บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
4.54
+0.02 (+0.44%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก เป็นไปตามการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการเริ่มดําเนินการเชิง พาณิชย์ของโครงการใหม่ ในขณะที่ปีก่อนมีรายการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 58 ลานแต่ปีนี้มีกำไร 10 ล้านบาท
รายได้หลักของบริษัทมาจากการจําหน่ายไฟฟ้าพิ่มขึ้นร้อยละ 10.8 โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วน ใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของการจําหน่ายไฟฟ้าในต่างประเทศ โดยมาจากการรับรู้รายได้จากโครงการยามากะประเทศ ญี่ปุ่นเต็มไตรมาสซึ่งเริ่มเปิดดําเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนมิถุนายน 2563 และโครงการโซลาร์บนหลังคาในประเทศ อินโดนีเซีย
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9259 out_tok=2756 at=2026-07-26T06:51:47 -->
# SSP กำไรสุทธิ Q2/65 พุ่ง 168% รับอานิสงส์โครงการใหม่-ขายสินทรัพย์
## รายได้รวมโต 31% รับการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการใหม่ ขณะที่กำไรสุทธิพุ่งแรงจากการขายเงินลงทุนในโครงการฮิดากะ
บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 824.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทอยู่ที่ 644.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 168.3% ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในโครงการฮิดากะ ประเทศญี่ปุ่น ประกอบกับการเติบโตของรายได้จากการดำเนินงานปกติจากโครงการใหม่ที่เริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: ทรัพยากร / พลังงาน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SSP ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การรับรู้กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในโครงการฮิดากะ ประเทศญี่ปุ่น จำนวน 348.4 ล้านบาท** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท) พุ่งสูงขึ้นถึง 168.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 31.1%** จากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการใหม่ๆ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนผลประกอบการโดยรวม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **กำไรพิเศษจากการขายโครงการฮิดากะ:** การจำหน่ายเงินลงทุนทั้งหมดในบริษัท SS Hidaka No Mori G.K. (โครงการฮิดากะ) ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น มูลค่า 2,800 ล้านเยน (ประมาณ 716 ล้านบาท) ทำให้บริษัทรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนจำนวน 348.4 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว
* **รายได้จากการดำเนินงานที่เติบโต:** รายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 31.1% มาจากการรับรู้รายได้จากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการใหม่ๆ ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์โครงการลีโอ1 (9.9 เมกะวัตต์) ในเดือนกรกฎาคม 2564, โครงการพลังงานลมขนาด 48 เมกะวัตต์ในประเทศเวียดนามที่เริ่มดำเนินการปลายเดือนตุลาคม 2564 และโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 9.9 เมกะวัตต์ที่บริษัทเข้าไปลงทุนในเดือนกรกฎาคม 2564 ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 68.3% แม้จะมีการปิดซ่อมบำรุงตามแผนของโครงการ UPT
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** สำหรับกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในไตรมาสนี้ มีปัจจัยหลักมาจากรายการพิเศษคือการขายเงินลงทุนในโครงการฮิดากะ ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวและไม่น่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องในไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม **มีโอกาสต่อเนื่อง** สำหรับการเติบโตของรายได้จากการดำเนินงานปกติ เนื่องจากมีโครงการใหม่ๆ ที่ทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ และปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อกำไรหลักจากการดำเนินงาน (Core Operating Profit) ที่เพิ่มขึ้น 26.1% ในไตรมาสนี้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ (ส่วนของผู้ถือหุ้น) Q2/65 เท่ากับ 644.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 168.3% YoY** จาก 240.4 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขาย Q2/65 เท่ากับ 824.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.1% YoY** จาก 629.2 ล้านบาทในปีก่อน
* **รับรู้กำไรพิเศษจากการขายโครงการฮิดากะ (ญี่ปุ่น) จำนวน 348.4 ล้านบาท** เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิพุ่งสูง
* **กำไรหลักจากการดำเนินงาน (Core Operating Profit) Q2/65 เท่ากับ 293.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.1% YoY** จาก 233.1 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตจากการดำเนินงานปกติ
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) รวมลดลงจาก 2.78 เท่า เป็น 1.86 เท่า** หลังจากการขายสินทรัพย์และบริหารจัดการหนี้สิน
* **เงินสดจากการขายโครงการฮิดากะ (716 ล้านบาท) จะเสริมสภาพคล่อง** เพื่อลงทุนในโครงการพลังงานทดแทนใหม่ๆ ในอนาคต
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 SSP มีรายได้จากการขายรวม 824.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากการรับรู้รายได้จากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์โครงการลีโอ1, โครงการพลังงานลมในเวียดนาม และโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลที่บริษัทเข้าไปลงทุน ทำให้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 68.3%
ในส่วนของกำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท) อยู่ที่ 644.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 168.3% YoY โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อยของโครงการฮิดากะ จำนวน 348.4 ล้านบาท
ขณะที่กำไรหลักจากการดำเนินงาน (Core Operating Profit) ซึ่งสะท้อนผลการดำเนินงานปกติ เพิ่มขึ้น 26.1% YoY มาอยู่ที่ 293.9 ล้านบาท สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้จากการดำเนินงาน
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2565 รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 1,679.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.1% YoY และกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทอยู่ที่ 939.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 121.9% YoY โดยกำไรหลักจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 43.4% YoY มาอยู่ที่ 589.7 ล้านบาท
## โอกาส
* **การขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน:** SSP มีแผนการลงทุนในโครงการพลังงานทดแทนใหม่ๆ เพิ่มเติมในประเทศญี่ปุ่นและประเทศอื่นๆ ซึ่งเงินที่ได้จากการขายโครงการฮิดากะจะช่วยเสริมสภาพคล่องในการลงทุน
* **การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่:** การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ลีโอ1, โครงการพลังงานลมในเวียดนาม และโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล จะเป็นแรงขับเคลื่อนรายได้และกำไรในอนาคต
* **การเติบโตของตลาดพลังงานหมุนเวียน:** แนวโน้มความต้องการพลังงานสะอาดทั่วโลกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาพลังงานและอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ว่ารายได้ส่วนใหญ่จะมาจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ที่มีระยะยาว แต่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ โดยเฉพาะรายการที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง
* **ความล่าช้าในการก่อสร้างและเปิดดำเนินการโครงการ:** ความล่าช้าในการก่อสร้างหรือการได้รับใบอนุญาต อาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้และผลตอบแทนจากการลงทุน
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบภาครัฐ:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทดแทนอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในระยะยาว
* **การตั้งสำรองตัดจำหน่ายโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนา:** มีการตั้งสำรอง 17.6 ล้านบาทในไตรมาสนี้ เนื่องจากโครงการบางโครงการอาจไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ซึ่งสะท้อนถึงความไม่แน่นอนของโครงการในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าของโครงการลงทุนใหม่ๆ:** ติดตามแผนการลงทุนและสถานะการพัฒนาโครงการพลังงานทดแทนใหม่ๆ ที่ SSP มีแผนจะเข้าลงทุน
* **ผลการดำเนินงานของโครงการที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว:** โดยเฉพาะโครงการใหม่ๆ ที่เริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาสนี้ ว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามเป้าหมายหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้
* **แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและต้นทุนทางการเงิน:** การออกหุ้นกู้และการรับรู้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินในอนาคต
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** แม้ D/E Ratio จะลดลง แต่การบริหารจัดการหนี้สินระยะสั้นและยาวอย่างมีประสิทธิภาพยังคงเป็นสิ่งสำคัญ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **รายได้จากการขายไฟฟ้า:** รายได้หลักมาจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (633.3 ล้านบาทใน Q2/65) และเริ่มมีรายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานลม (88.7 ล้านบาท) และโรงไฟฟ้าชีวมวล (68.8 ล้านบาท) ซึ่งการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ๆ เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต
* **ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้า:** ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 68.3% ใน Q2/65 เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการเปิดดำเนินการของโรงไฟฟ้าใหม่ๆ
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 71.8% ใน Q2/65 เป็น 124.9 ล้านบาท เนื่องจากการรับรู้ดอกเบี้ยของโครงการที่เปิดดำเนินการเพิ่มขึ้น และการออกหุ้นกู้
* **การขายสินทรัพย์:** การขายโครงการฮิดากะ เป็นการปรับพอร์ตการลงทุนเพื่อเพิ่มสภาพคล่องและมุ่งเน้นการลงทุนในโครงการที่มีศักยภาพสูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 กลุ่มบริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 23,278.2 ล้านบาท ลดลง 3.3% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากการขายที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์จากการขายโครงการฮิดากะ ขณะที่เงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น
หนี้สินรวมลดลง 14.4% มาอยู่ที่ 15,140.3 ล้านบาท เนื่องจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาว
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 27.7% มาอยู่ที่ 8,137.9 ล้านบาท โดยส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น 29.9%
อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) รวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 2.78 เท่า เป็น 1.86 เท่า ซึ่งสะท้อนถึงการปรับโครงสร้างทางการเงินที่ดีขึ้นหลังจากการขายสินทรัพย์
## สรุปท้าย
SSP ในไตรมาส 2 ปี 2565 แสดงผลประกอบการที่โดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงจากการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายโครงการฮิดากะ ประกอบกับการเติบโตของรายได้จากการดำเนินงานปกติจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนใหม่ๆ ที่ทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ แม้กำไรสุทธิจะได้รับผลจากรายการครั้งเดียว แต่กำไรหลักจากการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง บ่งชี้ถึงศักยภาพการเติบโตในระยะยาว การบริหารจัดการหนี้สินที่แข็งแกร่งขึ้น และการมีเงินสดพร้อมสำหรับการลงทุนในโครงการใหม่ๆ เป็นปัจจัยที่นักลงทุนควรจับตาต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SSP ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
-1,599.27
ล้านบาท
↓ 265.2% YoY
กำไรขั้นต้น
-754.83
ล้านบาท
↓ 228.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
47.20
%
กำไรสุทธิ
-226.82
ล้านบาท
↓ 172.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
14.18
%
D/E Ratio
2.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-1,599
↓ -265.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-755
↓ -228.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-227
↓ -172.3%
YoY
D/E Ratio
2.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SSP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.23
ROE (%)
7.39
ROA (%)
5.08
Book Value/หุ้น
6.45
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SSP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,075
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,015
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SSP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,074.93
+56.92%
|
-1,322.32
+30.64%
|
-1,012.20
-44.60%
|
-1,827.13
-243.37%
|
1,274.40
-10.70%
|
1,427.09
+100.12%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,014.91
-59.92%
|
5,026.65
+2,771.55%
|
175.05
-92.69%
|
2,394.48
-235.57%
|
-1,766.21
-18.60%
|
-2,169.71
+5.78%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
398.53
-113.81%
|
-2,886.30
+916.84%
|
-283.85
-91.28%
|
-3,255.36
-221.39%
|
2,681.82
+126.42%
|
1,184.44
-0.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
317.90
-54.76%
|
702.64
-156.53%
|
-1,243.00
-48.18%
|
-2,398.81
-192.47%
|
2,594.16
+477.92%
|
448.88
-314.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,050.42
-35.05%
|
3,156.86
-2.19%
|
3,227.50
-9.84%
|
3,579.72
+157.98%
|
1,387.61
+51.58%
|
915.46
-18.64%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,094.97
+2.17%
|
2,050.42
-35.05%
|
3,156.86
-2.19%
|
3,227.50
-9.84%
|
3,579.72
+162.38%
|
1,364.33
+49.03%
|