บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
1.74
0.01 (0.57%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลง สาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 162.5 ล้านบาทซึ่งเป็นผลจากการ เพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการของ AEC ที่ได้ถูกนํามารวมเต็มปีในปี 2564 มีผลทําให้กําไรขั้นต้นสูงขึ้น 8.5 ล้านบาท อย่างไรก็ตามกลุ่ม STI มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 23.2 ล้านบาท มีผลทําให้กําไรสําหรับปีลดลงในจํานวน ดังกล่าวในปีนี้
บริษัทจ่ายปันผลเป็นหุ้นในปีนี้
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5989 out_tok=2379 at=2026-07-26T06:53:38 -->
# STI Q2/2565 กำไรสุทธิโต 3.2% รับรายได้บริหารงานก่อสร้างฟื้น
## รายได้รวมโต 2% หนุนกำไรขั้นต้นเพิ่มเล็กน้อย ฝ่ายบริหารเน้นคุมค่าใช้จ่าย
บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 31.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของรายได้จากการบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง ประกอบกับการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่รัดกุม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ STI ในไตรมาส 2/2565 คือ **การฟื้นตัวของรายได้จากการบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 2.0% และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 3.0% แม้ว่ากำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยที่ 3.2% แต่ถือเป็นการเติบโตที่น่าพอใจภายใต้สถานการณ์ที่ยังมีความท้าทาย
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง เป็นผลมาจากการที่โครงการต่างๆ ที่เคยชะลอตัวไปในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มกลับมาดำเนินการต่อได้มากขึ้นในไตรมาสนี้ ประกอบกับการที่รายได้จากธุรกิจออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม รวมถึงธุรกิจอื่น เพิ่มขึ้น 5.7% โดยเฉพาะจากบริษัทย่อย "660" ที่สามารถดำเนินงานและส่งมอบบริการได้มากขึ้น ทำให้รายได้รวมของกลุ่มบริษัทฯ อยู่ที่ 418.9 ล้านบาท
ในส่วนของต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้นตามรายได้ที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทำให้กลุ่มบริษัทฯ มีกำไรขั้นต้น 124.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.0% และรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ที่ 29.7% ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนเล็กน้อย (29.4%) ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 2.3% ส่วนใหญ่มาจากการเตรียมรองรับธุรกิจที่คาดว่าจะเติบโตในปีนี้ แต่บริษัทยังคงนโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าสถานการณ์การชะลอการชำระหนี้จากผู้ว่าจ้างจะเริ่มคลี่คลายในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ ประกอบกับการที่กลุ่มบริษัทฯ มีโครงการใหม่เพิ่มขึ้นในปีนี้ โดยเฉพาะโครงการในส่วนของบริษัทย่อย 660 ซึ่งจะช่วยสนับสนุนรายได้ในอนาคต นอกจากนี้ การที่พนักงานส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนครอบคลุมแล้ว จะช่วยลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในการดำเนินงาน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 3.2%** อยู่ที่ 31.8 ล้านบาท จาก 30.8 ล้านบาทในไตรมาส 2/2564
* **รายได้จากการให้บริการรวมเพิ่มขึ้น 2.0%** อยู่ที่ 418.9 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากธุรกิจบริหารและควบคุมงานก่อสร้างที่กลับมาฟื้นตัว
* **อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย** อยู่ที่ 29.7% จาก 29.4% ในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 2.3%** เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต
* **ฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่ง** อัตราส่วนสภาพคล่อง 1.9 เท่า, อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน 1.2 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน 0.4 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2/2565 กลุ่มบริษัท STI มีรายได้จากการให้บริการรวม 418.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.0% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของงานโครงการที่ชะลอตัวในช่วงโควิด-19 และการดำเนินงานที่มากขึ้นของบริษัทย่อย 660 ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 1.6% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 124.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.0% และมีอัตรากำไรขั้นต้น 29.7%
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 2.3% เป็น 75.9 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ ขณะที่ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 25.0% เป็น 3.5 ล้านบาท กำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 37.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ อยู่ที่ 31.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 7.6% ซึ่งใกล้เคียงกับปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง:** สถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลง ทำให้โครงการต่างๆ กลับมาเดินหน้าได้มากขึ้น
* **การเติบโตของบริษัทย่อย 660:** การดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นของบริษัทย่อยนี้เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ในอนาคต
* **โครงการใหม่ที่เพิ่มขึ้น:** การมีโครงการใหม่ๆ จะช่วยสร้างรายได้และผลักดันการเติบโตในระยะยาว
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** การควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นอย่างต่อเนื่อง จะช่วยรักษาอัตรากำไรให้ดี
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19:** แม้จะคลี่คลายลง แต่การกลับมาระบาดอีกครั้งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและต้นทุน
* **ความล่าช้าในการชำระหนี้จากผู้ว่าจ้าง:** แม้คาดว่าจะคลี่คลาย แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
* **ต้นทุนการก่อสร้างที่อาจปรับตัวสูงขึ้น:** หากราคาวัสดุก่อสร้างยังคงผันผวน อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่สูงอาจกดดันราคาและอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการกลับมาดำเนินงานของโครงการที่เคยชะลอตัว
* การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ๆ โดยเฉพาะจากบริษัทย่อย 660
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนผู้รับเหมาช่วง (Subcontractor)
* การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โควิด-19 และมาตรการภาครัฐที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
* การบริหารจัดการกระแสเงินสดและหนี้สินของบริษัทฯ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในไตรมาส 2/2565 STI แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวที่ดีขึ้นในอุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยรายได้จากการบริหารและควบคุมงานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น 1.2% สะท้อนถึงการกลับมาของกิจกรรมในภาคอสังหาริมทรัพย์ แม้ว่าตัวเลขการโอน (ถ้ามีข้อมูล) หรือ presale จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสารนี้ แต่การฟื้นตัวของรายได้จากการบริหารงานก่อสร้างเป็นสัญญาณที่ดี
อัตรากำไรขั้นต้นที่ทรงตัวในระดับสูง (29.7%) บ่งชี้ถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนโครงการได้ดี อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่ส่วนใหญ่เกิดจากต้นทุนผู้รับเหมาช่วง อาจเป็นสัญญาณที่ต้องจับตาว่าต้นทุนเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคตหรือไม่
Backlog ของบริษัทฯ ไม่ได้ถูกระบุในเอกสารนี้ แต่การที่ฝ่ายบริหารคาดว่าสถานการณ์การชะลอการชำระหนี้จะคลี่คลาย และการมีโครงการใหม่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่อการรับรู้รายได้ในอนาคต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 กลุ่มบริษัท STI มีสินทรัพย์รวม 2,136.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 189.7 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564 โดยมีลูกหนี้การค้าและรายได้ที่ยังไม่ได้เรียกชำระเพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากผลกระทบของโควิด-19 ที่ทำให้การชำระหนี้ล่าช้า แต่คาดว่าจะคลี่คลายในปีนี้
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,178.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 134.5 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อเป็นทุนหมุนเวียน และเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นจากต้นทุนผู้รับเหมาช่วง
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 957.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.1 ล้านบาท จากกำไรสุทธิสะสม ส่วนอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 1.2 เท่า ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (Interest Bearing Debt to Equity) อยู่ที่ 0.4 เท่า แสดงถึงการพึ่งพาหนี้สินที่มีดอกเบี้ยในระดับต่ำ
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานไม่ได้ระบุรายละเอียด แต่การเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและรายได้ที่ยังไม่ได้เรียกชำระ อาจส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดรับในระยะสั้น
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ STI ในไตรมาส 2/2565 คือการฟื้นตัวของรายได้จากการบริหารงานก่อสร้างที่ช่วยหนุนกำไรขั้นต้นให้เติบโตเล็กน้อย แม้กำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นไม่มากนัก แต่การรักษาอัตรากำไรขั้นต้นและควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีภายใต้สถานการณ์ที่ท้าทาย สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการของบริษัทฯ ฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่งและมีโอกาสต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของภาคธุรกิจและโครงการใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 และต้นทุนที่อาจผันผวน ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STI ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
699.60
ล้านบาท
↑ 41.1% YoY
กำไรขั้นต้น
191.88
ล้านบาท
↑ 18.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.43
%
กำไรสุทธิ
27.22
ล้านบาท
↓ 44% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.89
%
D/E Ratio
1.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
700
↑ + 41.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
192
↑ + 18.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
27
↓ -44%
YoY
D/E Ratio
1.10
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.10
ROE (%)
4.71
ROA (%)
3.09
Book Value/หุ้น
1.45
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+34
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
34.20
|
— | — |
132.36
+218.63%
|
41.54
-160.23%
|
-68.97
-521.06%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1.56
|
— | — |
-20.90
-186.65%
|
24.12
-36.29%
|
37.86
-109.76%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-15.41
|
— | — |
-40.55
-65.79%
|
-118.54
-636.87%
|
22.08
-162.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
20.35
|
— | — |
70.91
-234.10%
|
-52.88
+486.25%
|
-9.02
-97.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
67.45
+40.72%
|
— | — |
23.22
-69.49%
|
76.10
+105.51%
|
37.03
-91.66%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
105.65
+56.64%
|
— | — |
94.13
+305.38%
|
23.22
-69.49%
|
76.10
+105.51%
|