บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
4.54
+0.02 (+0.44%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก เป็นไปตามการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการเริ่มดําเนินการเชิง พาณิชย์ของโครงการใหม่ ในขณะที่ปีก่อนมีรายการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 58 ลานแต่ปีนี้มีกำไร 10 ล้านบาท
รายได้หลักของบริษัทมาจากการจําหน่ายไฟฟ้าพิ่มขึ้นร้อยละ 10.8 โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วน ใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของการจําหน่ายไฟฟ้าในต่างประเทศ โดยมาจากการรับรู้รายได้จากโครงการยามากะประเทศ ญี่ปุ่นเต็มไตรมาสซึ่งเริ่มเปิดดําเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนมิถุนายน 2563 และโครงการโซลาร์บนหลังคาในประเทศ อินโดนีเซีย
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9933 out_tok=2516 at=2026-07-26T06:47:23 -->
# SSP กำไรหลัก Q3/66 ลดลง 13% YoY รับต้นทุนการเงินพุ่ง-รายได้โรงไฟฟ้าญี่ปุ่นหด
## รายได้รวมโต 9.5% แต่กำไรหลักหดตัว เหตุต้นทุนดอกเบี้ยสูงขึ้นและผลกระทบจากโครงการในญี่ปุ่น
บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 810.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรหลักจากการดำเนินงานกลับลดลง 13.0% มาอยู่ที่ 221.5 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากการเปิดดำเนินการโครงการใหม่ และรายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นที่ลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรหลักจากการดำเนินงานของ SSP ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลง 13.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 221.5 ล้านบาท (จาก 254.7 ล้านบาทใน Q3/65) แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการจะเติบโต 9.5% เป็น 810.5 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจาก **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น** และ **รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นที่ลดลง**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** เอกสารระบุชัดเจนว่าบริษัทฯ มีต้นทุนทางการเงินสูงขึ้นเนื่องจากหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นตามโครงการที่เปิดดำเนินงานเชิงพาณิชย์ โดยค่าใช้จ่ายทางการเงินในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 170.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการรับรู้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยของโครงการ TTQN และ TTTV ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรสุทธิ
* **รายได้จากโรงไฟฟ้าญี่ปุ่นลดลง:** โครงสร้างรายได้แสดงให้เห็นว่ารายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ลดลง 0.8% YoY เนื่องจากปริมาณการขายไฟฟ้าที่ลดลงในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันรายได้รวม แม้ว่ารายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนามจะเติบโตได้ดีถึง 37.5% และรายได้จากการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป (EPC) จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 4,989.9%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น เนื่องจากโครงการใหม่ๆ ได้เริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว ซึ่งจะส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปในอนาคตอันใกล้ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้ระบุถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและขยายกำลังการผลิตในธุรกิจบรรจุภัณฑ์ รวมถึงการเข้าลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานลมเพิ่มเติม ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกในระยะยาว แต่ต้องติดตามผลกระทบจากราคาขายไฟฟ้าในตลาดญี่ปุ่นและต้นทุนทางการเงินที่อาจผันผวนต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/66 เติบโต 9.5% YoY:** อยู่ที่ 810.5 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของรายได้โรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนาม และรายได้จากการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป (EPC)
* **กำไรหลักจากการดำเนินงาน Q3/66 ลดลง 13.0% YoY:** อยู่ที่ 221.5 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น และรายได้จากโรงไฟฟ้าญี่ปุ่นลดลง
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 44.2% YoY:** อยู่ที่ 170.2 ล้านบาท จากการรับรู้ดอกเบี้ยโครงการใหม่ TTQN และ TTTV
* **การลงทุนใหม่ในธุรกิจบรรจุภัณฑ์:** เข้าซื้อหุ้นบริษัทสามารถพลาสแพค จำกัด สัดส่วน 75% มูลค่า 140.8 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขยายกำลังการผลิต
* **แผนลงทุนโรงไฟฟ้าพลังลม:** อนุมัติเข้าลงทุนเพิ่มเติมในบริษัทวินชัย จำกัด (ร่มเกล้าวินด์ฟาร์ม) กำลังผลิต 45 MW มูลค่าไม่เกิน 2,322 ล้านบาท (รออนุมัติผู้ถือหุ้น NOVA)
* **D/E Ratio แข็งแกร่ง:** อยู่ที่ 1.52 เท่า (งบรวม) และ 0.33 เท่า (งบเฉพาะกิจการ) ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 พร้อมสำหรับการลงทุนในอนาคต
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 SSP มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 810.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีกำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท) อยู่ที่ 218.7 ล้านบาท ลดลง 17.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และลดลง 4.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ EBITDA หลักจากการดำเนินงานอยู่ที่ 620.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.8% YoY แต่อัตรากำไร EBITDA หลักจากการดำเนินงานปรับลดลงมาอยู่ที่ 76.5% จาก 80.0% ในปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 รายได้จากการขายและให้บริการรวมอยู่ที่ 2,333.9 ล้านบาท ลดลง 3.5% YoY โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 686.5 ล้านบาท ลดลง 40.9% YoY และกำไรหลักจากการดำเนินงานอยู่ที่ 696.8 ล้านบาท ลดลง 17.0% YoY
## โอกาส
* **การขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์:** การเข้าลงทุนในบริษัทสามารถพลาสแพค จำกัด จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งและสร้างมูลค่าเพิ่มในอนาคต
* **การลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานลม:** การเข้าซื้อหุ้นในวินชัย จำกัด จะเพิ่มกำลังการผลิตและสร้างรายได้จากพลังงานหมุนเวียน
* **การเติบโตของรายได้ EPC:** รายได้จากการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป (EPC) เติบโตอย่างก้าวกระโดด แสดงถึงศักยภาพในการรับงานติดตั้ง
* **การสนับสนุนพลังงานสะอาด:** นโยบายภาครัฐที่สนับสนุนพลังงานทดแทนเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจโรงไฟฟ้าของบริษัทฯ
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของภาระดอกเบี้ยจากโครงการใหม่ๆ และอัตราดอกเบี้ยตลาดที่สูงขึ้น เป็นความเสี่ยงต่อกำไร
* **ความผันผวนของราคาไฟฟ้าในต่างประเทศ:** รายได้จากโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น อาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยราคาและปริมาณการขาย
* **การปิดบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า:** การปิดบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าชีวมวลส่งผลกระทบต่อรายได้ในบางช่วงเวลา
* **ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและสิ่งแวดล้อม:** แม้บริษัทฯ จะให้ความสำคัญกับ ESG แต่การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบหรือข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนาม:** ปริมาณการขายไฟฟ้าและอัตราค่าไฟฟ้า
* **ความคืบหน้าการลงทุนในวินชัย จำกัด:** การอนุมัติจากผู้ถือหุ้นและเงื่อนไขบังคับก่อน
* **ผลประกอบการธุรกิจบรรจุภัณฑ์:** การปรับปรุงประสิทธิภาพและขยายกำลังการผลิตจะส่งผลต่อรายได้และกำไรอย่างไร
* **แนวโน้มต้นทุนทางการเงิน:** การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยและภาระดอกเบี้ยจากโครงการใหม่
* **การรับรู้รายได้จากการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป (EPC):** การเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจนี้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **รายได้จากโรงไฟฟ้า:** รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนามเติบโตโดดเด่น 37.5% YoY จากปริมาณการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ขณะที่โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่นลดลงเล็กน้อย 0.8% YoY จากปริมาณขายที่ลดลง และโรงไฟฟ้าชีวมวลลดลง 7.6% YoY เนื่องจากการปิดบำรุงรักษา
* **รายได้จากการให้บริการ (EPC):** เติบโตอย่างก้าวกระโดด 4,989.9% YoY มาอยู่ที่ 41.1 ล้านบาท สะท้อนการขยายตัวของธุรกิจติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน:** รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าพลังงานลมร่มเกล้าวินด์ฟาร์ม 7.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 229.1% YoY แต่ลดลง QoQ เนื่องจากปริมาณการผลิตไฟฟ้าใน Q3 น้อยกว่า Q2
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 44.2% YoY เป็น 170.2 ล้านบาท จากการรับรู้ดอกเบี้ยโครงการใหม่ TTQN และ TTTV
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 กลุ่มบริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 21,846.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์ส่วนใหญ่เป็นที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ของโรงไฟฟ้า (59.5%) หนี้สินรวมอยู่ที่ 13,170.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% โดยหลักมาจากเงินกู้ยืมระยะยาวที่เพิ่มขึ้น ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 4.8% เป็น 8,676.2 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ของกลุ่มบริษัทฯ อยู่ที่ 1.52 เท่า ลดลงเล็กน้อยจาก 1.57 เท่า ณ สิ้นปี 2565 แสดงถึงฐานะการเงินที่ยังคงแข็งแกร่งและพร้อมสำหรับการลงทุนในอนาคต
## สรุปท้าย
SSP ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและการลดลงของรายได้จากโรงไฟฟ้าในญี่ปุ่น แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตได้ดีจากการขยายตัวของโรงไฟฟ้าพลังงานลมและธุรกิจ EPC อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีโอกาสในการเติบโตจากการลงทุนในธุรกิจบรรจุภัณฑ์และโรงไฟฟ้าพลังงานลมเพิ่มเติม ประกอบกับฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ทำให้ยังคงมีความพร้อมสำหรับการขยายธุรกิจในอนาคต แต่ต้องจับตาแนวโน้มต้นทุนทางการเงินและผลการดำเนินงานของโครงการใหม่ๆ อย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SSP ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
-1,599.27
ล้านบาท
↓ 265.2% YoY
กำไรขั้นต้น
-754.83
ล้านบาท
↓ 228.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
47.20
%
กำไรสุทธิ
-226.82
ล้านบาท
↓ 172.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
14.18
%
D/E Ratio
2.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-1,599
↓ -265.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-755
↓ -228.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-227
↓ -172.3%
YoY
D/E Ratio
2.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SSP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.23
ROE (%)
7.39
ROA (%)
5.08
Book Value/หุ้น
6.45
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SSP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,075
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,015
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SSP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,074.93
+56.92%
|
-1,322.32
+30.64%
|
-1,012.20
-44.60%
|
-1,827.13
-243.37%
|
1,274.40
-10.70%
|
1,427.09
+100.12%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,014.91
-59.92%
|
5,026.65
+2,771.55%
|
175.05
-92.69%
|
2,394.48
-235.57%
|
-1,766.21
-18.60%
|
-2,169.71
+5.78%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
398.53
-113.81%
|
-2,886.30
+916.84%
|
-283.85
-91.28%
|
-3,255.36
-221.39%
|
2,681.82
+126.42%
|
1,184.44
-0.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
317.90
-54.76%
|
702.64
-156.53%
|
-1,243.00
-48.18%
|
-2,398.81
-192.47%
|
2,594.16
+477.92%
|
448.88
-314.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,050.42
-35.05%
|
3,156.86
-2.19%
|
3,227.50
-9.84%
|
3,579.72
+157.98%
|
1,387.61
+51.58%
|
915.46
-18.64%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,094.97
+2.17%
|
2,050.42
-35.05%
|
3,156.86
-2.19%
|
3,227.50
-9.84%
|
3,579.72
+162.38%
|
1,364.33
+49.03%
|