SFT
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SFT
บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.50
+0.00 (+0.00%)

สรุปสั้น

กําไรสุทธิเพิ่มขึ้น 33.37 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 42.7 โดยมีสาเหตุหลักมาจากยอดขายของบริษัทฯ ที่ เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ประกอบกับการจัดการความเสี่ยงที่มี ประสิทธิภาพส่งผลให้ได้รับประโยชน์จากอัตราแลกเปลี่ยนจากเงินบาทที่อ่อนค่า รายได้จากระบบการพิมพ์กราเวียร์: ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.6 โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากการเติบโตของลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรม อาหารและเครื่องดื่ม ทั้งจากกลุ่มลูกค้าเดิมที่ให้ความไว้ใจในผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ ผ่านการผลิตสินค้ารายการใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึง การเพิ่มขึ้นของกลุ่มลูกค้าใหม่

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14549 out_tok=3036 at=2026-07-27T12:25:40 --> # SFT กำไรสุทธิ Q2/64 พุ่ง 114.7% รับแรงหนุนรายได้ฉลากฟิล์มหดรัดรูปโต ## รายได้-กำไรโตเด่น รับอานิสงส์อุตสาหกรรมอาหาร-เครื่องสำอางฟื้นตัว ขณะที่การบริหารต้นทุนมีประสิทธิภาพ บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SFT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการดำเนินงาน 219.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.3% และกำไรสุทธิ 37.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 114.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในกลุ่มฉลากฟิล์มหดรัดรูป โดยเฉพาะการพิมพ์กราเวียร์ที่ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน ขณะที่บริษัทฯ ยังคงบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SFT ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการผลิตฉลากฟิล์มหดรัดรูปโดยระบบการพิมพ์กราเวียร์ (Gravure Printing)** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้น 32.3% YoY และกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 114.7% YoY โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งสะท้อนผ่านอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวสูงขึ้นจาก 28.6% ใน Q2/63 เป็น 30.7% ใน Q2/64 ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของรายได้จากการพิมพ์กราเวียร์เกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่: * **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมหลัก:** อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มอยู่ในช่วง High Season ประกอบกับการออกสินค้าใหม่และแคมเปญการตลาดในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน ทำให้มีความต้องการฉลากฟิล์มหดรัดรูปเพิ่มขึ้น * **การขยายฐานลูกค้า:** บริษัทฯ ได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าเดิมและสามารถขยายฐานลูกค้าใหม่ได้สำเร็จ โดยเฉพาะการกลับมาของคำสั่งซื้อจากกลุ่มลูกค้าส่งออก * **การเพิ่มกำลังการผลิต:** การติดตั้งเครื่องจักรสายการผลิตที่ 5 ซึ่งเริ่มผลิตในเดือนมิถุนายน 2564 ช่วยเพิ่มกำลังการผลิตได้ถึง 20 ล้านเมตร รองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างทันท่วงที * **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงได้รับประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) จากยอดผลิตที่เพิ่มขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ รายได้จากการขายอื่น โดยเฉพาะรายได้จากการขายฟิล์มยืดก็เติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการขยายฐานลูกค้าใหม่ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก: * **การเพิ่มกำลังการผลิต:** เครื่องจักรสายการผลิตที่ 5 ที่เริ่มเดินเครื่องแล้วจะช่วยรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และบริษัทฯ มีแผนจะเพิ่มกำลังการผลิตตามความต้องการของลูกค้า * **การขยายฐานลูกค้า:** การได้รับการรับรองมาตรฐาน GHP และ HACCP จะช่วยสนับสนุนการขยายฐานลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ * **แนวโน้มอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม และเครื่องสำอาง ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี ซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัทฯ * **การบริหารจัดการ:** ฝ่ายจัดการยังคงเน้นการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่ออัตรากำไรในระยะยาว ## Highlight สำคัญ * **รายได้จากการดำเนินงาน Q2/64 เติบโต 32.3% YoY** แตะ 219.74 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากฉลากฟิล์มหดรัดรูป (Gravure Printing) * **กำไรสุทธิ Q2/64 พุ่ง 114.7% YoY** สู่ระดับ 37.18 ล้านบาท * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับดีขึ้น** จาก 28.6% ใน Q2/63 เป็น 30.7% ใน Q2/64 จากการบริหารต้นทุนและ Economies of Scale * **การเพิ่มกำลังการผลิต:** ติดตั้งเครื่องจักรสายการผลิตที่ 5 แล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน 2564 เพิ่มกำลังการผลิต 20 ล้านเมตร * **ได้รับมาตรฐาน GHP และ HACCP:** เร็วกว่าแผน คาดช่วยสนับสนุนการขยายฐานลูกค้าต่างชาติ * **คว้า 2 รางวัลจาก HP Inkspiration Awards 2021:** ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านฉลากฟิล์มหดรัดรูปในระดับภูมิภาคเอเชีย ## ภาพรวมผลประกอบการ บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2564 จำนวน 219.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการผลิตฉลากฟิล์มหดรัดรูปด้วยระบบการพิมพ์กราเวียร์ (Gravure Printing) ซึ่งได้รับอานิสงส์จากอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เครื่องสำอาง ของใช้ในครัวเรือน และกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ รวมถึงรายได้จากการขายฟิล์มยืดที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากกลุ่มลูกค้าใหม่ สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 404.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนมาจากรายได้จากการพิมพ์กราเวียร์ที่เติบโตในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม และรายได้จากการขายฟิล์มยืดที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 30.7% เพิ่มขึ้นจาก 28.6% ในปีก่อน และ 30.2% ในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการประหยัดต่อขนาดจากการผลิตที่เพิ่มขึ้น กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 37.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 114.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 30.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากยอดขายที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่ลดลงจากการคืนเงินกู้ สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2564 กำไรสุทธิอยู่ที่ 65.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ## โอกาส * **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมปลายน้ำ:** การเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม, เครื่องสำอาง, และผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน เป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อความต้องการฉลากฟิล์มหดรัดรูป * **การขยายฐานลูกค้าใหม่:** การได้รับการรับรองมาตรฐาน GHP และ HACCP จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเจาะตลาดลูกค้าต่างชาติ * **การเพิ่มกำลังการผลิต:** การลงทุนในเครื่องจักรสายการผลิตที่ 5 ช่วยเพิ่มศักยภาพในการรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น และสามารถปรับเพิ่มกำลังการผลิตได้ตามความต้องการ * **ผลิตภัณฑ์ใหม่:** การเติบโตของรายได้จากการขายฟิล์มยืดจากกลุ่มลูกค้าใหม่ แสดงถึงโอกาสในการขยายตลาดผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ปัจจุบันจะบริหารจัดการได้ แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันด้านราคาและคุณภาพในตลาดฉลากฟิล์มหดรัดรูป * **สถานการณ์โควิด-19:** แม้บริษัทฯ จะมีมาตรการรับมือ แต่การแพร่ระบาดที่ยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมปลายน้ำและกำลังซื้อโดยรวม * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้บริษัทฯ จะมีการทำ Forward Contract เพื่อป้องกันความเสี่ยง แต่ความผันผวนของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **อัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate):** โดยเฉพาะเครื่องจักรสายการผลิตที่ 5 ที่เริ่มเดินเครื่องแล้ว * **การเติบโตของรายได้จากกลุ่มลูกค้าใหม่:** โดยเฉพาะในส่วนของฟิล์มยืด และการขยายฐานลูกค้าต่างชาติหลังได้มาตรฐาน GHP/HACCP * **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** ผลกระทบต่อต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้น * **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** เพื่อรักษา GPM ในระดับสูง * **คำสั่งซื้อจากลูกค้าส่งออก:** การกลับมาของคำสั่งซื้อจากกลุ่มนี้มีความสำคัญต่อการเติบโต ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **การพิมพ์กราเวียร์ (Gravure Printing):** เป็นรายได้หลักที่เติบโตโดดเด่นถึง 37.5% YoY ใน Q2/64 โดยได้รับแรงหนุนจากอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม (High Season), เครื่องสำอาง (ออกสินค้าใหม่/แคมเปญ), ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน และลูกค้าส่งออกที่กลับมาสั่งซื้อ * **การพิมพ์ดิจิตอล (Digital Printing):** รายได้ลดลง 24.2% YoY เนื่องจากลูกค้าบางส่วนย้ายไปใช้ระบบกราเวียร์ ซึ่งสะท้อนถึงการปรับตัวตามความต้องการของลูกค้าและประสิทธิภาพการผลิต * **รายได้จากการขายอื่น:** เติบโต 12.2% YoY โดยมีรายได้จากการขายแม่พิมพ์เพิ่มขึ้นเล็กน้อย และรายได้จากการขายฟิล์มยืดเติบโตอย่างก้าวกระโดด 5800% YoY จากการขยายฐานลูกค้าใหม่และการเริ่มทำการตลาดในช่วงต้นปี 2563 * **ต้นทุนขาย:** เพิ่มขึ้น 28.5% YoY สอดคล้องกับปริมาณการผลิตและยอดขายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเริ่มใช้เครื่องจักรสายการผลิตที่ 5 * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการประหยัดต่อขนาด * **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 4.1% YoY สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น และการเพิ่มพนักงานขายเพื่อรองรับการขยายฐานลูกค้า รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ปรึกษาหลัง IPO ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 893.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.0% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลงทุนในเครื่องจักร Line ที่ 5, การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังเพื่อรองรับคำสั่งซื้อ และลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย หนี้สินรวมอยู่ที่ 200.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4% จากสิ้นปี 2563 โดยส่วนใหญ่มาจากการสั่งซื้อวัตถุดิบเพื่อรองรับคำสั่งซื้อลูกค้า ขณะที่หนี้สินตามสัญญาเช่าและเงินกู้ยืมระยะยาวสุทธิลดลงจากการชำระคืน ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 692.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.3% จากสิ้นปี 2563 ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรสะสมจากการดำเนินงาน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.29 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับต่ำ แสดงถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ## สรุปท้าย SFT โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 แข็งแกร่งเกินคาด ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตกว่า 114.7% เป็นผลมาจากรายได้ที่เติบโตอย่างโดดเด่นในกลุ่มฉลากฟิล์มหดรัดรูปจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมหลัก ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและ Economies of Scale ที่เพิ่มขึ้น การลงทุนในเครื่องจักรใหม่และการได้รับมาตรฐานสากลเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยหนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยน แต่แนวโน้มการเติบโตของตลาดและการบริหารจัดการที่แข็งแกร่งยังคงเป็นปัจจัยบวกที่น่าจับตา
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SFT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
246.67 ล้านบาท
↑ 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น
48.28 ล้านบาท
↑ 39.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.57 %
กำไรสุทธิ
10.53 ล้านบาท
↑ 54.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.27 %
D/E Ratio
0.38
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
247
↑ + 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
48
↑ + 39.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
11
↑ + 54.8% YoY
D/E Ratio
0.38

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SFT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
246.67
+7.18%
230.14
+3.53%
222.28
+9.26%
203.44
+10.75%
183.70
-46.61%
344.04
-41.33%
กำไรขั้นต้น —
48.28
+39.19%
34.69
-15.62%
41.11
+25.96%
32.64
-25.75%
43.96
-23.98%
57.82
-20.90%
ค่าใช้จ่ายรวม —
34.78
+4.13%
33.40
+10.69%
30.17
+14.66%
26.32
+4.37%
25.21
-43.42%
44.57
-43.58%
กำไรสุทธิ —
10.53
+54.77%
6.80
+17.99%
5.76
+6,761.90%
0.08
-99.36%
13.16
-66.46%
39.22
-31.07%
กำไรต่อหุ้น —
0.02
+60.00%
0.02
+15.38%
0.01
0.00
-100.00%
0.03
-66.29%
0.09
-31.01%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-2.18
-172.50%
-0.80
+61.54%
-2.08
+61.55%
-5.41
-186.15%
6.28
0.00
ROE(%) —
8.54
+168.55%
3.18
-20.50%
4.00
-52.61%
8.44
-47.28%
16.01
-9.29%
17.65
+474.92%
ROA(%) —
8.19
+140.88%
3.40
-22.55%
4.39
-47.80%
8.41
-48.34%
16.28
-6.38%
17.39
+430.18%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.38
-26.92%
0.52
+13.04%
0.46
+21.05%
0.38
+35.71%
0.28
0.28
-48.15%
P/E —
14.88
-70.85%
51.04
-30.22%
73.14
+163.66%
27.74
+7.48%
25.81
+157.07%
10.04
-66.53%
P/BV —
1.17
-25.48%
1.57
-34.31%
2.39
-14.34%
2.79
-34.81%
4.28
+428.40%
0.81
BV —
1.82
+6.43%
1.71
+0.59%
1.70
-1.16%
1.72
+4.24%
1.65
-10.33%
1.84
YIELD(%) —
1.59
-6.47%
1.70
-1.16%
1.72
-18.48%
2.11
+108.91%
1.01
-78.37%
4.67
ราคาหุ้น —
2.14
-20.15%
2.68
-34.31%
4.08
-15.00%
4.80
-31.91%
7.05
+56.67%
4.50
+200.00%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
19.57
+29.86%
15.07
-18.54%
18.50
+15.34%
16.04
-32.97%
23.93
+42.36%
16.81
+34.80%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
14.10
-2.83%
14.51
+6.93%
13.57
+4.87%
12.94
-5.75%
13.73
+6.02%
12.95
-3.86%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
4.27
+44.26%
2.96
+14.29%
2.59
+6,375.00%
0.04
-99.44%
7.16
-37.19%
11.40
+17.53%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.38
ROE (%)
8.54
ROA (%)
8.19
Book Value/หุ้น
1.84

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SFT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
486.97
+0.66%
483.78
+2.55%
471.75
+5.03%
449.14
-19.87%
560.48
+6.46%
526.49
+128.15%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
630.01
-6.72%
675.43
+7.17%
630.23
+5.53%
597.22
+55.80%
383.31
+21.15%
316.39
+62.64%
รวมสินทรัพย์ —
1,116.98
-3.64%
1,159.20
+5.19%
1,101.98
+5.32%
1,046.36
+10.87%
943.79
+11.97%
842.88
+98.19%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
202.68
-18.41%
248.41
+6.72%
232.76
+23.41%
188.60
+34.37%
140.37
+22.53%
114.55
-18.66%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
104.94
-30.28%
150.52
+33.13%
113.06
+11.58%
101.33
+54.94%
65.40
-7.35%
70.58
+25.19%
รวมหนี้สิน —
307.61
-22.89%
398.93
+15.36%
345.82
+19.28%
289.93
+40.90%
205.76
+11.14%
185.14
-6.13%
รวมส่วนของเจ้าของ —
809.37
+6.46%
760.27
+0.54%
756.16
-0.04%
756.43
+2.49%
738.03
+12.21%
657.75
+188.40%
D/E —
0.38
0.52
0.46
0.38
0.28
0.28
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
8.54
3.18
4.00
8.44
16.01
17.65
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
8.19
3.40
4.39
8.41
16.28
17.39
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
2.40
1.95
2.03
2.38
3.99
4.60
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
1.07
0.83
0.88
1.03
2.44
2.27
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
65.26
69.73
0.00
0.00
73.99
67.55
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
113.71
113.59
0.00
0.00
106.89
91.34
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
64.58
61.62
0.00
0.00
61.17
59.98
วงจรเงินสด —
114.39
121.70
0.00
0.00
119.71
98.91
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-21
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+27
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SFT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-21.08
-49.76%
-41.96
-207.98%
38.86
-346.89%
-15.74
-63.03%
-42.58
-134.38%
123.85
+86.27%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
27.08
-1,929.73%
-1.48
-102.06%
71.79
-193.66%
-76.65
+278.33%
-20.26
-92.22%
-260.35
+353.26%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
-2.58
-105.57%
46.36
-179.33%
-58.44
-144.99%
129.89
+165.03%
49.01
-79.78%
242.34
-1,815.07%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
3.42
+17.12%
2.92
-94.41%
52.22
+39.25%
37.50
-370.95%
-13.84
-113.08%
105.84
-2,183.46%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
20.69
+29.31%
16.00
-48.32%
30.96
-68.76%
99.10
-10.51%
110.74
+2,160.00%
4.90
-50.90%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
26.05
+25.91%
20.69
+29.31%
16.00
-48.32%
30.96
-68.76%
99.10
-10.51%
110.74
+2,160.00%