บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
10.80
+0.10 (+0.93%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=16836 out_tok=3146 at=2026-08-13T18:02:57 -->
BAFS กำไรสุทธิ Q2/69 โต 8% รับแรงหนุนจากธุรกิจ Power แม้รายได้รวมหดตัว
BAFS Group เผยผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้น 60.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะลดลง 4% เป็น 839.5 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการชะลอตัวของธุรกิจ Aviation จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันอากาศยานและต้นทุนสายการบิน ขณะที่ธุรกิจ Utilities มีรายได้ลดลงจากการจัดเก็บน้ำมัน แต่ได้รับการชดเชยจากการเติบโตของธุรกิจ Power ที่มีปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นและรับรู้รายได้จากโครงการใหม่
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ BAFS Group ในไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโต 8% YoY มาจาก **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการลดลงของต้นทุนทางการเงิน ควบคู่กับการเติบโตของธุรกิจ Power ที่สามารถชดเชยผลกระทบจากธุรกิจหลักอย่าง Aviation ที่เผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
แม้รายได้รวมของกลุ่มบริษัทจะลดลง 4% YoY เป็น 839.5 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากธุรกิจ Aviation ที่รายได้ลดลง 2% จากปริมาณการให้บริการเติมน้ำมันอากาศยานที่ชะลอตัวลง 2% และจำนวนเที่ยวบินที่ลดลง 3% เนื่องจากราคาน้ำมันอากาศยานและต้นทุนการดำเนินงานของสายการบินที่สูงขึ้น ส่งผลให้สายการบินบางแห่งปรับลดความถี่เที่ยวบินและระงับบางเส้นทาง นอกจากนี้ ธุรกิจ Utilities มีรายได้ลดลง 2% จากการจัดเก็บน้ำมันที่ลดลง แต่การเติบโตของธุรกิจ Power ที่มีรายได้เพิ่มขึ้น 7% จากปริมาณการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นและการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ ช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน
ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้กำไรสุทธิเติบโต คือ **การบริหารต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 18%** จากการทยอยชำระคืนเงินกู้และอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงานโดยรวมที่ลดลง 4% ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนขายของรถเติมน้ำมันอากาศยานที่ลดลงตามรายได้ และค่าซ่อมแซมบำรุงรักษาที่ลดลง ทำให้แม้รายได้รวมจะอ่อนตัวลง แต่ความสามารถในการทำกำไรสุทธิยังคงแข็งแกร่ง
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายจะทำได้ดี แต่ปัจจัยกดดันหลักจากธุรกิจ Aviation ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะความไม่แน่นอนของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันอากาศยานและต้นทุนสายการบิน ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณการให้บริการในระยะสั้นถึงกลาง อย่างไรก็ตาม การเติบโตของธุรกิจ Power และความคืบหน้าของโครงการลงทุนใหม่ๆ เช่น ระบบท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือ ระยะที่ 3 และโครงการแปรรูปขยะเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้น Q2/69 เพิ่มขึ้น 8% YoY เป็น 60.5 ล้านบาท** แม้รายได้รวมลดลง 4% YoY
* **รายได้รวม 6 เดือนแรกปี 69 ลดลง 1% YoY เป็น 1,806 ล้านบาท** โดยธุรกิจ Aviation ลดลง 1% และ Utilities ลดลง 7% แต่ธุรกิจ Power เติบโต 4%
* **ปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยาน 6 เดือนแรกปี 69 เพิ่มขึ้น 2% YoY** อยู่ที่ 2,721 ล้านลิตร ฟื้นตัวสู่ 89% ของระดับก่อนโควิด-19
* **โครงการระบบท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือ ระยะที่ 3 คืบหน้า 91%** คาดเปิดให้บริการต้นปี 2570
* **โครงการแปรรูปขยะเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าคืบหน้า 81%** คาดเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ ธ.ค. 2569
* **ได้รับแจ้งขยายเวลาสัมปทานบริการเติมน้ามัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ** ชั่วคราวไม่เกิน 3 ปี 6 เดือน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดไตรมาส 2 ปี 2569 BAFS Group มีรายได้รวม 839.5 ล้านบาท ลดลง 4% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ในกลุ่มธุรกิจ Aviation และ Utilities ซึ่งถูกชดเชยบางส่วนจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ในกลุ่มธุรกิจ Power EBITDA ในไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 402.2 ล้านบาท ลดลง 5% YoY จากการลดลงของกำไรขั้นต้นในกลุ่มธุรกิจ Aviation และรายได้ที่ลดลงในกลุ่ม Utilities อย่างไรก็ตาม กลุ่มบริษัทยังคงสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงานได้ดี ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 8% YoY เป็น 60.5 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.07 บาท และมีอัตรากำไรสุทธิ 6%
สำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2569 รายได้รวมอยู่ที่ 1,806 ล้านบาท ลดลง 1% YoY และ EBITDA อยู่ที่ 935.1 ล้านบาท ลดลง 1% YoY แต่กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 7% YoY เป็น 212.3 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.29 บาท และมีอัตรากำไรสุทธิ 10% โดยการเติบโตของกำไรสุทธิมาจากประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย รวมถึงการลดลงของต้นทุนทางการเงิน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบิน:** แม้จะเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก แต่คาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน และความต้องการเดินทางระหว่างประเทศยังคงมีแนวโน้มแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในช่วงฤดูท่องเที่ยวปลายปี ซึ่งจะส่งผลดีต่อปริมาณการให้บริการเติมน้ำมันอากาศยาน
* **โครงการลงทุนใหม่:** โครงการระบบท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือ ระยะที่ 3 ที่คาดว่าจะเปิดให้บริการต้นปี 2570 และโครงการแปรรูปขยะเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนธันวาคม 2569 จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้ในอนาคต
* **การขยายเวลาสัมปทาน:** การได้รับแจ้งให้ประกอบกิจการระบบให้บริการเชื้อเพลิงอากาศยาน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ต่อเนื่องจากสัญญาเดิมจนกว่าจะคัดเลือกผู้ประกอบการรายใหม่เสร็จสิ้น ช่วยลดความไม่แน่นอนและสร้างความต่อเนื่องของรายได้หลัก
* **ธุรกิจ Power:** การเติบโตของปริมาณการขายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และการเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการ PPA แห่งใหม่ เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเสริมรายได้ของกลุ่มบริษัท
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน:** สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันอากาศยานปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานของสายการบิน และอาจนำไปสู่การปรับลดความถี่เที่ยวบินหรือระงับบางเส้นทาง
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์:** ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์อาจส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวและการบินโดยรวม
* **การแข่งขันในธุรกิจพลังงาน:** แม้ธุรกิจ Power จะเติบโต แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมพลังงานยังคงมีอยู่
* **ความล่าช้าของโครงการลงทุน:** ความล่าช้าในการก่อสร้างหรือการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการใหม่ อาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้ตามแผน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาน้ำมันอากาศยาน:** จับตาสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและผลกระทบต่อราคาน้ำมัน
* **จำนวนนักท่องเที่ยวและการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบิน:** ติดตามตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวและการปรับแผนการบินของสายการบินต่างๆ
* **ความคืบหน้าโครงการลงทุน:** ความคืบหน้าของโครงการระบบท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือ ระยะที่ 3 และโครงการแปรรูปขยะเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า
* **การคัดเลือกผู้ประกอบการรายใหม่ของ ทอท.:** ติดตามกระบวนการคัดเลือกผู้ประกอบการรายใหม่สำหรับบริการเติมน้ำมันอากาศยาน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ
* **ผลการดำเนินงานของธุรกิจ Power:** การรับรู้รายได้จากโครงการ PPA แห่งใหม่ และปริมาณการขายไฟฟ้า
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**กลุ่มธุรกิจ Aviation:** ปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยานใน 6 เดือนแรกปี 2569 เพิ่มขึ้น 2% YoY เป็น 2,721 ล้านลิตร ซึ่งถือเป็นการฟื้นตัวที่ดีเมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด-19 (89%) แม้ว่าไตรมาส 2 จะชะลอตัวลงจากปัจจัยภายนอก แต่การเติบโตในไตรมาสแรกช่วยชดเชยได้ รายได้รวมของกลุ่มธุรกิจนี้ลดลง 1% ใน 6 เดือนแรกปี 2569 เป็น 1,465.9 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการขายอะไหล่และอุปกรณ์รถเติมน้ำมันอากาศยาน แต่รายได้ค่าบริการยังคงเติบโต 1%
**กลุ่มธุรกิจ Utilities:** ปริมาณขนส่งน้ำมันผ่านท่อใน 6 เดือนแรกปี 2569 ลดลง 6% YoY เป็น 662 ล้านลิตร เนื่องจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันชะลอตัว รายได้รวมลดลง 7% YoY เป็น 213.4 ล้านบาท EBITDA ลดลง 12% YoY แม้จะมีการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี แต่รายได้ที่ลดลงส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ อย่างไรก็ตาม กลุ่มธุรกิจนี้มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และได้รับการรับรองมาตรฐานสากล VERRA Standards ซึ่งอาจเป็นโอกาสทางธุรกิจในอนาคต
**กลุ่มธุรกิจ Power:** มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยรายได้รวม 6 เดือนแรกปี 2569 เพิ่มขึ้น 4% YoY เป็น 144.9 ล้านบาท จากปริมาณการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นและการรับรู้รายได้จากโครงการ PPA แห่งใหม่ EBITDA เพิ่มขึ้น 6% YoY เป็น 94.7 ล้านบาท การควบคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงานยังคงมีประสิทธิภาพ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 21,826.4 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.1% จากสิ้นปี 2568 โดยมีรายการสำคัญคือ ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 1% จากการลงทุนในโครงการเชื่อมต่อระบบท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือ ระยะที่ 3 และการซื้อรถเติมน้ำมันอากาศยาน เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 25% เป็น 525.9 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 15,465.1 ล้านบาท ลดลง 0.1% จากสิ้นปี 2568 โดยมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Interest Bearing Debts to Equity) อยู่ที่ 2.0 เท่า เงินกู้ยืมระยะยาวเพิ่มขึ้น 3% เป็น 9,289.9 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 6,361.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.02% จากสิ้นปี 2568 โดยหลักมาจากกำไรเบ็ดเสร็จรวมระหว่างงวด สุทธิกับการจ่ายเงินปันผล
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 845.8 ล้านบาท เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 351.4 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในโครงการระบบท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือ ระยะที่ 3 และการซื้ออุปกรณ์ เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 388.0 ล้านบาท จากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมและดอกเบี้ย สุทธิกับการรับเงินกู้ยืม ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นสุทธิ 107 ล้านบาท เป็น 526 ล้านบาท
## สรุปท้าย
BAFS Group ในไตรมาส 2 ปี 2569 สามารถรักษาการเติบโตของกำไรสุทธิได้ 8% YoY แม้รายได้รวมจะเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกในธุรกิจ Aviation แต่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการลดลงของต้นทุนทางการเงิน ควบคู่กับการเติบโตของธุรกิจ Power เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันผลประกอบการ โครงการลงทุนใหม่ๆ ที่มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง เช่น ระบบท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือ ระยะที่ 3 และโครงการแปรรูปขยะเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า รวมถึงการขยายเวลาสัมปทาน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต ขณะเดียวกัน นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันอากาศยานและแนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BAFS ไตรมาส 2/2569
รายได้รวม
948.98
ล้านบาท
↓ 0.7% YoY
กำไรขั้นต้น
379.08
ล้านบาท
↑ 4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.95
%
กำไรสุทธิ
7.18
ล้านบาท
↓ 114.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.76
%
D/E Ratio
2.43
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
949
↓ -0.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
379
↑ + 4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
7
↓ -114.4%
YoY
D/E Ratio
2.43
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BAFS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.43
ROE (%)
3.96
ROA (%)
4.15
Book Value/หุ้น
8.42
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BAFS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-975
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+360
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BAFS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-974.64
+18.05%
|
-825.62
+25.19%
|
-659.48
-344.79%
|
269.41
-85.58%
|
1,868.41
-316.56%
|
-862.76
+12.15%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
359.77
-196.48%
|
-372.88
-31.40%
|
-543.55
-59.71%
|
-1,349.04
-248.57%
|
908.04
-25.69%
|
1,221.93
-1.49%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-334.77
-124.56%
|
1,362.87
+127.01%
|
600.36
-37.21%
|
956.20
-135.51%
|
-2,693.04
+10.65%
|
-2,433.88
+436.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-947.68
-677.40%
|
164.13
-127.07%
|
-606.28
+390.00%
|
-123.73
-248.29%
|
83.44
-104.02%
|
-2,074.81
-11,949.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
555.37
+6.27%
|
522.58
-0.02%
|
522.67
-7.00%
|
562.01
-30.15%
|
804.62
-43.59%
|
1,426.49
-5.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
419.36
-24.49%
|
555.37
+6.27%
|
522.58
-0.02%
|
522.67
-7.00%
|
562.01
-30.15%
|
804.62
-43.59%
|