STI
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
STI
บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
1.74
0.01 (0.57%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 4 ปี 2564

สรุปสั้น

กำไรที่ลดลง สาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 162.5 ล้านบาทซึ่งเป็นผลจากการ เพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการของ AEC ที่ได้ถูกนํามารวมเต็มปีในปี 2564 มีผลทําให้กําไรขั้นต้นสูงขึ้น 8.5 ล้านบาท อย่างไรก็ตามกลุ่ม STI มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 23.2 ล้านบาท มีผลทําให้กําไรสําหรับปีลดลงในจํานวน ดังกล่าวในปีนี้ บริษัทจ่ายปันผลเป็นหุ้นในปีนี้

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6912 out_tok=2857 at=2026-07-26T06:09:30 --> # STI กำไรสุทธิปี 64 ลดลง 3.2% รับผลกระทบโควิด-19 ฉุดมาร์จิ้น ## รายได้รวมโต 10.3% แต่ต้นทุนบริการเพิ่มขึ้น ฉุดกำไรสุทธิหดเล็กน้อย ฝ่ายบริหารชี้โควิดกระทบงานล่าช้า บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STI รายงานผลประกอบการปี 2564 มีรายได้จากการให้บริการรวม 1,732.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการรับรู้รายได้ของบริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด (AEC) เต็มปี ขณะที่กำไรสุทธิสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 144.4 ล้านบาท ลดลง 3.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากต้นทุนบริการที่เพิ่มขึ้นและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ STI ในปี 2564 คือ **การเติบโตของรายได้ที่ถูกหักล้างด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น** แม้รายได้จากการให้บริการจะเติบโต 10.3% หรือ 162.5 ล้านบาท เป็น 1,732.8 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากการรับรู้รายได้ของ AEC เต็มปี แต่กำไรสุทธิกลับลดลง 3.2% หรือ 4.8 ล้านบาท เป็น 144.4 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 31.8% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 29.3% และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 8.6% ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลง มีสาเหตุหลักมาจาก **ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19** ที่ทำให้เกิดต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้นในงานพัฒนาโครงการบางส่วนที่มีการชะลอตัว และงานบริการบางส่วนไม่สามารถดำเนินการเพื่อส่งมอบงานได้ตามแผนที่วางไว้ นอกจากนี้ การรับรู้รายได้ของ AEC เต็มปีในปี 2564 เมื่อเทียบกับ 8 เดือนในปี 2563 ทำให้ต้นทุนการให้บริการของ AEC ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ขณะที่รายได้จากธุรกิจออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมและธุรกิจอื่นลดลง 16.6% เนื่องจากความล่าช้าของงานบริการที่เกี่ยวข้องกับการจัดประชุมสาธารณะหรืองานสำรวจโครงการที่ไม่สามารถดำเนินการได้ภายใต้สถานการณ์โควิด ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 8.6% มาจากการบันทึกค่าใช้จ่ายของ AEC เต็มปีในปี 2564 ซึ่งเพิ่มขึ้น 33.2 ล้านบาท รวมถึงค่าใช้จ่ายจากการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตนจากการเข้าซื้อกิจการ AEC ที่เพิ่มขึ้น 8.5 ล้านบาท แม้ว่าบริษัทฯ จะได้ปรับลดค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ไม่จำเป็นหรือเร่งด่วนบางส่วนเพื่อรองรับผลกระทบจากโควิด-19 แล้วก็ตาม ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** สถานการณ์โควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยเฉพาะความล่าช้าของโครงการและการเพิ่มขึ้นของต้นทุน อย่างไรก็ตาม การรับรู้รายได้ของ AEC เต็มปีในปี 2564 เป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นครั้งเดียว และหากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง อาจส่งผลให้การดำเนินงานกลับเข้าสู่ภาวะปกติและอัตรากำไรปรับตัวดีขึ้นได้ แต่ยังคงต้องจับตาดูแนวโน้มการควบคุมต้นทุนและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการโครงการภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมปี 2564 เติบโต 10.3%** แตะ 1,732.8 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้ AEC เต็มปี * **กำไรสุทธิปี 2564 ลดลง 3.2%** อยู่ที่ 144.4 ล้านบาท * **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง** จาก 31.8% เป็น 29.3% เนื่องจากต้นทุนบริการเพิ่มขึ้นและผลกระทบจากโควิด-19 * **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 8.6%** จากการรับรู้ค่าใช้จ่าย AEC เต็มปีและค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตน * **อัตรากำไรสุทธิลดลง** จาก 9.5% เป็น 8.3% * **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 89.2 ล้านบาท** เป็น 1,946.4 ล้านบาท โดยมีรายได้ที่ยังไม่ได้เรียกชำระเพิ่มขึ้น * **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 38.9 ล้านบาท** เป็น 1,043.9 ล้านบาท จากเงินกู้ยืมระยะสั้นที่เพิ่มขึ้น ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2564 STI มีรายได้จากการให้บริการรวม 1,732.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรวมรายได้ของบริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด (AEC) เต็มปี ซึ่งส่งผลให้รายได้จากธุรกิจบริหารและควบคุมงานก่อสร้างเพิ่มขึ้น 18.1% อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมและธุรกิจอื่นลดลง 16.6% เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้งานบริการบางส่วนล่าช้า ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 14.4% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจาก 31.8% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 29.3% โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้นจากงานพัฒนาโครงการบางส่วนที่มีการชะลอตัวและงานบริการที่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 8.6% จากการบันทึกค่าใช้จ่ายของ AEC เต็มปี และค่าใช้จ่ายจากการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตนจากการเข้าซื้อกิจการ AEC อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นบางส่วนเพื่อรองรับผลกระทบจากโควิด-19 ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 33.3% ส่วนใหญ่มาจากการบันทึกค่าใช้จ่ายทางการเงินของ AEC เต็มปี และการใช้เงินกู้เพื่อเข้าลงทุนใน AEC ส่งผลให้กำไรสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 168.0 ล้านบาท ลดลง 6.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ อยู่ที่ 144.4 ล้านบาท ลดลง 3.2% โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 8.3% ลดลงจาก 9.5% ในปีก่อน ## โอกาส * **การรับรู้รายได้ของ AEC เต็มปี:** การรวมงบการเงินของ AEC เต็มปีในปี 2564 เป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตของรายได้ในระยะยาว * **โครงการหลักยังคงพัฒนาต่อเนื่อง:** โครงการสำคัญ เช่น Bangkok, โครงการปรับปรุงศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์, โครงการอาคารชุดพักอาศัย, โครงการอาคารสำนักงาน และโครงการอาคารอเนกประสงค์ ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นฐานรายได้สำคัญของบริษัทฯ * **การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ฝ่ายบริหารได้พยายามปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นหรือเร่งด่วนบางส่วนเพื่อรองรับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งหากสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยหนุนผลกำไรได้ ## ความเสี่ยง * **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของภาครัฐ เช่น การปิดแคมป์คนงาน, การควบคุมการเดินทาง, และการจำกัดกิจกรรม อาจส่งผลกระทบต่อความล่าช้าของโครงการและต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้น * **ความผันผวนของต้นทุนการก่อสร้าง:** แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสารโดยตรง แต่ต้นทุนวัสดุและแรงงานที่อาจผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจและอุปทาน เป็นความเสี่ยงที่อาจกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการ * **การพึ่งพิงโครงการขนาดใหญ่:** การที่รายได้ส่วนใหญ่มาจากโครงการขนาดใหญ่ อาจทำให้ผลประกอบการมีความผันผวนตามความคืบหน้าและการส่งมอบโครงการ * **ความล่าช้าในการส่งมอบงาน:** ผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้งานบางส่วนล่าช้า ไม่สามารถส่งมอบเพื่อเรียกเก็บหนี้ได้ตามแผน ซึ่งส่งผลต่อกระแสเงินสดและรายได้ที่ยังไม่ได้เรียกชำระที่เพิ่มขึ้น ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมก่อสร้าง:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจตามปกติ จะส่งผลต่อการเร่งตัวของโครงการต่างๆ * **การบริหารจัดการต้นทุนบริการ:** ความสามารถของบริษัทฯ ในการควบคุมต้นทุนการให้บริการให้มีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความผันผวนของราคาวัสดุและค่าแรง * **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** การติดตามความคืบหน้าและการส่งมอบงานจากโครงการที่ยังคงมีอยู่ในมือ (Backlog) * **การบริหารจัดการกระแสเงินสด:** การติดตามรายได้ที่ยังไม่ได้เรียกชำระ และความสามารถในการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียน * **แผนการเปิดโครงการใหม่:** หากมีแผนการเปิดโครงการใหม่ จะเป็นสัญญาณบวกต่อการเติบโตในอนาคต ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) * **รายได้จากการให้บริการ:** เติบโต 10.3% เป็น 1,732.8 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการรวมรายได้ของ AEC เต็มปี ซึ่งเป็นผลดีต่อการขยายธุรกิจในกลุ่มงานบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง * **อัตรากำไรขั้นต้น:** ลดลงจาก 31.8% เป็น 29.3% สะท้อนถึงแรงกดดันด้านต้นทุนบริการที่เพิ่มขึ้นจากผลกระทบโควิด-19 และการดำเนินงานที่ล่าช้าในบางโครงการ * **รายได้ที่ยังไม่ได้เรียกชำระ:** เพิ่มขึ้น 208.8 ล้านบาท เป็น 972.6 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 ทำให้งานบางส่วนยังไม่สามารถส่งมอบเพื่อเรียกเก็บหนี้ได้ตามแผน ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 กลุ่ม STI มีสินทรัพย์รวม 1,946.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 89.2 ล้านบาท จากปีก่อน โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากรายได้ที่ยังไม่ได้เรียกชำระที่เพิ่มขึ้น หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,043.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 38.9 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียน ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 50.3 ล้านบาท เป็น 902.5 ล้านบาท จากกำไรสุทธิสำหรับปีหักด้วยเงินปันผล อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.2 เท่า ซึ่งยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งในฐานะทางการเงินของกลุ่มบริษัทฯ ## สรุปท้าย ปี 2564 STI เผชิญความท้าทายจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นและค่าใช้จ่ายในการบริหาร แม้รายได้รวมจะเติบโตได้จากการรวม AEC เต็มปี แต่กำไรสุทธิกลับลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีโอกาสจากการเติบโตของธุรกิจบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันก็ต้องจับตาความเสี่ยงจากความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19 และการบริหารจัดการโครงการให้เป็นไปตามแผน เพื่อรักษาความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงินและสร้างการเติบโตในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STI ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
699.60 ล้านบาท
↑ 41.1% YoY
กำไรขั้นต้น
191.88 ล้านบาท
↑ 18.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.43 %
กำไรสุทธิ
27.22 ล้านบาท
↓ 44% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.89 %
D/E Ratio
1.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
700
↑ + 41.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
192
↑ + 18.9% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
27
↓ -44% YoY
D/E Ratio
1.10

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
699.60
495.87
+13.68%
436.21
-2.95%
449.48
+121.40%
กำไรขั้นต้น
191.88
161.34
+20.41%
133.99
-7.44%
144.76
+94.60%
ค่าใช้จ่ายรวม
154.14
87.46
+12.96%
77.43
-13.24%
89.25
+99.57%
กำไรสุทธิ
27.22
48.58
+17.97%
41.18
+8.98%
37.79
+73.75%
กำไรต่อหุ้น
0.05
0.08
+19.12%
0.07
+7.94%
0.06
+75.00%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%)
4.71
17.74
-9.77%
19.66
+205.75%
6.43
ROA(%)
3.09
11.04
-5.40%
11.67
+182.57%
4.13
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
1.10
1.07
-7.76%
1.16
1.16
P/E
28.38
21.65
+41.50%
15.30
+14.35%
13.38
+19.04%
P/BV
1.34
3.58
+17.76%
3.04
+13.86%
2.67
+36.22%
BV
1.42
1.39
-47.35%
2.64
+6.02%
2.49
+9.69%
YIELD(%)
1.37
0.62
-87.53%
4.97
+32.18%
3.76
+67.86%
ราคาหุ้น
1.90
4.96
-38.39%
8.05
+21.05%
6.65
+49.10%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
27.43
32.54
+5.92%
30.72
-4.63%
32.21
-12.09%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
22.03
17.64
-0.62%
17.75
-10.62%
19.86
-9.85%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
3.89
9.80
+3.81%
9.44
+12.25%
8.41
-21.48%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.10
ROE (%)
4.71
ROA (%)
3.09
Book Value/หุ้น
1.45

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
1,689.18
-2.13%
1,598.83
+18.89%
1,344.76
+9.15%
1,232.02
+71.62%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
391.07
-11.65%
543.55
-9.65%
601.61
-3.76%
625.14
+831.12%
รวมสินทรัพย์
2,080.25
-4.07%
2,142.38
+10.07%
1,946.37
+4.80%
1,857.16
+136.57%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
843.44
-4.78%
759.90
+13.09%
671.96
+9.24%
615.11
+591.09%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
244.31
-12.81%
347.53
-6.55%
371.89
-4.60%
389.81
+449.52%
รวมหนี้สิน
1,087.75
-6.71%
1,107.43
+6.09%
1,043.85
+3.87%
1,004.92
+528.30%
รวมส่วนของเจ้าของ
992.50
-1.00%
1,034.94
+14.67%
902.53
+5.90%
852.24
+36.34%
D/E
1.10
1.07
1.16
1.18
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
4.71
17.74
19.66
6.43
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
3.09
11.04
11.67
4.13
อัตราส่วนสภาพคล่อง
2.00
2.10
2.00
1.95
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.74
0.60
0.47
0.61
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
109.71
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
98.62
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด
11.09
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+34
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
34.20
132.36
+218.63%
41.54
-160.23%
-68.97
-521.06%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
1.56
-20.90
-186.65%
24.12
-36.29%
37.86
-109.76%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-15.41
-40.55
-65.79%
-118.54
-636.87%
22.08
-162.50%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
20.35
70.91
-234.10%
-52.88
+486.25%
-9.02
-97.78%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
67.45
+40.72%
23.22
-69.49%
76.10
+105.51%
37.03
-91.66%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
105.65
+56.64%
94.13
+305.38%
23.22
-69.49%
76.10
+105.51%