บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
4.54
+0.02 (+0.44%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก เป็นไปตามการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการเริ่มดําเนินการเชิง พาณิชย์ของโครงการใหม่ ในขณะที่ปีก่อนมีรายการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 58 ลานแต่ปีนี้มีกำไร 10 ล้านบาท
รายได้หลักของบริษัทมาจากการจําหน่ายไฟฟ้าพิ่มขึ้นร้อยละ 10.8 โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วน ใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของการจําหน่ายไฟฟ้าในต่างประเทศ โดยมาจากการรับรู้รายได้จากโครงการยามากะประเทศ ญี่ปุ่นเต็มไตรมาสซึ่งเริ่มเปิดดําเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนมิถุนายน 2563 และโครงการโซลาร์บนหลังคาในประเทศ อินโดนีเซีย
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10164 out_tok=2816 at=2026-07-26T06:33:40 -->
# SSP กำไรสุทธิ Q3/64 พุ่ง 25.9% รับแรงหนุนโครงการใหม่-UPT หนุนรายได้
## รายได้รวมโต 17.9% รับโรงไฟฟ้าญี่ปุ่น-อินโดฯ เริ่ม COD ขณะที่กำไรหลักจากการดำเนินงานเพิ่ม 25.2%
บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 เติบโตต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวม 764.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท 286.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 25.9% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ และการรวมงบการเงินของบริษัทยูนิพาวเวอร์ เทค จำกัด (UPT) เข้ามา
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SSP ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้า โดยเฉพาะจากโครงการใหม่ที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) และการรับรู้รายได้จากโครงการ UPT ที่เข้าลงทุน** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทเติบโต 25.9% YoY และกำไรหลักจากการดำเนินงาน (Core Operating Profit) เพิ่มขึ้น 25.2% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **โครงการใหม่เริ่ม COD:** การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการลีโอ 1 ประเทศญี่ปุ่นในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2564 เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าในประเทศญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การรับรู้รายได้จากโครงการโซลาร์รูฟท็อปในประเทศอินโดนีเซียก็มีส่วนช่วยเสริมรายได้เช่นกัน
* **การรวมงบ UPT:** การเข้าซื้อหุ้นในบริษัทยูนิพาวเวอร์ เทค จำกัด (UPT) ในเดือนกรกฎาคม 2564 และการปรับปรุงงบการเงินย้อนหลัง ทำให้รายได้รวมในไตรมาส 3 ปี 2564 เพิ่มขึ้น 75.6 ล้านบาท และกำไรเพิ่มขึ้น 12.3 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงบการเงินที่รายงานไว้เดิม
* **การรับรู้รายได้เต็มงวด:** สำหรับงวด 9 เดือน การรับรู้รายได้จากโครงการยามากะ ประเทศญี่ปุ่น แบบเต็มงวดก็เป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตของรายได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่โครงการใหม่ๆ เริ่มทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้และกำไรในระยะต่อไป นอกจากนี้ การลงทุนใน UPT จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นของโครงการใหม่มีส่วนต่างค่าไฟกับต้นทุนขายที่แคบลงเมื่อเทียบกับโครงการเดิมที่ได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐ (adder) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคตได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/64 เติบโต 25.9% YoY** แตะ 286.5 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q3/64 เพิ่มขึ้น 17.9% YoY** เป็น 764.4 ล้านบาท จากการ COD โครงการใหม่ในญี่ปุ่นและอินโดนีเซีย
* **กำไรหลักจากการดำเนินงาน (Core Profit) Q3/64 เพิ่ม 25.2% YoY** เป็น 256.8 ล้านบาท
* **การเข้าซื้อ UPT** ส่งผลให้รายได้และกำไรเพิ่มขึ้นจากการรวมงบการเงินย้อนหลัง
* **ต้นทุนขายรวม Q3/64 เพิ่ม 9.3% YoY** ตามการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าใหม่ โดยเฉพาะค่าเสื่อมราคาและค่าบำรุงรักษา
* **อัตรากำไรขั้นต้น Q3/64 อยู่ที่ 59.2%** ลดลงเล็กน้อยจาก 63.5% ในปีก่อน (งบก่อนปรับปรุง) เนื่องจากโครงการใหม่มีส่วนต่างค่าไฟกับต้นทุนแคบลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 3 ปี 2564:**
* **รายได้รวม:** 764.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.9% (YoY) (งบปรับปรุงใหม่) / เพิ่มขึ้น 33.5% (YoY) (งบก่อนปรับปรุง)
* **EBITDA:** 560.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.7% (YoY) (งบปรับปรุงใหม่) / เพิ่มขึ้น 24.9% (YoY) (งบก่อนปรับปรุง)
* **กำไรสุทธิ (ส่วนผู้ถือหุ้น):** 286.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.9% (YoY)
* **กำไรหลักจากการดำเนินงาน:** 256.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.2% (YoY)
* **อัตรากำไรสุทธิ:** 37.5% (งบปรับปรุงใหม่) / 37.5% (งบก่อนปรับปรุง)
* **อัตรากำไร EBITDA:** 73.3% (งบปรับปรุงใหม่) / 73.3% (งบก่อนปรับปรุง)
**งวด 9 เดือน ปี 2564:**
* **รายได้รวม:** 1,981.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.3% (YoY) (งบปรับปรุงใหม่) / เพิ่มขึ้น 24.7% (YoY) (งบก่อนปรับปรุง)
* **EBITDA:** 1,490.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.0% (YoY) (งบปรับปรุงใหม่) / เพิ่มขึ้น 21.2% (YoY) (งบก่อนปรับปรุง)
* **กำไรสุทธิ (ส่วนผู้ถือหุ้น):** 710.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.4% (YoY)
* **กำไรหลักจากการดำเนินงาน:** 668.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.4% (YoY)
* **อัตรากำไรสุทธิ:** 35.8% (งบปรับปรุงใหม่) / 38.7% (งบก่อนปรับปรุง)
* **อัตรากำไร EBITDA:** 75.3% (งบปรับปรุงใหม่) / 79.2% (งบก่อนปรับปรุง)
## โอกาส
* **การขยายกำลังการผลิต:** การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และเวียดนาม จะเป็นแรงขับเคลื่อนรายได้และกำไรในอนาคต
* **การลงทุนในธุรกิจใหม่:** การเข้าซื้อ UPT เป็นการขยายธุรกิจและเพิ่มแหล่งรายได้ใหม่ให้กับกลุ่มบริษัทฯ
* **การบริหารต้นทุน:** แม้ต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้นตามการดำเนินงาน แต่การบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานและบำรุงรักษาอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยรักษาอัตรากำไรได้
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตรากำไรขั้นต้น:** โครงการใหม่ๆ ที่มีส่วนต่างค่าไฟกับต้นทุนขายแคบลง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมของกลุ่มบริษัทฯ
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารทั่วไปที่เพิ่มขึ้นจากการจ่ายภาษีที่ดินของโครงการใหม่ๆ อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจากการเริ่มดำเนินการของโครงการใหม่และการออกหุ้นกู้ อาจกดดันผลกำไร
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่เพิ่มขึ้น:** การลงทุนในโครงการใหม่ๆ ทำให้หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) เพิ่มสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ของโครงการใหม่ๆ:** โดยเฉพาะโครงการในเวียดนามและอินโดนีเซีย
* **ผลการดำเนินงานของ UPT หลังการรวมงบ:** การรับรู้รายได้และกำไรจาก UPT อย่างเต็มที่
* **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น:** การบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายไฟฟ้าของโครงการใหม่
* **การใช้สิทธิ Warrant และการเพิ่มทุน Private Placement:** ผลกระทบต่อโครงสร้างเงินทุนและอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน
* **การบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานและบำรุงรักษา:** เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้า:** เป็นรายได้หลัก โดยในไตรมาส 3/64 รายได้รวมจากการจำหน่ายไฟฟ้าอยู่ที่ 681.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.5% (งบปรับปรุงใหม่) และ 28.5% (งบก่อนปรับปรุง) โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการ COD โครงการลีโอ 1 ประเทศญี่ปุ่น และการรับรู้รายได้จาก UPT
* **ต้นทุนขาย:** เพิ่มขึ้น 9.3% (งบปรับปรุงใหม่) และ 40.5% (งบก่อนปรับปรุง) ในไตรมาส 3/64 โดยหลักมาจากค่าเสื่อมราคาและค่าดำเนินการบำรุงรักษาที่เพิ่มขึ้นตามการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าใหม่
* **กำไรขั้นต้น:** อยู่ที่ 403.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.3% (งบปรับปรุงใหม่) และ 17.5% (งบก่อนปรับปรุง) แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 63.5% เป็น 59.2% (งบก่อนปรับปรุง) เนื่องจากโครงการใหม่มีส่วนต่างค่าไฟกับต้นทุนที่แคบลง
* **กำลังการผลิต:** เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดกำลังการผลิตโดยตรง แต่ระบุถึงการเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการใหม่ๆ ซึ่งบ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 ก.ย. 64 อยู่ที่ 22,339.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.0% จากสิ้นปี 63 โดยส่วนใหญ่เป็นที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ของโรงไฟฟ้า (71.1% ของสินทรัพย์รวม)
* **หนี้สินรวม:** ณ 30 ก.ย. 64 อยู่ที่ 16,669.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.5% จากสิ้นปี 63 โดยหลักมาจากเจ้าหนี้การค้า (ผู้รับเหมาก่อสร้างโรงไฟฟ้าลมเวียดนาม) เงินกู้ยืมระยะยาว และหุ้นกู้
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 30 ก.ย. 64 อยู่ที่ 5,670.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.0% จากสิ้นปี 63
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E):** งบการเงินรวมเพิ่มขึ้นจาก 2.52 เท่า เป็น 2.94 เท่า และงบเฉพาะกิจการเพิ่มขึ้นจาก 0.59 เป็น 0.64 เท่า โดยคาดว่าจะลดลงหลังจากการเพิ่มทุนในปี 65
* **กระแสเงินสด:** เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดกระแสเงินสดโดยตรง
## สรุปท้าย
SSP โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 เติบโตโดดเด่นด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งขึ้น 25.9% จากการรับรู้รายได้เต็มที่ของโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ในญี่ปุ่นและอินโดนีเซีย รวมถึงการรวมงบของ UPT เข้ามา อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นที่อาจลดลงเล็กน้อยจากโครงการใหม่ และการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การเพิ่มทุนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2565 จะช่วยลดภาระหนี้สินและเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SSP ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
-1,599.27
ล้านบาท
↓ 265.2% YoY
กำไรขั้นต้น
-754.83
ล้านบาท
↓ 228.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
47.20
%
กำไรสุทธิ
-226.82
ล้านบาท
↓ 172.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
14.18
%
D/E Ratio
2.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-1,599
↓ -265.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-755
↓ -228.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-227
↓ -172.3%
YoY
D/E Ratio
2.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SSP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.23
ROE (%)
7.39
ROA (%)
5.08
Book Value/หุ้น
6.45
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SSP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,075
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,015
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SSP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,074.93
+56.92%
|
-1,322.32
+30.64%
|
-1,012.20
-44.60%
|
-1,827.13
-243.37%
|
1,274.40
-10.70%
|
1,427.09
+100.12%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,014.91
-59.92%
|
5,026.65
+2,771.55%
|
175.05
-92.69%
|
2,394.48
-235.57%
|
-1,766.21
-18.60%
|
-2,169.71
+5.78%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
398.53
-113.81%
|
-2,886.30
+916.84%
|
-283.85
-91.28%
|
-3,255.36
-221.39%
|
2,681.82
+126.42%
|
1,184.44
-0.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
317.90
-54.76%
|
702.64
-156.53%
|
-1,243.00
-48.18%
|
-2,398.81
-192.47%
|
2,594.16
+477.92%
|
448.88
-314.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,050.42
-35.05%
|
3,156.86
-2.19%
|
3,227.50
-9.84%
|
3,579.72
+157.98%
|
1,387.61
+51.58%
|
915.46
-18.64%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,094.97
+2.17%
|
2,050.42
-35.05%
|
3,156.86
-2.19%
|
3,227.50
-9.84%
|
3,579.72
+162.38%
|
1,364.33
+49.03%
|