บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
1.74
0.01 (0.57%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลง สาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 162.5 ล้านบาทซึ่งเป็นผลจากการ เพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการของ AEC ที่ได้ถูกนํามารวมเต็มปีในปี 2564 มีผลทําให้กําไรขั้นต้นสูงขึ้น 8.5 ล้านบาท อย่างไรก็ตามกลุ่ม STI มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 23.2 ล้านบาท มีผลทําให้กําไรสําหรับปีลดลงในจํานวน ดังกล่าวในปีนี้
บริษัทจ่ายปันผลเป็นหุ้นในปีนี้
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6716 out_tok=2716 at=2026-07-27T12:56:14 -->
# STI กำไร Q2/64 ลดลง 28.6% รับผลกระทบโควิด-19 ฉุดกำไรขั้นต้น
## รายได้รวมทรงตัว แต่ต้นทุนบริการพุ่ง ฉุดกำไรสุทธิหดตัว ฝ่ายบริหารเร่งฉีดวัคซีนพนักงาน
บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 30.8 ล้านบาท ลดลง 21.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการให้บริการจะเติบโตเล็กน้อย 2.2% เป็น 410.7 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลกระทบการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 ที่ส่งผลให้ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้นและอัตรากำไรขั้นต้นลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารปรับตัวสูงขึ้นตามการรวมงบการเงินของบริษัทย่อย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ STI ในไตรมาส 2 ปี 2564 ปรับลดลง 28.6% มาอยู่ที่ 36.7 ล้านบาท (กำไรสำหรับงวด) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจาก **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 33.0% เป็น 29.4% คิดเป็นการลดลง 9.0% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 12.0 ล้านบาท ประกอบกับ **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น** 7.7 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการรวมงบการเงินของบริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด (AEC) เข้ามาเต็มไตรมาส
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การลดลงของอัตรากำไรขั้นต้นมีสาเหตุหลักมาจาก **ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19** ที่ทำให้เกิดต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้นจากงานพัฒนาโครงการบางส่วนที่มีการชะลอตัว และงานบริการบางส่วนไม่สามารถดำเนินการเพื่อส่งมอบงานได้ตามแผนที่วางไว้ โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับการประชุมสาธารณะหรืองานสำรวจโครงการที่ไม่สามารถดำเนินการได้ภายใต้ข้อจำกัดของสถานการณ์โควิด
ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นนั้น เป็นผลมาจากการรวมงบการเงินของ AEC ซึ่งบริษัทฯ ได้เข้าซื้อหุ้นในสัดส่วน 63.75% ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2563 ทำให้ในไตรมาส 2/2564 มีค่าใช้จ่ายในการบริหารของ AEC จำนวน 30.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีเพียง 2 เดือน (พฤษภาคม-มิถุนายน 2563) จำนวน 21.3 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** สถานการณ์โควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและต้นทุนการให้บริการของกลุ่มบริษัทฯ แม้ว่าฝ่ายจัดการจะพยายามบริหารจัดการโดยการปรับลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นและเร่งจัดหาวัคซีนให้พนักงานกว่า 80% แล้วก็ตาม แต่ความล่าช้าของงานบริการบางส่วนและการชะลอตัวของโครงการบางประเภทอาจยังคงส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะสั้น นอกจากนี้ การรวมงบการเงินของ AEC จะส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 21.8% YoY:** อยู่ที่ 30.8 ล้านบาท จาก 39.4 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้น 2.2% YoY:** อยู่ที่ 410.7 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากธุรกิจบริหารและควบคุมงานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น 25.3% จากการรวมรายได้ของ AEC
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** อยู่ที่ 29.4% จาก 33.0% ในปีก่อน เนื่องจากต้นทุนบริการที่เพิ่มขึ้นจากผลกระทบโควิด-19
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 11.6% YoY:** อยู่ที่ 74.2 ล้านบาท จาก 66.5 ล้านบาท เป็นผลจากการรวมงบการเงินของ AEC
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่ง:** อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 1.3 เท่า และหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (Interest-Bearing Debt to Equity) อยู่ที่ 0.5 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STI มีรายได้จากการให้บริการรวม 410.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากธุรกิจบริหารและควบคุมงานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น 25.3% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการรวมรายได้ของบริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด (AEC) ที่บริษัทฯ เข้าไปถือหุ้น 63.75% ตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมและธุรกิจอื่นลดลง 45.2% เนื่องจากความล่าช้าของงานบริการบางส่วนจากผลกระทบโควิด-19
ในด้านต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 7.7% เป็น 290.0 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 33.0% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 29.4% ในไตรมาสนี้ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 11.6% เป็น 74.2 ล้านบาท จากการรวมค่าใช้จ่ายของ AEC ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 12.0 ล้านบาท และกำไรสำหรับงวดลดลง 14.7 ล้านบาท หรือ 28.6% มาอยู่ที่ 36.7 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลง 21.8% มาอยู่ที่ 30.8 ล้านบาท
## โอกาส
* **การรวมธุรกิจ AEC:** การรวมงบการเงินของ AEC เต็มไตรมาสจะช่วยเพิ่มรายได้จากการให้บริการในส่วนบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง
* **โครงการหลักยังคงพัฒนาต่อเนื่อง:** แม้จะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่โครงการหลักๆ เช่น โครงการ ICONSIAM, โครงการปรับปรุงศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ, โครงการอาคารที่พักอาศัย, โครงการอาคารสำนักงาน และโครงการอาคารอเนกประสงค์ ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
* **การบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19:** บริษัทฯ ได้ออกมาตรการรองรับผลกระทบ ทั้งการบริจาคเงินช่วยเหลือ, สนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์, การจัดหาวัคซีนให้พนักงานกว่า 80% และการปรับลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3:** ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน, การเดินทาง, การปิดแคมป์คนงาน และข้อจำกัดในการทำงานก่อสร้าง ทำให้เกิดความล่าช้าและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
* **ความล่าช้าของงานบริการ:** โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับการประชุมสาธารณะหรืองานสำรวจโครงการที่ไม่สามารถดำเนินการได้ภายใต้สถานการณ์โควิด
* **ต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้น:** จากการชะลอตัวของโครงการบางส่วนและการไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามแผน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการควบคุมสถานการณ์โควิด-19:** และผลกระทบต่อมาตรการต่างๆ ของภาครัฐที่มีต่อภาคการก่อสร้าง
* **ความคืบหน้าของโครงการหลัก:** โดยเฉพาะโครงการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ปัจจุบัน
* **การบริหารจัดการต้นทุนการให้บริการ:** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
* **ผลการดำเนินงานของ AEC:** หลังจากการรวมงบการเงินอย่างเต็มที่
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** และการประมูลงานใหม่ๆ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในไตรมาส 2 ปี 2564 STI มีรายได้จากการให้บริการรวม 410.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% YoY โดยรายได้จากธุรกิจบริหารและควบคุมงานก่อสร้างเพิ่มขึ้น 25.3% เป็น 169.7 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการรวมรายได้ของ AEC ที่เพิ่มขึ้นจากการรับรู้รายได้ 2 เดือนในปี 2563 เป็น 3 เดือนในปี 2564 อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมและธุรกิจอื่นลดลง 45.2% เป็น 59.6 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากผลกระทบโควิด-19 ทำให้งานบริการล่าช้า โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับการประชุมสาธารณะหรืองานสำรวจโครงการที่ไม่สามารถดำเนินการได้
ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 7.7% เป็น 290.0 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 33.0% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 29.4% ในไตรมาสนี้ ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากต้นทุนบริการที่เพิ่มขึ้นจากงานพัฒนาโครงการบางส่วนที่มีการชะลอตัวและงานบริการบางส่วนที่ไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามแผน
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 11.6% เป็น 74.2 ล้านบาท จากการรวมค่าใช้จ่ายของ AEC ที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนเดือนที่รวมงบการเงิน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 กลุ่ม STI มีสินทรัพย์รวม 1,880.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.3 ล้านบาทจากสิ้นปี 2563 โดยมีสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นจากรายได้ที่ยังไม่ได้เรียกชำระ 117.0 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับรายได้จากการให้บริการที่เพิ่มขึ้น
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,048.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.6 ล้านบาทจากสิ้นปี 2563 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 50.0 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน 84.4 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียน
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 831.9 ล้านบาท ลดลง 20.3 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากกำไรสุทธิสำหรับงวดหกเดือน 71.0 ล้านบาท หักด้วยเงินปันผลจ่าย 107.2 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 1.3 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (Interest-Bearing Debt to Equity) อยู่ที่ 0.5 เท่า ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งในฐานะทางการเงินของกลุ่มบริษัทฯ
## สรุปท้าย
STI ในไตรมาส 2 ปี 2564 เผชิญกับแรงกดดันจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการให้บริการและอัตรากำไรขั้นต้น แม้รายได้จากการให้บริการจะเติบโตเล็กน้อยจากการรวมธุรกิจ AEC แต่กำไรสุทธิปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีโอกาสจากการดำเนินโครงการหลักที่ต่อเนื่องและฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง แต่ยังคงต้องจับตาความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 และการบริหารจัดการต้นทุนเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STI ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
699.60
ล้านบาท
↑ 41.1% YoY
กำไรขั้นต้น
191.88
ล้านบาท
↑ 18.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.43
%
กำไรสุทธิ
27.22
ล้านบาท
↓ 44% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.89
%
D/E Ratio
1.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
700
↑ + 41.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
192
↑ + 18.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
27
↓ -44%
YoY
D/E Ratio
1.10
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.10
ROE (%)
4.71
ROA (%)
3.09
Book Value/หุ้น
1.45
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+34
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
34.20
|
— | — |
132.36
+218.63%
|
41.54
-160.23%
|
-68.97
-521.06%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1.56
|
— | — |
-20.90
-186.65%
|
24.12
-36.29%
|
37.86
-109.76%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-15.41
|
— | — |
-40.55
-65.79%
|
-118.54
-636.87%
|
22.08
-162.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
20.35
|
— | — |
70.91
-234.10%
|
-52.88
+486.25%
|
-9.02
-97.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
67.45
+40.72%
|
— | — |
23.22
-69.49%
|
76.10
+105.51%
|
37.03
-91.66%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
105.65
+56.64%
|
— | — |
94.13
+305.38%
|
23.22
-69.49%
|
76.10
+105.51%
|