SSP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SSP
บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
7.65
0.15 (1.92%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก เป็นไปตามการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการเริ่มดําเนินการเชิง พาณิชย์ของโครงการใหม่ ในขณะที่ปีก่อนมีรายการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 58 ลานแต่ปีนี้มีกำไร 10 ล้านบาท รายได้หลักของบริษัทมาจากการจําหน่ายไฟฟ้าพิ่มขึ้นร้อยละ 10.8 โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วน ใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของการจําหน่ายไฟฟ้าในต่างประเทศ โดยมาจากการรับรู้รายได้จากโครงการยามากะประเทศ ญี่ปุ่นเต็มไตรมาสซึ่งเริ่มเปิดดําเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนมิถุนายน 2563 และโครงการโซลาร์บนหลังคาในประเทศ อินโดนีเซีย

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8543 out_tok=3339 at=2026-07-26T06:37:40 --> # SSP กำไรหลัก Q3/65 โต 0.7% รับอานิสงส์โรงไฟฟ้าใหม่-ค่า FT หนุน ## รายได้รวมโต 8.5% YoY แม้ขายโรงไฟฟ้าฮิดากะ ขณะที่กำไรสุทธิหดตัวเล็กน้อย เหตุมีรายการพิเศษปีก่อน บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรหลักจากการดำเนินงาน (Core Operating Profit) เติบโตเล็กน้อย 0.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะมีการขายโรงไฟฟ้าฮิดากะออกไป แต่ได้รับการชดเชยจากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของโครงการลีโอ 1 และการรับรู้ผลบวกจากค่าไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่กำไรสุทธิปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน เนื่องจากมีรายการพิเศษจากการขายเงินลงทุนในโครงการฮิดากะในปี 2564 ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักของผลประกอบการ SSP ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเติบโตของกำไรหลักจากการดำเนินงาน (Core Operating Profit) ที่เพิ่มขึ้น 0.7% YoY** แม้ว่าจะมีปัจจัยลบจากการขายโรงไฟฟ้าฮิดากะ (17.0 MW) ออกไปตั้งแต่ไตรมาส 2 แต่ได้รับการชดเชยจากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของโครงการลีโอ 1 (9.9 MW) ซึ่งเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ปลายเดือนกรกฎาคม 2564 รวมถึงการรับรู้ผลบวกจากการที่ค่าไฟฟ้าผันแปร (FT) ปรับเพิ่มสูงขึ้น ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของกำไรหลักจากการดำเนินงานมาจากหลายปัจจัยสนับสนุน: * **การรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของโครงการลีโอ 1:** โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 9.9 MW ในประเทศญี่ปุ่น เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ปลายเดือนกรกฎาคม 2564 ทำให้ในไตรมาส 3 ปี 2565 สามารถรับรู้รายได้เต็มไตรมาส ซึ่งชดเชยรายได้จากโรงไฟฟ้าฮิดากะที่ขายออกไป * **การรับรู้ผลบวกจากค่า FT ที่เพิ่มสูงขึ้น:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุปริมาณที่ชัดเจน แต่การที่ค่า FT เพิ่มสูงขึ้นส่งผลดีต่อรายได้จากการขายไฟฟ้าของบริษัท * **การเพิ่มขึ้นของปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้า:** ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าโดยรวมเพิ่มขึ้น 29.8% YoY ในไตรมาส 3 ปี 2565 เป็น 128,706 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของโครงการลีโอ 1 และการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการพลังงานลมในเวียดนาม (48 MW) แม้ว่าโครงการเวียดนามจะยังไม่ส่งผลบวกมากนักในไตรมาสนี้เนื่องจากเป็นช่วงลมพัดอ่อน อย่างไรก็ตาม **กำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท) กลับลดลง 6.6% YoY** เนื่องจากในไตรมาส 3 ปี 2564 มีการรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อยของโครงการฮิดากะจำนวน 348.4 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ทำให้ฐานเปรียบเทียบในปีที่แล้วสูงกว่า ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** สำหรับกำไรหลักจากการดำเนินงาน โดยมีปัจจัยสนับสนุนดังนี้: * **โครงการใหม่ที่ทยอยเปิดดำเนินการ:** โครงการ TTTV (48 MW) ในเวียดนามที่เริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ปลายเดือนตุลาคม 2565 และโครงการร่มเกล้าวินด์ฟาร์ม (45 MW) ในไทยที่บริษัทเข้าถือหุ้น 25% จะเริ่มส่งผลบวกต่อผลประกอบการในไตรมาสถัดไป โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่ลมจะแรงขึ้น * **การลงทุนในโครงการ Rooftop:** การลงทุนเพิ่มเติมในประเทศอินโดนีเซียจะช่วยเพิ่มแหล่งรายได้ในอนาคต * **แนวโน้มค่า FT:** หากค่า FT ยังคงอยู่ในระดับสูง จะเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ของบริษัทอย่างต่อเนื่อง ส่วนกำไรสุทธิ อาจมีความผันผวนจากรายการพิเศษต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่การเติบโตของกำไรหลักจากการดำเนินงานจะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในระยะยาว ## Highlight สำคัญ * **กำไรหลักจากการดำเนินงาน (Core Operating Profit) Q3/65 เพิ่มขึ้น 0.7% YoY** เป็น 258.5 ล้านบาท จาก 256.8 ล้านบาทใน Q3/64 * **กำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท) Q3/65 ลดลง 6.6% YoY** เป็น 267.6 ล้านบาท จาก 286.5 ล้านบาทใน Q3/64 โดยมีสาเหตุหลักจากการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายโรงไฟฟ้าฮิดากะในปี 2564 * **รายได้จากการขายและบริการ Q3/65 เพิ่มขึ้น 8.5% YoY** เป็น 739.9 ล้านบาท จาก 681.8 ล้านบาทใน Q3/64 * **ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้า Q3/65 เพิ่มขึ้น 29.8% YoY** เป็น 128,706 MWh จากช่วงเดียวกันปีก่อน * **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) รวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 2.78 เท่า ณสิ้นปี 2564 เป็น 1.77 เท่า ณสิ้น Q3/65 * **ทริสเรทติ้งปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรเป็น BBB+ แนวโน้ม Stable** สะท้อนสถานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น ## ภาพรวมผลประกอบการ **ไตรมาส 3 ปี 2565:** * **รายได้จากการขายและบริการ:** 739.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% YoY แต่ลดลง 10.3% QoQ * **EBITDA:** 594.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.6% YoY แต่ลดลง 40.0% QoQ * **EBITDA หลักจากการดำเนินงาน:** 577.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.9% YoY แต่ลดลง 12.2% QoQ * **กำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท):** 267.6 ล้านบาท ลดลง 6.6% YoY และลดลง 58.5% QoQ * **กำไรหลักจากการดำเนินงาน (Core Operating Profit):** 258.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% YoY และลดลง 12.0% QoQ * **อัตรากำไรสุทธิ:** 33.2% * **อัตรากำไร EBITDA หลักจากการดำเนินงาน:** 78.0% * **อัตรากำไรหลักจากการดำเนินงาน:** 34.9% **งวด 9 เดือน ปี 2565:** * **รายได้จากการขายและบริการ:** 2,419.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.5% YoY * **EBITDA:** 2,236.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.3% YoY * **EBITDA หลักจากการดำเนินงาน:** 1,884.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.0% YoY * **กำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท):** 1,170.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.9% YoY * **กำไรหลักจากการดำเนินงาน (Core Operating Profit):** 848.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.0% YoY * **อัตรากำไรสุทธิ:** 40.7% * **อัตรากำไร EBITDA หลักจากการดำเนินงาน:** 77.9% * **อัตรากำไรหลักจากการดำเนินงาน:** 35.1% ## โอกาส * **การรับรู้รายได้เต็มปีจากโครงการใหม่:** โครงการ TTTV (48 MW) ในเวียดนาม และโครงการร่มเกล้าวินด์ฟาร์ม (45 MW) ในไทย จะเริ่มส่งผลบวกต่อรายได้และกำไรเต็มที่ในไตรมาสถัดไป โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่ลมแรงขึ้น * **การขยายธุรกิจ Rooftop:** การลงทุนเพิ่มเติมในอินโดนีเซียจะช่วยกระจายแหล่งรายได้และเพิ่มกำลังการผลิตในระยะยาว * **การปรับขึ้นค่า FT:** หากแนวโน้มค่าไฟฟ้าผันแปรยังคงปรับตัวสูงขึ้น จะเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการขายไฟฟ้าของบริษัท * **การปรับเพิ่มอันดับเครดิต:** การได้รับการปรับเพิ่มอันดับเครดิตจากทริสเรทติ้งเป็น BBB+ สะท้อนความแข็งแกร่งทางการเงิน และอาจช่วยลดต้นทุนทางการเงินในอนาคต ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของสภาพอากาศ:** ผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังงานลมมีความอ่อนไหวต่อฤดูกาลและปริมาณลม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตไฟฟ้า * **ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและนโยบายพลังงาน:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านพลังงานของประเทศที่บริษัทเข้าไปลงทุนอาจส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนในระยะยาว * **ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในงวดนี้จะมีรายการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง แต่การดำเนินงานในต่างประเทศยังคงมีความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน * **การปรับโครงสร้างทางการเงิน:** แม้จะช่วยลดภาระดอกเบี้ย แต่ก็มีค่าใช้จ่ายพิเศษเกิดขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในไตรมาสที่เกิดรายการ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ผลประกอบการของโครงการ TTTV และร่มเกล้าวินด์ฟาร์ม:** โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่จะถึงนี้ ว่าจะสามารถผลิตไฟฟ้าได้ตามเป้าหมายหรือไม่ * **แนวโน้มค่า FT:** การเปลี่ยนแปลงของค่า FT จะส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการขายไฟฟ้า * **ความคืบหน้าของโครงการ Rooftop ในอินโดนีเซีย:** การลงทุนและการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ * **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** การออกหุ้นกู้และการชำระคืนหนี้ที่เกิดขึ้นในงวดนี้ * **การบริหารจัดการรายการพิเศษ:** ผลกระทบจากรายการพิเศษที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตต่อกำไรสุทธิ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน) * **รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์:** Q3/65 อยู่ที่ 534.5 ล้านบาท ลดลง 9.0% YoY เนื่องจากมีการขายโรงไฟฟ้าฮิดากะออกไป แต่ได้รับการชดเชยจากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของโครงการลีโอ 1 * **รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานลม:** Q3/65 อยู่ที่ 101.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.4% QoQ โดยโครงการ TTTV ในเวียดนามเริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ปลายเดือนตุลาคม 2565 ซึ่งจะส่งผลบวกเต็มที่ในไตรมาสถัดไป * **รายได้จากโรงไฟฟ้าชีวมวล:** Q3/65 อยู่ที่ 80.4 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.4% YoY * **รายได้จากโครงการ Rooftop:** Q3/65 อยู่ที่ 22.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72.7% YoY จากการลงทุนเพิ่มเติม * **ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้า:** Q3/65 เพิ่มขึ้น 29.8% YoY เป็น 128,706 MWh ซึ่งสะท้อนการเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิต * **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม:** Q3/65 อยู่ที่ (2.2) ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายพิเศษจากการปรับโครงสร้างทางการเงินของโครงการวินชัย 30.3 ล้านบาท หากไม่รวมรายการนี้ จะมีส่วนแบ่งกำไร 5.3 ล้านบาท * **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** Q3/65 อยู่ที่ 65.1 ล้านบาท ลดลง 36.4% QoQ เนื่องจากมีการขายโครงการฮิดากะออกไป ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 ก.ย. 2565 อยู่ที่ 23,157.6 ล้านบาท ลดลง 3.8% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากการขายที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (โครงการฮิดากะ) แต่เงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น * **หนี้สินรวม:** ณ 30 ก.ย. 2565 อยู่ที่ 14,791.4 ล้านบาท ลดลง 16.4% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากการลดลงของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น รวมถึงเงินกู้ยืมระยะสั้น * **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 30 ก.ย. 2565 อยู่ที่ 8,366.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.3% จากสิ้นปี 2564 * **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio):** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 2.78 เท่า ณ สิ้นปี 2564 เป็น 1.77 เท่า ณ สิ้น Q3/65 (งบการเงินรวม) และจาก 0.58 เป็น 0.42 เท่า (งบเฉพาะกิจการ) ## สรุปท้าย SSP ในไตรมาส 3 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการผลประกอบการให้เติบโตเล็กน้อยในส่วนกำไรหลักจากการดำเนินงาน แม้จะมีการขายสินทรัพย์ออกไป โดยมีปัจจัยหนุนจากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของโครงการใหม่และการปรับขึ้นค่า FT อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิได้รับผลกระทบจากรายการพิเศษในปีก่อน การปรับเพิ่มอันดับเครดิตและการลดลงของ D/E Ratio สะท้อนถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อการเติบโตในระยะยาว โดยต้องจับตาผลประกอบการของโครงการใหม่ในช่วงฤดูหนาวและแนวโน้มค่า FT เป็นสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SSP ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
-1,599.27 ล้านบาท
↓ 265.2% YoY
กำไรขั้นต้น
-754.83 ล้านบาท
↓ 228.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
47.20 %
กำไรสุทธิ
-226.82 ล้านบาท
↓ 172.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
14.18 %
D/E Ratio
2.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-1,599
↓ -265.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-755
↓ -228.9% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-227
↓ -172.3% YoY
D/E Ratio
2.23

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SSP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
-1,599.27
-265.21%
968.00
+33.84%
723.24
+11.03%
651.42
-59.96%
1,626.86
+394.12%
329.25
-11.04%
กำไรขั้นต้น —
-754.83
-228.86%
585.75
+50.96%
388.02
+7.58%
360.70
-56.65%
832.01
+251.42%
236.76
+3.85%
ค่าใช้จ่ายรวม —
-198.66
-510.40%
48.41
-60.84%
123.62
+34.16%
92.15
-44.96%
167.43
+190.11%
57.71
-45.93%
กำไรสุทธิ —
-226.82
-172.27%
313.84
+187.10%
109.32
+15.62%
94.55
-78.29%
435.56
+207.27%
141.75
+20.95%
กำไรต่อหุ้น —
-0.18
-172.11%
0.25
+188.51%
0.09
+14.47%
0.08
-78.16%
0.35
+207.96%
0.11
+20.21%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
47.20
-22.00%
60.51
+12.79%
53.65
-3.11%
55.37
+8.27%
51.14
-28.88%
71.91
+16.74%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
12.42
+148.40%
5.00
-70.74%
17.09
+20.78%
14.15
+37.51%
10.29
-41.30%
17.53
-39.22%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
14.18
-56.26%
32.42
+114.42%
15.12
+4.20%
14.51
-45.80%
26.77
-37.82%
43.05
+35.93%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
44.35
-6.02%
47.19
ROE(%) —
7.39
-23.18%
9.62
-6.42%
10.28
-46.07%
19.06
+11.92%
17.03
-7.70%
18.45
+154.83%
ROA(%) —
5.08
-28.45%
7.10
-4.83%
7.46
-12.85%
8.56
+27.19%
6.73
-8.81%
7.38
+21.58%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
2.40
+17.07%
2.05
+37.58%
1.49
-5.10%
1.57
-43.53%
2.78
+9.02%
2.55
+19.72%
P/E —
6.22
-50.12%
12.47
-6.38%
13.32
+40.80%
9.46
-39.67%
15.68
+4.32%
15.03
+18.16%
P/BV —
0.55
-42.11%
0.95
-28.03%
1.32
-16.98%
1.59
-38.61%
2.59
+6.15%
2.44
+32.61%
BV —
5.92
+2.42%
5.78
-4.30%
6.04
-3.67%
6.27
+23.43%
5.08
+7.17%
4.74
+18.80%
YIELD(%) —
6.31
+237.43%
1.87
-37.46%
2.99
+2,890.00%
0.10
+25.00%
0.08
-91.58%
0.95
-67.80%
ราคาหุ้น —
3.24
-41.09%
5.50
-31.25%
8.00
-20.00%
10.00
-21.26%
12.70
+9.48%
11.60
+57.82%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.23
ROE (%)
7.39
ROA (%)
5.08
Book Value/หุ้น
6.21

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SSP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
3,247.87
-10.51%
3,629.15
-24.10%
4,781.37
+11.96%
4,269.39
-10.80%
4,926.60
+113.75%
2,180.47
+37.24%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
22,132.35
+5.09%
21,060.87
+29.32%
16,285.76
-4.32%
17,022.65
-11.69%
19,136.71
+30.89%
13,923.56
+21.54%
รวมสินทรัพย์ —
25,380.22
+2.80%
24,690.02
+17.20%
21,067.13
-1.06%
21,292.05
-11.52%
24,063.31
+42.17%
16,104.03
+23.45%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
3,000.97
-32.29%
4,431.97
+134.90%
1,886.76
+60.78%
1,173.47
-80.70%
6,081.57
+257.26%
1,563.15
+14.28%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
14,530.28
+19.52%
12,157.59
+13.48%
10,713.50
-9.53%
11,841.56
+2.02%
11,607.54
+11.41%
9,998.89
+30.19%
รวมหนี้สิน —
17,531.26
+5.68%
16,589.56
+31.66%
12,600.27
-3.19%
13,015.03
-26.42%
17,689.11
+45.94%
11,562.04
+27.78%
รวมส่วนของเจ้าของ —
7,848.96
-3.10%
8,100.46
-4.33%
8,466.86
+2.29%
8,277.01
+29.85%
6,374.20
+32.67%
2,558.51
-35.99%
D/E —
2.23
2.05
1.49
1.57
2.78
4.52
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
7.39
9.62
10.28
19.06
17.03
18.45
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
5.08
7.10
7.46
8.56
6.73
7.38
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.03
0.82
2.53
3.64
0.81
1.39
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.91
0.68
2.00
3.36
0.70
1.38
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
104.98
82.90
0.00
0.00
94.06
140.25
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
8.53
7.47
0.00
0.00
1.31
0.09
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
152.88
93.25
0.00
0.00
548.49
89.18
วงจรเงินสด —
-39.37
-2.88
0.00
0.00
-453.12
51.17
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,075
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,015
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SSP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-2,074.93
+56.92%
-1,322.32
+30.64%
-1,012.20
-44.60%
-1,827.13
-243.37%
1,274.40
-10.70%
1,427.09
+100.12%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
2,014.91
-59.92%
5,026.65
+2,771.55%
175.05
-92.69%
2,394.48
-235.57%
-1,766.21
-18.60%
-2,169.71
+5.78%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
398.53
-113.81%
-2,886.30
+916.84%
-283.85
-91.28%
-3,255.36
-221.39%
2,681.82
+126.42%
1,184.44
-0.54%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
317.90
-54.76%
702.64
-156.53%
-1,243.00
-48.18%
-2,398.81
-192.47%
2,594.16
+477.92%
448.88
-314.09%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
2,050.42
-35.05%
3,156.86
-2.19%
3,227.50
-9.84%
3,579.72
+157.98%
1,387.61
+51.58%
915.46
-18.64%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
2,094.97
+2.17%
2,050.42
-35.05%
3,156.86
-2.19%
3,227.50
-9.84%
3,579.72
+162.38%
1,364.33
+49.03%