บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน)
MAI ·
3.80
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9839 out_tok=3058 at=2026-07-25T08:16:35 -->
# AMA กำไรสุทธิปี 64 หดตัว 9.88% รับต้นทุนน้ำมันพุ่งกระทบเรือ แต่ธุรกิจรถสดใส
## รายได้รวมโต 15.65% จากการขยายธุรกิจรถบรรทุก ขณะที่ธุรกิจเรือเผชิญแรงกดดันต้นทุนน้ำมันสูง
บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ AMA รายงานผลประกอบการปี 2564 มีรายได้รวมจากการให้บริการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น 15.65% เป็น 2,090.14 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจขนส่งทางรถที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิรวมกลับลดลง 9.88% มาอยู่ที่ 153.51 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจขนส่งทางเรือ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ AMA ในปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจขนส่งทางเรืออย่างมีนัยสำคัญ** แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตขึ้น 15.65% มาอยู่ที่ 2,090.14 ล้านบาท และกำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.86% มาอยู่ที่ 368.34 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิกลับลดลง 9.88% มาอยู่ที่ 153.51 ล้านบาท โดยมีปัจจัยกดดันจากอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจเรือที่ลดลงอย่างมาก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ธุรกิจขนส่งทางเรือ:** แม้รายได้จากการขนส่งทางเรือจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.07% เป็น 1,168.95 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้ค่าเสียเวลาที่เพิ่มขึ้นจากการตรวจสอบเรือที่เข้มงวดขึ้นในจีน และอัตราการใช้ประโยชน์กองเรือที่สูงขึ้น (96.95% จาก 90.92%) รวมถึงอัตราค่าระวางที่ปรับเพิ่มขึ้น 8.27% และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง แต่ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นถึง 63.93% (ราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบเบรนท์ปี 64 อยู่ที่ 70.82 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล) ในขณะที่อัตราค่าระวางปรับขึ้นเพียงเล็กน้อย ทำให้กำไรขั้นต้นของธุรกิจเรือลดลง 26.72% มาอยู่ที่ 161.20 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 18.83% เหลือ 13.79%
**ธุรกิจขนส่งทางรถ:** ในทางกลับกัน ธุรกิจขนส่งทางรถเติบโตโดดเด่น โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 44.14% เป็น 921.19 ล้านบาท และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 46.26% เป็น 207.13 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ 22.49% ซึ่งสูงกว่าปีก่อนเล็กน้อย (22.16%) สาเหตุหลักมาจากการบริหารจัดการกองรถและเส้นทางเดินรถอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการเข้าซื้อกิจการบริษัท TSSK และ AUTO ในเดือนตุลาคม 2564 ซึ่งช่วยขยายขอบเขตการให้บริการขนส่งก๊าซ ตู้คอนเทนเนอร์ และรถยนต์
**ปัจจัยกระทบกำไรสุทธิ:** แม้กำไรขั้นต้นรวมจะเพิ่มขึ้น แต่กำไรสุทธิกลับลดลง เนื่องจากมีรายการพิเศษที่ส่งผลกระทบ เช่น กำไรจากการขายสินทรัพย์ที่ลดลงอย่างมากจาก 13 ล้านบาทในปี 2563 เหลือเพียง 0.61 ล้านบาทในปี 2564
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในแง่การเติบโตของธุรกิจรถ แต่ยังคงเผชิญความท้าทายจากต้นทุนน้ำมันในธุรกิจเรือ**
* **ธุรกิจรถ:** การเข้าซื้อกิจการใหม่และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น คาดว่าจะส่งผลดีต่อการเติบโตของรายได้และกำไรในธุรกิจนี้ต่อไป
* **ธุรกิจเรือ:** สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง และคาดว่าจะผันผวนต่อเนื่องในปี 2565 จากปัจจัยด้านอุปสงค์ที่สูงกว่าอุปทาน ปัญหาขาดแคลนแรงงานในมาเลเซีย และนโยบายพลังงานสีเขียว ซึ่งจะยังคงเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรของธุรกิจเรือต่อไป แม้บริษัทจะพยายามควบคุมต้นทุนด้วยการเดินเรือที่ความเร็วประหยัด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2564 เติบโต 15.65%** แตะ 2,090.14 ล้านบาท หนุนโดยธุรกิจขนส่งทางรถที่ขยายตัว
* **กำไรสุทธิปี 2564 ลดลง 9.88%** เหลือ 153.51 ล้านบาท จากผลกระทบต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้นในธุรกิจเรือ
* **ธุรกิจขนส่งทางรถเติบโตโดดเด่น** รายได้เพิ่ม 44.14% เป็น 921.19 ล้านบาท หลังเข้าซื้อกิจการใหม่
* **ธุรกิจขนส่งทางเรือเผชิญแรงกดดัน** แม้รายได้ทรงตัว แต่กำไรขั้นต้นลดลง 26.72% จากต้นทุนน้ำมันที่พุ่งสูง
* **อัตราการใช้ประโยชน์กองเรือ (Fleet Utilization) ธุรกิจเรือเพิ่มขึ้น** เป็น 96.95% จาก 90.92%
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 17.19%** เป็น 4,118.54 ล้านบาท จากการซื้อรถบรรทุกน้ำมันใหม่
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการให้บริการขนส่งสินค้ารวม 2,090.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 282.85 ล้านบาท หรือ 15.65% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยสัดส่วนรายได้จากธุรกิจเรืออยู่ที่ 55.93% และธุรกิจรถอยู่ที่ 44.07% รายได้จากการขนส่งทางเรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.07% เป็น 1,168.95 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้ค่าเสียเวลาที่เพิ่มขึ้นจากการตรวจสอบเรือที่เข้มงวดขึ้นในจีน ขณะที่รายได้จากการขนส่งทางรถเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 44.14% เป็น 921.19 ล้านบาท จากการบริหารจัดการกองรถที่มีประสิทธิภาพและปริมาณการขนส่งน้ำมันที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นของธุรกิจเรือลดลง 26.72% มาอยู่ที่ 161.20 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 13.79% เนื่องจากต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นอย่างมาก ในขณะที่กำไรขั้นต้นของธุรกิจรถเพิ่มขึ้น 46.26% เป็น 207.13 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 22.49% ทำให้กำไรขั้นต้นรวมของกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้น 1.86% เป็น 368.34 ล้านบาท
สำหรับกำไรสุทธิรวมของกลุ่มบริษัทในปี 2564 อยู่ที่ 153.51 ล้านบาท ลดลง 16.83 ล้านบาท หรือ 9.88% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 7.34% ลดลงจาก 9.43% ในปี 2563 ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการลดลงของกำไรจากการขายสินทรัพย์
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจขนส่งทางรถ:** การเข้าซื้อกิจการ TSSK และ AUTO ช่วยขยายขอบเขตการให้บริการและรองรับโครงการใหม่ในอนาคต
* **การบริหารจัดการกองรถและเส้นทางที่มีประสิทธิภาพ:** ช่วยเพิ่มรายได้และอัตรากำไรในธุรกิจขนส่งทางรถ
* **แนวโน้มราคาน้ำมันปาล์มดิบที่ยังคงสูง:** อาจส่งผลดีต่อปริมาณการขนส่งสินค้าที่เกี่ยวข้อง
* **ค่าเงินบาทอ่อนค่า:** เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการดำเนินงานในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ของธุรกิจเรือ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ:** เป็นต้นทุนหลักของธุรกิจขนส่งทางเรือ และมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง
* **การลดลงของปริมาณการขนส่งทางเรือ:** เนื่องจากเรือขนาดใหญ่ขึ้นอู่และกองเรือที่ลดลง
* **มาตรการตรวจสอบเรือที่เข้มงวดในจีน:** ทำให้เรือต้องเสียเวลาจอดรอรับสินค้า
* **อัตราส่วนทุนหมุนเวียนที่ลดลง:** อัตราส่วนทุนหมุนเวียนอยู่ที่ 0.52 เท่า และอัตราส่วนทุนหมุนเวียนเร็วอยู่ที่ 0.42 เท่า แสดงถึงสภาพคล่องที่ลดลง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางราคาน้ำมันเชื้อเพลิง:** จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนและอัตรากำไรของธุรกิจเรือ
* **ผลการดำเนินงานของกิจการที่เข้าซื้อ (TSSK และ AUTO):** จะสามารถสร้างรายได้และกำไรตามที่คาดหวังได้หรือไม่
* **การบริหารจัดการกองรถและเส้นทางในธุรกิจรถ:** จะสามารถรักษาประสิทธิภาพและขยายการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่
* **การเปลี่ยนแปลงของอัตราค่าระวางเรือ:** จะสามารถชดเชยต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้นได้หรือไม่
* **แนวโน้มค่าเงินบาท:** การอ่อนค่าต่อเนื่องอาจเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ แต่ต้องพิจารณาผลกระทบต่อต้นทุนนำเข้าหากมี
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจขนส่งทางเรือ:**
* **รายได้:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.07% เป็น 1,168.95 ล้านบาท โดยมีรายได้ค่าเสียเวลาเพิ่มขึ้น 210.09% เนื่องจากเรือต้องรอคิวนานขึ้นในจีน
* **อัตราการใช้ประโยชน์กองเรือ (Fleet Utilization):** เพิ่มขึ้นเป็น 96.95% จาก 90.92%
* **ปริมาณการขนส่ง:** ลดลง 11.73% เนื่องจากกองเรือลดลง 3 ลำ
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ลดลงจาก 18.83% เหลือ 13.79% เนื่องจากต้นทุนน้ำมันเพิ่มขึ้น 63.93% แต่ค่าระวางเพิ่มขึ้นเพียง 8.27%
* **การบริหารต้นทุน:** ควบคุมความเร็วเรือให้อยู่ในระดับประหยัด (Economic Speed)
**ธุรกิจขนส่งทางรถ:**
* **รายได้:** เพิ่มขึ้น 44.14% เป็น 921.19 ล้านบาท โดยเฉพาะรายได้ขนส่งสินค้าเหลวที่เพิ่มขึ้น 27.53%
* **จำนวนรถ:** เพิ่มขึ้นจาก 235 คัน เป็น 254 คัน
* **ปริมาณการขนส่งน้ำมัน:** เพิ่มขึ้น 19.86% เป็น 2,286 ล้านลิตร
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 22.16% เป็น 22.49% จากการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 17.19% เป็น 4,118.54 ล้านบาท จากการซื้อรถบรรทุกน้ำมันใหม่
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 22.60% เป็น 1,696.75 ล้านบาท จากสัญญาเช่าทางการเงินและเงินกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 13.67% เป็น 2,421.78 ล้านบาท
* **กระแสเงินสดดำเนินงาน:** เพิ่มขึ้น 4.35% เป็น 455.78 ล้านบาท
* **กระแสเงินสดลงทุน:** ใช้ไป 387.14 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากการซื้อหุ้น TSSK และ AUTO
* **กระแสเงินสดจัดหาเงิน:** ใช้ไป 204.61 ล้านบาท จากเงินกู้ยืมและจ่ายปันผล
* **เงินสดคงเหลือ:** ลดลง 59.18% เหลือ 91.83 ล้านบาท
* **อัตราส่วนทุนหมุนเวียน:** ลดลงจาก 0.70 เท่า เป็น 0.52 เท่า
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน:** เพิ่มขึ้นจาก 0.65 เท่า เป็น 0.70 เท่า
## สรุปท้าย
AMA ในปี 2564 เผชิญความท้าทายจากต้นทุนน้ำมันที่พุ่งสูง ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิที่ลดลง 9.88% แม้รายได้รวมจะเติบโต 15.65% จากการขยายตัวของธุรกิจขนส่งทางรถ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่น่าจับตา อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาน้ำมันยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อธุรกิจเรือที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AMA ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
729.62
ล้านบาท
↓ 9.6% YoY
กำไรขั้นต้น
133.63
ล้านบาท
↓ 21.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.31
%
กำไรสุทธิ
56.78
ล้านบาท
↓ 45.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.78
%
D/E Ratio
0.43
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
730
↓ -9.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
134
↓ -21.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
57
↓ -45.8%
YoY
D/E Ratio
0.43
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AMA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.43
ROE (%)
7.91
ROA (%)
7.58
Book Value/หุ้น
5.65
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AMA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-277
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+99
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AMA
| รายการ | 2569 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — |
-277.34
-131.19%
|
889.32
+69.27%
|
525.38
+3.86%
|
505.84
+256.55%
|
141.87
-65.26%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — |
98.92
+28.94%
|
76.72
-129.42%
|
-260.80
-486.26%
|
67.52
-158.71%
|
-115.00
-22.92%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — |
302.50
+1,312.89%
|
21.41
-96.31%
|
580.53
-255.31%
|
-373.78
+196.46%
|
-126.08
-73.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — |
129.25
-24.31%
|
170.76
-3.03%
|
176.10
-614.91%
|
-34.20
-275.20%
|
19.52
-108.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — |
390.55
+325.30%
|
91.83
-59.18%
|
224.97
+154.95%
|
88.24
-55.77%
|
199.52
-53.85%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — |
269.50
-30.99%
|
390.55
+325.30%
|
91.83
-59.18%
|
224.97
+154.95%
|
88.24
-55.77%
|