SFT
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SFT
บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.40
0.01 (0.71%)

สรุปสั้น

กําไรสุทธิเพิ่มขึ้น 33.37 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 42.7 โดยมีสาเหตุหลักมาจากยอดขายของบริษัทฯ ที่ เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ประกอบกับการจัดการความเสี่ยงที่มี ประสิทธิภาพส่งผลให้ได้รับประโยชน์จากอัตราแลกเปลี่ยนจากเงินบาทที่อ่อนค่า รายได้จากระบบการพิมพ์กราเวียร์: ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.6 โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากการเติบโตของลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรม อาหารและเครื่องดื่ม ทั้งจากกลุ่มลูกค้าเดิมที่ให้ความไว้ใจในผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ ผ่านการผลิตสินค้ารายการใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึง การเพิ่มขึ้นของกลุ่มลูกค้าใหม่

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13519 out_tok=3012 at=2026-07-26T04:48:27 --> # SFT Q1/2566 รายได้โต 16.3% แต่กำไรสุทธิวูบ 80% รับต้นทุนพุ่ง-ค่าไฟฟ้าแพง ## ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-ค่าไฟฟ้าแพง กดดัน GPM หด 8.7% YoY ขณะที่รายได้หลักยังเติบโตได้ดี บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SFT รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 232.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของคำสั่งซื้อในกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ขณะที่กำไรสุทธิปรับลดลงถึง 80% มาอยู่ที่ 3.33 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบพลาสติกที่สูงขึ้นจากผลกระทบค่าเงินบาทอ่อนค่า ประกอบกับค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขยายธุรกิจและยกระดับมาตรฐานการผลิต ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของ SFT ในไตรมาส 1 ปี 2566 ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 8.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จาก 23.3% เป็น 14.6% และส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 80% มาอยู่ที่ 3.33 ล้านบาท มาจาก **การปรับตัวสูงขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบพลาสติก** ซึ่งได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่า ประกอบกับ **ค่าไฟฟ้าต่อหน่วยที่ปรับตัวสูงขึ้น** และ **ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขยายธุรกิจ** เช่น ค่าเสื่อมราคาโรงงานใหม่ และค่าใช้จ่ายในการขอใบรับรองมาตรฐาน BRC Global Standard Packaging Materials Issue 6 ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **ต้นทุนวัตถุดิบพลาสติกสูงขึ้น:** เอกสารระบุว่าเกิดจากผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่า ทำให้ต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบพลาสติกสูงขึ้น แม้ว่าบริษัทฯ จะพยายามบริหารจัดการโดยการซื้อวัตถุดิบภายในประเทศมากขึ้น และสำรองวัตถุดิบไว้ล่วงหน้า แต่ต้นทุนเฉลี่ยยังคงอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ ยังมีผลจากต้นทุนวัตถุดิบพลาสติกที่สำรองไว้ล่วงหน้าซึ่งมีต้นทุนสูง * **ค่าไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้น:** ค่าไฟฟ้าต่อหน่วยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามค่า Ft (Float time) และอัตราค่าไฟฟ้าของโรงงานใหม่ที่สูงกว่าปกติชั่วคราว ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตโดยตรง * **ค่าใช้จ่ายขยายธุรกิจและยกระดับมาตรฐาน:** การรับโอนโรงงานแห่งใหม่เข้ามาในเดือนมีนาคม 2566 ทำให้มีค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับผลตอบแทนพนักงานที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการขยายสายการผลิต นอกจากนี้ การขอใบรับรอง BRC Global Standard Packaging Materials Issue 6 ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับบรรจุภัณฑ์อาหาร ก็มีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลือง ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าสถานการณ์ด้านการปรับตัวของราคาวัตถุดิบเริ่มทรงตัวมากขึ้น ซึ่งแสดงถึงแนวโน้มที่ดีในไตรมาสถัดไป แต่ผลกระทบจากค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการขยายธุรกิจและยกระดับมาตรฐานยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะค่าเสื่อมราคาจากโรงงานใหม่ที่จะรับรู้ต่อเนื่อง นอกจากนี้ การติดตั้ง Solar Rooftop ในโรงงานใหม่ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม 2566 อาจช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าในระยะยาวได้ แต่ต้องรอดูผลการดำเนินงานในไตรมาสถัดไป ## Highlight สำคัญ * **รายได้จากการดำเนินงานเติบโต 16.3% YoY:** มาจากยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมเครื่องดื่มเป็นหลัก โดยเฉพาะระบบการพิมพ์กราเวียร์ (Gravure Printing) และการเติบโตของรายได้จากการขายฟิล์มยืดจากกลุ่มลูกค้าใหม่ * **กำไรสุทธิลดลง 80% YoY:** จาก 16.69 ล้านบาท เหลือ 3.33 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบพลาสติกที่สูงขึ้นจากค่าเงินบาทอ่อนค่า และค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขยายธุรกิจและยกระดับมาตรฐาน * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง 8.7% YoY:** จาก 23.3% เหลือ 14.6% เป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น * **เปิดดำเนินการโรงงานใหม่:** เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต 23.8 ล้านเมตรต่อปี และรองรับการขยายสู่บรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว (Flexible Packaging) * **ติดตั้ง Solar Rooftop:** ในโรงงานใหม่กำลังการผลิต 600 กิโลวัตต์ คาดแล้วเสร็จ พ.ค. 2566 เพื่อลดต้นทุนค่าไฟฟ้าในระยะยาว * **ประสบความสำเร็จในการออกผลิตภัณฑ์ Mono Material Pouch:** เป็นบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green packaging) สามารถรีไซเคิลได้ 100% เพื่อรองรับแนวโน้ม Circular economy * **อยู่ระหว่างขอใบรับรอง BRC Global Standard Packaging Materials Issue 6:** คาดว่าจะได้รับภายในเดือนมิถุนายน 2566 เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านการผลิตอาหาร ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 1 ปี 2566 SFT มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 232.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของรายได้จากการผลิตฉลากฟิล์มหดรัดรูป โดยเฉพาะระบบการพิมพ์กราเวียร์ (Gravure Printing) ซึ่งมาจากการเติบโตของกลุ่มลูกค้าเดิมในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่มเป็นหลัก รวมถึงมีการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นบางส่วน ขณะที่รายได้จากการขายอื่นก็เติบโตเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะรายได้จากการขายฟิล์มยืดจากกลุ่มลูกค้าใหม่ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ อยู่ที่ 14.6% ลดลงจาก 23.3% ในไตรมาส 1 ปี 2565 เนื่องจากการปรับตัวสูงขึ้นของต้นทุนพลาสติกที่ใช้ในการผลิตจากผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่า ค่าไฟฟ้าต่อหน่วยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นจากการรับโอนโรงงานแห่งใหม่ ส่งผลให้กำไรสุทธิมีมูลค่า 3.33 ล้านบาท ลดลง 80.0% จาก 16.69 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2565 แม้ว่าเมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2565 กำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 3,591.7% มาอยู่ที่ 3.33 ล้านบาท จาก 0.09 ล้านบาท เนื่องจากการเติบโตของยอดขายที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาต้นทุนพลาสติกที่เริ่มทรงตัว และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง ## โอกาส * **การเติบโตของกลุ่มลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่:** โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม และการขยายฐานลูกค้าใหม่ในกลุ่มฟิล์มยืด * **การเปิดดำเนินการโรงงานใหม่:** เพิ่มกำลังการผลิตและรองรับการขยายสู่ผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว (Flexible Packaging) เพื่อให้บริการที่ครบวงจร * **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ Green Packaging:** การออกผลิตภัณฑ์ Mono Material Pouch ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอบรับเทรนด์ Circular economy และสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง * **การติดตั้ง Solar Rooftop:** ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าในระยะยาว และสนับสนุนนโยบาย ESG * **การขอใบรับรอง BRC Global Standard Packaging Materials Issue 6:** ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านการผลิตอาหาร เพิ่มความเชื่อมั่นให้ลูกค้า ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบพลาสติก:** ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะจากผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยน * **ต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น:** ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตโดยตรง * **การแข่งขันในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์:** อาจส่งผลต่อความสามารถในการปรับราคาขายสินค้า * **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนวัตถุดิบนำเข้า ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาวัตถุดิบพลาสติกและอัตราแลกเปลี่ยน:** จะส่งผลโดยตรงต่อ GPM และกำไรสุทธิในไตรมาสถัดไป * **ผลการดำเนินงานของโรงงานใหม่:** ประสิทธิภาพการผลิตและการรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น * **ความคืบหน้าในการขอใบรับรอง BRC:** การได้รับใบรับรองจะช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในกลุ่มอาหาร * **การเติบโตของผลิตภัณฑ์ Green Packaging:** ศักยภาพในการขยายตลาดและสร้างรายได้ * **ผลจากการติดตั้ง Solar Rooftop:** การช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การเติบโตของรายได้จากการผลิตฉลากฟิล์มหดรัดรูป โดยเฉพาะระบบการพิมพ์กราเวียร์ และการเปิดโรงงานใหม่ที่เพิ่มกำลังการผลิต บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการกำลังการผลิตเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น * **Order Book:** รายได้ที่เพิ่มขึ้น 16.3% YoY มาจากยอดคำสั่งซื้อของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม และการเติบโตของลูกค้าใหม่ในกลุ่มฟิล์มยืด แสดงให้เห็นถึงการมี Order Book ที่แข็งแกร่ง * **ราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนพลาสติกที่ใช้ในการผลิตปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากผลกระทบค่าเงินบาทอ่อนค่า แม้จะเริ่มทรงตัว แต่ยังคงเป็นแรงกดดันต่อ GPM * **GPM:** ลดลงอย่างมากจาก 23.3% เป็น 14.6% YoY เนื่องมาจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น * **ส่งออก:** มีการกล่าวถึงการขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศสำหรับผลิตภัณฑ์ Mono Material Pouch ซึ่งบ่งชี้ถึงการให้ความสำคัญกับตลาดส่งออก * **ค่าเงิน:** ผลกระทบจากค่าเงินบาทอ่อนค่าเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบพลาสติกสูงขึ้น * **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือลดลง 3.67 ล้านบาท จากการขายสินค้าได้มากขึ้นในระหว่างไตรมาส ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,045.03 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.1% จากสิ้นปี 2565 โดยเงินสดลดลงจากการลงทุนก่อสร้างโรงงานใหม่ ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้นตามยอดขาย สินค้าคงเหลือลดลงจากการขายได้มากขึ้น และที่ดินอาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้นจากการรับโอนโรงงานใหม่ หนี้สินรวมอยู่ที่ 285.27 ล้านบาท ลดลง 1.6% จากสิ้นปี 2565 โดยเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นลดลงจากการจ่ายชำระ หนี้สินตามสัญญาเช่าลดลงจากการจ่ายคืน และเงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้นเพื่อใช้ในการนำเข้าวัตถุดิบ ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 0.4% เป็น 759.76 ล้านบาท จากกำไรจากการดำเนินงาน อัตราส่วนหนี้สินต่อผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.44 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ ## สรุปท้าย SFT ในไตรมาส 1 ปี 2566 เผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งจากวัตถุดิบพลาสติกที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทอ่อนค่า และค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งกดดันให้อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงสามารถรักษาการเติบโตของรายได้จากการดำเนินงานได้ถึง 16.3% จากการขยายตัวของกลุ่มลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ รวมถึงการเปิดดำเนินการโรงงานใหม่และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาว่าบริษัทฯ จะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและพลิกฟื้นอัตรากำไรให้กลับมาดีขึ้นได้ในไตรมาสถัดไปหรือไม่ ท่ามกลางแนวโน้มราคาวัตถุดิบที่เริ่มทรงตัว และการติดตั้ง Solar Rooftop ที่จะช่วยลดต้นทุนในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SFT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
246.67 ล้านบาท
↑ 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น
48.28 ล้านบาท
↑ 39.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.57 %
กำไรสุทธิ
10.53 ล้านบาท
↑ 54.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.27 %
D/E Ratio
0.38
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
247
↑ + 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
48
↑ + 39.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
11
↑ + 54.8% YoY
D/E Ratio
0.38

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SFT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
246.67
+7.18%
230.14
+3.53%
222.28
+9.26%
203.44
+10.75%
183.70
-46.61%
344.04
-41.33%
กำไรขั้นต้น
48.28
+39.19%
34.69
-15.62%
41.11
+25.96%
32.64
-25.75%
43.96
-23.98%
57.82
-20.90%
ค่าใช้จ่ายรวม
34.78
+4.13%
33.40
+10.69%
30.17
+14.66%
26.32
+4.37%
25.21
-43.42%
44.57
-43.58%
กำไรสุทธิ
10.53
+54.77%
6.80
+17.99%
5.76
+6,761.90%
0.08
-99.36%
13.16
-66.46%
39.22
-31.07%
กำไรต่อหุ้น
0.02
+60.00%
0.02
+15.38%
0.01
0.00
-100.00%
0.03
-66.29%
0.09
-31.01%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-2.18
-172.50%
-0.80
+61.54%
-2.08
+61.55%
-5.41
-186.15%
6.28
0.00
ROE(%)
8.54
+168.55%
3.18
-20.50%
4.00
-52.61%
8.44
-47.28%
16.01
-9.29%
17.65
+474.92%
ROA(%)
8.19
+140.88%
3.40
-22.55%
4.39
-47.80%
8.41
-48.34%
16.28
-6.38%
17.39
+430.18%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.38
-26.92%
0.52
+13.04%
0.46
+21.05%
0.38
+35.71%
0.28
0.28
-48.15%
P/E
14.88
-70.85%
51.04
-30.22%
73.14
+163.66%
27.74
+7.48%
25.81
+175.45%
9.37
-68.77%
P/BV
1.17
-25.48%
1.57
-34.31%
2.39
-14.34%
2.79
-34.81%
4.28
+463.16%
0.76
BV
1.82
+6.43%
1.71
+0.59%
1.70
-1.16%
1.72
+4.24%
1.65
-10.33%
1.84
YIELD(%)
1.59
-6.47%
1.70
-1.16%
1.72
-18.48%
2.11
+108.91%
1.01
-79.80%
5.00
ราคาหุ้น
2.14
-20.15%
2.68
-34.31%
4.08
-15.00%
4.80
-31.91%
7.05
+56.67%
4.50
+221.43%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
19.57
+29.86%
15.07
-18.54%
18.50
+15.34%
16.04
-32.97%
23.93
+42.36%
16.81
+34.80%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
14.10
-2.83%
14.51
+6.93%
13.57
+4.87%
12.94
-5.75%
13.73
+6.02%
12.95
-3.86%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
4.27
+44.26%
2.96
+14.29%
2.59
+6,375.00%
0.04
-99.44%
7.16
-37.19%
11.40
+17.53%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.38
ROE (%)
8.54
ROA (%)
8.19
Book Value/หุ้น
1.84

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SFT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
486.97
+0.66%
483.78
+2.55%
471.75
+5.03%
449.14
-19.87%
560.48
+6.46%
526.49
+128.15%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
630.01
-6.72%
675.43
+7.17%
630.23
+5.53%
597.22
+55.80%
383.31
+21.15%
316.39
+62.64%
รวมสินทรัพย์
1,116.98
-3.64%
1,159.20
+5.19%
1,101.98
+5.32%
1,046.36
+10.87%
943.79
+11.97%
842.88
+98.19%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
202.68
-18.41%
248.41
+6.72%
232.76
+23.41%
188.60
+34.37%
140.37
+22.53%
114.55
-18.66%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
104.94
-30.28%
150.52
+33.13%
113.06
+11.58%
101.33
+54.94%
65.40
-7.35%
70.58
+25.19%
รวมหนี้สิน
307.61
-22.89%
398.93
+15.36%
345.82
+19.28%
289.93
+40.90%
205.76
+11.14%
185.14
-6.13%
รวมส่วนของเจ้าของ
809.37
+6.46%
760.27
+0.54%
756.16
-0.04%
756.43
+2.49%
738.03
+12.21%
657.75
+188.40%
D/E
0.38
0.52
0.46
0.38
0.28
0.28
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
8.54
3.18
4.00
8.44
16.01
17.65
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
8.19
3.40
4.39
8.41
16.28
17.39
อัตราส่วนสภาพคล่อง
2.40
1.95
2.03
2.38
3.99
4.60
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
1.07
0.83
0.88
1.03
2.44
2.27
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
65.26
69.73
0.00
0.00
73.99
67.55
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
113.71
113.59
0.00
0.00
106.89
91.34
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
64.58
61.62
0.00
0.00
61.17
59.98
วงจรเงินสด
114.39
121.70
0.00
0.00
119.71
98.91
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-21
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+27
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SFT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-21.08
-49.76%
-41.96
-207.98%
38.86
-346.89%
-15.74
-63.03%
-42.58
-134.38%
123.85
+86.27%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
27.08
-1,929.73%
-1.48
-102.06%
71.79
-193.66%
-76.65
+278.33%
-20.26
-92.22%
-260.35
+353.26%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-2.58
-105.57%
46.36
-179.33%
-58.44
-144.99%
129.89
+165.03%
49.01
-79.78%
242.34
-1,815.07%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
3.42
+17.12%
2.92
-94.41%
52.22
+39.25%
37.50
-370.95%
-13.84
-113.08%
105.84
-2,183.46%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
20.69
+29.31%
16.00
-48.32%
30.96
-68.76%
99.10
-10.51%
110.74
+2,160.00%
4.90
-50.90%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
26.05
+25.91%
20.69
+29.31%
16.00
-48.32%
30.96
-68.76%
99.10
-10.51%
110.74
+2,160.00%