บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.40
0.01 (0.71%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิเพิ่มขึ้น 33.37 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 42.7 โดยมีสาเหตุหลักมาจากยอดขายของบริษัทฯ ที่ เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ประกอบกับการจัดการความเสี่ยงที่มี ประสิทธิภาพส่งผลให้ได้รับประโยชน์จากอัตราแลกเปลี่ยนจากเงินบาทที่อ่อนค่า
รายได้จากระบบการพิมพ์กราเวียร์: ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.6 โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากการเติบโตของลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรม อาหารและเครื่องดื่ม ทั้งจากกลุ่มลูกค้าเดิมที่ให้ความไว้ใจในผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ ผ่านการผลิตสินค้ารายการใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึง การเพิ่มขึ้นของกลุ่มลูกค้าใหม่
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=16024 out_tok=2889 at=2026-07-26T04:10:02 -->
# SFT กำไรสุทธิ Q3/64 พุ่ง 52.5% รับแรงหนุนยอดขาย-กำไร FX
## รายได้โต 22.9% สวนทางต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง ฝ่ายบริหารเร่งปรับราคาขาย-คุมต้นทุน
บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SFT โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการดำเนินงาน 204.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 32.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 52.5% แม้เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรับประโยชน์จากอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่า
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SFT ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการผลิตฉลากฟิล์มหดรัดรูปด้วยระบบการพิมพ์กราเวียร์ (Gravure Printing)** ซึ่งขยายตัวถึง 25.1% YoY ประกอบกับ **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น** จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตถึง 52.5% YoY แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะปรับลดลงเล็กน้อยจาก 29.0% เป็น 28.5% YoY เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การเติบโตของรายได้ Gravure Printing:** มาจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงเครื่องสำอาง ที่มีการออกสินค้าใหม่และจัดแคมเปญการตลาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยอดคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าเดิม นอกจากนี้ รายได้จากการขายอื่น เช่น แม่พิมพ์ ก็เติบโตตามยอดขายระบบกราเวียร์
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** เกิดจากการที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งบริษัทฯ ได้ทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Forward Contract) เพื่อป้องกันความเสี่ยง ทำให้สามารถรับรู้กำไรจากส่วนต่างของอัตราแลกเปลี่ยนได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้จากการผลิตฉลากฟิล์มหดรัดรูป เนื่องจากบริษัทฯ กำลังเดินหน้าสร้างโรงงานแห่งใหม่เพื่อขยายกำลังการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในภูมิภาค SEA ภายในปี 2568 ซึ่งคาดว่าจะเริ่มผลิตได้ในไตรมาส 3 ปี 2565 ส่วนปัจจัยด้านอัตราแลกเปลี่ยนนั้นมีความผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจโลก แต่การทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงจะช่วยลดผลกระทบและสร้างกำไรได้ในระดับหนึ่ง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการดำเนินงาน:** 204.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.9% YoY และลดลง 6.9% QoQ
* **กำไรสุทธิ:** 32.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.5% YoY และลดลง 11.3% QoQ
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** 28.5% ลดลงเล็กน้อยจาก 29.0% YoY และ 30.7% QoQ
* **การเติบโตหลัก:** มาจากรายได้ระบบการพิมพ์กราเวียร์ (Gravure Printing) ที่เพิ่มขึ้น 25.1% YoY
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** เพิ่มขึ้น 579.2% YoY เป็น 7.24 ล้านบาท ช่วยหนุนกำไรสุทธิ
* **การลงทุน:** เดินหน้าสร้างโรงงานใหม่ คาดเริ่มผลิต Q3/65 เพื่อขยายกำลังการผลิตและเพิ่มผลิตภัณฑ์ Flexible Packaging
## ภาพรวมผลประกอบการ
SFT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้จากการดำเนินงาน 204.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2563 โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้จากการผลิตฉลากฟิล์มหดรัดรูปด้วยระบบการพิมพ์กราเวียร์ (Gravure Printing) ที่เติบโต 25.1% YoY จากความต้องการในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม และเครื่องสำอางที่ฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2564 รายได้รวมลดลง 6.9% เนื่องจากผลกระทบจากการล็อกดาวน์ในบางอุตสาหกรรม
ในส่วนของกำไรขั้นต้น อยู่ที่ 58.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.6% YoY แต่ลดลง 13.6% QoQ อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 28.5% ลดลงเล็กน้อยจาก 29.0% YoY และ 30.7% QoQ ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นตามตลาด โดยบริษัทฯ เริ่มทยอยปรับราคาขายในช่วงปลายไตรมาส
กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 32.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.5% YoY และลดลง 11.3% QoQ การเติบโต YoY มาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่สูงขึ้น ขณะที่การลดลง QoQ เป็นผลมาจากยอดขายที่ลดลงเล็กน้อยและต้นทุนวัตถุดิบที่ยังคงสูง
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 609.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.2% YoY และมีกำไรสุทธิ 98.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 74.2% YoY โดยได้รับประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
## โอกาส
* **การขยายกำลังการผลิต:** การก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จและเริ่มผลิตได้ในไตรมาส 3 ปี 2565 จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตฉลากฟิล์มหดรัดรูป และขยายสู่บรรจุภัณฑ์อ่อนตัว (Flexible Packaging) เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA)
* **การเติบโตของอุตสาหกรรมเป้าหมาย:** ความต้องการบรรจุภัณฑ์ในกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง และสินค้าอุปโภคบริโภค ยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง
* **นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม:** การพัฒนาและนำเสนอฉลากฟิล์มประเภท r-PET และการให้ความรู้เรื่อง Circular Economy ผ่านการสัมมนาออนไลน์ แสดงถึงการปรับตัวเพื่อตอบโจทย์ความยั่งยืน ซึ่งเป็นเทรนด์สำคัญของตลาดโลก
* **การบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยน:** การใช้ Forward Contract ช่วยสร้างกำไรและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินบาท
## ความเสี่ยง
* **ราคาวัตถุดิบผันผวน:** ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น แม้บริษัทฯ จะเริ่มปรับราคาขาย แต่ก็ต้องรักษาสมดุลเพื่อไม่ให้กระทบความสัมพันธ์กับลูกค้า
* **สถานการณ์โควิด-19 และมาตรการล็อกดาวน์:** ยังคงเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อยอดขายในบางอุตสาหกรรม เช่น เครื่องดื่มและเครื่องสำอาง ดังที่เห็นในไตรมาส 3 ปี 2564
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจกดดันราคาขายและอัตรากำไร
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะมีการป้องกันความเสี่ยง แต่ความผันผวนของค่าเงินบาทที่รุนแรงอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าการก่อสร้างโรงงานใหม่:** การก่อสร้างและการเริ่มผลิตตามแผนที่วางไว้ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตในระยะยาว
* **การปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบ:** ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังลูกค้าโดยไม่กระทบยอดขาย
* **แนวโน้มคำสั่งซื้อในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม และเครื่องสำอาง:** โดยเฉพาะผลกระทบจากการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์
* **การขยายตลาด Flexible Packaging:** ความสำเร็จในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่นี้
* **ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ๆ:** หากมีการกลับมาใช้มาตรการที่เข้มงวดอีกครั้ง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** แม้เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่การกล่าวถึง "อัตราการใช้กำลังการผลิตที่ลดลง" ในไตรมาส 3 ปี 2564 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2564 และการเพิ่มเครื่องจักรใหม่ในไตรมาส 2 ที่ยังผลิตไม่เต็มจำนวน บ่งชี้ว่า Utilization Rate อาจยังไม่เต็มที่นัก ซึ่งเป็นผลจากยอดขายที่ชะลอตัวในบางช่วง และการลงทุนเพื่อรองรับอนาคต
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book โดยตรง แต่การกล่าวถึง "ยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น" และ "ยอดขายที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ" ในช่วง 9 เดือนแรกปี 2564 บ่งชี้ว่า Order Book โดยรวมยังแข็งแกร่ง
* **ราคาวัตถุดิบ:** มีการระบุชัดเจนว่า "ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาด" เป็นปัจจัยกดดัน GPM
* **GPM:** อยู่ที่ 28.5% ใน Q3/64 ลดลงเล็กน้อยจาก 29.0% ใน Q3/63 และ 30.7% ใน Q2/64
* **การส่งออก:** มีการกล่าวถึง "คำสั่งซื้อของกลุ่มลูกค้าส่งออกปรับตัวลดลง" ในระบบการพิมพ์ดิจิตอล ซึ่งส่งผลให้รายได้จากส่วนนี้ลดลง
* **ค่าเงิน:** ค่าเงินบาทอ่อนค่าเป็นปัจจัยบวก หนุนกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น เนื่องจากคำสั่งซื้อสินค้าสำเร็จรูปที่เพิ่มขึ้น และการซื้อวัตถุดิบเพื่อรองรับคำสั่งซื้อ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 940.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.6% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (เครื่องจักรใหม่) และการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังและลูกหนี้การค้า
หนี้สินรวมอยู่ที่ 215.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.4% จากสิ้นปี 2563 โดยมีเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับคำสั่งซื้อวัตถุดิบ ขณะที่เงินกู้ยืมระยะยาวและระยะสั้นลดลงจากการชำระคืนหนี้
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 725.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.2% จากสิ้นปี 2563 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสม
อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.30 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ แสดงถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง
## สรุปท้าย
SFT โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 เติบโตโดดเด่นด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งขึ้น 52.5% YoY จากการเติบโตของรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักอย่าง Gravure Printing และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งแกร่ง แม้จะเผชิญความท้าทายด้านต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนและเริ่มปรับราคาขายได้ทันท่วงที การลงทุนในโรงงานใหม่เพื่อขยายกำลังการผลิตและผลิตภัณฑ์ Flexible Packaging เป็นสัญญาณบวกต่อการเติบโตในอนาคต ขณะที่ความเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบและการแข่งขันยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SFT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
246.67
ล้านบาท
↑ 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น
48.28
ล้านบาท
↑ 39.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.57
%
กำไรสุทธิ
10.53
ล้านบาท
↑ 54.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.27
%
D/E Ratio
0.38
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
247
↑ + 7.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
48
↑ + 39.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
11
↑ + 54.8%
YoY
D/E Ratio
0.38
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SFT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.38
ROE (%)
8.54
ROA (%)
8.19
Book Value/หุ้น
1.84
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SFT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-21
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+27
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SFT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-21.08
-49.76%
|
-41.96
-207.98%
|
38.86
-346.89%
|
-15.74
-63.03%
|
-42.58
-134.38%
|
123.85
+86.27%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
27.08
-1,929.73%
|
-1.48
-102.06%
|
71.79
-193.66%
|
-76.65
+278.33%
|
-20.26
-92.22%
|
-260.35
+353.26%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2.58
-105.57%
|
46.36
-179.33%
|
-58.44
-144.99%
|
129.89
+165.03%
|
49.01
-79.78%
|
242.34
-1,815.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
3.42
+17.12%
|
2.92
-94.41%
|
52.22
+39.25%
|
37.50
-370.95%
|
-13.84
-113.08%
|
105.84
-2,183.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
20.69
+29.31%
|
16.00
-48.32%
|
30.96
-68.76%
|
99.10
-10.51%
|
110.74
+2,160.00%
|
4.90
-50.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
26.05
+25.91%
|
20.69
+29.31%
|
16.00
-48.32%
|
30.96
-68.76%
|
99.10
-10.51%
|
110.74
+2,160.00%
|