บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
1.74
0.01 (0.57%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลง สาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 162.5 ล้านบาทซึ่งเป็นผลจากการ เพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการของ AEC ที่ได้ถูกนํามารวมเต็มปีในปี 2564 มีผลทําให้กําไรขั้นต้นสูงขึ้น 8.5 ล้านบาท อย่างไรก็ตามกลุ่ม STI มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 23.2 ล้านบาท มีผลทําให้กําไรสําหรับปีลดลงในจํานวน ดังกล่าวในปีนี้
บริษัทจ่ายปันผลเป็นหุ้นในปีนี้
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6171 out_tok=2378 at=2026-07-26T07:21:57 -->
# STI Q1/2565 กำไรสุทธิหด 25% รับผลกระทบโควิด-19 ฉุดรายได้หลักวูบ
## รายได้บริหารงานก่อสร้างชะลอตัวกระทบกำไร ขณะที่ต้นทุนการให้บริการลดลงตาม
บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STI รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 30.1 ล้านบาท ลดลง 25.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการให้บริการที่ลดลง 8.9% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากธุรกิจบริหารและควบคุมงานก่อสร้างที่ชะลอตัวจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นก็ส่งผลให้กำไรสุทธิโดยรวมปรับตัวลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ STI ในไตรมาส 1/2565 ปรับตัวลดลง คือ **การชะลอตัวของรายได้จากธุรกิจบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง** ซึ่งคิดเป็นการลดลง 46.4 ล้านบาท หรือ 12.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 10.1 ล้านบาท หรือ 25.1% มาอยู่ที่ 30.1 ล้านบาท แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจาก 29.9% เป็น 30.9% แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การชะลอตัวของรายได้จากธุรกิจบริหารและควบคุมงานก่อสร้างมีสาเหตุหลักมาจาก **ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนในระลอก 5** ซึ่งทำให้ภาครัฐยังคงมีมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด ส่งผลให้การพัฒนาโครงการบางส่วนต้องชะลอตัวออกไป แม้ว่าบริษัทฯ จะมีรายได้จากธุรกิจออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมที่เพิ่มขึ้น 5.8 ล้านบาท หรือ 7.5% จากการดำเนินงานที่มากขึ้นของบริษัทย่อย แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะชดเชยรายได้ที่หายไปจากธุรกิจหลัก นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารยังเพิ่มขึ้น 7.8 ล้านบาท หรือ 10.9% จากการเตรียมรองรับธุรกิจที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในปีนี้ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่กดดันกำไร
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่างานโครงการที่มีการชะลอตัวจะเริ่มทยอยกลับมาพัฒนาต่อในปี 2565 หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การแพร่ระบาดและการออกมาตรการควบคุมต่างๆ ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การกลับมาของรายได้หลักจะขึ้นอยู่กับการคลี่คลายของสถานการณ์และนโยบายภาครัฐเป็นสำคัญ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 25.1% YoY:** อยู่ที่ 30.1 ล้านบาท จาก 40.2 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมลดลง 8.9% YoY:** อยู่ที่ 415.6 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากธุรกิจบริหารและควบคุมงานก่อสร้างชะลอตัว
* **อัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้น:** อยู่ที่ 30.9% จาก 29.9% ในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 10.9% YoY:** อยู่ที่ 79.5 ล้านบาท จากการเตรียมรองรับธุรกิจในอนาคต
* **ฐานะการเงินยังแข็งแกร่ง:** อัตราส่วนสภาพคล่อง 1.9 เท่า, อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน 1.2 เท่า และ ROE ที่ 17.5%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 STI มีรายได้จากการให้บริการรวม 415.6 ล้านบาท ลดลง 8.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากธุรกิจบริหารและควบคุมงานก่อสร้างลดลง 12.2% เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้การพัฒนาโครงการบางส่วนชะลอตัว อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมและธุรกิจอื่นเพิ่มขึ้น 7.5% จากการดำเนินงานที่มากขึ้นของบริษัทย่อย
ต้นทุนการให้บริการลดลง 10.1% ตามรายได้ที่ลดลง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 128.3 ล้านบาท ลดลง 6.1% แต่อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 30.9%
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 10.9% เป็น 79.5 ล้านบาท จากการเตรียมบุคลากรเพื่อรองรับธุรกิจที่คาดว่าจะเติบโตในปีนี้ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 9.7% เป็น 3.4 ล้านบาท
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 27.9% มาอยู่ที่ 36.2 ล้านบาท (กำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ 30.1 ล้านบาท) และอัตรากำไรสุทธิลดลงมาอยู่ที่ 7.2% จาก 8.8% ในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง:** เมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง คาดว่าโครงการที่ชะลอตัวจะกลับมาดำเนินการต่อ
* **การขยายธุรกิจออกแบบและวิศวกรรม:** บริษัทย่อยมีศักยภาพในการดำเนินงานและส่งมอบงานได้มากขึ้น
* **การควบคุมต้นทุน:** บริษัทฯ มีนโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นเพื่อชดเชยผลกระทบจากสถานการณ์ต่างๆ
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** การระบาดระลอกใหม่หรือการออกมาตรการควบคุมที่เข้มงวดขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของโครงการ
* **ความล่าช้าของโครงการ:** ปัญหาจากการขออนุญาต หรือการส่งมอบงานที่ล่าช้า อาจส่งผลต่อการรับรู้รายได้
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** การเตรียมบุคลากรเพื่อรองรับการเติบโต อาจเป็นภาระค่าใช้จ่ายหากการเติบโตไม่เป็นไปตามคาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การกลับมาของโครงการที่ชะลอตัว:** ความคืบหน้าในการกลับมาดำเนินงานของโครงการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารให้สอดคล้องกับรายได้
* **การขยายตัวของธุรกิจออกแบบและวิศวกรรม:** ศักยภาพในการสร้างรายได้และกำไรจากธุรกิจส่วนนี้
* **แนวโน้มการเปิดโครงการใหม่:** หากมีแผนการเปิดโครงการใหม่ จะเป็นสัญญาณบวกต่อการเติบโตในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **มูลค่าโอน/Presale:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลส่วนนี้โดยตรง แต่ระบุว่าการพัฒนาโครงการบางส่วนชะลอตัวเนื่องจากผลกระทบโควิด-19
* **Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Backlog โดยตรง แต่กล่าวถึงการคาดการณ์ว่างานโครงการที่มีการชะลอตัวจะกลับมาพัฒนาต่อในปี 2565
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงต้นทุนวัสดุก่อสร้างโดยตรง แต่ระบุว่าต้นทุนการให้บริการลดลงตามรายได้ที่ลดลง
* **D/E:** อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 1.2 เท่า ซึ่งฝ่ายจัดการมองว่ายังคงรักษาความแข็งแกร่งทางการเงินได้ดี
* **กระแสเงินสดจากโครงการ:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลกระแสเงินสดจากโครงการโดยตรง แต่ระบุว่ารายได้ที่ยังไม่ได้เรียกชำระเพิ่มขึ้น 62.2 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากผลกระทบโควิด-19 ทำให้งานบางส่วนยังไม่สามารถส่งมอบเพื่อเรียกเก็บหนี้ได้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 กลุ่ม STI มีสินทรัพย์รวม 2,078.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 132.4 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากรายได้ที่ยังไม่ได้เรียกชำระ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ลูกหนี้การค้า และสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,140.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 96.1 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียน 87.9 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 938.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.2 ล้านบาท จากกำไรสุทธิสำหรับงวด
อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 1.9 เท่า, อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน 1.2 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน 0.5 เท่า แสดงถึงความแข็งแกร่งทางการเงิน โดยมีอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) ที่ 17.5%
## สรุปท้าย
แม้ว่า STI จะเผชิญกับแรงกดดันจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลให้รายได้หลักจากธุรกิจบริหารและควบคุมงานก่อสร้างชะลอตัวลงในไตรมาส 1/2565 และทำให้กำไรสุทธิลดลง แต่บริษัทฯ ยังคงรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ดีขึ้น และมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของผลประกอบการในระยะต่อไปจะขึ้นอยู่กับการคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 และความสามารถในการกลับมาดำเนินงานของโครงการที่ชะลอตัว รวมถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารให้มีประสิทธิภาพ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STI ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
699.60
ล้านบาท
↑ 41.1% YoY
กำไรขั้นต้น
191.88
ล้านบาท
↑ 18.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.43
%
กำไรสุทธิ
27.22
ล้านบาท
↓ 44% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.89
%
D/E Ratio
1.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
700
↑ + 41.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
192
↑ + 18.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
27
↓ -44%
YoY
D/E Ratio
1.10
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.10
ROE (%)
4.71
ROA (%)
3.09
Book Value/หุ้น
1.45
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+34
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
34.20
|
— | — |
132.36
+218.63%
|
41.54
-160.23%
|
-68.97
-521.06%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1.56
|
— | — |
-20.90
-186.65%
|
24.12
-36.29%
|
37.86
-109.76%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-15.41
|
— | — |
-40.55
-65.79%
|
-118.54
-636.87%
|
22.08
-162.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
20.35
|
— | — |
70.91
-234.10%
|
-52.88
+486.25%
|
-9.02
-97.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
67.45
+40.72%
|
— | — |
23.22
-69.49%
|
76.10
+105.51%
|
37.03
-91.66%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
105.65
+56.64%
|
— | — |
94.13
+305.38%
|
23.22
-69.49%
|
76.10
+105.51%
|