บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
4.54
+0.02 (+0.44%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก เป็นไปตามการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการเริ่มดําเนินการเชิง พาณิชย์ของโครงการใหม่ ในขณะที่ปีก่อนมีรายการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 58 ลานแต่ปีนี้มีกำไร 10 ล้านบาท
รายได้หลักของบริษัทมาจากการจําหน่ายไฟฟ้าพิ่มขึ้นร้อยละ 10.8 โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วน ใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของการจําหน่ายไฟฟ้าในต่างประเทศ โดยมาจากการรับรู้รายได้จากโครงการยามากะประเทศ ญี่ปุ่นเต็มไตรมาสซึ่งเริ่มเปิดดําเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนมิถุนายน 2563 และโครงการโซลาร์บนหลังคาในประเทศ อินโดนีเซีย
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6990 out_tok=2598 at=2026-07-26T06:19:22 -->
# SSP กำไรสุทธิ Q1/65 พุ่ง 61% รับแรงหนุนโครงการใหม่ในต่างแดน
## รายได้รวมโต 50% จากการรับรู้รายได้โครงการใหม่ในญี่ปุ่น เวียดนาม และอินโดนีเซีย ขณะที่กำไรหลักโต 66%
บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 861.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.1% และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท 294.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในต่างประเทศ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SSP ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าในต่างประเทศ** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเติบโต 50.1% และกำไรหลักจากการดำเนินงาน (Core Operating Profit) เพิ่มขึ้นถึง 66.0% โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทเพิ่มขึ้น 61.0%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้และกำไรมาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ:
* **การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD)** ได้แก่ โครงการลีโอ 1 ประเทศญี่ปุ่น (เริ่ม COD ก.ค. 2564) และโครงการพลังงานลมประเทศเวียดนาม (เริ่ม COD ต.ค. 2564) ซึ่งส่งผลให้ปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
* **การรับรู้รายได้จากโครงการ UPT** ที่บริษัทเข้าไปลงทุนในเดือน ก.ค. 2564 และโครงการโซลาร์รูฟท็อปในประเทศอินโดนีเซีย
การเพิ่มขึ้นของรายได้ดังกล่าว ส่งผลให้ต้นทุนขายรวมเพิ่มขึ้น 48.8% โดยส่วนใหญ่มาจากค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย รวมถึงค่าดำเนินการและบำรุงรักษาที่เพิ่มขึ้นตามการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าใหม่ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่สูงกว่า ทำให้กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 56.6% และอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจาก 57.7% เป็น 58.9% (งบการเงินรวม)
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 67.2% และค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 43.4% ซึ่งสอดคล้องกับการขยายตัวของธุรกิจและการเริ่มดำเนินงานของโครงการใหม่ แต่ผลกระทบโดยรวมยังคงถูกหักล้างด้วยการเติบโตของรายได้ ทำให้กำไรสุทธิและกำไรหลักจากการดำเนินงานเติบโตได้ดี
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่โครงการใหม่ๆ ได้เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว ซึ่งจะรับรู้รายได้และกำไรอย่างเต็มที่ในปี 2565 เป็นต้นไป นอกจากนี้ การที่บริษัทมีการออกหุ้นกู้ 1,500.0 ล้านบาท เพื่อใช้ลงทุนในโครงการต่างๆ บ่งชี้ถึงแผนการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากโครงการใหม่ๆ สามารถดำเนินการได้ตามแผน จะเป็นแรงหนุนการเติบโตในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q1/65 เติบโต 50.1% YoY** แตะ 861.7 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้โครงการใหม่ในญี่ปุ่น เวียดนาม และอินโดนีเซีย
* **กำไรสุทธิ Q1/65 เพิ่มขึ้น 61.0% YoY** เป็น 294.8 ล้านบาท
* **กำไรหลักจากการดำเนินงาน (Core Operating Profit) Q1/65 เพิ่มขึ้น 66.0% YoY** เป็น 295.6 ล้านบาท สะท้อนการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง
* **อัตรากำไรสุทธิ Q1/65 อยู่ที่ 34.2%** ปรับตัวดีขึ้นจาก 31.9% ในปีก่อน (งบการเงินรวม)
* **EBITDA Q1/65 เพิ่มขึ้น 55.3% YoY** เป็น 688.4 ล้านบาท
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) งบการเงินรวมลดลง** จาก 2.78 เท่า เป็น 2.54 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 SSP มีรายได้รวม 861.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ในต่างประเทศ ได้แก่ โครงการลีโอ 1 ประเทศญี่ปุ่น โครงการพลังงานลมประเทศเวียดนาม และโครงการโซลาร์รูฟท็อปในประเทศอินโดนีเซีย รวมถึงการรับรู้รายได้จากโครงการ UPT ที่บริษัทเข้าไปลงทุนในปี 2564
ต้นทุนขายรวมเพิ่มขึ้น 48.8% ตามการเพิ่มขึ้นของรายได้ โดยส่วนใหญ่มาจากค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย รวมถึงค่าดำเนินการและบำรุงรักษา ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 56.6% เป็น 503.7 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 58.9%
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 67.2% และค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 43.4% ตามการขยายตัวของธุรกิจและการเริ่มดำเนินงานของโครงการใหม่
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้ที่สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่าย ส่งผลให้กำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท) เพิ่มขึ้น 61.0% เป็น 294.8 ล้านบาท และกำไรหลักจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 66.0% เป็น 295.6 ล้านบาท
## โอกาส
* **การรับรู้รายได้เต็มปีจากโครงการใหม่:** โครงการที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2564 จะสร้างรายได้และกำไรอย่างเต็มที่ในปี 2565 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการ
* **การลงทุนในโครงการใหม่:** การออกหุ้นกู้เพื่อระดมทุน 1,500.0 ล้านบาท แสดงถึงความมุ่งมั่นในการขยายธุรกิจและลงทุนในโครงการใหม่ๆ ซึ่งจะสร้างการเติบโตในอนาคต
* **การเติบโตของตลาดพลังงานหมุนเวียน:** แนวโน้มความต้องการพลังงานสะอาดทั่วโลกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจของ SSP
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ว่ากำไรหลักจะปรับปรุงโดยไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง แต่ความผันผวนของค่าเงินอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในภาพรวมได้
* **ต้นทุนการดำเนินงานและบำรุงรักษา:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **กฎระเบียบและนโยบายพลังงาน:** การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบหรือนโยบายด้านพลังงานในประเทศที่บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่ อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและผลตอบแทน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าของโครงการลงทุนใหม่:** การใช้เงินจากการออกหุ้นกู้ 1,500.0 ล้านบาท จะถูกนำไปลงทุนในโครงการใดบ้าง และคาดว่าจะสร้างผลตอบแทนอย่างไร
* **ผลการดำเนินงานของโครงการในต่างประเทศ:** การเติบโตของรายได้และกำไรจากโครงการในญี่ปุ่น เวียดนาม และอินโดนีเซีย จะเป็นไปตามที่คาดการณ์หรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า เพื่อรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ
* **แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายทางการเงินจากการออกหุ้นกู้และหนี้สินอื่นๆ อาจได้รับผลกระทบจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้า:** ในไตรมาส 1 ปี 2565 รายได้รวมจากการจำหน่ายไฟฟ้าอยู่ที่ 847.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.8% โดยมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากโครงการใหม่ในญี่ปุ่นและเวียดนาม
* **ต้นทุนขาย:** ต้นทุนขายรวม 351.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.8% โดยค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุด สะท้อนการลงทุนในสินทรัพย์โรงไฟฟ้า
* **กำไรขั้นต้น:** กำไรขั้นต้นรวม 503.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67.9% (งบการเงินก่อนปรับปรุง) อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 58.9%
* **กำลังการผลิต:** ข้อมูลเกี่ยวกับกำลังการผลิตรวมของโรงไฟฟ้าไม่ได้ระบุไว้ในเอกสาร แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้และต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานบ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตไฟฟ้า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 กลุ่มบริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 25,809.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.3% จากสิ้นปี 2564 โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุนในบริษัทร่วม ในขณะที่ที่ดินอาคารและอุปกรณ์ลดลงเล็กน้อยจากการแปลงค่างบการเงิน
หนี้สินรวมอยู่ที่ 18,509.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% จากการออกหุ้นกู้ 1,500.0 ล้านบาท เพื่อใช้ลงทุน
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 14.5% เป็น 7,300.3 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) งบการเงินรวมลดลงจาก 2.78 เท่า เป็น 2.54 เท่า ซึ่งแสดงถึงการปรับปรุงโครงสร้างทางการเงินให้แข็งแกร่งขึ้น
## สรุปท้าย
SSP โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 เติบโตโดดเด่น โดยมีรายได้และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการรับรู้รายได้เต็มที่จากโครงการใหม่ในต่างประเทศ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการในรอบนี้ แม้จะมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัว แต่การเติบโตของรายได้ที่สูงกว่าสามารถชดเชยได้ ส่งผลให้อัตรากำไรหลักจากการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน การออกหุ้นกู้เพื่อลงทุนในอนาคตบ่งชี้ถึงโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าของโครงการใหม่ การบริหารจัดการต้นทุน และความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SSP ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
-1,599.27
ล้านบาท
↓ 265.2% YoY
กำไรขั้นต้น
-754.83
ล้านบาท
↓ 228.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
47.20
%
กำไรสุทธิ
-226.82
ล้านบาท
↓ 172.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
14.18
%
D/E Ratio
2.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-1,599
↓ -265.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-755
↓ -228.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-227
↓ -172.3%
YoY
D/E Ratio
2.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SSP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.23
ROE (%)
7.39
ROA (%)
5.08
Book Value/หุ้น
6.45
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SSP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,075
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,015
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SSP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,074.93
+56.92%
|
-1,322.32
+30.64%
|
-1,012.20
-44.60%
|
-1,827.13
-243.37%
|
1,274.40
-10.70%
|
1,427.09
+100.12%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,014.91
-59.92%
|
5,026.65
+2,771.55%
|
175.05
-92.69%
|
2,394.48
-235.57%
|
-1,766.21
-18.60%
|
-2,169.71
+5.78%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
398.53
-113.81%
|
-2,886.30
+916.84%
|
-283.85
-91.28%
|
-3,255.36
-221.39%
|
2,681.82
+126.42%
|
1,184.44
-0.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
317.90
-54.76%
|
702.64
-156.53%
|
-1,243.00
-48.18%
|
-2,398.81
-192.47%
|
2,594.16
+477.92%
|
448.88
-314.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,050.42
-35.05%
|
3,156.86
-2.19%
|
3,227.50
-9.84%
|
3,579.72
+157.98%
|
1,387.61
+51.58%
|
915.46
-18.64%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,094.97
+2.17%
|
2,050.42
-35.05%
|
3,156.86
-2.19%
|
3,227.50
-9.84%
|
3,579.72
+162.38%
|
1,364.33
+49.03%
|