STI
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
STI
บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
1.70
0.01 (0.58%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 2 ปี 2564

สรุปสั้น

กำไรที่ลดลง สาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 162.5 ล้านบาทซึ่งเป็นผลจากการ เพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการของ AEC ที่ได้ถูกนํามารวมเต็มปีในปี 2564 มีผลทําให้กําไรขั้นต้นสูงขึ้น 8.5 ล้านบาท อย่างไรก็ตามกลุ่ม STI มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 23.2 ล้านบาท มีผลทําให้กําไรสําหรับปีลดลงในจํานวน ดังกล่าวในปีนี้ บริษัทจ่ายปันผลเป็นหุ้นในปีนี้

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6716 out_tok=2716 at=2026-07-27T12:56:14 --> # STI กำไร Q2/64 ลดลง 28.6% รับผลกระทบโควิด-19 ฉุดกำไรขั้นต้น ## รายได้รวมทรงตัว แต่ต้นทุนบริการพุ่ง ฉุดกำไรสุทธิหดตัว ฝ่ายบริหารเร่งฉีดวัคซีนพนักงาน บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 30.8 ล้านบาท ลดลง 21.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการให้บริการจะเติบโตเล็กน้อย 2.2% เป็น 410.7 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลกระทบการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 ที่ส่งผลให้ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้นและอัตรากำไรขั้นต้นลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารปรับตัวสูงขึ้นตามการรวมงบการเงินของบริษัทย่อย ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ STI ในไตรมาส 2 ปี 2564 ปรับลดลง 28.6% มาอยู่ที่ 36.7 ล้านบาท (กำไรสำหรับงวด) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจาก **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 33.0% เป็น 29.4% คิดเป็นการลดลง 9.0% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 12.0 ล้านบาท ประกอบกับ **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น** 7.7 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการรวมงบการเงินของบริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด (AEC) เข้ามาเต็มไตรมาส ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า การลดลงของอัตรากำไรขั้นต้นมีสาเหตุหลักมาจาก **ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19** ที่ทำให้เกิดต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้นจากงานพัฒนาโครงการบางส่วนที่มีการชะลอตัว และงานบริการบางส่วนไม่สามารถดำเนินการเพื่อส่งมอบงานได้ตามแผนที่วางไว้ โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับการประชุมสาธารณะหรืองานสำรวจโครงการที่ไม่สามารถดำเนินการได้ภายใต้ข้อจำกัดของสถานการณ์โควิด ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นนั้น เป็นผลมาจากการรวมงบการเงินของ AEC ซึ่งบริษัทฯ ได้เข้าซื้อหุ้นในสัดส่วน 63.75% ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2563 ทำให้ในไตรมาส 2/2564 มีค่าใช้จ่ายในการบริหารของ AEC จำนวน 30.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีเพียง 2 เดือน (พฤษภาคม-มิถุนายน 2563) จำนวน 21.3 ล้านบาท ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** สถานการณ์โควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและต้นทุนการให้บริการของกลุ่มบริษัทฯ แม้ว่าฝ่ายจัดการจะพยายามบริหารจัดการโดยการปรับลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นและเร่งจัดหาวัคซีนให้พนักงานกว่า 80% แล้วก็ตาม แต่ความล่าช้าของงานบริการบางส่วนและการชะลอตัวของโครงการบางประเภทอาจยังคงส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะสั้น นอกจากนี้ การรวมงบการเงินของ AEC จะส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิลดลง 21.8% YoY:** อยู่ที่ 30.8 ล้านบาท จาก 39.4 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้น 2.2% YoY:** อยู่ที่ 410.7 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากธุรกิจบริหารและควบคุมงานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น 25.3% จากการรวมรายได้ของ AEC * **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** อยู่ที่ 29.4% จาก 33.0% ในปีก่อน เนื่องจากต้นทุนบริการที่เพิ่มขึ้นจากผลกระทบโควิด-19 * **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 11.6% YoY:** อยู่ที่ 74.2 ล้านบาท จาก 66.5 ล้านบาท เป็นผลจากการรวมงบการเงินของ AEC * **ฐานะการเงินแข็งแกร่ง:** อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 1.3 เท่า และหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (Interest-Bearing Debt to Equity) อยู่ที่ 0.5 เท่า ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STI มีรายได้จากการให้บริการรวม 410.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากธุรกิจบริหารและควบคุมงานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น 25.3% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการรวมรายได้ของบริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด (AEC) ที่บริษัทฯ เข้าไปถือหุ้น 63.75% ตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมและธุรกิจอื่นลดลง 45.2% เนื่องจากความล่าช้าของงานบริการบางส่วนจากผลกระทบโควิด-19 ในด้านต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 7.7% เป็น 290.0 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 33.0% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 29.4% ในไตรมาสนี้ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 11.6% เป็น 74.2 ล้านบาท จากการรวมค่าใช้จ่ายของ AEC ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 12.0 ล้านบาท และกำไรสำหรับงวดลดลง 14.7 ล้านบาท หรือ 28.6% มาอยู่ที่ 36.7 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลง 21.8% มาอยู่ที่ 30.8 ล้านบาท ## โอกาส * **การรวมธุรกิจ AEC:** การรวมงบการเงินของ AEC เต็มไตรมาสจะช่วยเพิ่มรายได้จากการให้บริการในส่วนบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง * **โครงการหลักยังคงพัฒนาต่อเนื่อง:** แม้จะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่โครงการหลักๆ เช่น โครงการ ICONSIAM, โครงการปรับปรุงศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ, โครงการอาคารที่พักอาศัย, โครงการอาคารสำนักงาน และโครงการอาคารอเนกประสงค์ ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง * **การบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19:** บริษัทฯ ได้ออกมาตรการรองรับผลกระทบ ทั้งการบริจาคเงินช่วยเหลือ, สนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์, การจัดหาวัคซีนให้พนักงานกว่า 80% และการปรับลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น ## ความเสี่ยง * **การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3:** ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน, การเดินทาง, การปิดแคมป์คนงาน และข้อจำกัดในการทำงานก่อสร้าง ทำให้เกิดความล่าช้าและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น * **ความล่าช้าของงานบริการ:** โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับการประชุมสาธารณะหรืองานสำรวจโครงการที่ไม่สามารถดำเนินการได้ภายใต้สถานการณ์โควิด * **ต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้น:** จากการชะลอตัวของโครงการบางส่วนและการไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามแผน ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มการควบคุมสถานการณ์โควิด-19:** และผลกระทบต่อมาตรการต่างๆ ของภาครัฐที่มีต่อภาคการก่อสร้าง * **ความคืบหน้าของโครงการหลัก:** โดยเฉพาะโครงการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ปัจจุบัน * **การบริหารจัดการต้นทุนการให้บริการ:** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม * **ผลการดำเนินงานของ AEC:** หลังจากการรวมงบการเงินอย่างเต็มที่ * **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** และการประมูลงานใหม่ๆ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) ในไตรมาส 2 ปี 2564 STI มีรายได้จากการให้บริการรวม 410.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% YoY โดยรายได้จากธุรกิจบริหารและควบคุมงานก่อสร้างเพิ่มขึ้น 25.3% เป็น 169.7 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการรวมรายได้ของ AEC ที่เพิ่มขึ้นจากการรับรู้รายได้ 2 เดือนในปี 2563 เป็น 3 เดือนในปี 2564 อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมและธุรกิจอื่นลดลง 45.2% เป็น 59.6 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากผลกระทบโควิด-19 ทำให้งานบริการล่าช้า โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับการประชุมสาธารณะหรืองานสำรวจโครงการที่ไม่สามารถดำเนินการได้ ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 7.7% เป็น 290.0 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 33.0% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 29.4% ในไตรมาสนี้ ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากต้นทุนบริการที่เพิ่มขึ้นจากงานพัฒนาโครงการบางส่วนที่มีการชะลอตัวและงานบริการบางส่วนที่ไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามแผน ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 11.6% เป็น 74.2 ล้านบาท จากการรวมค่าใช้จ่ายของ AEC ที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนเดือนที่รวมงบการเงิน ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 กลุ่ม STI มีสินทรัพย์รวม 1,880.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.3 ล้านบาทจากสิ้นปี 2563 โดยมีสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นจากรายได้ที่ยังไม่ได้เรียกชำระ 117.0 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับรายได้จากการให้บริการที่เพิ่มขึ้น หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,048.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.6 ล้านบาทจากสิ้นปี 2563 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 50.0 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน 84.4 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียน ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 831.9 ล้านบาท ลดลง 20.3 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากกำไรสุทธิสำหรับงวดหกเดือน 71.0 ล้านบาท หักด้วยเงินปันผลจ่าย 107.2 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 1.3 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (Interest-Bearing Debt to Equity) อยู่ที่ 0.5 เท่า ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งในฐานะทางการเงินของกลุ่มบริษัทฯ ## สรุปท้าย STI ในไตรมาส 2 ปี 2564 เผชิญกับแรงกดดันจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการให้บริการและอัตรากำไรขั้นต้น แม้รายได้จากการให้บริการจะเติบโตเล็กน้อยจากการรวมธุรกิจ AEC แต่กำไรสุทธิปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีโอกาสจากการดำเนินโครงการหลักที่ต่อเนื่องและฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง แต่ยังคงต้องจับตาความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 และการบริหารจัดการต้นทุนเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STI ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
699.60 ล้านบาท
↑ 41.1% YoY
กำไรขั้นต้น
191.88 ล้านบาท
↑ 18.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.43 %
กำไรสุทธิ
27.22 ล้านบาท
↓ 44% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.89 %
D/E Ratio
1.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
700
↑ + 41.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
192
↑ + 18.9% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
27
↓ -44% YoY
D/E Ratio
1.10

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
699.60
— —
495.87
+13.68%
436.21
-2.95%
449.48
+121.40%
กำไรขั้นต้น —
191.88
— —
161.34
+20.41%
133.99
-7.44%
144.76
+94.60%
ค่าใช้จ่ายรวม —
154.14
— —
87.46
+12.96%
77.43
-13.24%
89.25
+99.57%
กำไรสุทธิ —
27.22
— —
48.58
+17.97%
41.18
+8.98%
37.79
+73.75%
กำไรต่อหุ้น —
0.05
— —
0.08
+19.12%
0.07
+7.94%
0.06
+75.00%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
— —
0.00
0.00
0.00
ROE(%) —
4.71
— —
17.74
-9.77%
19.66
+205.75%
6.43
ROA(%) —
3.09
— —
11.04
-5.40%
11.67
+182.57%
4.13
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
1.10
— —
1.07
-7.76%
1.16
1.16
P/E —
28.38
— —
21.65
+41.50%
15.30
+14.35%
13.38
+19.04%
P/BV —
1.34
— —
3.58
+17.76%
3.04
+13.86%
2.67
+36.22%
BV —
1.42
— —
1.39
-47.35%
2.64
+6.02%
2.49
+9.69%
YIELD(%) —
1.37
— —
0.62
-87.53%
4.97
+32.18%
3.76
+67.86%
ราคาหุ้น —
1.90
— —
4.96
-38.39%
8.05
+21.05%
6.65
+49.10%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
27.43
— —
32.54
+5.92%
30.72
-4.63%
32.21
-12.09%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
22.03
— —
17.64
-0.62%
17.75
-10.62%
19.86
-9.85%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
3.89
— —
9.80
+3.81%
9.44
+12.25%
8.41
-21.48%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.10
ROE (%)
4.71
ROA (%)
3.09
Book Value/หุ้น
1.45

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
1,689.18
-2.13%
— —
1,598.83
+18.89%
1,344.76
+9.15%
1,232.02
+71.62%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
391.07
-11.65%
— —
543.55
-9.65%
601.61
-3.76%
625.14
+831.12%
รวมสินทรัพย์ —
2,080.25
-4.07%
— —
2,142.38
+10.07%
1,946.37
+4.80%
1,857.16
+136.57%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
843.44
-4.78%
— —
759.90
+13.09%
671.96
+9.24%
615.11
+591.09%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
244.31
-12.81%
— —
347.53
-6.55%
371.89
-4.60%
389.81
+449.52%
รวมหนี้สิน —
1,087.75
-6.71%
— —
1,107.43
+6.09%
1,043.85
+3.87%
1,004.92
+528.30%
รวมส่วนของเจ้าของ —
992.50
-1.00%
— —
1,034.94
+14.67%
902.53
+5.90%
852.24
+36.34%
D/E —
1.10
— —
1.07
1.16
1.18
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
4.71
— —
17.74
19.66
6.43
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
3.09
— —
11.04
11.67
4.13
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
2.00
— —
2.10
2.00
1.95
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.74
— —
0.60
0.47
0.61
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
109.71
— —
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
0.00
— —
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
98.62
— —
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
11.09
— —
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+34
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
34.20
— —
132.36
+218.63%
41.54
-160.23%
-68.97
-521.06%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
1.56
— —
-20.90
-186.65%
24.12
-36.29%
37.86
-109.76%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
-15.41
— —
-40.55
-65.79%
-118.54
-636.87%
22.08
-162.50%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
20.35
— —
70.91
-234.10%
-52.88
+486.25%
-9.02
-97.78%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
67.45
+40.72%
— —
23.22
-69.49%
76.10
+105.51%
37.03
-91.66%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
105.65
+56.64%
— —
94.13
+305.38%
23.22
-69.49%
76.10
+105.51%