STI
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
STI
บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
1.70
0.01 (0.58%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 4 ปี 2564

สรุปสั้น

กำไรที่ลดลง สาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 162.5 ล้านบาทซึ่งเป็นผลจากการ เพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการของ AEC ที่ได้ถูกนํามารวมเต็มปีในปี 2564 มีผลทําให้กําไรขั้นต้นสูงขึ้น 8.5 ล้านบาท อย่างไรก็ตามกลุ่ม STI มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 23.2 ล้านบาท มีผลทําให้กําไรสําหรับปีลดลงในจํานวน ดังกล่าวในปีนี้ บริษัทจ่ายปันผลเป็นหุ้นในปีนี้

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6912 out_tok=2857 at=2026-07-26T06:09:30 --> # STI กำไรสุทธิปี 64 ลดลง 3.2% รับผลกระทบโควิด-19 ฉุดมาร์จิ้น ## รายได้รวมโต 10.3% แต่ต้นทุนบริการเพิ่มขึ้น ฉุดกำไรสุทธิหดเล็กน้อย ฝ่ายบริหารชี้โควิดกระทบงานล่าช้า บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STI รายงานผลประกอบการปี 2564 มีรายได้จากการให้บริการรวม 1,732.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการรับรู้รายได้ของบริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด (AEC) เต็มปี ขณะที่กำไรสุทธิสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 144.4 ล้านบาท ลดลง 3.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากต้นทุนบริการที่เพิ่มขึ้นและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ STI ในปี 2564 คือ **การเติบโตของรายได้ที่ถูกหักล้างด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น** แม้รายได้จากการให้บริการจะเติบโต 10.3% หรือ 162.5 ล้านบาท เป็น 1,732.8 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากการรับรู้รายได้ของ AEC เต็มปี แต่กำไรสุทธิกลับลดลง 3.2% หรือ 4.8 ล้านบาท เป็น 144.4 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 31.8% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 29.3% และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 8.6% ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลง มีสาเหตุหลักมาจาก **ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19** ที่ทำให้เกิดต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้นในงานพัฒนาโครงการบางส่วนที่มีการชะลอตัว และงานบริการบางส่วนไม่สามารถดำเนินการเพื่อส่งมอบงานได้ตามแผนที่วางไว้ นอกจากนี้ การรับรู้รายได้ของ AEC เต็มปีในปี 2564 เมื่อเทียบกับ 8 เดือนในปี 2563 ทำให้ต้นทุนการให้บริการของ AEC ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ขณะที่รายได้จากธุรกิจออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมและธุรกิจอื่นลดลง 16.6% เนื่องจากความล่าช้าของงานบริการที่เกี่ยวข้องกับการจัดประชุมสาธารณะหรืองานสำรวจโครงการที่ไม่สามารถดำเนินการได้ภายใต้สถานการณ์โควิด ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 8.6% มาจากการบันทึกค่าใช้จ่ายของ AEC เต็มปีในปี 2564 ซึ่งเพิ่มขึ้น 33.2 ล้านบาท รวมถึงค่าใช้จ่ายจากการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตนจากการเข้าซื้อกิจการ AEC ที่เพิ่มขึ้น 8.5 ล้านบาท แม้ว่าบริษัทฯ จะได้ปรับลดค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ไม่จำเป็นหรือเร่งด่วนบางส่วนเพื่อรองรับผลกระทบจากโควิด-19 แล้วก็ตาม ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** สถานการณ์โควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยเฉพาะความล่าช้าของโครงการและการเพิ่มขึ้นของต้นทุน อย่างไรก็ตาม การรับรู้รายได้ของ AEC เต็มปีในปี 2564 เป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นครั้งเดียว และหากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง อาจส่งผลให้การดำเนินงานกลับเข้าสู่ภาวะปกติและอัตรากำไรปรับตัวดีขึ้นได้ แต่ยังคงต้องจับตาดูแนวโน้มการควบคุมต้นทุนและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการโครงการภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมปี 2564 เติบโต 10.3%** แตะ 1,732.8 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้ AEC เต็มปี * **กำไรสุทธิปี 2564 ลดลง 3.2%** อยู่ที่ 144.4 ล้านบาท * **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง** จาก 31.8% เป็น 29.3% เนื่องจากต้นทุนบริการเพิ่มขึ้นและผลกระทบจากโควิด-19 * **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 8.6%** จากการรับรู้ค่าใช้จ่าย AEC เต็มปีและค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตน * **อัตรากำไรสุทธิลดลง** จาก 9.5% เป็น 8.3% * **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 89.2 ล้านบาท** เป็น 1,946.4 ล้านบาท โดยมีรายได้ที่ยังไม่ได้เรียกชำระเพิ่มขึ้น * **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 38.9 ล้านบาท** เป็น 1,043.9 ล้านบาท จากเงินกู้ยืมระยะสั้นที่เพิ่มขึ้น ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2564 STI มีรายได้จากการให้บริการรวม 1,732.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรวมรายได้ของบริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด (AEC) เต็มปี ซึ่งส่งผลให้รายได้จากธุรกิจบริหารและควบคุมงานก่อสร้างเพิ่มขึ้น 18.1% อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมและธุรกิจอื่นลดลง 16.6% เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้งานบริการบางส่วนล่าช้า ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 14.4% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจาก 31.8% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 29.3% โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้นจากงานพัฒนาโครงการบางส่วนที่มีการชะลอตัวและงานบริการที่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 8.6% จากการบันทึกค่าใช้จ่ายของ AEC เต็มปี และค่าใช้จ่ายจากการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตนจากการเข้าซื้อกิจการ AEC อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นบางส่วนเพื่อรองรับผลกระทบจากโควิด-19 ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 33.3% ส่วนใหญ่มาจากการบันทึกค่าใช้จ่ายทางการเงินของ AEC เต็มปี และการใช้เงินกู้เพื่อเข้าลงทุนใน AEC ส่งผลให้กำไรสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 168.0 ล้านบาท ลดลง 6.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ อยู่ที่ 144.4 ล้านบาท ลดลง 3.2% โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 8.3% ลดลงจาก 9.5% ในปีก่อน ## โอกาส * **การรับรู้รายได้ของ AEC เต็มปี:** การรวมงบการเงินของ AEC เต็มปีในปี 2564 เป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตของรายได้ในระยะยาว * **โครงการหลักยังคงพัฒนาต่อเนื่อง:** โครงการสำคัญ เช่น Bangkok, โครงการปรับปรุงศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์, โครงการอาคารชุดพักอาศัย, โครงการอาคารสำนักงาน และโครงการอาคารอเนกประสงค์ ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นฐานรายได้สำคัญของบริษัทฯ * **การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ฝ่ายบริหารได้พยายามปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นหรือเร่งด่วนบางส่วนเพื่อรองรับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งหากสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยหนุนผลกำไรได้ ## ความเสี่ยง * **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของภาครัฐ เช่น การปิดแคมป์คนงาน, การควบคุมการเดินทาง, และการจำกัดกิจกรรม อาจส่งผลกระทบต่อความล่าช้าของโครงการและต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้น * **ความผันผวนของต้นทุนการก่อสร้าง:** แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสารโดยตรง แต่ต้นทุนวัสดุและแรงงานที่อาจผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจและอุปทาน เป็นความเสี่ยงที่อาจกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการ * **การพึ่งพิงโครงการขนาดใหญ่:** การที่รายได้ส่วนใหญ่มาจากโครงการขนาดใหญ่ อาจทำให้ผลประกอบการมีความผันผวนตามความคืบหน้าและการส่งมอบโครงการ * **ความล่าช้าในการส่งมอบงาน:** ผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้งานบางส่วนล่าช้า ไม่สามารถส่งมอบเพื่อเรียกเก็บหนี้ได้ตามแผน ซึ่งส่งผลต่อกระแสเงินสดและรายได้ที่ยังไม่ได้เรียกชำระที่เพิ่มขึ้น ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมก่อสร้าง:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจตามปกติ จะส่งผลต่อการเร่งตัวของโครงการต่างๆ * **การบริหารจัดการต้นทุนบริการ:** ความสามารถของบริษัทฯ ในการควบคุมต้นทุนการให้บริการให้มีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความผันผวนของราคาวัสดุและค่าแรง * **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** การติดตามความคืบหน้าและการส่งมอบงานจากโครงการที่ยังคงมีอยู่ในมือ (Backlog) * **การบริหารจัดการกระแสเงินสด:** การติดตามรายได้ที่ยังไม่ได้เรียกชำระ และความสามารถในการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียน * **แผนการเปิดโครงการใหม่:** หากมีแผนการเปิดโครงการใหม่ จะเป็นสัญญาณบวกต่อการเติบโตในอนาคต ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) * **รายได้จากการให้บริการ:** เติบโต 10.3% เป็น 1,732.8 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการรวมรายได้ของ AEC เต็มปี ซึ่งเป็นผลดีต่อการขยายธุรกิจในกลุ่มงานบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง * **อัตรากำไรขั้นต้น:** ลดลงจาก 31.8% เป็น 29.3% สะท้อนถึงแรงกดดันด้านต้นทุนบริการที่เพิ่มขึ้นจากผลกระทบโควิด-19 และการดำเนินงานที่ล่าช้าในบางโครงการ * **รายได้ที่ยังไม่ได้เรียกชำระ:** เพิ่มขึ้น 208.8 ล้านบาท เป็น 972.6 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 ทำให้งานบางส่วนยังไม่สามารถส่งมอบเพื่อเรียกเก็บหนี้ได้ตามแผน ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 กลุ่ม STI มีสินทรัพย์รวม 1,946.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 89.2 ล้านบาท จากปีก่อน โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากรายได้ที่ยังไม่ได้เรียกชำระที่เพิ่มขึ้น หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,043.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 38.9 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียน ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 50.3 ล้านบาท เป็น 902.5 ล้านบาท จากกำไรสุทธิสำหรับปีหักด้วยเงินปันผล อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.2 เท่า ซึ่งยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งในฐานะทางการเงินของกลุ่มบริษัทฯ ## สรุปท้าย ปี 2564 STI เผชิญความท้าทายจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นและค่าใช้จ่ายในการบริหาร แม้รายได้รวมจะเติบโตได้จากการรวม AEC เต็มปี แต่กำไรสุทธิกลับลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีโอกาสจากการเติบโตของธุรกิจบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันก็ต้องจับตาความเสี่ยงจากความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19 และการบริหารจัดการโครงการให้เป็นไปตามแผน เพื่อรักษาความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงินและสร้างการเติบโตในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STI ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
699.60 ล้านบาท
↑ 41.1% YoY
กำไรขั้นต้น
191.88 ล้านบาท
↑ 18.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.43 %
กำไรสุทธิ
27.22 ล้านบาท
↓ 44% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.89 %
D/E Ratio
1.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
700
↑ + 41.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
192
↑ + 18.9% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
27
↓ -44% YoY
D/E Ratio
1.10

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
699.60
— —
495.87
+13.68%
436.21
-2.95%
449.48
+121.40%
กำไรขั้นต้น —
191.88
— —
161.34
+20.41%
133.99
-7.44%
144.76
+94.60%
ค่าใช้จ่ายรวม —
154.14
— —
87.46
+12.96%
77.43
-13.24%
89.25
+99.57%
กำไรสุทธิ —
27.22
— —
48.58
+17.97%
41.18
+8.98%
37.79
+73.75%
กำไรต่อหุ้น —
0.05
— —
0.08
+19.12%
0.07
+7.94%
0.06
+75.00%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
— —
0.00
0.00
0.00
ROE(%) —
4.71
— —
17.74
-9.77%
19.66
+205.75%
6.43
ROA(%) —
3.09
— —
11.04
-5.40%
11.67
+182.57%
4.13
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
1.10
— —
1.07
-7.76%
1.16
1.16
P/E —
28.38
— —
21.65
+41.50%
15.30
+14.35%
13.38
+19.04%
P/BV —
1.34
— —
3.58
+17.76%
3.04
+13.86%
2.67
+36.22%
BV —
1.42
— —
1.39
-47.35%
2.64
+6.02%
2.49
+9.69%
YIELD(%) —
1.37
— —
0.62
-87.53%
4.97
+32.18%
3.76
+67.86%
ราคาหุ้น —
1.90
— —
4.96
-38.39%
8.05
+21.05%
6.65
+49.10%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
27.43
— —
32.54
+5.92%
30.72
-4.63%
32.21
-12.09%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
22.03
— —
17.64
-0.62%
17.75
-10.62%
19.86
-9.85%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
3.89
— —
9.80
+3.81%
9.44
+12.25%
8.41
-21.48%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.10
ROE (%)
4.71
ROA (%)
3.09
Book Value/หุ้น
1.45

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
1,689.18
-2.13%
— —
1,598.83
+18.89%
1,344.76
+9.15%
1,232.02
+71.62%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
391.07
-11.65%
— —
543.55
-9.65%
601.61
-3.76%
625.14
+831.12%
รวมสินทรัพย์ —
2,080.25
-4.07%
— —
2,142.38
+10.07%
1,946.37
+4.80%
1,857.16
+136.57%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
843.44
-4.78%
— —
759.90
+13.09%
671.96
+9.24%
615.11
+591.09%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
244.31
-12.81%
— —
347.53
-6.55%
371.89
-4.60%
389.81
+449.52%
รวมหนี้สิน —
1,087.75
-6.71%
— —
1,107.43
+6.09%
1,043.85
+3.87%
1,004.92
+528.30%
รวมส่วนของเจ้าของ —
992.50
-1.00%
— —
1,034.94
+14.67%
902.53
+5.90%
852.24
+36.34%
D/E —
1.10
— —
1.07
1.16
1.18
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
4.71
— —
17.74
19.66
6.43
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
3.09
— —
11.04
11.67
4.13
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
2.00
— —
2.10
2.00
1.95
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.74
— —
0.60
0.47
0.61
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
109.71
— —
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
0.00
— —
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
98.62
— —
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
11.09
— —
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+34
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
34.20
— —
132.36
+218.63%
41.54
-160.23%
-68.97
-521.06%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
1.56
— —
-20.90
-186.65%
24.12
-36.29%
37.86
-109.76%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
-15.41
— —
-40.55
-65.79%
-118.54
-636.87%
22.08
-162.50%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
20.35
— —
70.91
-234.10%
-52.88
+486.25%
-9.02
-97.78%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
67.45
+40.72%
— —
23.22
-69.49%
76.10
+105.51%
37.03
-91.66%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
105.65
+56.64%
— —
94.13
+305.38%
23.22
-69.49%
76.10
+105.51%