บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
10.80
+0.10 (+0.93%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11437 out_tok=2788 at=2026-07-25T07:20:20 -->
# BAFS Q3/66 กำไรสุทธิพลิกบวก รับแรงหนุนธุรกิจ Aviation ฟื้นตัว
## รายได้ Aviation พุ่ง 36% ดัน EBITDA เติบโต 21% ขณะที่ธุรกิจ Utilities และ Power เผชิญแรงกดดันจากปัจจัยเฉพาะ
บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 2.9 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 43 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจบริการเชื้อเพลิงการบิน (Aviation) ที่ได้รับอานิสงส์จากการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติและการเพิ่มขึ้นของเที่ยวบิน ขณะที่ธุรกิจระบบท่อขนส่งน้ำมัน (Utilities) และธุรกิจผลิตไฟฟ้า (Power) ยังคงเผชิญความท้าทายจากปัจจัยเฉพาะของแต่ละธุรกิจ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BAFS ในไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 2.9 ล้านบาท (จากขาดทุน 43 ล้านบาท YoY) และมี EBITDA เพิ่มขึ้น 21% เป็น 349.1 ล้านบาท มาจาก **การฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของกลุ่มธุรกิจ Aviation** ซึ่งมีรายได้รวมเพิ่มขึ้นถึง 36% และ EBITDA เพิ่มขึ้น 48% โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยานเพิ่มขึ้น 31% และจำนวนเที่ยวบินเพิ่มขึ้น 32% ซึ่งส่งผลให้ EBITDA Margin ของกลุ่มธุรกิจนี้ปรับตัวดีขึ้นจาก 46% เป็น 51%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของกลุ่มธุรกิจ Aviation เป็นผลโดยตรงจากการกลับมาของภาคการท่องเที่ยวไทยที่เห็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม 9 เดือนแรกของปี 2566 สูงถึง 20.0 ล้านคน และการที่สายการบินต่างๆ เพิ่มเส้นทางบินและจำนวนเที่ยวบินในช่วงฤดูหนาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง ซึ่งเป็นฐานการดำเนินงานหลักของ BAFS ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น เช่น ค่า Airport Concession Fee (ACF) และค่าใช้จ่ายบุคลากร (จากการยกเลิกมาตรการ Leave without pay) มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นน้อยกว่ารายได้ที่เติบโต ทำให้ EBITDA Margin ปรับตัวดีขึ้น
ในทางตรงกันข้าม กลุ่มธุรกิจ Utilities มีรายได้เพิ่มขึ้น 13% จากปริมาณขนส่งน้ำมันทางท่อที่เพิ่มขึ้น 66% แต่ EBITDA กลับลดลง 36% เนื่องจากในปีก่อนมีรายการพิเศษที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติเข้ามาช่วยหนุน EBITDA ทำให้ฐานเปรียบเทียบสูง ในขณะที่กลุ่มธุรกิจ Power รายได้ลดลง 4% และ EBITDA ลดลง 39% เนื่องจากสัญญาเงินอุดหนุนส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) ของบริษัทย่อยแห่งหนึ่งสิ้นสุดลงในเดือนมิถุนายน 2566 ประกอบกับมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** สำหรับกลุ่มธุรกิจ Aviation โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในไตรมาส 4/2566 จากมาตรการฟรีวีซ่าและเข้าสู่ช่วง High Season อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวยังได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันและอัตราเงินเฟ้อที่อาจเพิ่มขึ้นจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว สำหรับกลุ่มธุรกิจ Utilities การเติบโตของปริมาณขนส่งน้ำมันทางท่อมีแนวโน้มต่อเนื่องจากการทำการตลาดเชิงรุก แต่ผลกระทบจากรายการพิเศษในปีก่อนจะยังคงทำให้ EBITDA Margin เปรียบเทียบกับปีก่อนดูอ่อนแอลง ส่วนกลุ่มธุรกิจ Power การสิ้นสุดสัญญา Adder จะส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ:** BAFS กลับมามีกำไรสุทธิ 2.9 ล้านบาทในไตรมาส 3/2566 จากขาดทุน 43 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
* **Aviation ฟื้นตัวแรง:** รายได้กลุ่มธุรกิจ Aviation เพิ่มขึ้น 36% YoY จากปริมาณเติมน้ำมันอากาศยานที่เพิ่มขึ้น 31% และจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น 32%
* **EBITDA เติบโต:** EBITDA รวมเพิ่มขึ้น 21% YoY เป็น 349.1 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนหลักจากกลุ่ม Aviation
* **Utilities เผชิญฐานเปรียบเทียบสูง:** แม้ปริมาณขนส่งน้ำมันทางท่อเพิ่ม 66% แต่ EBITDA ลดลง 36% YoY เนื่องจากปีก่อนมีรายการพิเศษ
* **Power ได้รับผลกระทบ:** รายได้และ EBITDA กลุ่มธุรกิจ Power ลดลง 4% และ 39% ตามลำดับ จากการสิ้นสุดสัญญา Adder
* **ขยายการลงทุน:** จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ในมองโกเลียเพื่อลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทน และร่วมลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานขยะที่สุราษฎร์ธานี
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 BAFS มีรายได้รวม 733.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรจากการดำเนินงาน 140 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 60 ล้านบาทในปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทจำนวน 2.9 ล้านบาท ลดลง 93% จากขาดทุน 43 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ -0.4%
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 2,271 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% และมีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัท 59.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 125% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ -1%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว:** การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน และการเพิ่มขึ้นของเที่ยวบิน เป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อธุรกิจ Aviation
* **การขยายธุรกิจพลังงานทดแทน:** การจัดตั้งบริษัทย่อยในมองโกเลียและแผนลงทุนในธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงการร่วมลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ เป็นการกระจายความเสี่ยงและสร้างการเติบโตในระยะยาว
* **การพัฒนาระบบท่อส่งน้ำมัน:** โครงการท่อขนส่งน้ำมันเชื่อมระหว่างสระบุรี-อ่างทอง จะช่วยเพิ่มความมั่นคงและประสิทธิภาพของโครงข่ายท่อส่งน้ำมันของประเทศ
* **การสนับสนุนจากภาครัฐ:** ธุรกิจระบบท่อขนส่งน้ำมันภาคเหนือสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติและแผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมัน:** ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานของสายการบินและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวและการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวม
* **การสิ้นสุดสัญญา Adder:** การสิ้นสุดสัญญาเงินอุดหนุนส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้าของบริษัทย่อยในกลุ่ม Power จะส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง
* **การเปลี่ยนแปลงประมาณการอายุการให้ประโยชน์:** การปรับเพิ่มอายุการให้ประโยชน์ของท่อส่งน้ำมันและอุปกรณ์ส่งผลให้ค่าเสื่อมราคาลดลง ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวและเที่ยวบินในไตรมาส 4/2566 และปี 2567
* ความคืบหน้าการลงทุนในธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ในมองโกเลีย
* ผลการดำเนินงานของธุรกิจระบบท่อขนส่งน้ำมันภาคเหนือ (NFPT) หลังจากการทำการตลาดเชิงรุก
* ผลกระทบจากการสิ้นสุดสัญญา Adder ต่อกลุ่มธุรกิจ Power ในระยะยาว
* ความคืบหน้าโครงการท่อขนส่งน้ำมันเชื่อมสระบุรี-อ่างทอง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**กลุ่มธุรกิจ Aviation:** เป็นหัวใจหลักของการฟื้นตัว โดยมีปริมาณเติมน้ำมันอากาศยานรวม 1,042 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 31% YoY และจำนวนเที่ยวบิน 60,508 เที่ยว เพิ่มขึ้น 32% YoY รายได้กลุ่มนี้เติบโต 36% เป็น 587.2 ล้านบาท และ EBITDA เพิ่มขึ้น 48% เป็น 296.6 ล้านบาท EBITDA Margin ปรับดีขึ้นเป็น 51% จาก 46% ในปีก่อนหน้า สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น
**กลุ่มธุรกิจ Utilities:** มีปริมาณขนส่งน้ำมันรวมของ NFPT เพิ่มขึ้น 66% เป็น 186 ล้านลิตร ทำให้รายได้เพิ่มขึ้น 13% เป็น 87.4 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม EBITDA ลดลง 36% เป็น 20.7 ล้านบาท เนื่องจากฐานเปรียบเทียบปีก่อนมีรายการพิเศษเข้ามาหนุน EBITDA Margin ลดลงจาก 42% เหลือ 24% หากไม่รวมรายการพิเศษ EBITDA Margin ของปีนี้อยู่ที่ 24% เทียบกับ 23% ของปีก่อน
**กลุ่มธุรกิจ Power:** รายได้จากการขายไฟฟ้าและอื่นๆ ลดลง 4% เป็น 74.3 ล้านบาท เนื่องจากสัญญา Adder สิ้นสุดลง ทำให้ EBITDA ลดลง 39% เป็น 37.3 ล้านบาท และ EBITDA Margin ลดลงจาก 80% เหลือ 50% สำหรับงวด 9 เดือนแรก รายได้รวมเพิ่มขึ้น 1% เป็น 307 ล้านบาท แต่ EBITDA ลดลง 13% เป็น 190.2 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 23,109.1 ล้านบาท ลดลง 3% โดยมีที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ 14,966.7 ล้านบาท ลดลง 7% จากการจัดประเภททรัพย์สินและตัดค่าเสื่อมราคา เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 63% เป็น 854.0 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 16,262.5 ล้านบาท ลดลง 9% โดยมีเงินกู้ยืมระยะยาว 10,873.9 ล้านบาท ลดลง 9% จากการจ่ายคืนเงินกู้ยืม ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเพิ่มขึ้น 15% เป็น 6,846.6 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน
กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 886.5 ล้านบาท จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 981.9 ล้านบาท จากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมและดอกเบี้ย สุทธิกับการรับเงินจากการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิ
## สรุปท้าย
BAFS ในไตรมาส 3/2566 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของธุรกิจ Aviation ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนผลประกอบการ โดยได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการกลับมาของภาคการท่องเที่ยว แม้ว่าธุรกิจ Utilities และ Power จะเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยเฉพาะตัวและฐานเปรียบเทียบที่สูงขึ้น แต่การขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทนและการพัฒนาระบบท่อส่งน้ำมันยังคงเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด รวมถึงความคืบหน้าของโครงการลงทุนใหม่ๆ ที่จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มบริษัทในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BAFS ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
948.98
ล้านบาท
↓ 0.7% YoY
กำไรขั้นต้น
379.08
ล้านบาท
↑ 4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.95
%
กำไรสุทธิ
7.18
ล้านบาท
↓ 114.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.76
%
D/E Ratio
2.43
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
949
↓ -0.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
379
↑ + 4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
7
↓ -114.4%
YoY
D/E Ratio
2.43
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BAFS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.43
ROE (%)
3.96
ROA (%)
4.15
Book Value/หุ้น
8.42
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BAFS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-975
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+360
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BAFS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-974.64
+18.05%
|
-825.62
+25.19%
|
-659.48
-344.79%
|
269.41
-85.58%
|
1,868.41
-316.56%
|
-862.76
+12.15%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
359.77
-196.48%
|
-372.88
-31.40%
|
-543.55
-59.71%
|
-1,349.04
-248.57%
|
908.04
-25.69%
|
1,221.93
-1.49%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-334.77
-124.56%
|
1,362.87
+127.01%
|
600.36
-37.21%
|
956.20
-135.51%
|
-2,693.04
+10.65%
|
-2,433.88
+436.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-947.68
-677.40%
|
164.13
-127.07%
|
-606.28
+390.00%
|
-123.73
-248.29%
|
83.44
-104.02%
|
-2,074.81
-11,949.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
555.37
+6.27%
|
522.58
-0.02%
|
522.67
-7.00%
|
562.01
-30.15%
|
804.62
-43.59%
|
1,426.49
-5.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
419.36
-24.49%
|
555.37
+6.27%
|
522.58
-0.02%
|
522.67
-7.00%
|
562.01
-30.15%
|
804.62
-43.59%
|