SFT
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SFT
บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.50
+0.00 (+0.00%)

สรุปสั้น

กําไรสุทธิเพิ่มขึ้น 33.37 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 42.7 โดยมีสาเหตุหลักมาจากยอดขายของบริษัทฯ ที่ เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ประกอบกับการจัดการความเสี่ยงที่มี ประสิทธิภาพส่งผลให้ได้รับประโยชน์จากอัตราแลกเปลี่ยนจากเงินบาทที่อ่อนค่า รายได้จากระบบการพิมพ์กราเวียร์: ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.6 โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากการเติบโตของลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรม อาหารและเครื่องดื่ม ทั้งจากกลุ่มลูกค้าเดิมที่ให้ความไว้ใจในผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ ผ่านการผลิตสินค้ารายการใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึง การเพิ่มขึ้นของกลุ่มลูกค้าใหม่

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=21259 out_tok=3166 at=2026-07-26T04:19:36 --> # SFT กำไรสุทธิ Q2/66 หดตัว 42.8% YoY รับต้นทุนวัตถุดิบ-ค่าไฟพุ่ง ## รายได้โต 11.1% แต่แรงกดดันต้นทุนฉุดกำไรสุทธิวูบ ฝ่ายจัดการเร่งบริหารค่าใช้จ่าย-ติดตั้ง Solar Rooftop บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SFT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการดำเนินงานเติบโต 11.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 245.27 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับปรับตัวลดลงถึง 42.8% มาอยู่ที่ 13.25 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ยังคงอยู่ในระดับสูงจากการสำรองไว้ ประกอบกับค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายคงที่จากการขยายธุรกิจและโรงงานใหม่ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ SFT ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับตัวลดลง 42.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 13.25 ล้านบาท เกิดจาก **แรงกดดันด้านต้นทุนที่สูงขึ้น** โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ยังคงเฉลี่ยสูงจากการสำรองไว้ในปีที่ผ่านมา ประกอบกับค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายคงที่ที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจและโรงงานแห่งใหม่ แม้ว่ารายได้จากการดำเนินงานจะเติบโตได้ถึง 11.1% เป็น 245.27 ล้านบาทก็ตาม ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า ต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ยังคงสูงในช่วงไตรมาสแรกของปี 2566 ส่งผลกระทบต่อต้นทุนขาย แม้ว่าทิศทางราคาวัตถุดิบจะเริ่มปรับตัวลดลงแล้วก็ตาม นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของค่าไฟฟ้าต่อหน่วยตามค่า Ft และอัตราค่าไฟฟ้าของโรงงานแห่งใหม่ที่สูงกว่าปกติชั่วคราว รวมถึงค่าใช้จ่ายคงที่ที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจ เช่น ค่าใช้จ่ายผลตอบแทนพนักงานฝ่ายผลิตที่เพิ่มขึ้น และค่าเสื่อมราคาเครื่องจักรและอาคารที่เพิ่มขึ้นจากการเริ่มดำเนินการโรงงานแห่งใหม่ ล้วนเป็นปัจจัยที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้นให้ลดลงจาก 25.1% ใน Q2/2565 มาอยู่ที่ 20.7% ใน Q2/2566 ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขอใบรับรองระบบ BRC Global Standard Packaging Materials Issue 6 ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดขึ้นในช่วงไตรมาสนี้ ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยรวม ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการได้ดำเนินการติดตั้ง Solar Rooftop ในโรงงานแห่งใหม่ ซึ่งจะเริ่มผลิตไฟฟ้าได้ในเดือนมิถุนายน 2566 และคาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับไฟฟ้าได้ประมาณ 10%-20% ต่อปีในระยะยาว ซึ่งจะส่งผลดีต่อต้นทุนในไตรมาสถัดไป นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเน้นการบริหารจัดการกำลังการผลิตและอัตรากำลังคนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงการขยายฐานลูกค้า เพื่อให้สามารถใช้กำลังการผลิตของโรงงานใหม่ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มต้นทุนที่ดีขึ้นในไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่ยังคงค้างจากการสำรอง และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขอใบรับรอง BRC อาจยังคงมีอยู่บ้างในระยะสั้น ## Highlight สำคัญ * **รายได้เติบโต 11.1% YoY:** มาจากการเพิ่มขึ้นของยอดคำสั่งซื้อฉลากฟิล์มหดรัดรูป โดยเฉพาะระบบการพิมพ์กราเวียร์ (Gravure Printing) จากลูกค้ากลุ่มเครื่องดื่มและเครื่องสำอาง * **กำไรสุทธิหดตัว 42.8% YoY:** สาเหตุหลักจากต้นทุนวัตถุดิบที่ยังสูง, ค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น, และค่าใช้จ่ายคงที่จากการขยายธุรกิจและโรงงานใหม่ * **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** จาก 25.1% ใน Q2/2565 เหลือ 20.7% ใน Q2/2566 เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายคงที่ที่สูงขึ้น * **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 102.3% YoY:** จากดอกเบี้ยเงินกู้ยืมระยะยาวและค่าบริการสินเชื่อเพื่อนำเข้าวัตถุดิบ * **ติดตั้ง Solar Rooftop แล้วเสร็จ:** คาดช่วยลดค่าไฟฟ้าได้ 10-20% ต่อปีในระยะยาว และเริ่มผลิตไฟฟ้าได้ในเดือนมิถุนายน 2566 * **ได้รับใบรับรอง BRC:** ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยบรรจุภัณฑ์อาหาร เพิ่มความเชื่อมั่นลูกค้าและโอกาสขยายตลาดส่งออก ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2566 SFT มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 245.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการเติบโตของรายได้จากการผลิตฉลากฟิล์มหดรัดรูป โดยเฉพาะระบบการพิมพ์กราเวียร์ (Gravure Printing) ซึ่งได้รับแรงหนุนจากลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่มและเครื่องสำอางเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายปรับตัวเพิ่มขึ้น 17.7% YoY เป็น 194.43 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 8.4% YoY อยู่ที่ 50.84 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 25.1% เป็น 20.7% ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 6.2% YoY เป็น 10.31 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 27.1% YoY เป็น 22.91 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งมาจากการขยายธุรกิจและโรงงานใหม่ รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขอใบรับรอง BRC ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 102.3% YoY เป็น 2.43 ล้านบาท จากดอกเบี้ยเงินกู้ยืมระยะยาวและค่าบริการสินเชื่อเพื่อนำเข้าวัตถุดิบ ทั้งหมดนี้ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้ลดลง 42.8% YoY อยู่ที่ 16.57 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลง 42.8% YoY อยู่ที่ 13.25 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 5.4% ลดลงจาก 10.4% ในปีก่อน เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2566 รายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 5.5% QoQ เป็น 245.27 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของรายได้จากการพิมพ์กราเวียร์และดิจิตอล รวมถึงบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายอื่นลดลง 20.2% QoQ ในด้านกำไรขั้นต้นมีการปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก 49.8% QoQ เป็น 50.84 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 14.6% เป็น 20.7% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบฟิล์มใสปรับตัวลดลง และปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 298.0% QoQ เป็น 13.25 ล้านบาท จากปัจจัยบวกด้านรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 รายได้จากการดำเนินงานรวม 477.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.6% YoY แต่กำไรสุทธิลดลง 58.4% YoY อยู่ที่ 16.59 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงในช่วงต้นปี และค่าใช้จ่ายคงที่จากการขยายธุรกิจ ## โอกาส * **การเติบโตของลูกค้ากลุ่มเครื่องดื่มและเครื่องสำอาง:** เป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนรายได้จากการพิมพ์กราเวียร์ * **การขยายตลาดลูกค้ากลุ่มอาหาร:** หนุนการเติบโตของรายได้จากการพิมพ์ดิจิตอล * **ผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว:** มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่และคำสั่งซื้อจากลูกค้าใหม่ * **การได้รับใบรับรอง BRC:** เพิ่มความน่าเชื่อถือและเปิดโอกาสในการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร โดยเฉพาะตลาดส่งออก * **การติดตั้ง Solar Rooftop:** ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าในระยะยาว และสะท้อนความมุ่งมั่นด้าน ESG * **การบุกตลาด Green Packaging:** เป็นโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มและส่งเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ลูกค้า ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้มีแนวโน้มลดลง แต่การสำรองวัตถุดิบในอดีตยังคงส่งผลกระทบต่อต้นทุน * **ต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น:** เป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการผลิตอย่างต่อเนื่อง * **ค่าใช้จ่ายคงที่จากการขยายธุรกิจ:** การเริ่มดำเนินการโรงงานใหม่ทำให้มีค่าใช้จ่ายค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายบุคลากรเพิ่มขึ้น * **ค่าใช้จ่ายพิเศษ:** ค่าใช้จ่ายในการขอใบรับรอง BRC ส่งผลกระทบต่อผลกำไรในไตรมาสนี้ * **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** จากการกู้ยืมเพื่อรองรับการลงทุนและการดำเนินงาน ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** การปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจะช่วยลดแรงกดดันต่อ GPM * **ผลการดำเนินงานหลังติดตั้ง Solar Rooftop:** การลดลงของค่าไฟฟ้าจะเป็นรูปธรรมมากขึ้นในไตรมาสถัดไป * **การใช้กำลังการผลิตของโรงงานใหม่:** ประสิทธิภาพในการผลิตและการบริหารจัดการต้นทุนคงที่ * **การขยายฐานลูกค้าและการเติบโตของยอดขาย:** โดยเฉพาะในกลุ่ม Green Packaging และลูกค้าที่ได้รับใบรับรอง BRC * **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายคงที่:** เพื่อให้สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** แม้รายได้จากการพิมพ์กราเวียร์จะเติบโต แต่เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทฯ เน้นการขยายฐานลูกค้าเพื่อให้สามารถใช้กำลังการผลิตของโรงงานใหม่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ บ่งชี้ว่าบริษัทฯ ต้องการเพิ่ม Utilization Rate * **Order Book:** ไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book โดยตรง แต่ระบุว่ายอดคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นในกลุ่มลูกค้าเครื่องดื่มและเครื่องสำอาง ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนรายได้ * **ราคาวัตถุดิบ:** ฝ่ายจัดการระบุว่าต้นทุนวัตถุดิบหลักในช่วงไตรมาสแรกเฉลี่ยยังสูงจากการสำรองปีที่ผ่านมา แม้ทิศทางราคาเริ่มปรับตัวลดลง * **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลง YoY จาก 25.1% เป็น 20.7% แต่ปรับตัวดีขึ้น QoQ จาก 14.6% เป็น 20.7% * **ส่งออก:** การได้รับใบรับรอง BRC จะช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าอาหาร * **ค่าเงิน:** มีการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน (Mark to Market) จากสัญญา Forward Contract ซึ่งมีมูลค่าคงเหลือน้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้รายได้อื่นลดลง * **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 12.76 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,088.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.0% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดลดลงจากการลงทุนในโรงงานใหม่ แต่ลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นตามยอดขาย หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 19.5% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเจ้าหนี้การค้าลดลง แต่เงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาวเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการนำเข้าวัตถุดิบและการลงทุนเครื่องจักร ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 1.9% จากสิ้นปี 2565 เป็น 742.22 ล้านบาท เนื่องจากการจ่ายเงินปันผล แม้จะมีการรับรู้กำไรจากการดำเนินงาน อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนลดลงจาก 2.30 เท่า เป็น 1.92 เท่า และอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนเร็วลดลงจาก 1.04 เท่า เป็น 0.87 เท่า บ่งชี้ถึงสภาพคล่องที่ลดลงเล็กน้อย อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) เพิ่มขึ้นจาก 0.38 เท่า เป็น 0.47 เท่า ## สรุปท้าย SFT ในไตรมาส 2 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ แม้รายได้จะเติบโตได้ดีจากการขยายตัวของลูกค้าในกลุ่มเครื่องดื่มและเครื่องสำอาง การลงทุนในโรงงานใหม่และการติดตั้ง Solar Rooftop รวมถึงการได้รับใบรับรอง BRC เป็นปัจจัยบวกที่คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามแนวโน้มราคาวัตถุดิบและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนคงที่ รวมถึงการขยายฐานลูกค้าในกลุ่ม Green Packaging เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SFT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
246.67 ล้านบาท
↑ 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น
48.28 ล้านบาท
↑ 39.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.57 %
กำไรสุทธิ
10.53 ล้านบาท
↑ 54.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.27 %
D/E Ratio
0.38
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
247
↑ + 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
48
↑ + 39.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
11
↑ + 54.8% YoY
D/E Ratio
0.38

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SFT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
246.67
+7.18%
230.14
+3.53%
222.28
+9.26%
203.44
+10.75%
183.70
-46.61%
344.04
-41.33%
กำไรขั้นต้น —
48.28
+39.19%
34.69
-15.62%
41.11
+25.96%
32.64
-25.75%
43.96
-23.98%
57.82
-20.90%
ค่าใช้จ่ายรวม —
34.78
+4.13%
33.40
+10.69%
30.17
+14.66%
26.32
+4.37%
25.21
-43.42%
44.57
-43.58%
กำไรสุทธิ —
10.53
+54.77%
6.80
+17.99%
5.76
+6,761.90%
0.08
-99.36%
13.16
-66.46%
39.22
-31.07%
กำไรต่อหุ้น —
0.02
+60.00%
0.02
+15.38%
0.01
0.00
-100.00%
0.03
-66.29%
0.09
-31.01%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-2.18
-172.50%
-0.80
+61.54%
-2.08
+61.55%
-5.41
-186.15%
6.28
0.00
ROE(%) —
8.54
+168.55%
3.18
-20.50%
4.00
-52.61%
8.44
-47.28%
16.01
-9.29%
17.65
+474.92%
ROA(%) —
8.19
+140.88%
3.40
-22.55%
4.39
-47.80%
8.41
-48.34%
16.28
-6.38%
17.39
+430.18%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.38
-26.92%
0.52
+13.04%
0.46
+21.05%
0.38
+35.71%
0.28
0.28
-48.15%
P/E —
14.88
-70.85%
51.04
-30.22%
73.14
+163.66%
27.74
+7.48%
25.81
+157.07%
10.04
-66.53%
P/BV —
1.17
-25.48%
1.57
-34.31%
2.39
-14.34%
2.79
-34.81%
4.28
+428.40%
0.81
BV —
1.82
+6.43%
1.71
+0.59%
1.70
-1.16%
1.72
+4.24%
1.65
-10.33%
1.84
YIELD(%) —
1.59
-6.47%
1.70
-1.16%
1.72
-18.48%
2.11
+108.91%
1.01
-78.37%
4.67
ราคาหุ้น —
2.14
-20.15%
2.68
-34.31%
4.08
-15.00%
4.80
-31.91%
7.05
+56.67%
4.50
+200.00%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
19.57
+29.86%
15.07
-18.54%
18.50
+15.34%
16.04
-32.97%
23.93
+42.36%
16.81
+34.80%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
14.10
-2.83%
14.51
+6.93%
13.57
+4.87%
12.94
-5.75%
13.73
+6.02%
12.95
-3.86%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
4.27
+44.26%
2.96
+14.29%
2.59
+6,375.00%
0.04
-99.44%
7.16
-37.19%
11.40
+17.53%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.38
ROE (%)
8.54
ROA (%)
8.19
Book Value/หุ้น
1.84

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SFT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
486.97
+0.66%
483.78
+2.55%
471.75
+5.03%
449.14
-19.87%
560.48
+6.46%
526.49
+128.15%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
630.01
-6.72%
675.43
+7.17%
630.23
+5.53%
597.22
+55.80%
383.31
+21.15%
316.39
+62.64%
รวมสินทรัพย์ —
1,116.98
-3.64%
1,159.20
+5.19%
1,101.98
+5.32%
1,046.36
+10.87%
943.79
+11.97%
842.88
+98.19%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
202.68
-18.41%
248.41
+6.72%
232.76
+23.41%
188.60
+34.37%
140.37
+22.53%
114.55
-18.66%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
104.94
-30.28%
150.52
+33.13%
113.06
+11.58%
101.33
+54.94%
65.40
-7.35%
70.58
+25.19%
รวมหนี้สิน —
307.61
-22.89%
398.93
+15.36%
345.82
+19.28%
289.93
+40.90%
205.76
+11.14%
185.14
-6.13%
รวมส่วนของเจ้าของ —
809.37
+6.46%
760.27
+0.54%
756.16
-0.04%
756.43
+2.49%
738.03
+12.21%
657.75
+188.40%
D/E —
0.38
0.52
0.46
0.38
0.28
0.28
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
8.54
3.18
4.00
8.44
16.01
17.65
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
8.19
3.40
4.39
8.41
16.28
17.39
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
2.40
1.95
2.03
2.38
3.99
4.60
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
1.07
0.83
0.88
1.03
2.44
2.27
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
65.26
69.73
0.00
0.00
73.99
67.55
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
113.71
113.59
0.00
0.00
106.89
91.34
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
64.58
61.62
0.00
0.00
61.17
59.98
วงจรเงินสด —
114.39
121.70
0.00
0.00
119.71
98.91
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-21
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+27
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SFT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-21.08
-49.76%
-41.96
-207.98%
38.86
-346.89%
-15.74
-63.03%
-42.58
-134.38%
123.85
+86.27%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
27.08
-1,929.73%
-1.48
-102.06%
71.79
-193.66%
-76.65
+278.33%
-20.26
-92.22%
-260.35
+353.26%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
-2.58
-105.57%
46.36
-179.33%
-58.44
-144.99%
129.89
+165.03%
49.01
-79.78%
242.34
-1,815.07%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
3.42
+17.12%
2.92
-94.41%
52.22
+39.25%
37.50
-370.95%
-13.84
-113.08%
105.84
-2,183.46%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
20.69
+29.31%
16.00
-48.32%
30.96
-68.76%
99.10
-10.51%
110.74
+2,160.00%
4.90
-50.90%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
26.05
+25.91%
20.69
+29.31%
16.00
-48.32%
30.96
-68.76%
99.10
-10.51%
110.74
+2,160.00%