SFT
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SFT
บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.40
0.01 (0.71%)

สรุปสั้น

กําไรสุทธิเพิ่มขึ้น 33.37 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 42.7 โดยมีสาเหตุหลักมาจากยอดขายของบริษัทฯ ที่ เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ประกอบกับการจัดการความเสี่ยงที่มี ประสิทธิภาพส่งผลให้ได้รับประโยชน์จากอัตราแลกเปลี่ยนจากเงินบาทที่อ่อนค่า รายได้จากระบบการพิมพ์กราเวียร์: ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.6 โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากการเติบโตของลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรม อาหารและเครื่องดื่ม ทั้งจากกลุ่มลูกค้าเดิมที่ให้ความไว้ใจในผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ ผ่านการผลิตสินค้ารายการใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึง การเพิ่มขึ้นของกลุ่มลูกค้าใหม่

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=16024 out_tok=2889 at=2026-07-26T04:10:02 --> # SFT กำไรสุทธิ Q3/64 พุ่ง 52.5% รับแรงหนุนยอดขาย-กำไร FX ## รายได้โต 22.9% สวนทางต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง ฝ่ายบริหารเร่งปรับราคาขาย-คุมต้นทุน บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SFT โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการดำเนินงาน 204.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 32.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 52.5% แม้เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรับประโยชน์จากอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่า ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SFT ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการผลิตฉลากฟิล์มหดรัดรูปด้วยระบบการพิมพ์กราเวียร์ (Gravure Printing)** ซึ่งขยายตัวถึง 25.1% YoY ประกอบกับ **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น** จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตถึง 52.5% YoY แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะปรับลดลงเล็กน้อยจาก 29.0% เป็น 28.5% YoY เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **การเติบโตของรายได้ Gravure Printing:** มาจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงเครื่องสำอาง ที่มีการออกสินค้าใหม่และจัดแคมเปญการตลาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยอดคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าเดิม นอกจากนี้ รายได้จากการขายอื่น เช่น แม่พิมพ์ ก็เติบโตตามยอดขายระบบกราเวียร์ * **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** เกิดจากการที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งบริษัทฯ ได้ทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Forward Contract) เพื่อป้องกันความเสี่ยง ทำให้สามารถรับรู้กำไรจากส่วนต่างของอัตราแลกเปลี่ยนได้ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้จากการผลิตฉลากฟิล์มหดรัดรูป เนื่องจากบริษัทฯ กำลังเดินหน้าสร้างโรงงานแห่งใหม่เพื่อขยายกำลังการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในภูมิภาค SEA ภายในปี 2568 ซึ่งคาดว่าจะเริ่มผลิตได้ในไตรมาส 3 ปี 2565 ส่วนปัจจัยด้านอัตราแลกเปลี่ยนนั้นมีความผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจโลก แต่การทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงจะช่วยลดผลกระทบและสร้างกำไรได้ในระดับหนึ่ง ## Highlight สำคัญ * **รายได้จากการดำเนินงาน:** 204.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.9% YoY และลดลง 6.9% QoQ * **กำไรสุทธิ:** 32.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.5% YoY และลดลง 11.3% QoQ * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** 28.5% ลดลงเล็กน้อยจาก 29.0% YoY และ 30.7% QoQ * **การเติบโตหลัก:** มาจากรายได้ระบบการพิมพ์กราเวียร์ (Gravure Printing) ที่เพิ่มขึ้น 25.1% YoY * **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** เพิ่มขึ้น 579.2% YoY เป็น 7.24 ล้านบาท ช่วยหนุนกำไรสุทธิ * **การลงทุน:** เดินหน้าสร้างโรงงานใหม่ คาดเริ่มผลิต Q3/65 เพื่อขยายกำลังการผลิตและเพิ่มผลิตภัณฑ์ Flexible Packaging ## ภาพรวมผลประกอบการ SFT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้จากการดำเนินงาน 204.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2563 โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้จากการผลิตฉลากฟิล์มหดรัดรูปด้วยระบบการพิมพ์กราเวียร์ (Gravure Printing) ที่เติบโต 25.1% YoY จากความต้องการในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม และเครื่องสำอางที่ฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2564 รายได้รวมลดลง 6.9% เนื่องจากผลกระทบจากการล็อกดาวน์ในบางอุตสาหกรรม ในส่วนของกำไรขั้นต้น อยู่ที่ 58.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.6% YoY แต่ลดลง 13.6% QoQ อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 28.5% ลดลงเล็กน้อยจาก 29.0% YoY และ 30.7% QoQ ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นตามตลาด โดยบริษัทฯ เริ่มทยอยปรับราคาขายในช่วงปลายไตรมาส กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 32.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.5% YoY และลดลง 11.3% QoQ การเติบโต YoY มาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่สูงขึ้น ขณะที่การลดลง QoQ เป็นผลมาจากยอดขายที่ลดลงเล็กน้อยและต้นทุนวัตถุดิบที่ยังคงสูง สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 609.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.2% YoY และมีกำไรสุทธิ 98.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 74.2% YoY โดยได้รับประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ## โอกาส * **การขยายกำลังการผลิต:** การก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จและเริ่มผลิตได้ในไตรมาส 3 ปี 2565 จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตฉลากฟิล์มหดรัดรูป และขยายสู่บรรจุภัณฑ์อ่อนตัว (Flexible Packaging) เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) * **การเติบโตของอุตสาหกรรมเป้าหมาย:** ความต้องการบรรจุภัณฑ์ในกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง และสินค้าอุปโภคบริโภค ยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง * **นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม:** การพัฒนาและนำเสนอฉลากฟิล์มประเภท r-PET และการให้ความรู้เรื่อง Circular Economy ผ่านการสัมมนาออนไลน์ แสดงถึงการปรับตัวเพื่อตอบโจทย์ความยั่งยืน ซึ่งเป็นเทรนด์สำคัญของตลาดโลก * **การบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยน:** การใช้ Forward Contract ช่วยสร้างกำไรและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินบาท ## ความเสี่ยง * **ราคาวัตถุดิบผันผวน:** ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น แม้บริษัทฯ จะเริ่มปรับราคาขาย แต่ก็ต้องรักษาสมดุลเพื่อไม่ให้กระทบความสัมพันธ์กับลูกค้า * **สถานการณ์โควิด-19 และมาตรการล็อกดาวน์:** ยังคงเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อยอดขายในบางอุตสาหกรรม เช่น เครื่องดื่มและเครื่องสำอาง ดังที่เห็นในไตรมาส 3 ปี 2564 * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจกดดันราคาขายและอัตรากำไร * **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะมีการป้องกันความเสี่ยง แต่ความผันผวนของค่าเงินบาทที่รุนแรงอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการได้ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ความคืบหน้าการก่อสร้างโรงงานใหม่:** การก่อสร้างและการเริ่มผลิตตามแผนที่วางไว้ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตในระยะยาว * **การปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบ:** ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังลูกค้าโดยไม่กระทบยอดขาย * **แนวโน้มคำสั่งซื้อในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม และเครื่องสำอาง:** โดยเฉพาะผลกระทบจากการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ * **การขยายตลาด Flexible Packaging:** ความสำเร็จในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ * **ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ๆ:** หากมีการกลับมาใช้มาตรการที่เข้มงวดอีกครั้ง ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization Rate:** แม้เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่การกล่าวถึง "อัตราการใช้กำลังการผลิตที่ลดลง" ในไตรมาส 3 ปี 2564 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2564 และการเพิ่มเครื่องจักรใหม่ในไตรมาส 2 ที่ยังผลิตไม่เต็มจำนวน บ่งชี้ว่า Utilization Rate อาจยังไม่เต็มที่นัก ซึ่งเป็นผลจากยอดขายที่ชะลอตัวในบางช่วง และการลงทุนเพื่อรองรับอนาคต * **Order Book:** ไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book โดยตรง แต่การกล่าวถึง "ยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น" และ "ยอดขายที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ" ในช่วง 9 เดือนแรกปี 2564 บ่งชี้ว่า Order Book โดยรวมยังแข็งแกร่ง * **ราคาวัตถุดิบ:** มีการระบุชัดเจนว่า "ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาด" เป็นปัจจัยกดดัน GPM * **GPM:** อยู่ที่ 28.5% ใน Q3/64 ลดลงเล็กน้อยจาก 29.0% ใน Q3/63 และ 30.7% ใน Q2/64 * **การส่งออก:** มีการกล่าวถึง "คำสั่งซื้อของกลุ่มลูกค้าส่งออกปรับตัวลดลง" ในระบบการพิมพ์ดิจิตอล ซึ่งส่งผลให้รายได้จากส่วนนี้ลดลง * **ค่าเงิน:** ค่าเงินบาทอ่อนค่าเป็นปัจจัยบวก หนุนกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน * **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น เนื่องจากคำสั่งซื้อสินค้าสำเร็จรูปที่เพิ่มขึ้น และการซื้อวัตถุดิบเพื่อรองรับคำสั่งซื้อ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 940.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.6% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (เครื่องจักรใหม่) และการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังและลูกหนี้การค้า หนี้สินรวมอยู่ที่ 215.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.4% จากสิ้นปี 2563 โดยมีเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับคำสั่งซื้อวัตถุดิบ ขณะที่เงินกู้ยืมระยะยาวและระยะสั้นลดลงจากการชำระคืนหนี้ ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 725.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.2% จากสิ้นปี 2563 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสม อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.30 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ แสดงถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ## สรุปท้าย SFT โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 เติบโตโดดเด่นด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งขึ้น 52.5% YoY จากการเติบโตของรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักอย่าง Gravure Printing และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งแกร่ง แม้จะเผชิญความท้าทายด้านต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนและเริ่มปรับราคาขายได้ทันท่วงที การลงทุนในโรงงานใหม่เพื่อขยายกำลังการผลิตและผลิตภัณฑ์ Flexible Packaging เป็นสัญญาณบวกต่อการเติบโตในอนาคต ขณะที่ความเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบและการแข่งขันยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SFT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
246.67 ล้านบาท
↑ 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น
48.28 ล้านบาท
↑ 39.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.57 %
กำไรสุทธิ
10.53 ล้านบาท
↑ 54.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.27 %
D/E Ratio
0.38
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
247
↑ + 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
48
↑ + 39.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
11
↑ + 54.8% YoY
D/E Ratio
0.38

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SFT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
246.67
+7.18%
230.14
+3.53%
222.28
+9.26%
203.44
+10.75%
183.70
-46.61%
344.04
-41.33%
กำไรขั้นต้น
48.28
+39.19%
34.69
-15.62%
41.11
+25.96%
32.64
-25.75%
43.96
-23.98%
57.82
-20.90%
ค่าใช้จ่ายรวม
34.78
+4.13%
33.40
+10.69%
30.17
+14.66%
26.32
+4.37%
25.21
-43.42%
44.57
-43.58%
กำไรสุทธิ
10.53
+54.77%
6.80
+17.99%
5.76
+6,761.90%
0.08
-99.36%
13.16
-66.46%
39.22
-31.07%
กำไรต่อหุ้น
0.02
+60.00%
0.02
+15.38%
0.01
0.00
-100.00%
0.03
-66.29%
0.09
-31.01%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-2.18
-172.50%
-0.80
+61.54%
-2.08
+61.55%
-5.41
-186.15%
6.28
0.00
ROE(%)
8.54
+168.55%
3.18
-20.50%
4.00
-52.61%
8.44
-47.28%
16.01
-9.29%
17.65
+474.92%
ROA(%)
8.19
+140.88%
3.40
-22.55%
4.39
-47.80%
8.41
-48.34%
16.28
-6.38%
17.39
+430.18%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.38
-26.92%
0.52
+13.04%
0.46
+21.05%
0.38
+35.71%
0.28
0.28
-48.15%
P/E
14.88
-70.85%
51.04
-30.22%
73.14
+163.66%
27.74
+7.48%
25.81
+175.45%
9.37
-68.77%
P/BV
1.17
-25.48%
1.57
-34.31%
2.39
-14.34%
2.79
-34.81%
4.28
+463.16%
0.76
BV
1.82
+6.43%
1.71
+0.59%
1.70
-1.16%
1.72
+4.24%
1.65
-10.33%
1.84
YIELD(%)
1.59
-6.47%
1.70
-1.16%
1.72
-18.48%
2.11
+108.91%
1.01
-79.80%
5.00
ราคาหุ้น
2.14
-20.15%
2.68
-34.31%
4.08
-15.00%
4.80
-31.91%
7.05
+56.67%
4.50
+221.43%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
19.57
+29.86%
15.07
-18.54%
18.50
+15.34%
16.04
-32.97%
23.93
+42.36%
16.81
+34.80%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
14.10
-2.83%
14.51
+6.93%
13.57
+4.87%
12.94
-5.75%
13.73
+6.02%
12.95
-3.86%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
4.27
+44.26%
2.96
+14.29%
2.59
+6,375.00%
0.04
-99.44%
7.16
-37.19%
11.40
+17.53%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.38
ROE (%)
8.54
ROA (%)
8.19
Book Value/หุ้น
1.84

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SFT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
486.97
+0.66%
483.78
+2.55%
471.75
+5.03%
449.14
-19.87%
560.48
+6.46%
526.49
+128.15%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
630.01
-6.72%
675.43
+7.17%
630.23
+5.53%
597.22
+55.80%
383.31
+21.15%
316.39
+62.64%
รวมสินทรัพย์
1,116.98
-3.64%
1,159.20
+5.19%
1,101.98
+5.32%
1,046.36
+10.87%
943.79
+11.97%
842.88
+98.19%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
202.68
-18.41%
248.41
+6.72%
232.76
+23.41%
188.60
+34.37%
140.37
+22.53%
114.55
-18.66%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
104.94
-30.28%
150.52
+33.13%
113.06
+11.58%
101.33
+54.94%
65.40
-7.35%
70.58
+25.19%
รวมหนี้สิน
307.61
-22.89%
398.93
+15.36%
345.82
+19.28%
289.93
+40.90%
205.76
+11.14%
185.14
-6.13%
รวมส่วนของเจ้าของ
809.37
+6.46%
760.27
+0.54%
756.16
-0.04%
756.43
+2.49%
738.03
+12.21%
657.75
+188.40%
D/E
0.38
0.52
0.46
0.38
0.28
0.28
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
8.54
3.18
4.00
8.44
16.01
17.65
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
8.19
3.40
4.39
8.41
16.28
17.39
อัตราส่วนสภาพคล่อง
2.40
1.95
2.03
2.38
3.99
4.60
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
1.07
0.83
0.88
1.03
2.44
2.27
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
65.26
69.73
0.00
0.00
73.99
67.55
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
113.71
113.59
0.00
0.00
106.89
91.34
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
64.58
61.62
0.00
0.00
61.17
59.98
วงจรเงินสด
114.39
121.70
0.00
0.00
119.71
98.91
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-21
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+27
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SFT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-21.08
-49.76%
-41.96
-207.98%
38.86
-346.89%
-15.74
-63.03%
-42.58
-134.38%
123.85
+86.27%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
27.08
-1,929.73%
-1.48
-102.06%
71.79
-193.66%
-76.65
+278.33%
-20.26
-92.22%
-260.35
+353.26%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-2.58
-105.57%
46.36
-179.33%
-58.44
-144.99%
129.89
+165.03%
49.01
-79.78%
242.34
-1,815.07%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
3.42
+17.12%
2.92
-94.41%
52.22
+39.25%
37.50
-370.95%
-13.84
-113.08%
105.84
-2,183.46%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
20.69
+29.31%
16.00
-48.32%
30.96
-68.76%
99.10
-10.51%
110.74
+2,160.00%
4.90
-50.90%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
26.05
+25.91%
20.69
+29.31%
16.00
-48.32%
30.96
-68.76%
99.10
-10.51%
110.74
+2,160.00%