STI
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
STI
บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
1.70
0.01 (0.58%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 3 ปี 2564

สรุปสั้น

กำไรที่ลดลง สาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 162.5 ล้านบาทซึ่งเป็นผลจากการ เพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการของ AEC ที่ได้ถูกนํามารวมเต็มปีในปี 2564 มีผลทําให้กําไรขั้นต้นสูงขึ้น 8.5 ล้านบาท อย่างไรก็ตามกลุ่ม STI มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 23.2 ล้านบาท มีผลทําให้กําไรสําหรับปีลดลงในจํานวน ดังกล่าวในปีนี้ บริษัทจ่ายปันผลเป็นหุ้นในปีนี้

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6298 out_tok=2913 at=2026-07-26T06:35:33 --> # STI Q3/2564 กำไรสุทธิหด 35% รับผลกระทบโควิดฉุดกำไรขั้นต้น ## รายได้-กำไรลดลงตามการชะลอตัวของโครงการ ขณะที่ฝ่ายจัดการเร่งควบคุมค่าใช้จ่ายเพื่อลดผลกระทบ บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 36.9 ล้านบาท ลดลง 35.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของกำไรขั้นต้นที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้นและงานบางส่วนล่าช้า อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง 10.3% เพื่อบรรเทาผลกระทบดังกล่าว ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรและกำไรสุทธิของ STI ในไตรมาส 3/2564 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การลดลงของกำไรขั้นต้น** ซึ่งหดตัวถึง 23.4% หรือ 35.4 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 35.1% หรือ 20.0 ล้านบาท แม้ว่ารายได้จากการให้บริการจะลดลง 11.8% แต่การลดลงของต้นทุนการให้บริการไม่ได้สัดส่วนกับการลดลงของรายได้ ทำให้กำไรขั้นต้นถูกกดดัน ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น สาเหตุหลักที่ฝ่ายจัดการระบุ คือ **ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3** ที่ส่งผลให้เกิดข้อจำกัดในการดำเนินงาน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ทำให้เกิดการชะลอตัวของการพัฒนาโครงการบางส่วน และงานบริการบางส่วนไม่สามารถดำเนินการส่งมอบได้ตามแผนที่วางไว้ ซึ่งนำไปสู่ต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้นในส่วนที่เกิดการชะลอตัว และการรับรู้รายได้ที่ล่าช้ากว่าแผน นอกจากนี้ รายได้จากธุรกิจออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมและธุรกิจอื่นลดลง 35.7% โดยเฉพาะงานของ AEC ที่เกี่ยวข้องกับการจัดประชุมสาธารณะหรืองานสำรวจที่ไม่สามารถดำเนินการได้ภายใต้สถานการณ์โควิด และการรับรู้รายได้จาก AEC ในปีก่อนที่ค่อนข้างสูงจากโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** จากเอกสารระบุว่า "งานโครงการที่มีการชะลอตัวได้กลับมาพัฒนาแล้วในไตรมาสที่ 4" ซึ่งบ่งชี้ว่าผลกระทบจากการชะลอตัวของโครงการบางส่วนอาจเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงมีความไม่แน่นอน อาจส่งผลต่อการดำเนินงานในระยะสั้นได้อีก แต่การที่ฝ่ายจัดการเร่งควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารอย่างมีนัยสำคัญ (ลดลง 10.3%) แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการบริหารจัดการต้นทุนเพื่อลดผลกระทบต่อกำไรสุทธิ ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิลดลง 35.1% YoY:** อยู่ที่ 36.9 ล้านบาท จาก 56.9 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้จากการให้บริการลดลง 11.8% YoY:** อยู่ที่ 431.0 ล้านบาท จาก 488.6 ล้านบาทในปีก่อน * **กำไรขั้นต้นหดตัว 23.4% YoY:** อยู่ที่ 116.0 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 31.0% เป็น 26.9% * **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 10.3% YoY:** อยู่ที่ 70.9 ล้านบาท จาก 79.0 ล้านบาท เป็นผลจากนโยบายควบคุมค่าใช้จ่าย * **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย:** อยู่ที่ 1,870.2 ล้านบาท จาก 1,857.2 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 โดยมีรายได้ที่ยังไม่ได้เรียกชำระเพิ่มขึ้น * **หนี้สินรวมลดลงเล็กน้อย:** อยู่ที่ 1,001.5 ล้านบาท จาก 1,005.0 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 * **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 1.2 เท่า:** และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (Interest-Bearing Debt to Equity) อยู่ที่ 0.4 เท่า สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2564 STI มีรายได้จากการให้บริการรวม 431.0 ล้านบาท ลดลง 11.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากธุรกิจบริหารและควบคุมงานก่อสร้างลดลง 6.1% และรายได้จากธุรกิจออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมและธุรกิจอื่นลดลง 35.7% สาเหตุหลักมาจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้การพัฒนาโครงการบางส่วนชะลอตัวและงานบริการล่าช้า ต้นทุนการให้บริการอยู่ที่ 315.0 ล้านบาท ลดลง 6.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 116.0 ล้านบาท ลดลง 23.4% และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 31.0% เป็น 26.9% โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในงานที่ชะลอตัวและงานบริการที่ไม่สามารถส่งมอบได้ตามแผน ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 10.3% มาอยู่ที่ 70.9 ล้านบาท จากนโยบายการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ขณะที่ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3.8% เป็น 2.7 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดสามเดือนอยู่ที่ 36.9 ล้านบาท ลดลง 35.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 11.6% เป็น 8.5% (กำไรสำหรับงวดต่อรายได้รวม) และอัตรากำไรสุทธิ (กำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ต่อรายได้รวม) ลดลงจาก 9.1% เป็น 7.4% ## โอกาส * **การกลับมาพัฒนาโครงการ:** ฝ่ายจัดการระบุว่างานโครงการที่ชะลอตัวได้กลับมาพัฒนาแล้วในไตรมาสที่ 4 ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อการรับรู้รายได้ในอนาคต * **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** นโยบายการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดผลกระทบต่อกำไรในภาวะที่รายได้ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ * **ฐานะการเงินแข็งแกร่ง:** อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่ 1.2 เท่า และหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนที่ 0.4 เท่า บ่งชี้ถึงความสามารถในการบริหารจัดการหนี้สินและมีศักยภาพในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนหากจำเป็น ## ความเสี่ยง * **ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์โควิด-19:** การแพร่ระบาดระลอกใหม่ๆ หรือมาตรการควบคุมที่เข้มงวดขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน การเดินทางของบุคลากร และการเข้าพื้นที่ก่อสร้างได้อีก * **ความล่าช้าในการส่งมอบงาน:** หากสถานการณ์โควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน อาจทำให้การส่งมอบงานล่าช้ากว่าแผน และกระทบต่อการรับรู้รายได้และกำไร * **ต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้น:** หากการชะลอตัวของโครงการยังคงมีอยู่ หรือมีต้นทุนแฝงที่เกิดจากมาตรการป้องกันโควิด-19 อาจกดดันอัตรากำไรขั้นต้นต่อไป ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **การฟื้นตัวของรายได้จากการให้บริการ:** โดยเฉพาะการกลับมารับรู้รายได้จากโครงการที่เคยชะลอตัว และการเติบโตของธุรกิจออกแบบและวิศวกรรม * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** การกลับมาปรับตัวดีขึ้นของ GPM จะเป็นสัญญาณสำคัญของการฟื้นตัวของผลประกอบการ * **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนการให้บริการให้มีประสิทธิภาพ * **การรับรู้รายได้จาก AEC:** โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับการจัดประชุมหรืองานสำรวจ ที่อาจได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านโควิด-19 * **Backlog:** มูลค่าคงค้างของงานในมือ ซึ่งจะส่งผลต่อรายได้ในอนาคต (ข้อมูลนี้ไม่ได้ระบุในเอกสารที่ให้มา จึงไม่สามารถวิเคราะห์ได้) ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) * **รายได้จากการให้บริการ:** ลดลง 11.8% YoY โดยรายได้จากธุรกิจบริหารและควบคุมงานก่อสร้างลดลง 6.1% และรายได้จากธุรกิจออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมและธุรกิจอื่นลดลง 35.7% ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้การพัฒนาโครงการและการส่งมอบงานล่าช้า โดยเฉพาะงานของ AEC ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมสาธารณะ * **ต้นทุนการให้บริการและกำไรขั้นต้น:** ต้นทุนลดลง 6.6% แต่กำไรขั้นต้นลดลงถึง 23.4% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 31.0% เหลือ 26.9% สาเหตุหลักมาจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในงานที่ชะลอตัวและงานบริการที่ไม่สามารถส่งมอบได้ตามแผน * **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** ฝ่ายจัดการได้ดำเนินนโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ โดยลดลง 10.3% ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบต่อกำไรสุทธิ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 ก.ย. 64 อยู่ที่ 1,870.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.0 ล้านบาทจากสิ้นปี 2563 โดยมีสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นหลักจาก "รายได้ที่ยังไม่ได้เรียกชำระ" (Retentions) เพิ่มขึ้น 136.1 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากผลกระทบโควิด-19 ทำให้งานบางส่วนยังไม่สามารถส่งมอบเพื่อเรียกเก็บหนี้ได้ ขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าลดลง 23.2 ล้านบาท * **หนี้สินรวม:** ณ 30 ก.ย. 64 อยู่ที่ 1,001.5 ล้านบาท ลดลง 3.5 ล้านบาทจากสิ้นปี 2563 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.6 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นและเจ้าหนี้การค้า แต่ลดลงจากรายได้ค่าบริการรับล่วงหน้าและเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า ในขณะที่หนี้สินไม่หมุนเวียนลดลง 4.1 ล้านบาทจากการชำระคืนเงินกู้ระยะยาว * **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 16.5 ล้านบาท เป็น 868.7 ล้านบาท จากกำไรสุทธิ 9 เดือน (103.3 ล้านบาท) หักด้วยเงินปันผลจ่าย (107.2 ล้านบาท) * **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E):** อยู่ที่ 1.2 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (Interest-Bearing Debt to Equity) อยู่ที่ 0.4 เท่า สะท้อนความแข็งแกร่งทางการเงิน ## สรุปท้าย STI ในไตรมาส 3/2564 เผชิญกับแรงกดดันจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน ทำให้รายได้จากการให้บริการและกำไรขั้นต้นปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าฝ่ายจัดการจะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารได้ดี แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ทั้งหมด ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลง อย่างไรก็ตาม สัญญาณการกลับมาพัฒนาโครงการในไตรมาส 4 และฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาว่าบริษัทฯ จะสามารถพลิกฟื้นผลประกอบการให้กลับมาเติบโตได้ตามแผนหรือไม่ ท่ามกลางความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงอยู่
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STI ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
699.60 ล้านบาท
↑ 41.1% YoY
กำไรขั้นต้น
191.88 ล้านบาท
↑ 18.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.43 %
กำไรสุทธิ
27.22 ล้านบาท
↓ 44% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.89 %
D/E Ratio
1.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
700
↑ + 41.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
192
↑ + 18.9% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
27
↓ -44% YoY
D/E Ratio
1.10

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
699.60
— —
495.87
+13.68%
436.21
-2.95%
449.48
+121.40%
กำไรขั้นต้น —
191.88
— —
161.34
+20.41%
133.99
-7.44%
144.76
+94.60%
ค่าใช้จ่ายรวม —
154.14
— —
87.46
+12.96%
77.43
-13.24%
89.25
+99.57%
กำไรสุทธิ —
27.22
— —
48.58
+17.97%
41.18
+8.98%
37.79
+73.75%
กำไรต่อหุ้น —
0.05
— —
0.08
+19.12%
0.07
+7.94%
0.06
+75.00%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
— —
0.00
0.00
0.00
ROE(%) —
4.71
— —
17.74
-9.77%
19.66
+205.75%
6.43
ROA(%) —
3.09
— —
11.04
-5.40%
11.67
+182.57%
4.13
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
1.10
— —
1.07
-7.76%
1.16
1.16
P/E —
28.38
— —
21.65
+41.50%
15.30
+14.35%
13.38
+19.04%
P/BV —
1.34
— —
3.58
+17.76%
3.04
+13.86%
2.67
+36.22%
BV —
1.42
— —
1.39
-47.35%
2.64
+6.02%
2.49
+9.69%
YIELD(%) —
1.37
— —
0.62
-87.53%
4.97
+32.18%
3.76
+67.86%
ราคาหุ้น —
1.90
— —
4.96
-38.39%
8.05
+21.05%
6.65
+49.10%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
27.43
— —
32.54
+5.92%
30.72
-4.63%
32.21
-12.09%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
22.03
— —
17.64
-0.62%
17.75
-10.62%
19.86
-9.85%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
3.89
— —
9.80
+3.81%
9.44
+12.25%
8.41
-21.48%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.10
ROE (%)
4.71
ROA (%)
3.09
Book Value/หุ้น
1.45

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
1,689.18
-2.13%
— —
1,598.83
+18.89%
1,344.76
+9.15%
1,232.02
+71.62%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
391.07
-11.65%
— —
543.55
-9.65%
601.61
-3.76%
625.14
+831.12%
รวมสินทรัพย์ —
2,080.25
-4.07%
— —
2,142.38
+10.07%
1,946.37
+4.80%
1,857.16
+136.57%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
843.44
-4.78%
— —
759.90
+13.09%
671.96
+9.24%
615.11
+591.09%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
244.31
-12.81%
— —
347.53
-6.55%
371.89
-4.60%
389.81
+449.52%
รวมหนี้สิน —
1,087.75
-6.71%
— —
1,107.43
+6.09%
1,043.85
+3.87%
1,004.92
+528.30%
รวมส่วนของเจ้าของ —
992.50
-1.00%
— —
1,034.94
+14.67%
902.53
+5.90%
852.24
+36.34%
D/E —
1.10
— —
1.07
1.16
1.18
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
4.71
— —
17.74
19.66
6.43
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
3.09
— —
11.04
11.67
4.13
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
2.00
— —
2.10
2.00
1.95
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.74
— —
0.60
0.47
0.61
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
109.71
— —
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
0.00
— —
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
98.62
— —
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
11.09
— —
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+34
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
34.20
— —
132.36
+218.63%
41.54
-160.23%
-68.97
-521.06%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
1.56
— —
-20.90
-186.65%
24.12
-36.29%
37.86
-109.76%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
-15.41
— —
-40.55
-65.79%
-118.54
-636.87%
22.08
-162.50%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
20.35
— —
70.91
-234.10%
-52.88
+486.25%
-9.02
-97.78%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
67.45
+40.72%
— —
23.22
-69.49%
76.10
+105.51%
37.03
-91.66%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
105.65
+56.64%
— —
94.13
+305.38%
23.22
-69.49%
76.10
+105.51%