บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
1.74
0.01 (0.57%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลง สาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 162.5 ล้านบาทซึ่งเป็นผลจากการ เพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการของ AEC ที่ได้ถูกนํามารวมเต็มปีในปี 2564 มีผลทําให้กําไรขั้นต้นสูงขึ้น 8.5 ล้านบาท อย่างไรก็ตามกลุ่ม STI มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 23.2 ล้านบาท มีผลทําให้กําไรสําหรับปีลดลงในจํานวน ดังกล่าวในปีนี้
บริษัทจ่ายปันผลเป็นหุ้นในปีนี้
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12827 out_tok=1960 at=2026-08-11T18:47:16 -->
# STI Q3/2569: รายได้-กำไรพุ่ง 87.8% รับแรงหนุนโครงการใหญ่-บริหารต้นทุน
## ฝ่ายบริหาร STI ชี้ผลงาน Q3/2569 เติบโตโดดเด่น จากการบริหารต้นทุนและรายได้โครงการขนาดใหญ่ที่เพิ่มขึ้น
บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2569 (สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569) มีรายได้รวม 354.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 16.9 ล้านบาท เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 87.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการรับรู้รายได้จากโครงการขนาดใหญ่ที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ STI ในไตรมาส 3/2569 คือ **การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นถึง 87.8%** ซึ่งเป็นผลมาจากการ **บริหารต้นทุนการบริการที่ลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ** ประกอบกับการ **รับรู้รายได้จากโครงการขนาดใหญ่ที่เพิ่มขึ้น** โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 25.8% เป็น 26.1% และอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 2.6% เป็น 4.7%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การบริหารต้นทุนที่ลดลงเกิดจากการ **ควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง 7.1%** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง 40% จากการชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินลดลง นอกจากนี้ การรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้น 2.8% มาจากการดำเนินงานในส่วนของ **"งานบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง"** ที่เพิ่มขึ้น 4.5% จากการดำเนินงานในโครงการภาครัฐและภาคเอกชนขนาดใหญ่หลายโครงการ เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ และโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 เป็นต้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายบริหารได้ระบุถึงยุทธศาสตร์การดำเนินงานในปี 2569 ที่เน้นการ "ยกกระดับมาตรฐานการทำงานรุกด้วยโมเดล 881" ซึ่งรวมถึงการผสานความแข็งแกร่งระหว่างมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวด ควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด นอกจากนี้ Backlog ของโครงการขนาดใหญ่ที่ยังคงมีอยู่หลายโครงการ เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ และโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการรับรู้รายได้ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 354.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8%** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 16.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87.8%** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 26.1%** จาก 25.8%
* **อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 4.7%** จาก 2.6%
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 7.1%** จากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
* **หนี้สินรวมลดลง 101.1 ล้านบาท** สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3/2569 STI มีรายได้จากการให้บริการรวม 354.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้หลักมาจากการบริหารและควบคุมงานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น 4.5% จากโครงการภาครัฐและเอกชนขนาดใหญ่ ขณะที่ต้นทุนการบริการเพิ่มขึ้น 5.5% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 26.1% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 25.8% ในปีก่อน สำหรับกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 16.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 87.8% โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 4.7% ซึ่งปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 2.6% ในปีก่อน เป็นผลมาจากการบริหารค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง 7.1% และการรับรู้รายได้จากโครงการที่เพิ่มขึ้น
## โอกาส
* การเดินหน้าตามยุทธศาสตร์การเติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2569 โดยเน้นการยกระดับมาตรฐานการทำงานและนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพ
* การมีโครงการขนาดใหญ่ในมือจำนวนมาก เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ และโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในอนาคต
* นโยบายภาครัฐที่สนับสนุนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โครงการรถไฟทางคู่ และการพัฒนาสนามบิน
* การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง เช่น BIM และ IoT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความเสี่ยง
## ความเสี่ยง
* ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและนโยบายการค้าของประเทศมหาอำนาจ
* ความไม่แน่นอนของอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางทั่วโลก
* ความล่าช้าในการดำเนินโครงการภาครัฐ หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาล
* ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ และความขัดแย้งระหว่างประเทศ
* ความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้าง อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนโครงการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าของโครงการขนาดใหญ่ที่อยู่ในมือ และการได้มาซึ่งโครงการใหม่ๆ
* การบริหารจัดการต้นทุนการก่อสร้างและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
* การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการดำเนินงาน และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
* ทิศทางนโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน
* การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย และผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
STI มีรายได้จากการให้บริการรวม 354.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% โดยรายได้หลักมาจากการบริหารและควบคุมงานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น 4.5% จากโครงการภาครัฐและเอกชนขนาดใหญ่หลายโครงการ เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ และโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการโครงการขนาดใหญ่ได้เป็นอย่างดี แม้ต้นทุนการบริการจะเพิ่มขึ้น 5.5% แต่อัตรากำไรขั้นต้นยังคงรักษาไว้ได้ที่ 26.1%
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2569 กลุ่ม STI มีสินทรัพย์รวม 2,001.2 ล้านบาท ลดลง 79.0 ล้านบาท จากปีก่อน โดยส่วนใหญ่มาจากการรับรู้รายได้จากโครงการที่ลดลง และการบริหารจัดการสินทรัพย์หมุนเวียน ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 966.6 ล้านบาท ลดลง 101.1 ล้านบาท จากปีก่อน โดยเฉพาะเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นๆ ที่ลดลงจากการปิดโครงการบางส่วน และการชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นและระยะยาว ทำให้ D/E Ratio อยู่ที่ 1.0 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ดี อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 2.1 เท่า แสดงถึงความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้นได้ดี
## สรุปท้าย
STI โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 เติบโตโดดเด่น โดยเฉพาะกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 87.8% จากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการรับรู้รายได้จากโครงการขนาดใหญ่ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นจากการลดลงของหนี้สิน แม้จะมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก แต่ด้วยยุทธศาสตร์การดำเนินงานที่ชัดเจนและการมี Backlog โครงการขนาดใหญ่ จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STI ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
699.60
ล้านบาท
↑ 41.1% YoY
กำไรขั้นต้น
191.88
ล้านบาท
↑ 18.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.43
%
กำไรสุทธิ
27.22
ล้านบาท
↓ 44% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.89
%
D/E Ratio
1.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
700
↑ + 41.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
192
↑ + 18.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
27
↓ -44%
YoY
D/E Ratio
1.10
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.10
ROE (%)
4.71
ROA (%)
3.09
Book Value/หุ้น
1.45
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+34
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
34.20
|
— | — |
132.36
+218.63%
|
41.54
-160.23%
|
-68.97
-521.06%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1.56
|
— | — |
-20.90
-186.65%
|
24.12
-36.29%
|
37.86
-109.76%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-15.41
|
— | — |
-40.55
-65.79%
|
-118.54
-636.87%
|
22.08
-162.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
20.35
|
— | — |
70.91
-234.10%
|
-52.88
+486.25%
|
-9.02
-97.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
67.45
+40.72%
|
— | — |
23.22
-69.49%
|
76.10
+105.51%
|
37.03
-91.66%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
105.65
+56.64%
|
— | — |
94.13
+305.38%
|
23.22
-69.49%
|
76.10
+105.51%
|