บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.40
0.01 (0.71%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิเพิ่มขึ้น 33.37 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 42.7 โดยมีสาเหตุหลักมาจากยอดขายของบริษัทฯ ที่ เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ประกอบกับการจัดการความเสี่ยงที่มี ประสิทธิภาพส่งผลให้ได้รับประโยชน์จากอัตราแลกเปลี่ยนจากเงินบาทที่อ่อนค่า
รายได้จากระบบการพิมพ์กราเวียร์: ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.6 โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากการเติบโตของลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรม อาหารและเครื่องดื่ม ทั้งจากกลุ่มลูกค้าเดิมที่ให้ความไว้ใจในผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ ผ่านการผลิตสินค้ารายการใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึง การเพิ่มขึ้นของกลุ่มลูกค้าใหม่
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7522 out_tok=2649 at=2026-07-26T03:49:21 -->
# SFT โชว์กำไรปี 65 ทะยาน 117% รับส่วนแบ่งกำไรโต-ธุรกิจใหม่หนุน
## กำไรนิวไฮ 795.7 ล้านบาท จากการลงทุนใน ANI และธุรกิจใหม่ที่ทำกำไรต่อเนื่อง
บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SFT ประกาศผลประกอบการปี 2565 ทำสถิติกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 795.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 116.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้รายได้รวมจะลดลง 5.1% มาอยู่ที่ 2,788.8 ล้านบาท โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด รวมถึงผลตอบแทนที่ดีจากการพัฒนาธุรกิจใหม่ที่ลงทุนอย่างต่อเนื่อง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ SFT ทำกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2565 มาจาก **การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า** โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก ANI (Asia Network International) ซึ่งมีการเข้าซื้อกิจการ Asia GSA (M) เพิ่มเติม และการรับรู้ผลตอบแทนที่ดีจาก AOTGA (บริษัทบริการภาคพื้นท่าอากาศยานไทย) ที่พลิกจากขาดทุนในปี 2564 มาเป็นกำไรในปี 2565 นอกจากนี้ การรับรู้ผลกำไรจากการปรับมูลค่าเงินลงทุนใน Asia GSA (M) ในไตรมาส 4/2565 ยังเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายบริหารระบุว่า ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมากนี้เป็นผลมาจากการเติบโตของ ANI ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการเข้าซื้อกิจการ Asia GSA (M) เพิ่มเติม และผลตอบแทนที่ดีจาก AOTGA ที่บริษัทฯ ได้ลงทุนผ่าน SAL Group (Thailand) ซึ่งพลิกจากผลขาดทุนในปี 2564 มามีส่วนแบ่งกำไรกว่า 26.2 ล้านบาทในปี 2565 นอกจากนี้ การรับรู้ผลกำไรจากการปรับมูลค่าเงินลงทุนใน Asia GSA (M) จำนวน 321.7 ล้านบาทในไตรมาส 4/2565 ซึ่งเกิดจากการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้กำไรสุทธิโดยรวมเติบโตอย่างโดดเด่น
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของ ANI ที่บริษัทฯ มีแผนจะเข้าลงทุนเพิ่มเติมในสัดส่วนร้อยละ 80 ของหุ้นทั้งหมดของ Asia GSA (M) Bhd. ทำให้จะเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรทั้งหมดจาก Asia GSA (M) ตั้งแต่ไตรมาส 1/2566 เป็นต้นไป และบริษัทยังมีแผนนำ ANI เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2566 นอกจากนี้ ธุรกิจบริการภาคพื้นอากาศยาน (AOTGA) คาดว่าจะได้รับผลดีจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวในปี 2566 ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจของ AOTGA อย่างต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์:** ปี 2565 ทำกำไรสุทธิ 795.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 116.8% YoY
* **รายได้รวมลดลง 5.1%:** อยู่ที่ 2,788.8 ล้านบาท โดยหลักมาจากการลดลงของรายได้ในกลุ่มธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศที่เคยมีรายได้สูงจากการให้บริการ Charter Flight ในช่วงไตรมาส 4 ปีก่อน
* **กำไรขั้นต้นเติบโต 16.0%:** อยู่ที่ 611.5 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะลดลง สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี โดยเฉพาะในกลุ่มบริหารจัดการโลจิสติกส์และกลุ่มเคมีภัณฑ์
* **ส่วนแบ่งกำไรโตกว่า 192.9%:** จากการลงทุนใน ANI และ AOTGA ซึ่งพลิกจากขาดทุนมามีกำไร
* **รับรู้กำไรพิเศษ 321.7 ล้านบาท:** จากการปรับมูลค่าเงินลงทุนใน Asia GSA (M) ในไตรมาส 4/2565
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่ง:** D/E Ratio อยู่ที่ 0.37 เท่า และ IBD/E Ratio อยู่ที่ 0.24 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 SFT สร้างสถิติใหม่ด้วยกำไรสุทธิ 795.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 116.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้รายได้จากการขายและให้บริการจะลดลง 5.1% มาอยู่ที่ 2,788.8 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ในกลุ่มธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศที่เคยมีรายได้สูงจากการให้บริการ Charter Flight ในช่วงไตรมาส 4 ปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนการขายและให้บริการได้ดีขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 16.0% มาอยู่ที่ 611.5 ล้านบาท และมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 17.9% เป็น 21.9%
ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 28.2% ตามการปรับลดค่าใช้จ่ายของกลุ่มธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 35.6% ส่วนใหญ่มาจากการตั้งสำรองหนี้สูญของสายการบินแห่งหนึ่งจำนวน 33.2 ล้านบาท และการตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มเติมอีก 34.7 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 192.9% เป็น 624.0 ล้านบาท จากการเติบโตของ ANI และการพลิกมีกำไรของ AOTGA รวมถึงการรับรู้กำไรพิเศษจากการปรับมูลค่าเงินลงทุนใน Asia GSA (M) ทำให้กำไรสุทธิโดยรวมเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจใหม่:** การลงทุนใน ANI และการเข้าซื้อกิจการ Asia GSA (M) เพิ่มเติม รวมถึงการพัฒนาธุรกิจบริการภาคพื้นอากาศยาน (AOTGA) ที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว
* **การขยายเครือข่ายในเอเชีย:** กลยุทธ์ "Beyond Boundary" มุ่งสู่การเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ชั้นนำในเอเชีย โดยการขยายขอบเขตการเป็นตัวแทนสายการบินชั้นนำครอบคลุมภูมิภาค
* **การพัฒนาบริการใหม่:** การทดลองให้บริการขนส่งสินค้าทางรางในเส้นทางเชื่อมต่อไทย-ลาว-จีน และแผนการให้บริการในเส้นทางไทย-มาเลเซีย รวมถึงการพัฒนาบริการโลจิสติกส์ออนไลน์และแพลตฟอร์มดิจิทัล
* **การสนับสนุนจากภาครัฐ:** การมุ่งเน้นกลุ่มอุตสาหกรรม Green Energy ที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ และกลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบน้อยจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย
## ความเสี่ยง
* **การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก:** อาจส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศและการส่งออกของไทย
* **ค่าระวางการขนส่งสินค้ามีแนวโน้มลดลง:** โดยเฉพาะค่าขนส่งทางเรือ จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและอุปทานส่วนเกิน
* **ความผันผวนของค่าเงินบาท:** จากภาวะเงินเฟ้อและนโยบายการเงินที่เข้มงวดทั่วโลก ทำให้การบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนยากขึ้น
* **การตั้งสำรองหนี้สูญ:** จากสายการบินที่ยื่นขอฟื้นฟูกิจการ และหนี้ที่อยู่ระหว่างการติดตาม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่าย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรทั้งหมดจาก Asia GSA (M):** หลังจากการลงทุนเพิ่มเติมในสัดส่วน 100% ผ่าน ANI ตั้งแต่ไตรมาส 1/2566
* **ความคืบหน้าการนำ ANI เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ:** คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2566
* **ผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกต่อปริมาณการขนส่ง:** โดยเฉพาะการขนส่งทางทะเล
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** และผลกระทบต่อธุรกิจบริการภาคพื้นอากาศยาน (AOTGA)
* **การบริหารจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินบาท:** ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
* **การขยายฐานลูกค้าในกลุ่ม Green Energy และสินค้าจำเป็น:** เพื่อทดแทนรายได้จากการขนส่งที่อาจลดลง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
แม้เอกสารจะไม่ได้ให้รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมโดยตรง แต่สามารถอนุมานได้จากแผนธุรกิจที่ระบุว่า บริษัทฯ จะโฟกัสการขยายปริมาณการขนส่งสินค้าเพื่อทดแทนค่าระวางสินค้าที่ปรับตัวลดลง โดยเฉพาะค่าขนส่งทางทะเล และมีแผนขยายฐานลูกค้าใหม่ในกลุ่มที่มีศักยภาพ เช่น อุตสาหกรรม Green Energy, สินค้าอุปโภคบริโภค, ยาและเวชภัณฑ์ รวมถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนรถยนต์ ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบน้อยจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย หรือมีฐานการผลิตในประเทศไทยเพื่อส่งออก นอกจากนี้ ธุรกิจโลจิสติกส์สำหรับเคมีภัณฑ์และสินค้าอันตรายมีแผนขยายพื้นที่คลังสินค้าเพื่อรองรับปริมาณสินค้าที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 3,679.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.2% จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการเข้าลงทุนใน ANI เพิ่มเติม 300 ล้านบาท และเงินสดรับจากการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญ (III-W1) จำนวน 430.9 ล้านบาท หนี้สินรวมลดลง 16.3% มาอยู่ที่ 1,008.0 ล้านบาท จากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 54.0% เป็น 2,671.7 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ที่ 0.37 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) ที่ 0.24 เท่า ซึ่งสะท้อนฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง
## สรุปท้าย
SFT ปิดปี 2565 ด้วยผลประกอบการที่น่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากการเติบโตอย่างโดดเด่นของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนใน ANI และการรับรู้กำไรพิเศษจากการปรับมูลค่าเงินลงทุน แม้รายได้รวมจะปรับลดลง แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้น และมีแผนกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการพัฒนาบริการใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาปัจจัยเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและความผันผวนของค่าเงินบาท รวมถึงติดตามความคืบหน้าของการนำ ANI เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SFT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
246.67
ล้านบาท
↑ 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น
48.28
ล้านบาท
↑ 39.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.57
%
กำไรสุทธิ
10.53
ล้านบาท
↑ 54.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.27
%
D/E Ratio
0.38
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
247
↑ + 7.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
48
↑ + 39.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
11
↑ + 54.8%
YoY
D/E Ratio
0.38
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SFT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.38
ROE (%)
8.54
ROA (%)
8.19
Book Value/หุ้น
1.84
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SFT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-21
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+27
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SFT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-21.08
-49.76%
|
-41.96
-207.98%
|
38.86
-346.89%
|
-15.74
-63.03%
|
-42.58
-134.38%
|
123.85
+86.27%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
27.08
-1,929.73%
|
-1.48
-102.06%
|
71.79
-193.66%
|
-76.65
+278.33%
|
-20.26
-92.22%
|
-260.35
+353.26%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2.58
-105.57%
|
46.36
-179.33%
|
-58.44
-144.99%
|
129.89
+165.03%
|
49.01
-79.78%
|
242.34
-1,815.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
3.42
+17.12%
|
2.92
-94.41%
|
52.22
+39.25%
|
37.50
-370.95%
|
-13.84
-113.08%
|
105.84
-2,183.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
20.69
+29.31%
|
16.00
-48.32%
|
30.96
-68.76%
|
99.10
-10.51%
|
110.74
+2,160.00%
|
4.90
-50.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
26.05
+25.91%
|
20.69
+29.31%
|
16.00
-48.32%
|
30.96
-68.76%
|
99.10
-10.51%
|
110.74
+2,160.00%
|