บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.40
0.01 (0.71%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิเพิ่มขึ้น 33.37 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 42.7 โดยมีสาเหตุหลักมาจากยอดขายของบริษัทฯ ที่ เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ประกอบกับการจัดการความเสี่ยงที่มี ประสิทธิภาพส่งผลให้ได้รับประโยชน์จากอัตราแลกเปลี่ยนจากเงินบาทที่อ่อนค่า
รายได้จากระบบการพิมพ์กราเวียร์: ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.6 โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากการเติบโตของลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรม อาหารและเครื่องดื่ม ทั้งจากกลุ่มลูกค้าเดิมที่ให้ความไว้ใจในผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ ผ่านการผลิตสินค้ารายการใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึง การเพิ่มขึ้นของกลุ่มลูกค้าใหม่
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=22617 out_tok=3173 at=2026-08-07T18:57:54 -->
# SFT กำไรสุทธิ Q2/69 พุ่ง 34.8% รับอานิสงส์บรรจุภัณฑ์อ่อนตัว-บริหารต้นทุน
## รายได้-กำไรโตตามคาด ฝ่ายจัดการเน้นยกระดับกำลังการผลิต-นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์
บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SFT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้จากการดำเนินงาน 283.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 20.2 ล้านบาท เติบโตถึง 34.8% โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของยอดขายบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัวและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แม้จะยังคงเผชิญกับความท้าทายจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SFT ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว** ประกอบกับการ **บริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตถึง 34.8% YoY โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตที่ส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง (Economies of Scale) และการปรับประมาณการค่าใช้จ่ายโบนัสที่ลดลง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การเติบโตของบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว:** ปัจจัยนี้เกิดจากการขยายตัวของกลุ่มลูกค้าในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูง และ SFT สามารถตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง
* **Economies of Scale:** ปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการเติบโตของยอดขาย ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยของบริษัทฯ ลดลง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นจาก 20.8% ใน Q2/68 เป็น 21.2% ใน Q2/69
* **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** การปรับประมาณการค่าใช้จ่ายโบนัสที่ลดลง เนื่องจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนผลกำไรให้เติบโตได้ดีขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการได้เน้นย้ำถึงการยกระดับประสิทธิภาพและการใช้กำลังการผลิตของเครื่องจักรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผ่านการนำเครื่องพิมพ์ระบบเฟล็กโซ (Flexo) เข้ามาดำเนินการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้า SMEs และแบรนด์ที่ต้องการความแตกต่าง รวมถึงการบริหารจัดการสายการผลิตให้มีความยืดหยุ่น นอกจากนี้ การเติบโตของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนในประเทศไทย ซึ่ง SFT มีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/69 เติบโต 34.8% YoY** สู่ระดับ 20.2 ล้านบาท จาก 15.0 ล้านบาทใน Q2/68
* **รายได้จากการดำเนินงาน Q2/69 เพิ่มขึ้น 1.6% YoY** เป็น 283.2 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น** เป็น 21.2% จาก 20.8% YoY จากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นและการบริหารต้นทุน
* **รายได้ฉลากฟิล์มหดรัดรูป Q2/69 ลดลง 1.6% YoY** แต่มีการฟื้นตัว QoQ 14.2% จากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อในกลุ่มเครื่องดื่มและอาหาร
* **รายได้บรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว Q2/69 เติบโตโดดเด่น 74.8% YoY** จากการขยายตัวของลูกค้าในกลุ่มเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน
* **บริษัทฯ มุ่งเน้นยกระดับศักยภาพการผลิต** ด้วยเครื่องพิมพ์ Flexo เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้า SMEs และสร้างนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2569 SFT มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 283.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6% YoY โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของรายได้จากการผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว ซึ่งเป็นผลจากการขยายตัวของกลุ่มลูกค้าในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน แม้ว่ารายได้จากฉลากฟิล์มหดรัดรูปจะลดลงเล็กน้อย 1.6% YoY เนื่องจากผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น การปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อต้นทุนการขนส่ง อย่างไรก็ตาม การเติบโตของบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัวได้เข้ามาช่วยชดเชยส่วนนี้ได้เป็นอย่างดี
เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2569 รายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นถึง 13.0% โดยเฉพาะจากฉลากฟิล์มหดรัดรูปและบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว ซึ่งเป็นผลจากการเติบโตของลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 รายได้จากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 533.8 ล้านบาท ลดลง 1.3% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ฉลากฟิล์มหดรัดรูปจากปัจจัยภายนอก แต่รายได้บรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัวมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 66.6% YoY
ด้านกำไรขั้นต้นใน Q2/69 อยู่ที่ 60.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.0% YoY และ 28.9% QoQ โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 21.2% เพิ่มขึ้นจาก 20.8% ใน Q2/68 ซึ่งเป็นผลจาก Economies of Scale และการปรับลดค่าใช้จ่ายโบนัส สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 กำไรขั้นต้นลดลง 6.4% YoY เป็น 106.8 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเป็น 20.0% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการรับรู้ค่าเสื่อมราคาเครื่องพิมพ์ Flexo
กำไรสุทธิใน Q2/69 อยู่ที่ 20.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.8% YoY และ 56.2% QoQ โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 7.0% ซึ่งปรับตัวดีขึ้นจาก 5.4% ใน Q2/68 สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 กำไรสุทธิอยู่ที่ 33.2 ล้านบาท ลดลง 3.7% YoY โดยมีปัจจัยกดดันจากการลดลงของรายได้ฉลากฟิล์มหดรัดรูป ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น และค่าเสื่อมราคาเครื่องพิมพ์ Flexo
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดบรรจุภัณฑ์:** อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นตลาดหลักของ SFT
* **การขยายฐานลูกค้า SMEs:** การนำเครื่องพิมพ์ Flexo เข้ามาดำเนินการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ ช่วยเพิ่มศักยภาพในการรองรับลูกค้ากลุ่ม SMEs และแบรนด์ที่ต้องการความแตกต่าง
* **นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม:** SFT มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน
* **การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ:** การเข้าร่วมงาน THAIFEX, COSMOPROF CBE ASEAN และ ProPak Asia ช่วยสร้างโอกาสในการขยายฐานลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ
## ความเสี่ยง
* **ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์:** ยังคงส่งผลกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบ (โดยเฉพาะน้ำมัน) และค่าขนส่ง ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไร
* **ปัจจัยภายนอกกระทบการส่งออก:** การปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลกระทบต่อยอดขายฉลากฟิล์มหดรัดรูปในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันด้านราคาและนวัตกรรมในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในงวด 6 เดือนแรกปี 2569 จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ความผันผวนของค่าเงินบาทยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดขายบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว:** การเติบโตต่อเนื่องของกลุ่มลูกค้าเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน
* **ผลกระทบจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์:** การเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันและต้นทุนการขนส่ง
* **ประสิทธิภาพการใช้กำลังการผลิตเครื่องพิมพ์ Flexo:** การรองรับลูกค้า SMEs และการสร้างรายได้เพิ่ม
* **การพัฒนาและนำเสนอบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม:** การตอบรับจากตลาดและผลตอบแทนเชิงพาณิชย์
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** การจัดการความเสี่ยงด้านราคาและความไม่แน่นอนของการจัดหา
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** ฝ่ายจัดการมุ่งเน้นยกระดับการใช้กำลังการผลิตของเครื่องจักรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะการนำเครื่องพิมพ์ Flexo เข้ามาดำเนินการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการผลิตและรองรับคำสั่งซื้อที่หลากหลายได้ดียิ่งขึ้น
* **Order Book:** แม้จะไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book โดยตรง แต่การเติบโตของรายได้ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว และการฟื้นตัวของรายได้ฉลากฟิล์มหดรัดรูป QoQ บ่งชี้ถึงคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น
* **ราคาวัตถุดิบ:** มีการระบุว่าต้นทุนวัตถุดิบถัวเฉลี่ยปรับตัวเพิ่มขึ้นจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นใน Q2/69 อยู่ที่ 21.2% เพิ่มขึ้นจาก 20.8% YoY โดยมีปัจจัยหลักจาก Economies of Scale และการปรับลดค่าใช้จ่ายโบนัส
* **ส่งออก:** ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น การปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา และข้อจำกัดด้านการส่งออกในตะวันออกกลาง
* **ค่าเงิน:** มีการรับรู้มูลค่าสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า ซึ่งได้รับผลบวกจากการอ่อนค่าของเงินบาท ณ วันสิ้นงวด
* **สินค้าคงคลัง:** มีมูลค่า 292.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.67 ล้านบาท จากปริมาณวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความเสี่ยงด้านต้นทุนและความไม่แน่นอนของการจัดหา
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,224.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.6% จากสิ้นปี 2568 โดยมีรายการสำคัญคือ ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 30.72 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 31.67 ล้านบาท เพื่อรองรับความเสี่ยงด้านวัตถุดิบ
หนี้สินรวมอยู่ที่ 412.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.1% จากสิ้นปี 2568 โดยมีเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น 75.54 ล้านบาท จากการนำเข้าวัตถุดิบฟิล์มใสที่เพิ่มขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 811.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.3% จากสิ้นปี 2568 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิ 33.20 ล้านบาท และลดลงจากการจ่ายเงินปันผล 30.80 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.51 เท่า ซึ่งยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
## สรุปท้าย
SFT โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเติบโตถึง 34.8% YoY เป็นผลมาจากปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือการเติบโตอย่างโดดเด่นของรายได้จากบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพผ่าน Economies of Scale และการปรับลดค่าใช้จ่ายโบนัส แม้จะยังคงเผชิญความท้าทายจากปัจจัยภายนอกและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่การลงทุนในเครื่องพิมพ์ Flexo และการมุ่งเน้นนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สะท้อนถึงกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยมีอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนเป็นตลาดสนับสนุนที่สำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SFT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
246.67
ล้านบาท
↑ 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น
48.28
ล้านบาท
↑ 39.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.57
%
กำไรสุทธิ
10.53
ล้านบาท
↑ 54.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.27
%
D/E Ratio
0.38
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
247
↑ + 7.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
48
↑ + 39.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
11
↑ + 54.8%
YoY
D/E Ratio
0.38
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SFT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.38
ROE (%)
8.54
ROA (%)
8.19
Book Value/หุ้น
1.84
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SFT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-21
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+27
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SFT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-21.08
-49.76%
|
-41.96
-207.98%
|
38.86
-346.89%
|
-15.74
-63.03%
|
-42.58
-134.38%
|
123.85
+86.27%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
27.08
-1,929.73%
|
-1.48
-102.06%
|
71.79
-193.66%
|
-76.65
+278.33%
|
-20.26
-92.22%
|
-260.35
+353.26%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2.58
-105.57%
|
46.36
-179.33%
|
-58.44
-144.99%
|
129.89
+165.03%
|
49.01
-79.78%
|
242.34
-1,815.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
3.42
+17.12%
|
2.92
-94.41%
|
52.22
+39.25%
|
37.50
-370.95%
|
-13.84
-113.08%
|
105.84
-2,183.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
20.69
+29.31%
|
16.00
-48.32%
|
30.96
-68.76%
|
99.10
-10.51%
|
110.74
+2,160.00%
|
4.90
-50.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
26.05
+25.91%
|
20.69
+29.31%
|
16.00
-48.32%
|
30.96
-68.76%
|
99.10
-10.51%
|
110.74
+2,160.00%
|