บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
1.74
0.01 (0.57%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลง สาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 162.5 ล้านบาทซึ่งเป็นผลจากการ เพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการของ AEC ที่ได้ถูกนํามารวมเต็มปีในปี 2564 มีผลทําให้กําไรขั้นต้นสูงขึ้น 8.5 ล้านบาท อย่างไรก็ตามกลุ่ม STI มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 23.2 ล้านบาท มีผลทําให้กําไรสําหรับปีลดลงในจํานวน ดังกล่าวในปีนี้
บริษัทจ่ายปันผลเป็นหุ้นในปีนี้
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6313 out_tok=3057 at=2026-07-26T06:05:08 -->
# STI Q4/2565 กำไรสุทธิโต 0.8% รับแรงหนุนกำไรขั้นต้นเพิ่ม แม้ต้นทุนบริหารสูงขึ้น
## รายได้ทรงตัวแต่บริหารต้นทุนดีขึ้น หนุนกำไรสุทธิ STI เติบโตเล็กน้อยใน Q4/2565 ขณะที่ฐานะการเงินยังแข็งแกร่ง
บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STI รายงานผลประกอบการปี 2565 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 โดยมีกำไรสุทธิ 145.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้รายได้จากการให้บริการจะทรงตัวใกล้เคียงเดิม แต่การบริหารจัดการต้นทุนการให้บริการที่ดีขึ้นส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้น เป็นปัจจัยหลักที่ช่วยหนุนผลกำไร ขณะที่ฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่ง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ STI ในปี 2565 คือ **การบริหารจัดการต้นทุนการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวสูงขึ้น** แม้รายได้จากการให้บริการจะเติบโตเพียงเล็กน้อยเพียง 0.2% หรือ 4.0 ล้านบาท เป็น 1,736.8 ล้านบาท
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **รายได้จากการให้บริการ:** แม้ภาพรวมรายได้จะทรงตัว แต่มีการเปลี่ยนแปลงภายใน โดยรายได้จากธุรกิจบริหารและควบคุมงานก่อสร้างลดลง 1.7% หรือ 25.2 ล้านบาท เนื่องจากการชะลอตัวของบางโครงการในช่วงต้นปีจากผลกระทบโควิด-19 อย่างไรก็ตาม โครงการหลักๆ เช่น O&G Bangkok, รถไฟทางคู่, รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ และท่าเรือแหลมฉบัง ยังคงเดินหน้าตามแผน
* **รายได้จากธุรกิจออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมและธุรกิจอื่น:** มีการเติบโต 10.0% หรือ 29.2 ล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ทำให้สามารถดำเนินงานและส่งมอบบริการได้มากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของบริษัทย่อย 20
* **ต้นทุนการให้บริการ:** ลดลง 2.2% หรือ 27.3 ล้านบาท เป็น 1,198.4 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าการเติบโตของรายได้ ทำให้ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับเพิ่มขึ้นจาก 29.3% ในปีก่อน เป็น 31.0% ในปีนี้** สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 8.4% หรือ 24.6 ล้านบาท เป็น 318.8 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับพนักงานเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 15.2% หรือ 1.7 ล้านบาท เป็น 12.9 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากเงินกู้ระยะสั้นและระยะยาวเพื่อบริหารสภาพคล่องและการลงทุน
ผลจากการบริหารต้นทุนที่ดียิ่งขึ้นนี้ ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 6.2% หรือ 31.3 ล้านบาท แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น แต่ผลกระทบโดยรวมทำให้ **กำไรสำหรับปี (Profit for the year) เพิ่มขึ้น 0.7% หรือ 1.1 ล้านบาท เป็น 169.1 ล้านบาท** และ **กำไรสุทธิ (Net Profit) เพิ่มขึ้น 0.8% หรือ 1.2 ล้านบาท เป็น 145.6 ล้านบาท**
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่าสถานการณ์โควิด-19 มีแนวโน้มลดลงตั้งแต่ไตรมาส 2/2565 เป็นต้นมา ซึ่งส่งผลให้การดำเนินงานกลับมาเป็นปกติมากขึ้น และงานโครงการหลักๆ ยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามแผน นอกจากนี้ การบริหารจัดการต้นทุนที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น เป็นปัจจัยบวกที่อาจส่งผลต่อเนื่องได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 อยู่ที่ 145.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% YoY** จาก 144.4 ล้านบาทในปี 2564
* **รายได้จากการให้บริการปี 2565 อยู่ที่ 1,736.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.2% YoY** จาก 1,732.8 ล้านบาทในปี 2564
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 31.0%** จาก 29.3% ในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 8.4% YoY** จากการลงทุนในบุคลากรเพื่อรองรับการเติบโต
* **สินทรัพย์รวม ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 2,142.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 196.0 ล้านบาท YoY** โดยมีลูกหนี้การค้าและรายได้ที่ยังไม่ได้เรียกชำระเพิ่มขึ้น
* **หนี้สินรวม ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 1,107.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63.6 ล้านบาท YoY** ส่วนใหญ่มาจากเงินกู้ยืมระยะสั้น
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 1,034.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 132.4 ล้านบาท YoY** จากกำไรสุทธิและเงินปันผลจ่าย
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 STI มีรายได้จากการให้บริการรวม 1,736.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยจากการลดลงของรายได้จากธุรกิจบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง 1.7% แต่ได้รับการชดเชยจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมและธุรกิจอื่น 10.0% ต้นทุนการให้บริการลดลง 2.2% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 31.0% จาก 29.3% ในปีก่อน แม้ค่าใช้จ่ายในการบริหารจะเพิ่มขึ้น 8.4% และค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 15.2% แต่กำไรสำหรับปีก็ยังคงเติบโตได้ 0.7% เป็น 169.1 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 0.8% เป็น 145.6 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 8.4% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 8.3% ในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการลงทุนภาครัฐ:** ความต่อเนื่องของงบการลงทุนและแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล เช่น ทางหลวง ทางรถไฟ สนามบิน และโครงการในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เป็นโอกาสสำคัญในการรับงานโครงการใหม่ๆ
* **ความต้องการที่อยู่อาศัยและโครงการเชิงพาณิชย์:** ความต้องการในการเพิ่มที่อยู่อาศัยและโครงการเชิงพาณิชย์ต่างๆ ยังคงมีอยู่ ซึ่งเป็นตลาดหลักของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
* **เทคโนโลยีและการก่อสร้างที่ยั่งยืน:** การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง เช่น BIM, IoT และการใช้วิธีการก่อสร้างที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นโอกาสในการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและเงินเฟ้อสูง:** ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวและอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนและการดำเนินงาน
* **การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย:** การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางทั่วโลก อาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ความล่าช้าของโครงการ:** แม้สถานการณ์โควิด-19 จะคลี่คลาย แต่ความล่าช้าของโครงการที่อาจเกิดขึ้นจากปัจจัยอื่นๆ ยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องบริหารจัดการ
* **การบริหารจัดการลูกหนี้:** การชะลอการชำระหนี้จากผู้ว่าจ้างบางส่วนที่เกิดจากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 ในอดีต อาจยังคงมีผลต่อเนื่องในปี 2566
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การรับงานโครงการใหม่:** การประมูลและการได้รับงานโครงการใหม่ๆ โดยเฉพาะโครงการโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐและโครงการใน EEC
* **ความคืบหน้าของโครงการหลัก:** การดำเนินงานและส่งมอบงานของโครงการสำคัญที่ระบุไว้ เช่น O&G Bangkok, รถไฟทางคู่, รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ และท่าเรือแหลมฉบัง
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนที่อาจปรับตัวสูงขึ้น
* **แนวโน้มการชำระหนี้:** การคลี่คลายของสถานการณ์การชำระหนี้จากผู้ว่าจ้าง และการเรียกเก็บหนี้ที่ค้างอยู่
* **การนำเทคโนโลยีมาใช้:** ความคืบหน้าในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและแนวทางการก่อสร้างที่ยั่งยืนมาปรับใช้ในโครงการต่างๆ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **รายได้จากการให้บริการ:** แม้รายได้รวมจะทรงตัว แต่การเปลี่ยนแปลงภายในสะท้อนถึงการฟื้นตัวของบางภาคส่วน โดยเฉพาะงานออกแบบและวิศวกรรมที่ได้รับอานิสงส์จากการคลี่คลายของโควิด-19 ในขณะที่งานบริหารและควบคุมงานก่อสร้างได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวในช่วงต้นปี แต่มีแนวโน้มกลับมาเดินหน้าต่อ
* **Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Backlog โดยตรง แต่กล่าวถึงโครงการหลักๆ ที่ยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบ่งชี้ว่ายังมีงานในมือที่รอรับรู้รายได้
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดต้นทุนก่อสร้างโดยตรง แต่การที่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น แสดงว่าบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น หรือสามารถผลักภาระต้นทุนบางส่วนไปยังลูกค้าได้
* **กระแสเงินสดจากโครงการ:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดกระแสเงินสดจากโครงการโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและรายได้ที่ยังไม่ได้เรียกชำระ สะท้อนถึงการขยายระยะเวลาส่งมอบงานและรอการเรียกเก็บเงินเมื่อส่งมอบงาน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 กลุ่ม STI มีสินทรัพย์รวม 2,142.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 196.0 ล้านบาท โดยมีลูกหนี้การค้าและรายได้ที่ยังไม่ได้เรียกชำระเพิ่มขึ้น 52.0 ล้านบาท และ 136.4 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากผลกระทบของโควิด-19 ที่ทำให้มีการชะลอการชำระหนี้จากผู้ว่าจ้างบางส่วน และการขยายระยะเวลาส่งมอบงาน โดยคาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายในปี 2566 เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 70.9 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,107.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63.6 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 88.0 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน 57.1 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน และเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 49.9 ล้านบาท ส่วนหนี้สินไม่หมุนเวียนลดลง 24.4 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ระยะยาว 22.9 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 132.4 ล้านบาท เป็น 1,034.9 ล้านบาท จากกำไรสุทธิหักเงินปันผลจ่าย อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 2.1 เท่า อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 1.1 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนอยู่ที่ 0.4 เท่า อัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 17.7% ซึ่งยังคงอยู่ในระดับสูง
## สรุปท้าย
STI ในปี 2565 สามารถรักษาการเติบโตของกำไรสุทธิได้เล็กน้อย 0.8% เป็น 145.6 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการบริหารจัดการต้นทุนการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้น แม้รายได้จากการให้บริการจะทรงตัวใกล้เคียงเดิม การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและแผนการลงทุนภาครัฐเป็นโอกาสสำคัญ ขณะที่ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยภาพรวมฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่ง และมีศักยภาพในการเติบโตจากงานในมือและโอกาสในการรับงานใหม่ๆ ในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STI ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
699.60
ล้านบาท
↑ 41.1% YoY
กำไรขั้นต้น
191.88
ล้านบาท
↑ 18.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.43
%
กำไรสุทธิ
27.22
ล้านบาท
↓ 44% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.89
%
D/E Ratio
1.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
700
↑ + 41.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
192
↑ + 18.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
27
↓ -44%
YoY
D/E Ratio
1.10
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.10
ROE (%)
4.71
ROA (%)
3.09
Book Value/หุ้น
1.45
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+34
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
34.20
|
— | — |
132.36
+218.63%
|
41.54
-160.23%
|
-68.97
-521.06%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1.56
|
— | — |
-20.90
-186.65%
|
24.12
-36.29%
|
37.86
-109.76%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-15.41
|
— | — |
-40.55
-65.79%
|
-118.54
-636.87%
|
22.08
-162.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
20.35
|
— | — |
70.91
-234.10%
|
-52.88
+486.25%
|
-9.02
-97.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
67.45
+40.72%
|
— | — |
23.22
-69.49%
|
76.10
+105.51%
|
37.03
-91.66%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
105.65
+56.64%
|
— | — |
94.13
+305.38%
|
23.22
-69.49%
|
76.10
+105.51%
|