บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
10.80
+0.10 (+0.93%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6623 out_tok=2768 at=2026-07-25T02:28:49 -->
# BAFS กำไรสุทธิ Q2/66 พุ่ง 109% รับปริมาณน้ำมันอากาศยานฟื้นตัว
## รายได้-กำไรโตแรงตามการท่องเที่ยวที่กลับมา ขณะที่ต้นทุนบริการเพิ่มน้อยกว่ารายได้ ทำ GPM พุ่ง
บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้น 10.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 109% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของปริมาณน้ำมันอากาศยานที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่กลับมา ประกอบกับการบริหารต้นทุนที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BAFS ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของปริมาณน้ำมันอากาศยานที่ให้บริการ ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้นกว่า 25.3 เท่าในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 ส่งผลโดยตรงต่อจำนวนเที่ยวบินและการใช้บริการน้ำมันอากาศยานที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) และท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) โดยปริมาณน้ำมันอากาศยานที่ให้บริการเพิ่มขึ้นถึง 60% ในไตรมาส 2 ปี 2566 และ 74% ในรอบ 6 เดือนแรกของปี 2566 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกจากนี้ ปริมาณการขนส่งน้ำมันผ่านท่อของบริษัทย่อย (FPT) ในโครงการ NFPT ก็เติบโตขึ้นถึง 93% ในไตรมาส 2 ปี 2566 และ 105% ในรอบ 6 เดือนแรกของปี 2566
ในด้านต้นทุน แม้ว่าต้นทุนการให้บริการและต้นทุนการขายจะเพิ่มขึ้น 12% ในไตรมาส 2 ปี 2566 และ 15% ในรอบ 6 เดือนแรกของปี 2566 แต่เป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อยกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ ทำให้กลุ่มบริษัทมีกำไรขั้นต้น 291.0 ล้านบาท และ 592.7 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ 40% ในทั้งสองช่วงเวลา ซึ่งปรับตัวดีขึ้นอย่างมากจาก 20% ในไตรมาส 2 ปี 2565 และ 17% ในรอบ 6 เดือนแรกของปี 2565
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่าสถานการณ์การท่องเที่ยวไทยมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติและการเพิ่มเส้นทางบินของสายการบินต่างๆ รวมถึงการที่โครงการก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT-1) ที่ ทสภ. แล้วเสร็จและจะเริ่มทดสอบระบบในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งจะเพิ่มหลุมจอดและขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารของสนามบินให้สูงขึ้นเป็น 60 ล้านคนต่อปี ปัจจัยเหล่านี้ล้วนสนับสนุนการเติบโตของปริมาณการให้บริการน้ำมันอากาศยานในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/66 พุ่ง 109% YoY:** อยู่ที่ 10.7 ล้านบาท จาก 5.1 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q2/66 โต 47% YoY:** อยู่ที่ 743.2 ล้านบาท จาก 505.6 ล้านบาทในปีก่อน
* **ปริมาณน้ำมันอากาศยานบริการ Q2/66 เพิ่ม 60% YoY:** สอดคล้องกับการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว
* **ปริมาณขนส่งน้ำมันทางท่อ FPT (NFPT) Q2/66 เพิ่ม 93% YoY:** หนุนรายได้ธุรกิจท่อ
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) พุ่งสู่ 40%:** จาก 20% ใน Q2/65 และ 17% ใน 6M/65 จากต้นทุนบริการเพิ่มน้อยกว่ารายได้
* **EBITDA Margin แข็งแกร่งที่ 50%:** ในรอบ 6 เดือนแรกของปี 2566
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 BAFS มีรายได้รวม 743.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้ค่าบริการและรายได้จากการขาย 644.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57% จากการฟื้นตัวของปริมาณน้ำมันอากาศยานและปริมาณการขนส่งน้ำมันทางท่อ ขณะที่รายได้จากการขายพลังงานไฟฟ้าลดลงเล็กน้อย 1% อยู่ที่ 85.5 ล้านบาท และมีรายได้เงินปันผล 31.6 ล้านบาท ลดลง 37% จากปีก่อน
ต้นทุนการให้บริการและต้นทุนการขายรวมอยู่ที่ 406.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นน้อยกว่ารายได้ ทำให้กลุ่มบริษัทมีกำไรขั้นต้น 291.0 ล้านบาท และมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 40% ซึ่งปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อน
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 16% เป็น 180.2 ล้านบาท เนื่องจากมีการยกเลิกมาตรการหยุดงานแบบไม่รับเงินเดือนของพนักงาน ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 18% เป็น 158.5 ล้านบาท ตามทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของตลาด
ส่งผลให้ในไตรมาส 2 ปี 2566 กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้น 10.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 109% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีอัตรากำไรสุทธิ 2% สำหรับรอบ 6 เดือนแรกของปี 2566 มีกำไรสุทธิ 62.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 132% และมีอัตรากำไรสุทธิ 1%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการบิน:** จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการเพิ่มเส้นทางบินของสายการบินต่างๆ เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักต่อปริมาณการให้บริการน้ำมันอากาศยาน
* **โครงการ SAT-1 ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ:** การเปิดใช้งานโครงการ SAT-1 จะเพิ่มหลุมจอดและขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารของสนามบิน ซึ่งจะส่งผลดีต่อปริมาณการให้บริการในอนาคต
* **การเติบโตของธุรกิจขนส่งน้ำมันทางท่อ:** ปริมาณการขนส่งน้ำมันผ่านท่อ NFPT ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง สนับสนุนรายได้และกำไรของบริษัทย่อย
* **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การควบคุมต้นทุนบริการให้เพิ่มขึ้นน้อยกว่ารายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ:** แม้ว่า BAFS จะไม่ได้มีรายได้โดยตรงจากราคาน้ำมันดิบ แต่ความผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานและกำลังซื้อของสายการบิน
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** แม้ว่า BAFS จะมีส่วนแบ่งการตลาดที่สูง แต่การแข่งขันจากผู้ให้บริการรายอื่นอาจเกิดขึ้นได้
* **ปัจจัยภายนอกที่กระทบต่ออุตสาหกรรมการบิน:** เช่น สถานการณ์โรคระบาด, ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์, หรือภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณเที่ยวบินและปริมาณการใช้น้ำมันอากาศยาน
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของตลาดส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทเพิ่มสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติและการฟื้นตัวของเที่ยวบิน:** ติดตามแนวโน้มการเติบโตอย่างใกล้ชิด
* **ความคืบหน้าการทดสอบระบบและการเปิดใช้งานโครงการ SAT-1:** ประเมินผลกระทบต่อปริมาณการให้บริการ
* **ปริมาณการขนส่งน้ำมันผ่านท่อ FPT:** โดยเฉพาะโครงการ NFPT
* **แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย:** ผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงิน
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
ในฐานะผู้ให้บริการเชื้อเพลิงการบิน BAFS ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบิน โดยปริมาณน้ำมันอากาศยานที่ให้บริการเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตามจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น การเติบโตของรายได้ค่าบริการ 57% ในไตรมาส 2 ปี 2566 สะท้อนถึงการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
ธุรกิจขนส่งน้ำมันทางท่อผ่านบริษัทย่อย FPT ก็เป็นอีกเสาหลักที่เติบโตแข็งแกร่ง โดยปริมาณการขนส่งน้ำมันผ่านท่อ NFPT เพิ่มขึ้นถึง 93% ในไตรมาส 2 ปี 2566 ซึ่งสนับสนุนรายได้และกำไรของกลุ่มบริษัท
อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายพลังงานไฟฟ้าและรายได้เงินปันผลมีการปรับตัวลดลงเล็กน้อย โดยรายได้จากการขายไฟฟ้าลดลง 1% และรายได้เงินปันผลลดลง 37% ซึ่งเป็นผลมาจากการผลิตไฟฟ้าที่ลดลงเล็กน้อยและเงินปันผลที่ได้รับในปี 2565 ที่มีจำนวนมากจากการดำเนินงานของปีก่อนหน้า
การบริหารต้นทุนเป็นจุดเด่นสำคัญในรอบนี้ โดยต้นทุนบริการเพิ่มขึ้นน้อยกว่ารายได้ ทำให้ GPM ขยายตัวขึ้นอย่างมาก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันกำไรสุทธิให้เติบโตสูงถึง 109%
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 23,221.8 ล้านบาท ลดลง 2% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 671.2 ล้านบาท มีเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 624.4 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงการดำเนินงานที่สร้างกระแสเงินสดได้ดี
หนี้สินรวมอยู่ที่ 17,273.6 ล้านบาท ลดลง 3% โดยมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Interest Bearing Debts to Equity) ที่ 2.4 ต่อ 1 เท่า เงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้นจากการเบิกถอนเพื่อบริหารสภาพคล่อง ขณะที่เงินกู้ยืมระยะยาวลดลงจากการชำระคืน
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 5,948.2 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.1% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทเพิ่มขึ้น 1%
## สรุปท้าย
BAFS ในไตรมาส 2 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง โดยมีหัวใจกำไรอยู่ที่ปริมาณน้ำมันอากาศยานที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการกลับมาของภาคการท่องเที่ยว ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตกว่า 109% โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่จากการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมการบินและโครงการ SAT-1 ที่จะเพิ่มขีดความสามารถของสนามบิน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันและปัจจัยภายนอกที่อาจกระทบต่ออุตสาหกรรมการบิน รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่อาจสูงขึ้นตามทิศทางดอกเบี้ย
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BAFS ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
948.98
ล้านบาท
↓ 0.7% YoY
กำไรขั้นต้น
379.08
ล้านบาท
↑ 4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.95
%
กำไรสุทธิ
7.18
ล้านบาท
↓ 114.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.76
%
D/E Ratio
2.43
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
949
↓ -0.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
379
↑ + 4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
7
↓ -114.4%
YoY
D/E Ratio
2.43
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BAFS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.43
ROE (%)
3.96
ROA (%)
4.15
Book Value/หุ้น
8.42
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BAFS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-975
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+360
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BAFS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-974.64
+18.05%
|
-825.62
+25.19%
|
-659.48
-344.79%
|
269.41
-85.58%
|
1,868.41
-316.56%
|
-862.76
+12.15%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
359.77
-196.48%
|
-372.88
-31.40%
|
-543.55
-59.71%
|
-1,349.04
-248.57%
|
908.04
-25.69%
|
1,221.93
-1.49%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-334.77
-124.56%
|
1,362.87
+127.01%
|
600.36
-37.21%
|
956.20
-135.51%
|
-2,693.04
+10.65%
|
-2,433.88
+436.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-947.68
-677.40%
|
164.13
-127.07%
|
-606.28
+390.00%
|
-123.73
-248.29%
|
83.44
-104.02%
|
-2,074.81
-11,949.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
555.37
+6.27%
|
522.58
-0.02%
|
522.67
-7.00%
|
562.01
-30.15%
|
804.62
-43.59%
|
1,426.49
-5.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
419.36
-24.49%
|
555.37
+6.27%
|
522.58
-0.02%
|
522.67
-7.00%
|
562.01
-30.15%
|
804.62
-43.59%
|