บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
1.74
0.01 (0.57%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลง สาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 162.5 ล้านบาทซึ่งเป็นผลจากการ เพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการของ AEC ที่ได้ถูกนํามารวมเต็มปีในปี 2564 มีผลทําให้กําไรขั้นต้นสูงขึ้น 8.5 ล้านบาท อย่างไรก็ตามกลุ่ม STI มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 23.2 ล้านบาท มีผลทําให้กําไรสําหรับปีลดลงในจํานวน ดังกล่าวในปีนี้
บริษัทจ่ายปันผลเป็นหุ้นในปีนี้
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6298 out_tok=2913 at=2026-07-26T06:35:33 -->
# STI Q3/2564 กำไรสุทธิหด 35% รับผลกระทบโควิดฉุดกำไรขั้นต้น
## รายได้-กำไรลดลงตามการชะลอตัวของโครงการ ขณะที่ฝ่ายจัดการเร่งควบคุมค่าใช้จ่ายเพื่อลดผลกระทบ
บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 36.9 ล้านบาท ลดลง 35.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของกำไรขั้นต้นที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้นและงานบางส่วนล่าช้า อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง 10.3% เพื่อบรรเทาผลกระทบดังกล่าว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรและกำไรสุทธิของ STI ในไตรมาส 3/2564 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การลดลงของกำไรขั้นต้น** ซึ่งหดตัวถึง 23.4% หรือ 35.4 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 35.1% หรือ 20.0 ล้านบาท แม้ว่ารายได้จากการให้บริการจะลดลง 11.8% แต่การลดลงของต้นทุนการให้บริการไม่ได้สัดส่วนกับการลดลงของรายได้ ทำให้กำไรขั้นต้นถูกกดดัน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ฝ่ายจัดการระบุ คือ **ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3** ที่ส่งผลให้เกิดข้อจำกัดในการดำเนินงาน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ทำให้เกิดการชะลอตัวของการพัฒนาโครงการบางส่วน และงานบริการบางส่วนไม่สามารถดำเนินการส่งมอบได้ตามแผนที่วางไว้ ซึ่งนำไปสู่ต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้นในส่วนที่เกิดการชะลอตัว และการรับรู้รายได้ที่ล่าช้ากว่าแผน นอกจากนี้ รายได้จากธุรกิจออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมและธุรกิจอื่นลดลง 35.7% โดยเฉพาะงานของ AEC ที่เกี่ยวข้องกับการจัดประชุมสาธารณะหรืองานสำรวจที่ไม่สามารถดำเนินการได้ภายใต้สถานการณ์โควิด และการรับรู้รายได้จาก AEC ในปีก่อนที่ค่อนข้างสูงจากโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากเอกสารระบุว่า "งานโครงการที่มีการชะลอตัวได้กลับมาพัฒนาแล้วในไตรมาสที่ 4" ซึ่งบ่งชี้ว่าผลกระทบจากการชะลอตัวของโครงการบางส่วนอาจเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงมีความไม่แน่นอน อาจส่งผลต่อการดำเนินงานในระยะสั้นได้อีก แต่การที่ฝ่ายจัดการเร่งควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารอย่างมีนัยสำคัญ (ลดลง 10.3%) แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการบริหารจัดการต้นทุนเพื่อลดผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 35.1% YoY:** อยู่ที่ 36.9 ล้านบาท จาก 56.9 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการให้บริการลดลง 11.8% YoY:** อยู่ที่ 431.0 ล้านบาท จาก 488.6 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรขั้นต้นหดตัว 23.4% YoY:** อยู่ที่ 116.0 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 31.0% เป็น 26.9%
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 10.3% YoY:** อยู่ที่ 70.9 ล้านบาท จาก 79.0 ล้านบาท เป็นผลจากนโยบายควบคุมค่าใช้จ่าย
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย:** อยู่ที่ 1,870.2 ล้านบาท จาก 1,857.2 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 โดยมีรายได้ที่ยังไม่ได้เรียกชำระเพิ่มขึ้น
* **หนี้สินรวมลดลงเล็กน้อย:** อยู่ที่ 1,001.5 ล้านบาท จาก 1,005.0 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 1.2 เท่า:** และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (Interest-Bearing Debt to Equity) อยู่ที่ 0.4 เท่า สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 STI มีรายได้จากการให้บริการรวม 431.0 ล้านบาท ลดลง 11.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากธุรกิจบริหารและควบคุมงานก่อสร้างลดลง 6.1% และรายได้จากธุรกิจออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมและธุรกิจอื่นลดลง 35.7% สาเหตุหลักมาจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้การพัฒนาโครงการบางส่วนชะลอตัวและงานบริการล่าช้า
ต้นทุนการให้บริการอยู่ที่ 315.0 ล้านบาท ลดลง 6.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 116.0 ล้านบาท ลดลง 23.4% และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 31.0% เป็น 26.9% โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในงานที่ชะลอตัวและงานบริการที่ไม่สามารถส่งมอบได้ตามแผน
ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 10.3% มาอยู่ที่ 70.9 ล้านบาท จากนโยบายการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ขณะที่ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3.8% เป็น 2.7 ล้านบาท
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดสามเดือนอยู่ที่ 36.9 ล้านบาท ลดลง 35.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 11.6% เป็น 8.5% (กำไรสำหรับงวดต่อรายได้รวม) และอัตรากำไรสุทธิ (กำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ต่อรายได้รวม) ลดลงจาก 9.1% เป็น 7.4%
## โอกาส
* **การกลับมาพัฒนาโครงการ:** ฝ่ายจัดการระบุว่างานโครงการที่ชะลอตัวได้กลับมาพัฒนาแล้วในไตรมาสที่ 4 ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อการรับรู้รายได้ในอนาคต
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** นโยบายการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดผลกระทบต่อกำไรในภาวะที่รายได้ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่ง:** อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่ 1.2 เท่า และหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนที่ 0.4 เท่า บ่งชี้ถึงความสามารถในการบริหารจัดการหนี้สินและมีศักยภาพในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนหากจำเป็น
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์โควิด-19:** การแพร่ระบาดระลอกใหม่ๆ หรือมาตรการควบคุมที่เข้มงวดขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน การเดินทางของบุคลากร และการเข้าพื้นที่ก่อสร้างได้อีก
* **ความล่าช้าในการส่งมอบงาน:** หากสถานการณ์โควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน อาจทำให้การส่งมอบงานล่าช้ากว่าแผน และกระทบต่อการรับรู้รายได้และกำไร
* **ต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้น:** หากการชะลอตัวของโครงการยังคงมีอยู่ หรือมีต้นทุนแฝงที่เกิดจากมาตรการป้องกันโควิด-19 อาจกดดันอัตรากำไรขั้นต้นต่อไป
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การฟื้นตัวของรายได้จากการให้บริการ:** โดยเฉพาะการกลับมารับรู้รายได้จากโครงการที่เคยชะลอตัว และการเติบโตของธุรกิจออกแบบและวิศวกรรม
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** การกลับมาปรับตัวดีขึ้นของ GPM จะเป็นสัญญาณสำคัญของการฟื้นตัวของผลประกอบการ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนการให้บริการให้มีประสิทธิภาพ
* **การรับรู้รายได้จาก AEC:** โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับการจัดประชุมหรืองานสำรวจ ที่อาจได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านโควิด-19
* **Backlog:** มูลค่าคงค้างของงานในมือ ซึ่งจะส่งผลต่อรายได้ในอนาคต (ข้อมูลนี้ไม่ได้ระบุในเอกสารที่ให้มา จึงไม่สามารถวิเคราะห์ได้)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **รายได้จากการให้บริการ:** ลดลง 11.8% YoY โดยรายได้จากธุรกิจบริหารและควบคุมงานก่อสร้างลดลง 6.1% และรายได้จากธุรกิจออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมและธุรกิจอื่นลดลง 35.7% ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้การพัฒนาโครงการและการส่งมอบงานล่าช้า โดยเฉพาะงานของ AEC ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมสาธารณะ
* **ต้นทุนการให้บริการและกำไรขั้นต้น:** ต้นทุนลดลง 6.6% แต่กำไรขั้นต้นลดลงถึง 23.4% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 31.0% เหลือ 26.9% สาเหตุหลักมาจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในงานที่ชะลอตัวและงานบริการที่ไม่สามารถส่งมอบได้ตามแผน
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** ฝ่ายจัดการได้ดำเนินนโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ โดยลดลง 10.3% ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 ก.ย. 64 อยู่ที่ 1,870.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.0 ล้านบาทจากสิ้นปี 2563 โดยมีสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นหลักจาก "รายได้ที่ยังไม่ได้เรียกชำระ" (Retentions) เพิ่มขึ้น 136.1 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากผลกระทบโควิด-19 ทำให้งานบางส่วนยังไม่สามารถส่งมอบเพื่อเรียกเก็บหนี้ได้ ขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าลดลง 23.2 ล้านบาท
* **หนี้สินรวม:** ณ 30 ก.ย. 64 อยู่ที่ 1,001.5 ล้านบาท ลดลง 3.5 ล้านบาทจากสิ้นปี 2563 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.6 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นและเจ้าหนี้การค้า แต่ลดลงจากรายได้ค่าบริการรับล่วงหน้าและเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า ในขณะที่หนี้สินไม่หมุนเวียนลดลง 4.1 ล้านบาทจากการชำระคืนเงินกู้ระยะยาว
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 16.5 ล้านบาท เป็น 868.7 ล้านบาท จากกำไรสุทธิ 9 เดือน (103.3 ล้านบาท) หักด้วยเงินปันผลจ่าย (107.2 ล้านบาท)
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E):** อยู่ที่ 1.2 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (Interest-Bearing Debt to Equity) อยู่ที่ 0.4 เท่า สะท้อนความแข็งแกร่งทางการเงิน
## สรุปท้าย
STI ในไตรมาส 3/2564 เผชิญกับแรงกดดันจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน ทำให้รายได้จากการให้บริการและกำไรขั้นต้นปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าฝ่ายจัดการจะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารได้ดี แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ทั้งหมด ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลง อย่างไรก็ตาม สัญญาณการกลับมาพัฒนาโครงการในไตรมาส 4 และฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาว่าบริษัทฯ จะสามารถพลิกฟื้นผลประกอบการให้กลับมาเติบโตได้ตามแผนหรือไม่ ท่ามกลางความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงอยู่
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STI ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
699.60
ล้านบาท
↑ 41.1% YoY
กำไรขั้นต้น
191.88
ล้านบาท
↑ 18.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.43
%
กำไรสุทธิ
27.22
ล้านบาท
↓ 44% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.89
%
D/E Ratio
1.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
700
↑ + 41.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
192
↑ + 18.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
27
↓ -44%
YoY
D/E Ratio
1.10
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.10
ROE (%)
4.71
ROA (%)
3.09
Book Value/หุ้น
1.45
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+34
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
34.20
|
— | — |
132.36
+218.63%
|
41.54
-160.23%
|
-68.97
-521.06%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1.56
|
— | — |
-20.90
-186.65%
|
24.12
-36.29%
|
37.86
-109.76%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-15.41
|
— | — |
-40.55
-65.79%
|
-118.54
-636.87%
|
22.08
-162.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
20.35
|
— | — |
70.91
-234.10%
|
-52.88
+486.25%
|
-9.02
-97.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
67.45
+40.72%
|
— | — |
23.22
-69.49%
|
76.10
+105.51%
|
37.03
-91.66%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
105.65
+56.64%
|
— | — |
94.13
+305.38%
|
23.22
-69.49%
|
76.10
+105.51%
|