STI
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
STI
บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
1.70
0.01 (0.58%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 2 ปี 2565

สรุปสั้น

กำไรที่ลดลง สาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 162.5 ล้านบาทซึ่งเป็นผลจากการ เพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการของ AEC ที่ได้ถูกนํามารวมเต็มปีในปี 2564 มีผลทําให้กําไรขั้นต้นสูงขึ้น 8.5 ล้านบาท อย่างไรก็ตามกลุ่ม STI มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 23.2 ล้านบาท มีผลทําให้กําไรสําหรับปีลดลงในจํานวน ดังกล่าวในปีนี้ บริษัทจ่ายปันผลเป็นหุ้นในปีนี้

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5989 out_tok=2379 at=2026-07-26T06:53:38 --> # STI Q2/2565 กำไรสุทธิโต 3.2% รับรายได้บริหารงานก่อสร้างฟื้น ## รายได้รวมโต 2% หนุนกำไรขั้นต้นเพิ่มเล็กน้อย ฝ่ายบริหารเน้นคุมค่าใช้จ่าย บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 31.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของรายได้จากการบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง ประกอบกับการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่รัดกุม ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ STI ในไตรมาส 2/2565 คือ **การฟื้นตัวของรายได้จากการบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 2.0% และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 3.0% แม้ว่ากำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยที่ 3.2% แต่ถือเป็นการเติบโตที่น่าพอใจภายใต้สถานการณ์ที่ยังมีความท้าทาย ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง เป็นผลมาจากการที่โครงการต่างๆ ที่เคยชะลอตัวไปในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มกลับมาดำเนินการต่อได้มากขึ้นในไตรมาสนี้ ประกอบกับการที่รายได้จากธุรกิจออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม รวมถึงธุรกิจอื่น เพิ่มขึ้น 5.7% โดยเฉพาะจากบริษัทย่อย "660" ที่สามารถดำเนินงานและส่งมอบบริการได้มากขึ้น ทำให้รายได้รวมของกลุ่มบริษัทฯ อยู่ที่ 418.9 ล้านบาท ในส่วนของต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้นตามรายได้ที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทำให้กลุ่มบริษัทฯ มีกำไรขั้นต้น 124.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.0% และรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ที่ 29.7% ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนเล็กน้อย (29.4%) ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 2.3% ส่วนใหญ่มาจากการเตรียมรองรับธุรกิจที่คาดว่าจะเติบโตในปีนี้ แต่บริษัทยังคงนโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าสถานการณ์การชะลอการชำระหนี้จากผู้ว่าจ้างจะเริ่มคลี่คลายในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ ประกอบกับการที่กลุ่มบริษัทฯ มีโครงการใหม่เพิ่มขึ้นในปีนี้ โดยเฉพาะโครงการในส่วนของบริษัทย่อย 660 ซึ่งจะช่วยสนับสนุนรายได้ในอนาคต นอกจากนี้ การที่พนักงานส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนครอบคลุมแล้ว จะช่วยลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในการดำเนินงาน ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 3.2%** อยู่ที่ 31.8 ล้านบาท จาก 30.8 ล้านบาทในไตรมาส 2/2564 * **รายได้จากการให้บริการรวมเพิ่มขึ้น 2.0%** อยู่ที่ 418.9 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากธุรกิจบริหารและควบคุมงานก่อสร้างที่กลับมาฟื้นตัว * **อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย** อยู่ที่ 29.7% จาก 29.4% ในปีก่อน * **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 2.3%** เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต * **ฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่ง** อัตราส่วนสภาพคล่อง 1.9 เท่า, อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน 1.2 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน 0.4 เท่า ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2/2565 กลุ่มบริษัท STI มีรายได้จากการให้บริการรวม 418.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.0% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของงานโครงการที่ชะลอตัวในช่วงโควิด-19 และการดำเนินงานที่มากขึ้นของบริษัทย่อย 660 ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 1.6% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 124.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.0% และมีอัตรากำไรขั้นต้น 29.7% ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 2.3% เป็น 75.9 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ ขณะที่ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 25.0% เป็น 3.5 ล้านบาท กำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 37.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ อยู่ที่ 31.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 7.6% ซึ่งใกล้เคียงกับปีก่อน ## โอกาส * **การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง:** สถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลง ทำให้โครงการต่างๆ กลับมาเดินหน้าได้มากขึ้น * **การเติบโตของบริษัทย่อย 660:** การดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นของบริษัทย่อยนี้เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ในอนาคต * **โครงการใหม่ที่เพิ่มขึ้น:** การมีโครงการใหม่ๆ จะช่วยสร้างรายได้และผลักดันการเติบโตในระยะยาว * **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** การควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นอย่างต่อเนื่อง จะช่วยรักษาอัตรากำไรให้ดี ## ความเสี่ยง * **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19:** แม้จะคลี่คลายลง แต่การกลับมาระบาดอีกครั้งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและต้นทุน * **ความล่าช้าในการชำระหนี้จากผู้ว่าจ้าง:** แม้คาดว่าจะคลี่คลาย แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม * **ต้นทุนการก่อสร้างที่อาจปรับตัวสูงขึ้น:** หากราคาวัสดุก่อสร้างยังคงผันผวน อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการ * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่สูงอาจกดดันราคาและอัตรากำไร ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มการกลับมาดำเนินงานของโครงการที่เคยชะลอตัว * การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ๆ โดยเฉพาะจากบริษัทย่อย 660 * ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนผู้รับเหมาช่วง (Subcontractor) * การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โควิด-19 และมาตรการภาครัฐที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน * การบริหารจัดการกระแสเงินสดและหนี้สินของบริษัทฯ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) ในไตรมาส 2/2565 STI แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวที่ดีขึ้นในอุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยรายได้จากการบริหารและควบคุมงานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น 1.2% สะท้อนถึงการกลับมาของกิจกรรมในภาคอสังหาริมทรัพย์ แม้ว่าตัวเลขการโอน (ถ้ามีข้อมูล) หรือ presale จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสารนี้ แต่การฟื้นตัวของรายได้จากการบริหารงานก่อสร้างเป็นสัญญาณที่ดี อัตรากำไรขั้นต้นที่ทรงตัวในระดับสูง (29.7%) บ่งชี้ถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนโครงการได้ดี อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่ส่วนใหญ่เกิดจากต้นทุนผู้รับเหมาช่วง อาจเป็นสัญญาณที่ต้องจับตาว่าต้นทุนเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคตหรือไม่ Backlog ของบริษัทฯ ไม่ได้ถูกระบุในเอกสารนี้ แต่การที่ฝ่ายบริหารคาดว่าสถานการณ์การชะลอการชำระหนี้จะคลี่คลาย และการมีโครงการใหม่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่อการรับรู้รายได้ในอนาคต ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 กลุ่มบริษัท STI มีสินทรัพย์รวม 2,136.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 189.7 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564 โดยมีลูกหนี้การค้าและรายได้ที่ยังไม่ได้เรียกชำระเพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากผลกระทบของโควิด-19 ที่ทำให้การชำระหนี้ล่าช้า แต่คาดว่าจะคลี่คลายในปีนี้ หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,178.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 134.5 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อเป็นทุนหมุนเวียน และเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นจากต้นทุนผู้รับเหมาช่วง ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 957.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.1 ล้านบาท จากกำไรสุทธิสะสม ส่วนอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 1.2 เท่า ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (Interest Bearing Debt to Equity) อยู่ที่ 0.4 เท่า แสดงถึงการพึ่งพาหนี้สินที่มีดอกเบี้ยในระดับต่ำ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานไม่ได้ระบุรายละเอียด แต่การเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและรายได้ที่ยังไม่ได้เรียกชำระ อาจส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดรับในระยะสั้น ## สรุปท้าย หัวใจสำคัญของผลประกอบการ STI ในไตรมาส 2/2565 คือการฟื้นตัวของรายได้จากการบริหารงานก่อสร้างที่ช่วยหนุนกำไรขั้นต้นให้เติบโตเล็กน้อย แม้กำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นไม่มากนัก แต่การรักษาอัตรากำไรขั้นต้นและควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีภายใต้สถานการณ์ที่ท้าทาย สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการของบริษัทฯ ฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่งและมีโอกาสต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของภาคธุรกิจและโครงการใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 และต้นทุนที่อาจผันผวน ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STI ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
699.60 ล้านบาท
↑ 41.1% YoY
กำไรขั้นต้น
191.88 ล้านบาท
↑ 18.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.43 %
กำไรสุทธิ
27.22 ล้านบาท
↓ 44% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.89 %
D/E Ratio
1.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
700
↑ + 41.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
192
↑ + 18.9% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
27
↓ -44% YoY
D/E Ratio
1.10

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
699.60
— —
495.87
+13.68%
436.21
-2.95%
449.48
+121.40%
กำไรขั้นต้น —
191.88
— —
161.34
+20.41%
133.99
-7.44%
144.76
+94.60%
ค่าใช้จ่ายรวม —
154.14
— —
87.46
+12.96%
77.43
-13.24%
89.25
+99.57%
กำไรสุทธิ —
27.22
— —
48.58
+17.97%
41.18
+8.98%
37.79
+73.75%
กำไรต่อหุ้น —
0.05
— —
0.08
+19.12%
0.07
+7.94%
0.06
+75.00%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
— —
0.00
0.00
0.00
ROE(%) —
4.71
— —
17.74
-9.77%
19.66
+205.75%
6.43
ROA(%) —
3.09
— —
11.04
-5.40%
11.67
+182.57%
4.13
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
1.10
— —
1.07
-7.76%
1.16
1.16
P/E —
28.38
— —
21.65
+41.50%
15.30
+14.35%
13.38
+19.04%
P/BV —
1.34
— —
3.58
+17.76%
3.04
+13.86%
2.67
+36.22%
BV —
1.42
— —
1.39
-47.35%
2.64
+6.02%
2.49
+9.69%
YIELD(%) —
1.37
— —
0.62
-87.53%
4.97
+32.18%
3.76
+67.86%
ราคาหุ้น —
1.90
— —
4.96
-38.39%
8.05
+21.05%
6.65
+49.10%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
27.43
— —
32.54
+5.92%
30.72
-4.63%
32.21
-12.09%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
22.03
— —
17.64
-0.62%
17.75
-10.62%
19.86
-9.85%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
3.89
— —
9.80
+3.81%
9.44
+12.25%
8.41
-21.48%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.10
ROE (%)
4.71
ROA (%)
3.09
Book Value/หุ้น
1.45

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
1,689.18
-2.13%
— —
1,598.83
+18.89%
1,344.76
+9.15%
1,232.02
+71.62%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
391.07
-11.65%
— —
543.55
-9.65%
601.61
-3.76%
625.14
+831.12%
รวมสินทรัพย์ —
2,080.25
-4.07%
— —
2,142.38
+10.07%
1,946.37
+4.80%
1,857.16
+136.57%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
843.44
-4.78%
— —
759.90
+13.09%
671.96
+9.24%
615.11
+591.09%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
244.31
-12.81%
— —
347.53
-6.55%
371.89
-4.60%
389.81
+449.52%
รวมหนี้สิน —
1,087.75
-6.71%
— —
1,107.43
+6.09%
1,043.85
+3.87%
1,004.92
+528.30%
รวมส่วนของเจ้าของ —
992.50
-1.00%
— —
1,034.94
+14.67%
902.53
+5.90%
852.24
+36.34%
D/E —
1.10
— —
1.07
1.16
1.18
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
4.71
— —
17.74
19.66
6.43
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
3.09
— —
11.04
11.67
4.13
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
2.00
— —
2.10
2.00
1.95
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.74
— —
0.60
0.47
0.61
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
109.71
— —
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
0.00
— —
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
98.62
— —
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
11.09
— —
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+34
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
34.20
— —
132.36
+218.63%
41.54
-160.23%
-68.97
-521.06%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
1.56
— —
-20.90
-186.65%
24.12
-36.29%
37.86
-109.76%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
-15.41
— —
-40.55
-65.79%
-118.54
-636.87%
22.08
-162.50%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
20.35
— —
70.91
-234.10%
-52.88
+486.25%
-9.02
-97.78%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
67.45
+40.72%
— —
23.22
-69.49%
76.10
+105.51%
37.03
-91.66%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
105.65
+56.64%
— —
94.13
+305.38%
23.22
-69.49%
76.10
+105.51%