บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.40
0.01 (0.71%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิเพิ่มขึ้น 33.37 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 42.7 โดยมีสาเหตุหลักมาจากยอดขายของบริษัทฯ ที่ เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ประกอบกับการจัดการความเสี่ยงที่มี ประสิทธิภาพส่งผลให้ได้รับประโยชน์จากอัตราแลกเปลี่ยนจากเงินบาทที่อ่อนค่า
รายได้จากระบบการพิมพ์กราเวียร์: ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.6 โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากการเติบโตของลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรม อาหารและเครื่องดื่ม ทั้งจากกลุ่มลูกค้าเดิมที่ให้ความไว้ใจในผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ ผ่านการผลิตสินค้ารายการใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึง การเพิ่มขึ้นของกลุ่มลูกค้าใหม่
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14549 out_tok=3036 at=2026-07-27T12:25:40 -->
# SFT กำไรสุทธิ Q2/64 พุ่ง 114.7% รับแรงหนุนรายได้ฉลากฟิล์มหดรัดรูปโต
## รายได้-กำไรโตเด่น รับอานิสงส์อุตสาหกรรมอาหาร-เครื่องสำอางฟื้นตัว ขณะที่การบริหารต้นทุนมีประสิทธิภาพ
บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SFT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการดำเนินงาน 219.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.3% และกำไรสุทธิ 37.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 114.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในกลุ่มฉลากฟิล์มหดรัดรูป โดยเฉพาะการพิมพ์กราเวียร์ที่ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน ขณะที่บริษัทฯ ยังคงบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SFT ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการผลิตฉลากฟิล์มหดรัดรูปโดยระบบการพิมพ์กราเวียร์ (Gravure Printing)** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้น 32.3% YoY และกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 114.7% YoY โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งสะท้อนผ่านอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวสูงขึ้นจาก 28.6% ใน Q2/63 เป็น 30.7% ใน Q2/64
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้จากการพิมพ์กราเวียร์เกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่:
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมหลัก:** อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มอยู่ในช่วง High Season ประกอบกับการออกสินค้าใหม่และแคมเปญการตลาดในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน ทำให้มีความต้องการฉลากฟิล์มหดรัดรูปเพิ่มขึ้น
* **การขยายฐานลูกค้า:** บริษัทฯ ได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าเดิมและสามารถขยายฐานลูกค้าใหม่ได้สำเร็จ โดยเฉพาะการกลับมาของคำสั่งซื้อจากกลุ่มลูกค้าส่งออก
* **การเพิ่มกำลังการผลิต:** การติดตั้งเครื่องจักรสายการผลิตที่ 5 ซึ่งเริ่มผลิตในเดือนมิถุนายน 2564 ช่วยเพิ่มกำลังการผลิตได้ถึง 20 ล้านเมตร รองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างทันท่วงที
* **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงได้รับประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) จากยอดผลิตที่เพิ่มขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้น
นอกจากนี้ รายได้จากการขายอื่น โดยเฉพาะรายได้จากการขายฟิล์มยืดก็เติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการขยายฐานลูกค้าใหม่
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก:
* **การเพิ่มกำลังการผลิต:** เครื่องจักรสายการผลิตที่ 5 ที่เริ่มเดินเครื่องแล้วจะช่วยรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และบริษัทฯ มีแผนจะเพิ่มกำลังการผลิตตามความต้องการของลูกค้า
* **การขยายฐานลูกค้า:** การได้รับการรับรองมาตรฐาน GHP และ HACCP จะช่วยสนับสนุนการขยายฐานลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ
* **แนวโน้มอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม และเครื่องสำอาง ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี ซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัทฯ
* **การบริหารจัดการ:** ฝ่ายจัดการยังคงเน้นการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่ออัตรากำไรในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการดำเนินงาน Q2/64 เติบโต 32.3% YoY** แตะ 219.74 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากฉลากฟิล์มหดรัดรูป (Gravure Printing)
* **กำไรสุทธิ Q2/64 พุ่ง 114.7% YoY** สู่ระดับ 37.18 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับดีขึ้น** จาก 28.6% ใน Q2/63 เป็น 30.7% ใน Q2/64 จากการบริหารต้นทุนและ Economies of Scale
* **การเพิ่มกำลังการผลิต:** ติดตั้งเครื่องจักรสายการผลิตที่ 5 แล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน 2564 เพิ่มกำลังการผลิต 20 ล้านเมตร
* **ได้รับมาตรฐาน GHP และ HACCP:** เร็วกว่าแผน คาดช่วยสนับสนุนการขยายฐานลูกค้าต่างชาติ
* **คว้า 2 รางวัลจาก HP Inkspiration Awards 2021:** ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านฉลากฟิล์มหดรัดรูปในระดับภูมิภาคเอเชีย
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2564 จำนวน 219.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการผลิตฉลากฟิล์มหดรัดรูปด้วยระบบการพิมพ์กราเวียร์ (Gravure Printing) ซึ่งได้รับอานิสงส์จากอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เครื่องสำอาง ของใช้ในครัวเรือน และกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ รวมถึงรายได้จากการขายฟิล์มยืดที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากกลุ่มลูกค้าใหม่
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 404.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนมาจากรายได้จากการพิมพ์กราเวียร์ที่เติบโตในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม และรายได้จากการขายฟิล์มยืดที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 30.7% เพิ่มขึ้นจาก 28.6% ในปีก่อน และ 30.2% ในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการประหยัดต่อขนาดจากการผลิตที่เพิ่มขึ้น
กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 37.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 114.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 30.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากยอดขายที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่ลดลงจากการคืนเงินกู้
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2564 กำไรสุทธิอยู่ที่ 65.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมปลายน้ำ:** การเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม, เครื่องสำอาง, และผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน เป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อความต้องการฉลากฟิล์มหดรัดรูป
* **การขยายฐานลูกค้าใหม่:** การได้รับการรับรองมาตรฐาน GHP และ HACCP จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเจาะตลาดลูกค้าต่างชาติ
* **การเพิ่มกำลังการผลิต:** การลงทุนในเครื่องจักรสายการผลิตที่ 5 ช่วยเพิ่มศักยภาพในการรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น และสามารถปรับเพิ่มกำลังการผลิตได้ตามความต้องการ
* **ผลิตภัณฑ์ใหม่:** การเติบโตของรายได้จากการขายฟิล์มยืดจากกลุ่มลูกค้าใหม่ แสดงถึงโอกาสในการขยายตลาดผลิตภัณฑ์อื่น ๆ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ปัจจุบันจะบริหารจัดการได้ แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันด้านราคาและคุณภาพในตลาดฉลากฟิล์มหดรัดรูป
* **สถานการณ์โควิด-19:** แม้บริษัทฯ จะมีมาตรการรับมือ แต่การแพร่ระบาดที่ยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมปลายน้ำและกำลังซื้อโดยรวม
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้บริษัทฯ จะมีการทำ Forward Contract เพื่อป้องกันความเสี่ยง แต่ความผันผวนของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **อัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate):** โดยเฉพาะเครื่องจักรสายการผลิตที่ 5 ที่เริ่มเดินเครื่องแล้ว
* **การเติบโตของรายได้จากกลุ่มลูกค้าใหม่:** โดยเฉพาะในส่วนของฟิล์มยืด และการขยายฐานลูกค้าต่างชาติหลังได้มาตรฐาน GHP/HACCP
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** ผลกระทบต่อต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้น
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** เพื่อรักษา GPM ในระดับสูง
* **คำสั่งซื้อจากลูกค้าส่งออก:** การกลับมาของคำสั่งซื้อจากกลุ่มนี้มีความสำคัญต่อการเติบโต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **การพิมพ์กราเวียร์ (Gravure Printing):** เป็นรายได้หลักที่เติบโตโดดเด่นถึง 37.5% YoY ใน Q2/64 โดยได้รับแรงหนุนจากอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม (High Season), เครื่องสำอาง (ออกสินค้าใหม่/แคมเปญ), ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน และลูกค้าส่งออกที่กลับมาสั่งซื้อ
* **การพิมพ์ดิจิตอล (Digital Printing):** รายได้ลดลง 24.2% YoY เนื่องจากลูกค้าบางส่วนย้ายไปใช้ระบบกราเวียร์ ซึ่งสะท้อนถึงการปรับตัวตามความต้องการของลูกค้าและประสิทธิภาพการผลิต
* **รายได้จากการขายอื่น:** เติบโต 12.2% YoY โดยมีรายได้จากการขายแม่พิมพ์เพิ่มขึ้นเล็กน้อย และรายได้จากการขายฟิล์มยืดเติบโตอย่างก้าวกระโดด 5800% YoY จากการขยายฐานลูกค้าใหม่และการเริ่มทำการตลาดในช่วงต้นปี 2563
* **ต้นทุนขาย:** เพิ่มขึ้น 28.5% YoY สอดคล้องกับปริมาณการผลิตและยอดขายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเริ่มใช้เครื่องจักรสายการผลิตที่ 5
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการประหยัดต่อขนาด
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 4.1% YoY สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น และการเพิ่มพนักงานขายเพื่อรองรับการขยายฐานลูกค้า รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ปรึกษาหลัง IPO
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 893.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.0% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลงทุนในเครื่องจักร Line ที่ 5, การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังเพื่อรองรับคำสั่งซื้อ และลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย
หนี้สินรวมอยู่ที่ 200.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4% จากสิ้นปี 2563 โดยส่วนใหญ่มาจากการสั่งซื้อวัตถุดิบเพื่อรองรับคำสั่งซื้อลูกค้า ขณะที่หนี้สินตามสัญญาเช่าและเงินกู้ยืมระยะยาวสุทธิลดลงจากการชำระคืน
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 692.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.3% จากสิ้นปี 2563 ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรสะสมจากการดำเนินงาน
อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.29 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับต่ำ แสดงถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง
## สรุปท้าย
SFT โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 แข็งแกร่งเกินคาด ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตกว่า 114.7% เป็นผลมาจากรายได้ที่เติบโตอย่างโดดเด่นในกลุ่มฉลากฟิล์มหดรัดรูปจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมหลัก ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและ Economies of Scale ที่เพิ่มขึ้น การลงทุนในเครื่องจักรใหม่และการได้รับมาตรฐานสากลเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยหนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยน แต่แนวโน้มการเติบโตของตลาดและการบริหารจัดการที่แข็งแกร่งยังคงเป็นปัจจัยบวกที่น่าจับตา
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SFT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
246.67
ล้านบาท
↑ 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น
48.28
ล้านบาท
↑ 39.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.57
%
กำไรสุทธิ
10.53
ล้านบาท
↑ 54.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.27
%
D/E Ratio
0.38
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
247
↑ + 7.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
48
↑ + 39.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
11
↑ + 54.8%
YoY
D/E Ratio
0.38
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SFT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.38
ROE (%)
8.54
ROA (%)
8.19
Book Value/หุ้น
1.84
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SFT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-21
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+27
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SFT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-21.08
-49.76%
|
-41.96
-207.98%
|
38.86
-346.89%
|
-15.74
-63.03%
|
-42.58
-134.38%
|
123.85
+86.27%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
27.08
-1,929.73%
|
-1.48
-102.06%
|
71.79
-193.66%
|
-76.65
+278.33%
|
-20.26
-92.22%
|
-260.35
+353.26%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2.58
-105.57%
|
46.36
-179.33%
|
-58.44
-144.99%
|
129.89
+165.03%
|
49.01
-79.78%
|
242.34
-1,815.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
3.42
+17.12%
|
2.92
-94.41%
|
52.22
+39.25%
|
37.50
-370.95%
|
-13.84
-113.08%
|
105.84
-2,183.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
20.69
+29.31%
|
16.00
-48.32%
|
30.96
-68.76%
|
99.10
-10.51%
|
110.74
+2,160.00%
|
4.90
-50.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
26.05
+25.91%
|
20.69
+29.31%
|
16.00
-48.32%
|
30.96
-68.76%
|
99.10
-10.51%
|
110.74
+2,160.00%
|