บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน)
MAI ·
3.80
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7101 out_tok=3084 at=2026-07-25T01:32:40 -->
# AMA กำไรสุทธิ Q2/66 ดิ่ง 44.9% เหตุรายได้พิเศษหด - ธุรกิจรถยนต์ยังโตดี
## รายได้รวมทรงตัว แต่กำไรสุทธิวูบหนักจากปัจจัยพิเศษ ขณะที่ธุรกิจรถยนต์ยังเติบโตได้ดี
บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ AMA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวมจากการให้บริการขนส่งสินค้าอยู่ที่ 713.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 44.92% มาอยู่ที่ 20.17 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและเครื่องมือทางการเงินที่ลดลง ขณะที่ธุรกิจขนส่งสินค้าทางรถยังคงเติบโตได้ดี
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ AMA ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมาก มาจาก **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและเครื่องมือทางการเงิน** ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิโดยตรง แม้ว่ารายได้รวมจะทรงตัวและธุรกิจขนส่งสินค้าทางรถจะเติบโตได้ดีก็ตาม
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 20.17 ล้านบาท ลดลง 16.45 ล้านบาท หรือ 44.92% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยเอกสารระบุชัดเจนว่าสาเหตุหลักมาจาก "กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและเครื่องมือทางการเงินลดลง" ซึ่งหมายความว่าในปีก่อนหน้า บริษัทอาจมีกำไรจากรายการเหล่านี้จำนวนมาก แต่ในไตรมาสนี้ รายการดังกล่าวกลับลดน้อยลงจนส่งผลให้กำไรสุทธิโดยรวมหดตัวลงอย่างเห็นได้ชัด
ในขณะเดียวกัน ธุรกิจการขนส่งสินค้าทางเรือซึ่งเป็นธุรกิจหลัก มีรายได้ลดลง 5.35% เนื่องจากราคาค่าระวางที่ลดลง 2.42% และปริมาณขนส่งที่ลดลง 3.13% โดยเฉพาะการที่บริษัทมีเรือขึ้นอู่ 2 ลำ ซึ่งกระทบต่อปริมาณการให้บริการ อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้กลับเพิ่มขึ้น 17.64% เป็น 52.37 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ 14.14% ซึ่งสูงขึ้นจากปีก่อน (11.38%) ปัจจัยหนุนหลักมาจากราคาน้ำมันที่ลดลง 30.59% และการควบคุมความเร็วเรือให้อยู่ในระดับประหยัด
ส่วนธุรกิจการขนส่งสินค้าทางรถ มีรายได้เพิ่มขึ้น 6.86% เป็น 342.72 ล้านบาท โดยเฉพาะรายได้จากการขนส่งสินค้าเหลวที่เติบโต 11.98% จากปริมาณการขนส่งที่เพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ รวมถึงการมีกองรถที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้ลดลงจาก 18.93% ในปีก่อน เหลือ 16.52% เนื่องจากอัตราค่าขนส่งที่ลดลงจากการแข่งขันที่สูงขึ้น และค่าซ่อมบำรุงรถที่เพิ่มขึ้นจากราคายางและอะไหล่ที่สูงขึ้น
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว** ปัจจัยหลักที่กดดันกำไรสุทธิในไตรมาสนี้คือ "กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและเครื่องมือทางการเงินที่ลดลง" ซึ่งเป็นรายการที่มักมีความผันผวนและไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างสม่ำเสมอ การที่รายการนี้ลดลงจึงมีลักษณะเป็นเหตุการณ์เฉพาะครั้งคราวมากกว่าจะเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลต่อเนื่องในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของค่าเงินบาทและราคาน้ำมันยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดสำหรับธุรกิจการขนส่งสินค้าทางเรือ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 44.92% YoY:** อยู่ที่ 20.17 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและเครื่องมือทางการเงิน
* **รายได้รวมทรงตัว:** อยู่ที่ 713.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.15% YoY
* **ธุรกิจขนส่งสินค้าทางรถเติบโต:** รายได้เพิ่มขึ้น 6.86% YoY เป็น 342.72 ล้านบาท โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าเหลวที่เพิ่มขึ้น
* **ธุรกิจขนส่งสินค้าทางเรือรายได้หด:** ลดลง 5.35% YoY เนื่องจากราคาค่าระวางและปริมาณขนส่งลดลง
* **กำไรขั้นต้นธุรกิจเรือดีขึ้น:** เพิ่มขึ้น 17.64% YoY จากราคาน้ำมันที่ลดลงและการควบคุมต้นทุน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการให้บริการขนส่งสินค้าโดยรวม 713.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.07 ล้านบาท หรือ 0.15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยสัดส่วนรายได้มาจากธุรกิจขนส่งสินค้าทางเรือ 51.94% และธุรกิจขนส่งสินค้าทางรถ 48.06%
รายได้จากการขนส่งสินค้าทางเรือลดลง 20.92 ล้านบาท หรือ 5.35% เนื่องจากราคาค่าระวางลดลง 2.42% และปริมาณขนส่งลดลง 3.13% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการที่บริษัทมีเรือขึ้นอู่ 2 ลำ ในขณะที่ปีก่อนมีเพียง 1 ลำ
ในทางกลับกัน รายได้จากธุรกิจการขนส่งสินค้าทางรถเพิ่มขึ้น 21.99 ล้านบาท หรือ 6.86% เป็น 342.72 ล้านบาท โดยรายได้จากการขนส่งสินค้าเหลวเพิ่มขึ้น 11.98% จากปริมาณการขนส่งที่เพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว รวมถึงการมีกองรถที่เพิ่มขึ้น
กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 108.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.85 ล้านบาท หรือ 7.75% โดยอัตรากำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 15.28% สูงขึ้นจาก 14.78% ในปีก่อนหน้า
กำไรขั้นต้นของธุรกิจขนส่งสินค้าทางเรือเพิ่มขึ้น 17.64% เป็น 52.37 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 14.14% ซึ่งสูงขึ้นจาก 11.38% ในปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ลดลงและการควบคุมความเร็วเรือ
ส่วนกำไรขั้นต้นของธุรกิจขนส่งสินค้าทางรถลดลง 4.09 ล้านบาท หรือ 3.45% เป็น 114.43 ล้านบาท โดยอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 18.93% เหลือ 16.52% เนื่องจากอัตราค่าขนส่งที่ลดลงจากการแข่งขันที่สูงขึ้น และค่าซ่อมบำรุงที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 20.17 ล้านบาท ลดลง 16.45 ล้านบาท หรือ 44.92% จากปีก่อนหน้า โดยอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 2.83% ลดลงจาก 7.29% ในปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและเครื่องมือทางการเงินที่ลดลง
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิ:** เป็นธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพการเติบโตต่อเนื่องตามความต้องการของตลาด โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าแช่เย็นและแช่แข็ง
* **การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ:** ส่งผลดีต่อปริมาณความต้องการใช้น้ำมันและภาคการเกษตร ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนการขนส่งสินค้าเหลว
* **การขยายกองรถ:** การเพิ่มจำนวนรถขนส่งช่วยเพิ่มศักยภาพในการรองรับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันด้านราคาในอุตสาหกรรมขนส่ง:** ส่งผลให้ค่าขนส่งลดลงและกดดันอัตรากำไรขั้นต้น โดยเฉพาะธุรกิจขนส่งสินค้าทางรถ
* **ต้นทุนค่าซ่อมบำรุงและอะไหล่ที่สูงขึ้น:** ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานของธุรกิจขนส่งสินค้าทางรถ
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ:** แม้ในไตรมาสนี้ราคาน้ำมันลดลงเป็นปัจจัยบวก แต่ความผันผวนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **ความผันผวนของค่าเงินบาท:** ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของธุรกิจขนส่งสินค้าทางเรือที่ใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นหลัก
* **กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม (IMO 2023):** ข้อบังคับใหม่ที่เข้มงวดขึ้นเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อาจทำให้บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาค่าระวางและปริมาณขนส่งสินค้าทางเรือ:** จะฟื้นตัวได้หรือไม่หลังจากมีเรือขึ้นอู่
* **การบริหารจัดการต้นทุนในธุรกิจขนส่งสินค้าทางรถ:** โดยเฉพาะค่าซ่อมบำรุงและอะไหล่
* **ผลประกอบการของธุรกิจขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิ:** จะเติบโตได้ตามศักยภาพที่คาดการณ์ไว้หรือไม่
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและราคาน้ำมัน:** จะส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในอนาคตอย่างไร
* **การปรับตัวต่อกฎระเบียบ IMO 2023:** บริษัทมีแผนรองรับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจการขนส่งสินค้าทางเรือ:**
* **รายได้:** ลดลง 5.35% YoY เป็น 373.79 ล้านบาท จากราคาค่าระวางลดลง 2.42% และปริมาณขนส่งลดลง 3.13% โดยมีเรือขึ้นอู่ 2 ลำ
* **กำไรขั้นต้น:** เพิ่มขึ้น 17.64% YoY เป็น 52.37 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 11.38% เป็น 14.14% จากราคาน้ำมันลดลง 30.59% และการควบคุมความเร็วเรือ
**ธุรกิจการขนส่งสินค้าทางรถ:**
* **รายได้:** เพิ่มขึ้น 6.86% YoY เป็น 342.72 ล้านบาท
* ขนส่งสินค้าเหลว: เพิ่มขึ้น 11.98% จากปริมาณขนส่งเพิ่มขึ้น 10.63% และกองรถเพิ่มขึ้น
* ขนส่งแก๊ส/ตู้คอนเทนเนอร์: 83.11 ล้านบาท
* ขนส่งรถยนต์: ลดลง
* **กำไรขั้นต้น:** ลดลง 3.45% YoY เป็น 114.43 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 18.93% เป็น 16.52% จากค่าขนส่งลดลงและการแข่งขันสูง รวมถึงค่าซ่อมบำรุงและอะไหล่ที่สูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** 4,375.40 ล้านบาท ลดลง 2.01% จากสิ้นปีก่อนหน้า จากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่ลดลง
* **หนี้สินรวม:** 1,436.48 ล้านบาท ลดลง 9.41% จากสิ้นปีก่อนหน้า จากเงินกู้ยืมที่ลดลง
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** 2,938.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.07% จากสิ้นปีก่อนหน้า จากกำไรจากการดำเนินงาน
* **กระแสเงินสด:**
* กิจกรรมดำเนินงาน: 274.41 ล้านบาท
* กิจกรรมลงทุน: ใช้ไป 96.38 ล้านบาท (ค่าเรือขึ้นอู่)
* กิจกรรมจัดหาเงิน: ใช้ไป 330.37 ล้านบาท (จ่ายคืนเงินกู้ยืม, จ่ายปันผล)
* เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือ ณ 30 มิ.ย. 66: 250.31 ล้านบาท ลดลง 140.24 ล้านบาทจากสิ้นปี 65
## สรุปท้าย
AMA ในไตรมาส 2 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันจากรายการพิเศษที่ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้รวมจะทรงตัวและธุรกิจขนส่งสินค้าทางรถจะยังคงเติบโตได้ดี แต่การลดลงของกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและเครื่องมือทางการเงินเป็นปัจจัยหลักที่ต้องจับตา อย่างไรก็ตาม การที่ธุรกิจเรือสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ดีขึ้นจากราคาน้ำมันที่ลดลง และธุรกิจรถยนต์ยังคงขยายตัวได้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและโอกาสในการเติบโตในระยะยาว แต่ความเสี่ยงจากการแข่งขันที่สูงขึ้น ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AMA ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
729.62
ล้านบาท
↓ 9.6% YoY
กำไรขั้นต้น
133.63
ล้านบาท
↓ 21.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.31
%
กำไรสุทธิ
56.78
ล้านบาท
↓ 45.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.78
%
D/E Ratio
0.43
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
730
↓ -9.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
134
↓ -21.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
57
↓ -45.8%
YoY
D/E Ratio
0.43
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AMA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.43
ROE (%)
7.91
ROA (%)
7.58
Book Value/หุ้น
5.65
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AMA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-277
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+99
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AMA
| รายการ | 2569 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — |
-277.34
-131.19%
|
889.32
+69.27%
|
525.38
+3.86%
|
505.84
+256.55%
|
141.87
-65.26%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — |
98.92
+28.94%
|
76.72
-129.42%
|
-260.80
-486.26%
|
67.52
-158.71%
|
-115.00
-22.92%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — |
302.50
+1,312.89%
|
21.41
-96.31%
|
580.53
-255.31%
|
-373.78
+196.46%
|
-126.08
-73.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — |
129.25
-24.31%
|
170.76
-3.03%
|
176.10
-614.91%
|
-34.20
-275.20%
|
19.52
-108.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — |
390.55
+325.30%
|
91.83
-59.18%
|
224.97
+154.95%
|
88.24
-55.77%
|
199.52
-53.85%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — |
269.50
-30.99%
|
390.55
+325.30%
|
91.83
-59.18%
|
224.97
+154.95%
|
88.24
-55.77%
|