บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
10.80
+0.10 (+0.93%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6383 out_tok=3052 at=2026-07-25T10:50:21 -->
# BAFS กำไรสุทธิ Q1/2566 พุ่ง 167% รับอุตสาหกรรมการบินฟื้นตัว
## รายได้-กำไรโตแรงตามปริมาณน้ำมันอากาศยานที่เพิ่มขึ้น 89% สวนทางต้นทุนที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่า
บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้น 51.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 167% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมการบิน ส่งผลให้ปริมาณการให้บริการน้ำมันอากาศยานและปริมาณการขนส่งน้ำมันทางท่อปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BAFS ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดของปริมาณการให้บริการน้ำมันอากาศยานและปริมาณการขนส่งน้ำมันทางท่อ** ซึ่งเป็นผลโดยตรงมาจากการกลับมาฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการเดินทางทางอากาศยานหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศยุติภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพจากโควิด-19 ประกอบกับการที่ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้นกว่า 37 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่งผลให้จำนวนเที่ยวบินที่ให้บริการเติบโตขึ้นถึง 87% และปริมาณน้ำมันอากาศยานที่ให้บริการเพิ่มขึ้น 89% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 โดยเฉพาะที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง
นอกจากนี้ บริษัทย่อยอย่าง บริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อจำกัด (FPT) ยังมีปริมาณการขนส่งน้ำมันผ่านท่อภาคเหนือ (NFPT) เพิ่มขึ้นถึง 103% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และ 118% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า การเติบโตของปริมาณการให้บริการเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อรายได้ค่าบริการและรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นถึง 85%
แม้ว่าต้นทุนบริการและต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้น 15% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนนี้ต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ ทำให้กลุ่มบริษัทมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ 40% จากเดิม 14% ในปีก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยที่ต้องจับตาคือ ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 11% เนื่องจากบริษัทได้ยกเลิกมาตรการหยุดงานโดยไม่รับเงินเดือนของพนักงานที่เคยใช้ในช่วงที่ผลประกอบการไม่ดี ประกอบกับการปรับขึ้นของต้นทุนทางการเงิน 15% จากการกู้ยืมระยะยาวที่เพิ่มขึ้นและการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลงอย่างเป็นทางการ และการที่ประเทศจีนได้ยกเลิกมาตรการกักกันโรค ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเดินทางทางอากาศยานอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีมาตรการการขอวีซ่าที่เข้มงวดขึ้นสำหรับนักท่องเที่ยวจีนในระยะสั้น แต่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยยังคงมั่นใจว่าเป้าหมายนักท่องเที่ยวจีน 5 ล้านคนในปีนี้ยังมีความเป็นไปได้สูง นอกจากนี้ การเติบโตของปริมาณการขนส่งน้ำมันทางท่อก็เป็นปัจจัยบวกที่คาดว่าจะส่งผลดีต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 167%:** BAFS รายงานกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้น 51.8 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2566 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 19.4 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
* **รายได้รวมเติบโต 44%:** รายได้รวมอยู่ที่ 794.1 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้ค่าบริการและรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 85%
* **ปริมาณน้ำมันอากาศยานเพิ่ม 89%:** การฟื้นตัวของการเดินทางทางอากาศส่งผลให้ปริมาณน้ำมันอากาศยานที่ให้บริการ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมืองรวมกันอยู่ที่ 1,069 ล้านลิตร
* **ปริมาณขนส่งน้ำมันทางท่อเพิ่ม 118%:** โครงการท่อขนส่งน้ำมันภาคเหนือ (NFPT) มีปริมาณการขนส่งรวม 207 ล้านลิตร
* **อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น:** อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 40% เพิ่มขึ้นจาก 14% ในปีก่อนหน้า
* **EBITDA เพิ่ม 78%:** EBITDA อยู่ที่ 407.4 ล้านบาท สะท้อนการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
กลุ่มบริษัทมีรายได้รวมในไตรมาส 1 ปี 2566 จำนวน 794.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 โดยมีรายได้ค่าบริการและรายได้จากการขาย 656.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 85% จากปริมาณน้ำมันอากาศยานที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากการฟื้นตัวของการเดินทางทางอากาศ และรายได้ค่าบริการขนส่งน้ำมันทางท่อจากโครงการ NFPT ที่เติบโตดีขึ้น
รายได้จากการขายพลังงานไฟฟ้าอยู่ที่ 91.0 ล้านบาท ลดลง 1% เล็กน้อย ขณะที่รายได้เงินปันผลจากการลงทุนในธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าที่ญี่ปุ่นลดลง 37% เหลือ 31.6 ล้านบาท และรายได้อื่นลดลง 69% เนื่องจากปีก่อนมีรายการกำไรทางบัญชีจากการตีความสัญญาเช่าที่ดินเกิดขึ้นครั้งเดียว
ต้นทุนบริการและต้นทุนขายรวมเพิ่มขึ้น 15% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้กลุ่มบริษัทมีกำไรขั้นต้นรวม 301.7 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 40% ซึ่งปรับตัวดีขึ้นอย่างมากจาก 14% ในปีก่อน
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 11% เนื่องจากยกเลิกมาตรการหยุดงานโดยไม่รับเงินเดือน ขณะที่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 15% จากการกู้ยืมระยะยาวที่เพิ่มขึ้นและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้น
ส่งผลให้กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 167% เป็น 51.8 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.08 บาท และมีอัตรากำไรสุทธิ 3%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการเดินทางทางอากาศ:** การยกเลิกมาตรการควบคุมโควิด-19 ทั่วโลก และการกลับมาของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะจากจีน เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อปริมาณการให้บริการน้ำมันอากาศยาน
* **การเติบโตของธุรกิจขนส่งน้ำมันทางท่อ:** ปริมาณการขนส่งน้ำมันผ่านท่อภาคเหนือ (NFPT) ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นอีกหนึ่งแหล่งรายได้สำคัญ
* **การกลับมาดำเนินงานปกติ:** การยกเลิกมาตรการ Leave without pay สะท้อนถึงการกลับมาทำกำไรของธุรกิจหลัก
* **ศักยภาพการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า:** แม้รายได้เงินปันผลจะลดลง แต่การลงทุนในธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้ายังคงเป็นส่วนหนึ่งของรายได้
## ความเสี่ยง
* **มาตรการวีซ่าจีนที่เข้มงวดขึ้น:** การกำหนดให้ยื่นขอวีซ่ารายบุคคลและเอกสารที่ซับซ้อน อาจส่งผลกระทบต่อความสะดวกและต้นทุนของบริษัททัวร์ ซึ่งอาจกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวในระยะสั้น
* **ความผันผวนของราคาน้ำมัน:** แม้ BAFS จะมีรายได้จากค่าบริการเป็นหลัก แต่ความผันผวนของราคาน้ำมันอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการใช้เชื้อเพลิงโดยรวมของสายการบิน
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของตลาดเงิน และการกู้ยืมระยะยาวที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น
* **ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบเกี่ยวกับการขอวีซ่าหรือการคัดกรองนักท่องเที่ยว อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวจีน:** ติดตามผลกระทบของมาตรการวีซ่าที่เข้มงวดขึ้นต่อจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่จะเดินทางเข้าไทย
* **ปริมาณน้ำมันอากาศยาน:** การเติบโตของปริมาณน้ำมันอากาศยานจะยังคงรักษาโมเมนตัมได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **ปริมาณการขนส่งน้ำมันทางท่อ:** การเติบโตของปริมาณการขนส่งผ่านท่อ NFPT จะยังคงแข็งแกร่งต่อไปหรือไม่
* **อัตราดอกเบี้ย:** ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของตลาดเงินและผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัท
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายในการบริหาร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
ในฐานะผู้ให้บริการเชื้อเพลิงการบิน BAFS ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบิน ปริมาณน้ำมันอากาศยานที่ให้บริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 89% YoY สะท้อนถึงการกลับมาของเที่ยวบินและการเดินทางทางอากาศ
ธุรกิจขนส่งน้ำมันทางท่อผ่าน FPT โดยเฉพาะโครงการ NFPT ก็แสดงการเติบโตที่แข็งแกร่งเช่นกัน โดยปริมาณขนส่งเพิ่มขึ้นถึง 118% YoY ซึ่งบ่งชี้ถึงความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค
แม้ว่ารายได้จากการขายพลังงานไฟฟ้าจะลดลงเล็กน้อย แต่ก็ยังคงเป็นสัดส่วนรายได้ที่สำคัญของกลุ่มบริษัท การที่ฝ่ายจัดการระบุว่าไม่มีรายได้จากการขายรถเติมน้ามันอากาศยานและอุปกรณ์ในไตรมาสนี้ เป็นรายการที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว และไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานหลัก
การที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้นของรายได้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 23,653.7 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.3% จากสิ้นปี 2565
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด:** อยู่ที่ 648.9 ล้านบาท โดยมีเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 286.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น
* **เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน:** มีจำนวน 80.2 ล้านบาท โดยมีรายการเบิกถอนเงินฝากธนาคารและพันธบัตรรัฐบาลที่ติดภาระค้ำประกัน
* **เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน:** จำนวน 240.9 ล้านบาท โดยมีการเบิกถอนและจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นสุทธิ 160.0 ล้านบาท และจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวและดอกเบี้ย 382.1 ล้านบาท
* **สินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น:** ลดลง 6% จากการเบิกใช้เงินฝากธนาคารและไถ่ถอนพันธบัตรรัฐบาล
* **ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์:** ลดลง 1% จากการตัดค่าเสื่อมราคา
หนี้สินรวมอยู่ที่ 17,691.3 ล้านบาท ลดลง 1% โดยมีเงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้น 53% จากการบริหารสภาพคล่อง และเงินกู้ยืมระยะยาวลดลง 2% จากการชำระคืน
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเพิ่มขึ้น 0.2% เป็น 5,962.4 ล้านบาท โดยส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทเพิ่มขึ้น 1%
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Interest Bearing Debts to Equity) อยู่ที่ 2.48 เท่า
## สรุปท้าย
BAFS โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดของปริมาณน้ำมันอากาศยานและปริมาณการขนส่งน้ำมันทางท่อ ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการกลับมาของอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยว ปัจจัยบวกเหล่านี้ส่งผลให้รายได้และกำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น แต่แนวโน้มการฟื้นตัวของภาคการบินยังคงเป็นโอกาสสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลดีต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาผลกระทบจากมาตรการวีซ่าจีนที่เข้มงวดขึ้น และทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่อาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BAFS ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
948.98
ล้านบาท
↓ 0.7% YoY
กำไรขั้นต้น
379.08
ล้านบาท
↑ 4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.95
%
กำไรสุทธิ
7.18
ล้านบาท
↓ 114.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.76
%
D/E Ratio
2.43
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
949
↓ -0.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
379
↑ + 4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
7
↓ -114.4%
YoY
D/E Ratio
2.43
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BAFS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.43
ROE (%)
3.96
ROA (%)
4.15
Book Value/หุ้น
8.42
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BAFS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-975
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+360
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BAFS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-974.64
+18.05%
|
-825.62
+25.19%
|
-659.48
-344.79%
|
269.41
-85.58%
|
1,868.41
-316.56%
|
-862.76
+12.15%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
359.77
-196.48%
|
-372.88
-31.40%
|
-543.55
-59.71%
|
-1,349.04
-248.57%
|
908.04
-25.69%
|
1,221.93
-1.49%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-334.77
-124.56%
|
1,362.87
+127.01%
|
600.36
-37.21%
|
956.20
-135.51%
|
-2,693.04
+10.65%
|
-2,433.88
+436.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-947.68
-677.40%
|
164.13
-127.07%
|
-606.28
+390.00%
|
-123.73
-248.29%
|
83.44
-104.02%
|
-2,074.81
-11,949.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
555.37
+6.27%
|
522.58
-0.02%
|
522.67
-7.00%
|
562.01
-30.15%
|
804.62
-43.59%
|
1,426.49
-5.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
419.36
-24.49%
|
555.37
+6.27%
|
522.58
-0.02%
|
522.67
-7.00%
|
562.01
-30.15%
|
804.62
-43.59%
|