บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
4.54
+0.02 (+0.44%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก เป็นไปตามการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการเริ่มดําเนินการเชิง พาณิชย์ของโครงการใหม่ ในขณะที่ปีก่อนมีรายการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 58 ลานแต่ปีนี้มีกำไร 10 ล้านบาท
รายได้หลักของบริษัทมาจากการจําหน่ายไฟฟ้าพิ่มขึ้นร้อยละ 10.8 โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วน ใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของการจําหน่ายไฟฟ้าในต่างประเทศ โดยมาจากการรับรู้รายได้จากโครงการยามากะประเทศ ญี่ปุ่นเต็มไตรมาสซึ่งเริ่มเปิดดําเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนมิถุนายน 2563 และโครงการโซลาร์บนหลังคาในประเทศ อินโดนีเซีย
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=18565 out_tok=2346 at=2026-07-26T06:23:04 -->
# SSP กำไรหลักจากการดำเนินงาน Q2/66 ลดลง 22.3% รับผลกระทบขายโครงการฮิดากะ-ค่าไฟญี่ปุ่น
## รายได้และกำไรหลักหดตัว YoY เหตุปัจจัยเฉพาะกิจการ ขณะที่การลงทุนใหม่เริ่มทยอยรับรู้
บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรหลักจากการดำเนินงาน 225.4 ล้านบาท ลดลง 22.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลกระทบจากการขายโครงการฮิดากะในปีก่อนหน้า รวมถึงค่าไฟฟ้าที่ลดลงในประเทศญี่ปุ่น และค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง พร้อมรองรับการลงทุนในอนาคต
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงของผลประกอบการ SSP ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การลดลงของกำไรหลักจากการดำเนินงาน (Core Operating Profit) ที่หดตัว 22.3% YoY** จาก 290.1 ล้านบาท เป็น 225.4 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยเชิงลบที่กระทบรายได้และต้นทุนการดำเนินงานเป็นหลัก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ทำให้กำไรหลักจากการดำเนินงานลดลงมาจากหลายปัจจัย ดังนี้:
* **การไม่รับรู้ผลการดำเนินงานของโครงการฮิดากะ:** ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทฯ มีการรับรู้กำไรจากการขายโครงการฮิดากะ ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ส่งผลให้ฐานกำไรในปีก่อนสูงกว่าปกติ เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2566 ที่ไม่มีรายการดังกล่าว ทำให้เกิดผลกระทบเชิงลบเมื่อเปรียบเทียบแบบ YoY
* **รายได้จากโรงไฟฟ้าในประเทศญี่ปุ่นลดลง:** ปริมาณการขายไฟฟ้าที่ลดลงในประเทศญี่ปุ่น ส่งผลให้รายได้จากโรงไฟฟ้าในญี่ปุ่นปรับตัวลดลง
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่สูงขึ้น:** การรับรู้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยของโครงการที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มที่จะ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรลดลงในไตรมาสนี้ ส่วนใหญ่เป็นผลกระทบจากการขายโครงการฮิดากะ ซึ่งเป็นรายการครั้งเดียว อย่างไรก็ตาม การลดลงของรายได้จากโรงไฟฟ้าในญี่ปุ่น และค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องในระยะสั้น แต่บริษัทฯ มีการลงทุนในโครงการใหม่ๆ เช่น โครงการพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทย และการเข้าซื้อหุ้นในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในเวียดนาม ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้และผลกำไรในอนาคต ซึ่งต้องติดตามผลการดำเนินงานของโครงการเหล่านี้ต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรหลักจากการดำเนินงาน (Core Operating Profit) Q2/66 อยู่ที่ 225.4 ล้านบาท ลดลง 22.3% YoY** จาก 290.1 ล้านบาท ใน Q2/65
* **รายได้จากการขายและให้บริการ Q2/66 อยู่ที่ 762.1 ล้านบาท ลดลง 7.6% YoY** โดยมีสาเหตุหลักจากการขายโครงการฮิดากะ และปริมาณการขายไฟฟ้าที่ลดลงในญี่ปุ่น
* **บริษัทฯ ได้รับคัดเลือกโครงการพลังงานหมุนเวียนในไทย 170.5 MW** (โซลาร์ 154.5 MW, ลม 16.0 MW)
* **เข้าซื้อหุ้น TTQN เพิ่มสัดส่วนเป็น 100%** ในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เวียดนาม 40 MW
* **เข้าลงทุนในบริษัท สามารถ พลาสแพค จำกัด 75%** มูลค่า 140.8 ล้านบาท เพื่อต่อยอดธุรกิจบรรจุภัณฑ์
* **D/E Ratio อยู่ที่ 1.59 เท่า** ณ สิ้นไตรมาส 2/66 สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 762.1 ล้านบาท ลดลง 7.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการขายโครงการฮิดากะในปีก่อนหน้า และปริมาณการขายไฟฟ้าที่ลดลงในประเทศญี่ปุ่น แม้ว่าโรงไฟฟ้าในประเทศไทย เช่น โครงการ SPN และโครงการวินชัย จะมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ทั้งหมด
ขณะที่กำไรหลักจากการดำเนินงานอยู่ที่ 225.4 ล้านบาท ลดลง 22.3% YoY เนื่องจากผลกระทบจากการขายโครงการฮิดากะ, ค่าไฟฟ้าที่ลดลงในญี่ปุ่น และค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการใหม่ๆ
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 รายได้จากการขายและให้บริการรวมอยู่ที่ 1,523.4 ล้านบาท ลดลง 9.3% YoY และกำไรหลักจากการดำเนินงานอยู่ที่ 475.3 ล้านบาท ลดลง 18.7% YoY
## โอกาส
* **การได้รับคัดเลือกโครงการพลังงานหมุนเวียนในไทย:** การได้รับคัดเลือกโครงการพลังงานหมุนเวียนรวม 170.5 MW จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและสร้างรายได้ในอนาคต
* **การลงทุนในเวียดนาม:** การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน TTQN เป็น 100% จะทำให้บริษัทฯ รับรู้ผลกำไรจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในเวียดนามได้เต็มที่
* **การต่อยอดธุรกิจบรรจุภัณฑ์:** การเข้าลงทุนในบริษัท สามารถ พลาสแพค จำกัด จะเป็นการกระจายความเสี่ยงและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจในระยะยาว
* **การเติบโตของพลังงานทดแทน:** แนวโน้มความต้องการพลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก เป็นโอกาสในการขยายธุรกิจของบริษัทฯ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาพลังงานและอัตราแลกเปลี่ยน:** ความผันผวนของราคาพลังงานและอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินเยน อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และผลกำไร
* **กฎระเบียบภาครัฐ:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือกฎระเบียบเกี่ยวกับพลังงานหมุนเวียนของภาครัฐ อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ
* **การดำเนินงานของโครงการใหม่:** ความล่าช้าในการก่อสร้างหรือการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่สูงขึ้นในอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน อาจส่งผลต่ออัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าของโครงการพลังงานหมุนเวียนที่ได้รับคัดเลือกในไทย:** การก่อสร้างและเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์
* **ผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าในเวียดนาม:** หลังจากการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น
* **การปรับปรุงประสิทธิภาพและขยายกำลังการผลิตในธุรกิจบรรจุภัณฑ์:** จากการลงทุนในบริษัท สามารถ พลาสแพค จำกัด
* **แนวโน้มค่าไฟฟ้าในประเทศญี่ปุ่น:** และผลกระทบต่อรายได้จากโรงไฟฟ้า
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยที่อาจปรับสูงขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **รายได้จากการขายไฟฟ้า:** ลดลง 6.6% YoY ใน Q2/66 เป็น 756.4 ล้านบาท โดยรายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ลดลง 12.9% YoY เนื่องจากผลกระทบจากการขายโครงการฮิดากะ และปริมาณการขายไฟฟ้าที่ลดลงในญี่ปุ่น รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานลมเพิ่มขึ้น 12.0% YoY และโรงไฟฟ้าชีวมวลเพิ่มขึ้น 17.3% YoY
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม:** เพิ่มขึ้น 13.6% YoY ใน Q2/66 เป็น 18.0 ล้านบาท จากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมร่มเกล้าวินด์ฟาร์ม
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 29.0% YoY ใน Q2/66 เป็น 161.2 ล้านบาท เนื่องจากการรับรู้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยของโครงการใหม่ๆ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566 กลุ่มบริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 21,847.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่เป็นที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ของโรงไฟฟ้า หนี้สินรวมอยู่ที่ 13,411.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.0% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากเงินกู้ยืมระยะยาวที่เพิ่มขึ้น ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 8,435.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% จากสิ้นปี 2565
อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) งบการเงินรวมอยู่ที่ 1.59 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.57 เท่า ณ สิ้นปี 2565 ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และสะท้อนถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัทฯ
## สรุปท้าย
SSP ในไตรมาส 2 ปี 2566 เผชิญแรงกดดันจากปัจจัยเฉพาะกิจการที่ส่งผลให้กำไรหลักจากการดำเนินงานลดลง YoY อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนใหม่ๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ รวมถึงการต่อยอดธุรกิจบรรจุภัณฑ์ เป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต โดยนักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าของโครงการเหล่านี้ และการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SSP ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
-1,599.27
ล้านบาท
↓ 265.2% YoY
กำไรขั้นต้น
-754.83
ล้านบาท
↓ 228.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
47.20
%
กำไรสุทธิ
-226.82
ล้านบาท
↓ 172.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
14.18
%
D/E Ratio
2.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-1,599
↓ -265.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-755
↓ -228.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-227
↓ -172.3%
YoY
D/E Ratio
2.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SSP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.23
ROE (%)
7.39
ROA (%)
5.08
Book Value/หุ้น
6.45
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SSP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,075
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,015
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SSP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,074.93
+56.92%
|
-1,322.32
+30.64%
|
-1,012.20
-44.60%
|
-1,827.13
-243.37%
|
1,274.40
-10.70%
|
1,427.09
+100.12%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,014.91
-59.92%
|
5,026.65
+2,771.55%
|
175.05
-92.69%
|
2,394.48
-235.57%
|
-1,766.21
-18.60%
|
-2,169.71
+5.78%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
398.53
-113.81%
|
-2,886.30
+916.84%
|
-283.85
-91.28%
|
-3,255.36
-221.39%
|
2,681.82
+126.42%
|
1,184.44
-0.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
317.90
-54.76%
|
702.64
-156.53%
|
-1,243.00
-48.18%
|
-2,398.81
-192.47%
|
2,594.16
+477.92%
|
448.88
-314.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,050.42
-35.05%
|
3,156.86
-2.19%
|
3,227.50
-9.84%
|
3,579.72
+157.98%
|
1,387.61
+51.58%
|
915.46
-18.64%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,094.97
+2.17%
|
2,050.42
-35.05%
|
3,156.86
-2.19%
|
3,227.50
-9.84%
|
3,579.72
+162.38%
|
1,364.33
+49.03%
|