำมัน
อัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก -0.8% ในปี 2564 เป็น 24.7% ในปี 2565 EBITDA เพิ่มขึ้น 162.3% เป็น 974.2 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม กลุ่มบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้น 281.4 ล้านบาท ซึ่งดีขึ้นอย่างมากจากปีก่อนหน้า เนื่องจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 28.1% จากการกู้ยืมเงินเพิ่มขึ้น
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว:** จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักให้ธุรกิจบริการเติมน้ำมันอากาศยานเติบโต
* **การขยายธุรกิจพลังงาน:** การลงทุนในธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า รวมถึงการศึกษา Bio Jet Fuel เป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** มาตรการลดค่าใช้จ่ายและประสิทธิภาพในการดำเนินงานจะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
* **โครงการ ESG:** การมุ่งมั่นสู่เป้าหมายความยั่งยืน เช่น Carbon Neutrality และการพัฒนาโครงการสีเขียว จะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์และโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **เศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางทางอากาศในระยะยาว
* **ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์:** สงครามรัสเซีย-ยูเครน และความตึงเครียดในเอเชียตะวันออก อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบิน
* **ค่าครองชีพสูง:** อาจส่งผลต่อกำลังซื้อและการเดินทางของผู้บริโภค
* **ต้นทุนทางการเงิน:** การกู้ยืมเงินที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **จำนวนนักท่องเที่ยว:** โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ที่จะส่งผลโดยตรงต่อปริมาณการใช้น้ำมันอากาศยาน
* **สถานการณ์เศรษฐกิจโลก:** ผลกระทบต่อการเดินทางทางอากาศและราคาน้ำมัน
* **ความคืบหน้าโครงการ Bio Jet Fuel:** โอกาสในการพัฒนาธุรกิจเชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืน
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาอัตรากำไร
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** ที่อาจส่งผลต่อธุรกิจพลังงานและเชื้อเพลิงอากาศยาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ปริมาณการให้บริการน้ำมันอากาศยาน:** เพิ่มขึ้น 83% เป็น 2,990 ล้านลิตร สะท้อนการฟื้นตัวของภาคการบิน
* **ปริมาณขนส่งน้ำมันทางท่อ (NFPT):** เพิ่มขึ้น 24% เป็น 410 ล้านลิตร
* **รายได้จากการขายพลังงานไฟฟ้า:** เพิ่มขึ้น 22.7% เป็น 331.6 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้เต็มปี
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก -0.8% เป็น 24.7%
* **EBITDA Margin:** อยู่ที่ 41.7%
* **การลงทุนในธุรกิจพลังงาน:** การเข้าลงทุนในธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 เป็นปัจจัยหนุนรายได้และกำไร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 23,724.5 ล้านบาท ลดลง 3.5% หนี้สินรวม 17,772.8 ล้านบาท ลดลง 2.7% อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2.5:1
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน:** เป็นบวก 566.0 ล้านบาท
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน:** เป็นบวก 646.3 ล้านบาท
* **กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน:** 1,251.8 ล้านบาท โดยมีการจ่ายคืนเงินกู้สถาบันการเงิน 1,341.7 ล้านบาท
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด:** 522.7 ล้านบาท
## สรุปท้าย
BAFS แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งในปี 2565 โดยสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้ จากปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือการกลับมาของภาคการท่องเที่ยวและการเดินทางทางอากาศที่ส่งผลดีต่อธุรกิจบริการเติมน้ำมันอากาศยาน ประกอบกับการรับรู้รายได้เต็มปีจากธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า แม้จะมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก แต่แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจหลักยังคงมีทิศทางที่ดีต่อเนื่อง ซึ่งต้องจับตาการบริหารจัดการต้นทุนและโอกาสในการขยายธุรกิจพลังงานเพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BAFS ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
948.98
ล้านบาท
↓ 0.7% YoY
กำไรขั้นต้น
379.08
ล้านบาท
↑ 4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.95
%
กำไรสุทธิ
7.18
ล้านบาท
↓ 114.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.76
%
D/E Ratio
2.43
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
949
↓ -0.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
379
↑ + 4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
7
↓ -114.4%
YoY
D/E Ratio
2.43
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BAFS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.43
ROE (%)
3.96
ROA (%)
4.15
Book Value/หุ้น
8.42
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BAFS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-975
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+360
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BAFS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-974.64
+18.05%
|
-825.62
+25.19%
|
-659.48
-344.79%
|
269.41
-85.58%
|
1,868.41
-316.56%
|
-862.76
+12.15%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
359.77
-196.48%
|
-372.88
-31.40%
|
-543.55
-59.71%
|
-1,349.04
-248.57%
|
908.04
-25.69%
|
1,221.93
-1.49%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-334.77
-124.56%
|
1,362.87
+127.01%
|
600.36
-37.21%
|
956.20
-135.51%
|
-2,693.04
+10.65%
|
-2,433.88
+436.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-947.68
-677.40%
|
164.13
-127.07%
|
-606.28
+390.00%
|
-123.73
-248.29%
|
83.44
-104.02%
|
-2,074.81
-11,949.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
555.37
+6.27%
|
522.58
-0.02%
|
522.67
-7.00%
|
562.01
-30.15%
|
804.62
-43.59%
|
1,426.49
-5.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
419.36
-24.49%
|
555.37
+6.27%
|
522.58
-0.02%
|
522.67
-7.00%
|
562.01
-30.15%
|
804.62
-43.59%
|