บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
4.54
+0.02 (+0.44%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก เป็นไปตามการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการเริ่มดําเนินการเชิง พาณิชย์ของโครงการใหม่ ในขณะที่ปีก่อนมีรายการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 58 ลานแต่ปีนี้มีกำไร 10 ล้านบาท
รายได้หลักของบริษัทมาจากการจําหน่ายไฟฟ้าพิ่มขึ้นร้อยละ 10.8 โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วน ใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของการจําหน่ายไฟฟ้าในต่างประเทศ โดยมาจากการรับรู้รายได้จากโครงการยามากะประเทศ ญี่ปุ่นเต็มไตรมาสซึ่งเริ่มเปิดดําเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนมิถุนายน 2563 และโครงการโซลาร์บนหลังคาในประเทศ อินโดนีเซีย
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10262 out_tok=3321 at=2026-07-26T06:07:33 -->
# SSP กำไรสุทธิ Q4/64 พุ่ง 5.2% รับแรงหนุนรายได้รวมโต 37.4% จากโครงการใหม่
## รายได้รวมโตเด่น 37.4% รับอานิสงส์โครงการใหม่เริ่ม COD ขณะที่กำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่อง
บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 739.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทอยู่ที่ 149.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% การเติบโตนี้เป็นผลมาจากการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) และการลงทุนในบริษัทย่อยใหม่
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SSP ในไตรมาส 4 ปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้รวมจากการจำหน่ายไฟฟ้า** ซึ่งเติบโตถึง 37.4% (งบการเงินเสมือน) หรือ 59.0% (งบการเงินก่อนปรับปรุง) โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) และการรวมงบการเงินของบริษัทยูนิพาวเวอร์ เทค จำกัด (UPT) ซึ่งส่งผลให้กำไรหลักจากการดำเนินงาน (Core Operating Profit) เติบโตถึง 40.6% ในไตรมาส 4 และ 21.6% ในงวด 12 เดือน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากหลายปัจจัยที่สอดคล้องกับกลยุทธ์การขยายธุรกิจของบริษัท:
* **โครงการใหม่เริ่ม COD:** การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการลีโอ 1 ประเทศญี่ปุ่น (เริ่ม ก.ค. 64) และโครงการลมประเทศเวียดนาม (เริ่ม ต.ค. 64) เป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มปริมาณการขายไฟฟ้าและสร้างรายได้ใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
* **การลงทุนใน UPT:** การเข้าซื้อหุ้นใน UPT ในเดือนกรกฎาคม 2564 และการรวมงบการเงินย้อนหลัง ทำให้รายได้และกำไรของกลุ่มบริษัทฯ ในงวด 12 เดือนปี 2563 เพิ่มขึ้น 306.0 และ 58.7 ล้านบาทตามลำดับ ซึ่งส่งผลให้ฐานเปรียบเทียบของปี 2564 ดูเติบโตสูงขึ้นเมื่อเทียบกับงบการเงินก่อนปรับปรุง
* **การรับรู้รายได้เต็มปี:** โครงการยามากะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนมิถุนายน 2563 ได้รับรู้รายได้เต็มปีในปี 2564
* **โครงการ Solar Rooftop ในอินโดนีเซีย:** มีการทยอยเปิดขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
แม้ว่ารายได้จะเติบโต แต่ **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin)** ในไตรมาส 4 ปี 2564 อยู่ที่ 52.6% ลดลงเล็กน้อยจาก 53.6% ในงบการเงินเสมือน และลดลงจาก 59.2% ในงบการเงินก่อนปรับปรุงของปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากโครงการใหม่มีส่วนต่างค่าไฟกับต้นทุนขายที่แคบลงเมื่อเทียบกับโครงการเก่าที่ได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐในรูปแบบ Adder อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรยังคงอยู่ในระดับที่ดี
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนดังนี้:
* **การทยอยเปิดโครงการใหม่:** SSP มีแผนที่จะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณการขายไฟฟ้าและสร้างรายได้ในอนาคต
* **การขยายธุรกิจ:** การลงทุนใน UPT เป็นการขยายฐานธุรกิจและเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้ในระยะยาว
* **การรับรู้รายได้เต็มปี:** โครงการที่เริ่มดำเนินการในปี 2564 จะถูกรับรู้รายได้เต็มปีในปี 2565 ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้รวม
อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเล็กน้อยจากโครงการใหม่เป็นประเด็นที่ต้องจับตา หากโครงการใหม่ๆ มีอัตรากำไรที่ต่ำกว่าโครงการเดิมอย่างมีนัยสำคัญ อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรโดยรวมในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q4/64 เติบโต 37.4% (งบเสมือน) หรือ 59.0% (งบก่อนปรับปรุง)** จาก 538.2 ล้านบาท เป็น 739.6 ล้านบาท และ 465.2 ล้านบาท เป็น 739.6 ล้านบาท ตามลำดับ
* **กำไรสุทธิ Q4/64 เพิ่มขึ้น 5.2%** จาก 141.8 ล้านบาท เป็น 149.1 ล้านบาท
* **กำไรหลักจากการดำเนินงาน Q4/64 พุ่ง 40.6%** จาก 127.0 ล้านบาท เป็น 178.7 ล้านบาท
* **EBITDA Q4/64 เพิ่มขึ้น 51.9% (งบเสมือน) หรือ 62.8% (งบก่อนปรับปรุง)** จาก 350.3 ล้านบาท เป็น 532.1 ล้านบาท และ 326.8 ล้านบาท เป็น 532.1 ล้านบาท ตามลำดับ
* **การรวมงบ UPT ย้อนหลัง:** ส่งผลให้สินทรัพย์รวมเพิ่ม 821.4 ล้านบาท, หนี้สินรวมเพิ่ม 558.9 ล้านบาท, ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่ม 262.4 ล้านบาท และรายได้-กำไรปี 63 เพิ่ม 306.0 และ 58.7 ล้านบาท ตามลำดับ
* **การลงทุนในโครงการใหม่:** โครงการลีโอ 1 (ญี่ปุ่น), โครงการลม (เวียดนาม), และ Solar Rooftop (อินโดนีเซีย) เริ่ม COD และรับรู้รายได้
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย:** จาก 53.6% เป็น 52.6% (งบเสมือน) และจาก 59.2% เป็น 52.6% (งบก่อนปรับปรุง) เนื่องจากโครงการใหม่มีส่วนต่างกำไรแคบลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 4 ปี 2564:**
* **รายได้รวม:** 739.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.4% (งบเสมือน) หรือ 59.0% (งบก่อนปรับปรุง) จากช่วงเดียวกันปีก่อน
* **EBITDA:** 532.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.9% (งบเสมือน) หรือ 62.8% (งบก่อนปรับปรุง)
* **กำไรสุทธิ (ส่วนผู้ถือหุ้น):** 149.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2%
* **กำไรหลักจากการดำเนินงาน:** 178.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.6%
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** 52.6% (ลดลงเล็กน้อย)
* **อัตรากำไรสุทธิ:** 20.2% (ลดลง)
* **อัตรากำไร EBITDA:** 71.9% (เพิ่มขึ้น)
**งวด 12 เดือน ปี 2564:**
* **รายได้รวม:** 2,698.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.4% (งบเสมือน) หรือ 39.4% (งบก่อนปรับปรุง)
* **EBITDA:** 2,023.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.9% (งบเสมือน) หรือ 32.6% (งบก่อนปรับปรุง)
* **กำไรสุทธิ (ส่วนผู้ถือหุ้น):** 859.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.7%
* **กำไรหลักจากการดำเนินงาน:** 846.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.6%
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** 57.5% (ลดลง)
* **อัตรากำไรสุทธิ:** 31.8% (ลดลงเล็กน้อย)
* **อัตรากำไร EBITDA:** 75.0% (เพิ่มขึ้นเล็กน้อย)
## โอกาส
* **การขยายกำลังการผลิต:** การทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศ จะช่วยเพิ่มรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง
* **การลงทุนในธุรกิจใหม่:** การเข้าซื้อกิจการ UPT เป็นการขยายฐานธุรกิจและเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
* **การรับรู้รายได้เต็มปี:** โครงการที่เริ่มดำเนินการในปี 2564 จะสร้างรายได้เต็มปีในปี 2565 ซึ่งจะส่งผลดีต่อผลประกอบการ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลงเล็กน้อย แต่การบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานและบำรุงรักษาอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาพลังงานและอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ว่า SSP จะมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว แต่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินและรายการอื่นๆ
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือกฎระเบียบด้านพลังงานของภาครัฐในประเทศที่บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่ อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ
* **ความล่าช้าของโครงการ:** ความล่าช้าในการก่อสร้างหรือการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการใหม่ อาจส่งผลกระทบต่อแผนการรับรู้รายได้
* **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง:** การที่โครงการใหม่มีอัตรากำไรขั้นต้นที่แคบลง อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรโดยรวมในระยะยาว หากไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าของโครงการใหม่:** ติดตามการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่อยู่ระหว่างการพัฒนา
* **ผลประกอบการของ UPT:** ประเมินผลการดำเนินงานของ UPT หลังจากการรวมงบการเงิน และโอกาสในการ Synergy กับธุรกิจเดิม
* **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น:** จับตาดูว่าอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการใหม่จะสามารถรักษาอยู่ในระดับที่น่าพอใจได้หรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ติดตามการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** เฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงนโยบายพลังงานของภาครัฐในประเทศที่บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **กำลังการผลิตและปริมาณขาย:** รายได้รวมที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายไฟฟ้าจากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการใหม่ โดยเฉพาะโครงการลีโอ 1 (ญี่ปุ่น) และโครงการลม (เวียดนาม) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนรายได้
* **ต้นทุนต่อหน่วย:** ต้นทุนขายรวมเพิ่มขึ้นตามการเพิ่มขึ้นของรายได้ โดยเฉพาะค่าเสื่อมราคาและค่าดำเนินการบำรุงรักษา ซึ่งเป็นต้นทุนคงที่ส่วนใหญ่ของธุรกิจโรงไฟฟ้า
* **ส่วนต่างกำไร (Margin):** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจาก 53.6% เป็น 52.6% (งบเสมือน) และจาก 59.2% เป็น 52.6% (งบก่อนปรับปรุง) ซึ่งเป็นผลมาจากโครงการใหม่มีส่วนต่างค่าไฟกับต้นทุนขายที่แคบลงเมื่อเทียบกับโครงการเก่าที่ได้รับ Adder
* **โครงการลงทุน:** การลงทุนในโครงการใหม่ๆ เช่น โครงการลีโอ 1, โครงการลมเวียดนาม, และ Solar Rooftop อินโดนีเซีย เป็นการขยายกำลังการผลิตและสร้างการเติบโตในอนาคต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 42.2% เป็น 24,063.3 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ของโรงไฟฟ้า (ประมาณ 4,273.4 ล้านบาท)
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 45.9% เป็น 17,689.1 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้า (ผู้รับเหมาก่อสร้าง) และเงินกู้ยืมระยะยาว รวมถึงหุ้นกู้ เพื่อใช้ลงทุนในโครงการต่างๆ
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 32.7% เป็น 6,374.2 ล้านบาท
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) (งบรวม):** เพิ่มขึ้นจาก 2.52 เท่า เป็น 2.78 เท่า สะท้อนการเพิ่มขึ้นของการลงทุนและพัฒนาโครงการ
* **การระดมทุน:** บริษัทได้รับเงินเพิ่มทุนจากการใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิชุดที่ 1 (SPP-W1) จำนวน 865 ล้านบาท และจากการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement) จำนวน 605 ล้านบาท เพื่อรองรับการลงทุน
## สรุปท้าย
SSP โชว์ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 เติบโตอย่างน่าประทับใจ โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการรับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนใหม่ที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ ประกอบกับการรวมงบการเงินของ UPT ทำให้กำไรหลักจากการดำเนินงานเติบโตแข็งแกร่ง แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลงเล็กน้อยจากโครงการใหม่ แต่ภาพรวมยังคงแข็งแกร่งและมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องจากการขยายกำลังการผลิตและการลงทุนในธุรกิจใหม่ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการใหม่ และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดและกฎระเบียบ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SSP ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
-1,599.27
ล้านบาท
↓ 265.2% YoY
กำไรขั้นต้น
-754.83
ล้านบาท
↓ 228.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
47.20
%
กำไรสุทธิ
-226.82
ล้านบาท
↓ 172.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
14.18
%
D/E Ratio
2.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-1,599
↓ -265.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-755
↓ -228.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-227
↓ -172.3%
YoY
D/E Ratio
2.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SSP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.23
ROE (%)
7.39
ROA (%)
5.08
Book Value/หุ้น
6.45
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SSP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,075
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,015
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SSP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,074.93
+56.92%
|
-1,322.32
+30.64%
|
-1,012.20
-44.60%
|
-1,827.13
-243.37%
|
1,274.40
-10.70%
|
1,427.09
+100.12%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,014.91
-59.92%
|
5,026.65
+2,771.55%
|
175.05
-92.69%
|
2,394.48
-235.57%
|
-1,766.21
-18.60%
|
-2,169.71
+5.78%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
398.53
-113.81%
|
-2,886.30
+916.84%
|
-283.85
-91.28%
|
-3,255.36
-221.39%
|
2,681.82
+126.42%
|
1,184.44
-0.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
317.90
-54.76%
|
702.64
-156.53%
|
-1,243.00
-48.18%
|
-2,398.81
-192.47%
|
2,594.16
+477.92%
|
448.88
-314.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,050.42
-35.05%
|
3,156.86
-2.19%
|
3,227.50
-9.84%
|
3,579.72
+157.98%
|
1,387.61
+51.58%
|
915.46
-18.64%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,094.97
+2.17%
|
2,050.42
-35.05%
|
3,156.86
-2.19%
|
3,227.50
-9.84%
|
3,579.72
+162.38%
|
1,364.33
+49.03%
|