บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
4.54
+0.02 (+0.44%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก เป็นไปตามการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการเริ่มดําเนินการเชิง พาณิชย์ของโครงการใหม่ ในขณะที่ปีก่อนมีรายการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 58 ลานแต่ปีนี้มีกำไร 10 ล้านบาท
รายได้หลักของบริษัทมาจากการจําหน่ายไฟฟ้าพิ่มขึ้นร้อยละ 10.8 โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วน ใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของการจําหน่ายไฟฟ้าในต่างประเทศ โดยมาจากการรับรู้รายได้จากโครงการยามากะประเทศ ญี่ปุ่นเต็มไตรมาสซึ่งเริ่มเปิดดําเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนมิถุนายน 2563 และโครงการโซลาร์บนหลังคาในประเทศ อินโดนีเซีย
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8543 out_tok=3339 at=2026-07-26T06:37:40 -->
# SSP กำไรหลัก Q3/65 โต 0.7% รับอานิสงส์โรงไฟฟ้าใหม่-ค่า FT หนุน
## รายได้รวมโต 8.5% YoY แม้ขายโรงไฟฟ้าฮิดากะ ขณะที่กำไรสุทธิหดตัวเล็กน้อย เหตุมีรายการพิเศษปีก่อน
บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรหลักจากการดำเนินงาน (Core Operating Profit) เติบโตเล็กน้อย 0.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะมีการขายโรงไฟฟ้าฮิดากะออกไป แต่ได้รับการชดเชยจากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของโครงการลีโอ 1 และการรับรู้ผลบวกจากค่าไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่กำไรสุทธิปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน เนื่องจากมีรายการพิเศษจากการขายเงินลงทุนในโครงการฮิดากะในปี 2564
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการ SSP ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเติบโตของกำไรหลักจากการดำเนินงาน (Core Operating Profit) ที่เพิ่มขึ้น 0.7% YoY** แม้ว่าจะมีปัจจัยลบจากการขายโรงไฟฟ้าฮิดากะ (17.0 MW) ออกไปตั้งแต่ไตรมาส 2 แต่ได้รับการชดเชยจากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของโครงการลีโอ 1 (9.9 MW) ซึ่งเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ปลายเดือนกรกฎาคม 2564 รวมถึงการรับรู้ผลบวกจากการที่ค่าไฟฟ้าผันแปร (FT) ปรับเพิ่มสูงขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของกำไรหลักจากการดำเนินงานมาจากหลายปัจจัยสนับสนุน:
* **การรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของโครงการลีโอ 1:** โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 9.9 MW ในประเทศญี่ปุ่น เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ปลายเดือนกรกฎาคม 2564 ทำให้ในไตรมาส 3 ปี 2565 สามารถรับรู้รายได้เต็มไตรมาส ซึ่งชดเชยรายได้จากโรงไฟฟ้าฮิดากะที่ขายออกไป
* **การรับรู้ผลบวกจากค่า FT ที่เพิ่มสูงขึ้น:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุปริมาณที่ชัดเจน แต่การที่ค่า FT เพิ่มสูงขึ้นส่งผลดีต่อรายได้จากการขายไฟฟ้าของบริษัท
* **การเพิ่มขึ้นของปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้า:** ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าโดยรวมเพิ่มขึ้น 29.8% YoY ในไตรมาส 3 ปี 2565 เป็น 128,706 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของโครงการลีโอ 1 และการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการพลังงานลมในเวียดนาม (48 MW) แม้ว่าโครงการเวียดนามจะยังไม่ส่งผลบวกมากนักในไตรมาสนี้เนื่องจากเป็นช่วงลมพัดอ่อน
อย่างไรก็ตาม **กำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท) กลับลดลง 6.6% YoY** เนื่องจากในไตรมาส 3 ปี 2564 มีการรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อยของโครงการฮิดากะจำนวน 348.4 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ทำให้ฐานเปรียบเทียบในปีที่แล้วสูงกว่า
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** สำหรับกำไรหลักจากการดำเนินงาน โดยมีปัจจัยสนับสนุนดังนี้:
* **โครงการใหม่ที่ทยอยเปิดดำเนินการ:** โครงการ TTTV (48 MW) ในเวียดนามที่เริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ปลายเดือนตุลาคม 2565 และโครงการร่มเกล้าวินด์ฟาร์ม (45 MW) ในไทยที่บริษัทเข้าถือหุ้น 25% จะเริ่มส่งผลบวกต่อผลประกอบการในไตรมาสถัดไป โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่ลมจะแรงขึ้น
* **การลงทุนในโครงการ Rooftop:** การลงทุนเพิ่มเติมในประเทศอินโดนีเซียจะช่วยเพิ่มแหล่งรายได้ในอนาคต
* **แนวโน้มค่า FT:** หากค่า FT ยังคงอยู่ในระดับสูง จะเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ของบริษัทอย่างต่อเนื่อง
ส่วนกำไรสุทธิ อาจมีความผันผวนจากรายการพิเศษต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่การเติบโตของกำไรหลักจากการดำเนินงานจะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรหลักจากการดำเนินงาน (Core Operating Profit) Q3/65 เพิ่มขึ้น 0.7% YoY** เป็น 258.5 ล้านบาท จาก 256.8 ล้านบาทใน Q3/64
* **กำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท) Q3/65 ลดลง 6.6% YoY** เป็น 267.6 ล้านบาท จาก 286.5 ล้านบาทใน Q3/64 โดยมีสาเหตุหลักจากการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายโรงไฟฟ้าฮิดากะในปี 2564
* **รายได้จากการขายและบริการ Q3/65 เพิ่มขึ้น 8.5% YoY** เป็น 739.9 ล้านบาท จาก 681.8 ล้านบาทใน Q3/64
* **ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้า Q3/65 เพิ่มขึ้น 29.8% YoY** เป็น 128,706 MWh จากช่วงเดียวกันปีก่อน
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) รวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 2.78 เท่า ณสิ้นปี 2564 เป็น 1.77 เท่า ณสิ้น Q3/65
* **ทริสเรทติ้งปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรเป็น BBB+ แนวโน้ม Stable** สะท้อนสถานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 3 ปี 2565:**
* **รายได้จากการขายและบริการ:** 739.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% YoY แต่ลดลง 10.3% QoQ
* **EBITDA:** 594.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.6% YoY แต่ลดลง 40.0% QoQ
* **EBITDA หลักจากการดำเนินงาน:** 577.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.9% YoY แต่ลดลง 12.2% QoQ
* **กำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท):** 267.6 ล้านบาท ลดลง 6.6% YoY และลดลง 58.5% QoQ
* **กำไรหลักจากการดำเนินงาน (Core Operating Profit):** 258.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% YoY และลดลง 12.0% QoQ
* **อัตรากำไรสุทธิ:** 33.2%
* **อัตรากำไร EBITDA หลักจากการดำเนินงาน:** 78.0%
* **อัตรากำไรหลักจากการดำเนินงาน:** 34.9%
**งวด 9 เดือน ปี 2565:**
* **รายได้จากการขายและบริการ:** 2,419.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.5% YoY
* **EBITDA:** 2,236.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.3% YoY
* **EBITDA หลักจากการดำเนินงาน:** 1,884.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.0% YoY
* **กำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท):** 1,170.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.9% YoY
* **กำไรหลักจากการดำเนินงาน (Core Operating Profit):** 848.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.0% YoY
* **อัตรากำไรสุทธิ:** 40.7%
* **อัตรากำไร EBITDA หลักจากการดำเนินงาน:** 77.9%
* **อัตรากำไรหลักจากการดำเนินงาน:** 35.1%
## โอกาส
* **การรับรู้รายได้เต็มปีจากโครงการใหม่:** โครงการ TTTV (48 MW) ในเวียดนาม และโครงการร่มเกล้าวินด์ฟาร์ม (45 MW) ในไทย จะเริ่มส่งผลบวกต่อรายได้และกำไรเต็มที่ในไตรมาสถัดไป โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่ลมแรงขึ้น
* **การขยายธุรกิจ Rooftop:** การลงทุนเพิ่มเติมในอินโดนีเซียจะช่วยกระจายแหล่งรายได้และเพิ่มกำลังการผลิตในระยะยาว
* **การปรับขึ้นค่า FT:** หากแนวโน้มค่าไฟฟ้าผันแปรยังคงปรับตัวสูงขึ้น จะเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการขายไฟฟ้าของบริษัท
* **การปรับเพิ่มอันดับเครดิต:** การได้รับการปรับเพิ่มอันดับเครดิตจากทริสเรทติ้งเป็น BBB+ สะท้อนความแข็งแกร่งทางการเงิน และอาจช่วยลดต้นทุนทางการเงินในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของสภาพอากาศ:** ผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังงานลมมีความอ่อนไหวต่อฤดูกาลและปริมาณลม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตไฟฟ้า
* **ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและนโยบายพลังงาน:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านพลังงานของประเทศที่บริษัทเข้าไปลงทุนอาจส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนในระยะยาว
* **ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในงวดนี้จะมีรายการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง แต่การดำเนินงานในต่างประเทศยังคงมีความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน
* **การปรับโครงสร้างทางการเงิน:** แม้จะช่วยลดภาระดอกเบี้ย แต่ก็มีค่าใช้จ่ายพิเศษเกิดขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในไตรมาสที่เกิดรายการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลประกอบการของโครงการ TTTV และร่มเกล้าวินด์ฟาร์ม:** โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่จะถึงนี้ ว่าจะสามารถผลิตไฟฟ้าได้ตามเป้าหมายหรือไม่
* **แนวโน้มค่า FT:** การเปลี่ยนแปลงของค่า FT จะส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการขายไฟฟ้า
* **ความคืบหน้าของโครงการ Rooftop ในอินโดนีเซีย:** การลงทุนและการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** การออกหุ้นกู้และการชำระคืนหนี้ที่เกิดขึ้นในงวดนี้
* **การบริหารจัดการรายการพิเศษ:** ผลกระทบจากรายการพิเศษที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตต่อกำไรสุทธิ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์:** Q3/65 อยู่ที่ 534.5 ล้านบาท ลดลง 9.0% YoY เนื่องจากมีการขายโรงไฟฟ้าฮิดากะออกไป แต่ได้รับการชดเชยจากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของโครงการลีโอ 1
* **รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานลม:** Q3/65 อยู่ที่ 101.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.4% QoQ โดยโครงการ TTTV ในเวียดนามเริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ปลายเดือนตุลาคม 2565 ซึ่งจะส่งผลบวกเต็มที่ในไตรมาสถัดไป
* **รายได้จากโรงไฟฟ้าชีวมวล:** Q3/65 อยู่ที่ 80.4 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.4% YoY
* **รายได้จากโครงการ Rooftop:** Q3/65 อยู่ที่ 22.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72.7% YoY จากการลงทุนเพิ่มเติม
* **ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้า:** Q3/65 เพิ่มขึ้น 29.8% YoY เป็น 128,706 MWh ซึ่งสะท้อนการเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิต
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม:** Q3/65 อยู่ที่ (2.2) ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายพิเศษจากการปรับโครงสร้างทางการเงินของโครงการวินชัย 30.3 ล้านบาท หากไม่รวมรายการนี้ จะมีส่วนแบ่งกำไร 5.3 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** Q3/65 อยู่ที่ 65.1 ล้านบาท ลดลง 36.4% QoQ เนื่องจากมีการขายโครงการฮิดากะออกไป
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 ก.ย. 2565 อยู่ที่ 23,157.6 ล้านบาท ลดลง 3.8% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากการขายที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (โครงการฮิดากะ) แต่เงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น
* **หนี้สินรวม:** ณ 30 ก.ย. 2565 อยู่ที่ 14,791.4 ล้านบาท ลดลง 16.4% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากการลดลงของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น รวมถึงเงินกู้ยืมระยะสั้น
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 30 ก.ย. 2565 อยู่ที่ 8,366.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.3% จากสิ้นปี 2564
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio):** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 2.78 เท่า ณ สิ้นปี 2564 เป็น 1.77 เท่า ณ สิ้น Q3/65 (งบการเงินรวม) และจาก 0.58 เป็น 0.42 เท่า (งบเฉพาะกิจการ)
## สรุปท้าย
SSP ในไตรมาส 3 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการผลประกอบการให้เติบโตเล็กน้อยในส่วนกำไรหลักจากการดำเนินงาน แม้จะมีการขายสินทรัพย์ออกไป โดยมีปัจจัยหนุนจากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของโครงการใหม่และการปรับขึ้นค่า FT อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิได้รับผลกระทบจากรายการพิเศษในปีก่อน การปรับเพิ่มอันดับเครดิตและการลดลงของ D/E Ratio สะท้อนถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อการเติบโตในระยะยาว โดยต้องจับตาผลประกอบการของโครงการใหม่ในช่วงฤดูหนาวและแนวโน้มค่า FT เป็นสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SSP ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
-1,599.27
ล้านบาท
↓ 265.2% YoY
กำไรขั้นต้น
-754.83
ล้านบาท
↓ 228.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
47.20
%
กำไรสุทธิ
-226.82
ล้านบาท
↓ 172.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
14.18
%
D/E Ratio
2.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-1,599
↓ -265.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-755
↓ -228.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-227
↓ -172.3%
YoY
D/E Ratio
2.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SSP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.23
ROE (%)
7.39
ROA (%)
5.08
Book Value/หุ้น
6.45
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SSP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,075
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,015
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SSP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,074.93
+56.92%
|
-1,322.32
+30.64%
|
-1,012.20
-44.60%
|
-1,827.13
-243.37%
|
1,274.40
-10.70%
|
1,427.09
+100.12%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,014.91
-59.92%
|
5,026.65
+2,771.55%
|
175.05
-92.69%
|
2,394.48
-235.57%
|
-1,766.21
-18.60%
|
-2,169.71
+5.78%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
398.53
-113.81%
|
-2,886.30
+916.84%
|
-283.85
-91.28%
|
-3,255.36
-221.39%
|
2,681.82
+126.42%
|
1,184.44
-0.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
317.90
-54.76%
|
702.64
-156.53%
|
-1,243.00
-48.18%
|
-2,398.81
-192.47%
|
2,594.16
+477.92%
|
448.88
-314.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,050.42
-35.05%
|
3,156.86
-2.19%
|
3,227.50
-9.84%
|
3,579.72
+157.98%
|
1,387.61
+51.58%
|
915.46
-18.64%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,094.97
+2.17%
|
2,050.42
-35.05%
|
3,156.86
-2.19%
|
3,227.50
-9.84%
|
3,579.72
+162.38%
|
1,364.33
+49.03%
|