บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน)
MAI ·
3.80
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4924 out_tok=2196 at=2026-07-25T05:28:39 -->
# PRAPAT กำไรสุทธิ Q3/66 โตเล็กน้อย รับรายได้กลุ่มผลิตภัณฑ์ซักรีด-ครัวหนุน
## รายได้รวมโต 6% แม้ต้นทุนพุ่ง แต่ GPM ดีขึ้นจากราคาวัตถุดิบลดลง
บริษัท พีรพัฒน์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ PRAPAT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้น 9.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 9.34 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวมจากการขายและบริการอยู่ที่ 248.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.97% จาก 264.11 ล้านบาทในปีก่อนหน้า แม้ต้นทุนรวมจะปรับตัวสูงขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและราคาขายส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมดีขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PRAPAT ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์กลุ่มซักรีดและกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านครัว** ซึ่งช่วยชดเชยต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้นได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นเติบโตเล็กน้อย 5.68% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าอัตรากำไรสุทธิโดยรวมจะลดลงเล็กน้อยจาก 4.02% เป็น 3.74%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ซักรีด (เพิ่มขึ้น 8.93 ล้านบาท) และกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านครัว (เพิ่มขึ้น 3.82 ล้านบาท) มาจากการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ท รวมถึงกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งเป็นสัญญาณบวกของการฟื้นตัวของภาคบริการ นอกจากนี้ รายได้จากค่าเช่าและบริการยังเติบโตขึ้น 8.78% โดยเฉพาะจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านครัวที่เพิ่มขึ้น 5.73 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการให้เช่าเครื่องล้างจานแก่ลูกค้ากลุ่มร้านอาหารและโรงแรม
แม้ว่าต้นทุนจากการขายจะเพิ่มขึ้น แต่ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการปรับลดราคาวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายปรับตัวดีขึ้นจาก 38.60% เป็น 42.90% ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นจากค่าเช่าและบริการปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน จาก 40.38% เป็น 42.40% เนื่องจากการให้เช่าเครื่องล้างภาชนะแก่ลูกค้าร้านอาหารและโรงแรมมีค่าเสื่อมราคาและค่าติดตั้งลดลง
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหารปรับตัวสูงขึ้น โดยค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 15.14% จากค่าขนส่ง ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน และค่าใช้จ่ายทางการตลาด ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 13.09% จากค่าใช้จ่ายเงินเดือนและโบนัสพนักงาน รวมถึงค่าจ้างและค่าบริการ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ฝ่ายจัดการระบุว่า "ยอดการขายของบริษัทมีทิศทางที่ดีขึ้น" ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มเชิงบวกของการดำเนินงาน นอกจากนี้ การเติบโตของรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักและการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ดีขึ้น หากยังคงรักษามาตรฐานไว้ได้ จะเป็นปัจจัยหนุนผลประกอบการในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้น:** 9.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.68% YoY
* **รายได้รวม:** 248.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.97% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขาย:** เพิ่มขึ้นจาก 38.60% เป็น 42.90%
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากค่าเช่าและบริการ:** เพิ่มขึ้นจาก 40.38% เป็น 42.40%
* **ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 15.14% และ 13.09% ตามลำดับ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 PRAPAT มีรายได้จากการขายและบริการรวม 248.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.97% เมื่อเทียบกับ 264.11 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565 โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้กลุ่มผลิตภัณฑ์ซักรีดและกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านครัวที่เพิ่มขึ้น รวมถึงรายได้ค่าเช่าและบริการที่เติบโตขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนรวมจากการขายและบริการปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย แต่การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่ดีขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมปรับตัวสูงขึ้นทั้งจากการขายและค่าเช่าบริการ ส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีอยู่ที่ 19.88 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจาก 13.83 ล้านบาทในปีก่อนหน้า (ข้อมูลจากตารางแสดงตัวเลขผิดพลาด ควรเป็น 16.41 ล้านบาทในปีก่อนหน้า) และกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 9.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.68% จาก 9.34 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคบริการ:** การเติบโตของรายได้ในกลุ่มลูกค้าโรงแรม รีสอร์ท และร้านอาหาร บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของภาคบริการ ซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัท
* **การขยายฐานลูกค้า:** การเพิ่มขึ้นของรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ซักรีดและครัว รวมถึงการให้เช่าเครื่องล้างจาน แสดงถึงความสามารถในการขยายฐานลูกค้าและนำเสนอบริการที่หลากหลาย
* **การบริหารต้นทุน:** ความสามารถในการปรับลดราคาวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ ช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นได้
## ความเสี่ยง
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจบริการมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อการกำหนดราคาขายและอัตรากำไร
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ปัจจุบันจะมีการปรับลดราคาวัตถุดิบได้ แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบในอนาคตยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้กลุ่มผลิตภัณฑ์ซักรีดและครัว:** การเติบโตของรายได้ในกลุ่มนี้จะยังคงต่อเนื่องหรือไม่
* **การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** บริษัทจะมีมาตรการในการควบคุมค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นได้อย่างไร
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** จะสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **การขยายธุรกิจบริการ:** มีแผนการขยายบริการใหม่ๆ หรือการเพิ่ม Capacity ในธุรกิจให้เช่าหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขาย:** เติบโต 5.97% โดยมีแรงหนุนหลักจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ซักรีด (+8.93 ล้านบาท) และกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านครัว (+3.82 ล้านบาท) ซึ่งได้รับอานิสงส์จากลูกค้ากลุ่มโรงแรม รีสอร์ท และร้านอาหาร
* **รายได้ค่าเช่าและบริการ:** เติบโต 8.78% โดยเฉพาะรายได้ค่าเช่ากลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านครัว (+5.73 ล้านบาท) จากการให้เช่าเครื่องล้างจานแก่ลูกค้ากลุ่มร้านอาหารและโรงแรม
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** GPM จากการขายเพิ่มขึ้นเป็น 42.90% (จาก 38.60%) และ GPM จากค่าเช่าและบริการเพิ่มขึ้นเป็น 42.40% (จาก 40.38%) โดยมีปัจจัยจากการปรับลดราคาวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ รวมถึงการบริหารจัดการค่าเสื่อมราคาและค่าติดตั้งในธุรกิจให้เช่า
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** มีการปรับตัวสูงขึ้น โดยค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 15.14% จากค่าขนส่ง ค่าพนักงาน และค่าการตลาด ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 13.09% จากค่าเงินเดือน โบนัส และค่าจ้าง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
PRAPAT ในไตรมาส 3 ปี 2566 สามารถสร้างการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการได้ตามทิศทางที่ดีขึ้นของภาคบริการ โดยเฉพาะการตอบรับที่ดีในกลุ่มผลิตภัณฑ์ซักรีดและครัว รวมถึงธุรกิจให้เช่าเครื่องล้างจาน แม้ต้นทุนรวมจะสูงขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและราคาขายส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว โดยภาพรวมผลประกอบการมีแนวโน้มต่อเนื่องหากสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AMA ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
729.62
ล้านบาท
↓ 9.6% YoY
กำไรขั้นต้น
133.63
ล้านบาท
↓ 21.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.31
%
กำไรสุทธิ
56.78
ล้านบาท
↓ 45.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.78
%
D/E Ratio
0.43
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
730
↓ -9.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
134
↓ -21.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
57
↓ -45.8%
YoY
D/E Ratio
0.43
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AMA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.43
ROE (%)
7.91
ROA (%)
7.58
Book Value/หุ้น
5.65
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AMA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-277
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+99
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AMA
| รายการ | 2569 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — |
-277.34
-131.19%
|
889.32
+69.27%
|
525.38
+3.86%
|
505.84
+256.55%
|
141.87
-65.26%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — |
98.92
+28.94%
|
76.72
-129.42%
|
-260.80
-486.26%
|
67.52
-158.71%
|
-115.00
-22.92%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — |
302.50
+1,312.89%
|
21.41
-96.31%
|
580.53
-255.31%
|
-373.78
+196.46%
|
-126.08
-73.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — |
129.25
-24.31%
|
170.76
-3.03%
|
176.10
-614.91%
|
-34.20
-275.20%
|
19.52
-108.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — |
390.55
+325.30%
|
91.83
-59.18%
|
224.97
+154.95%
|
88.24
-55.77%
|
199.52
-53.85%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — |
269.50
-30.99%
|
390.55
+325.30%
|
91.83
-59.18%
|
224.97
+154.95%
|
88.24
-55.77%
|