SFT
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SFT
บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.40
0.01 (0.71%)

สรุปสั้น

กําไรสุทธิเพิ่มขึ้น 33.37 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 42.7 โดยมีสาเหตุหลักมาจากยอดขายของบริษัทฯ ที่ เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ประกอบกับการจัดการความเสี่ยงที่มี ประสิทธิภาพส่งผลให้ได้รับประโยชน์จากอัตราแลกเปลี่ยนจากเงินบาทที่อ่อนค่า รายได้จากระบบการพิมพ์กราเวียร์: ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.6 โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากการเติบโตของลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรม อาหารและเครื่องดื่ม ทั้งจากกลุ่มลูกค้าเดิมที่ให้ความไว้ใจในผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ ผ่านการผลิตสินค้ารายการใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึง การเพิ่มขึ้นของกลุ่มลูกค้าใหม่

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=21259 out_tok=3166 at=2026-07-26T04:19:36 --> # SFT กำไรสุทธิ Q2/66 หดตัว 42.8% YoY รับต้นทุนวัตถุดิบ-ค่าไฟพุ่ง ## รายได้โต 11.1% แต่แรงกดดันต้นทุนฉุดกำไรสุทธิวูบ ฝ่ายจัดการเร่งบริหารค่าใช้จ่าย-ติดตั้ง Solar Rooftop บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SFT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการดำเนินงานเติบโต 11.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 245.27 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับปรับตัวลดลงถึง 42.8% มาอยู่ที่ 13.25 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ยังคงอยู่ในระดับสูงจากการสำรองไว้ ประกอบกับค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายคงที่จากการขยายธุรกิจและโรงงานใหม่ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ SFT ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับตัวลดลง 42.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 13.25 ล้านบาท เกิดจาก **แรงกดดันด้านต้นทุนที่สูงขึ้น** โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ยังคงเฉลี่ยสูงจากการสำรองไว้ในปีที่ผ่านมา ประกอบกับค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายคงที่ที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจและโรงงานแห่งใหม่ แม้ว่ารายได้จากการดำเนินงานจะเติบโตได้ถึง 11.1% เป็น 245.27 ล้านบาทก็ตาม ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า ต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ยังคงสูงในช่วงไตรมาสแรกของปี 2566 ส่งผลกระทบต่อต้นทุนขาย แม้ว่าทิศทางราคาวัตถุดิบจะเริ่มปรับตัวลดลงแล้วก็ตาม นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของค่าไฟฟ้าต่อหน่วยตามค่า Ft และอัตราค่าไฟฟ้าของโรงงานแห่งใหม่ที่สูงกว่าปกติชั่วคราว รวมถึงค่าใช้จ่ายคงที่ที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจ เช่น ค่าใช้จ่ายผลตอบแทนพนักงานฝ่ายผลิตที่เพิ่มขึ้น และค่าเสื่อมราคาเครื่องจักรและอาคารที่เพิ่มขึ้นจากการเริ่มดำเนินการโรงงานแห่งใหม่ ล้วนเป็นปัจจัยที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้นให้ลดลงจาก 25.1% ใน Q2/2565 มาอยู่ที่ 20.7% ใน Q2/2566 ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขอใบรับรองระบบ BRC Global Standard Packaging Materials Issue 6 ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดขึ้นในช่วงไตรมาสนี้ ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยรวม ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการได้ดำเนินการติดตั้ง Solar Rooftop ในโรงงานแห่งใหม่ ซึ่งจะเริ่มผลิตไฟฟ้าได้ในเดือนมิถุนายน 2566 และคาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับไฟฟ้าได้ประมาณ 10%-20% ต่อปีในระยะยาว ซึ่งจะส่งผลดีต่อต้นทุนในไตรมาสถัดไป นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเน้นการบริหารจัดการกำลังการผลิตและอัตรากำลังคนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงการขยายฐานลูกค้า เพื่อให้สามารถใช้กำลังการผลิตของโรงงานใหม่ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มต้นทุนที่ดีขึ้นในไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่ยังคงค้างจากการสำรอง และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขอใบรับรอง BRC อาจยังคงมีอยู่บ้างในระยะสั้น ## Highlight สำคัญ * **รายได้เติบโต 11.1% YoY:** มาจากการเพิ่มขึ้นของยอดคำสั่งซื้อฉลากฟิล์มหดรัดรูป โดยเฉพาะระบบการพิมพ์กราเวียร์ (Gravure Printing) จากลูกค้ากลุ่มเครื่องดื่มและเครื่องสำอาง * **กำไรสุทธิหดตัว 42.8% YoY:** สาเหตุหลักจากต้นทุนวัตถุดิบที่ยังสูง, ค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น, และค่าใช้จ่ายคงที่จากการขยายธุรกิจและโรงงานใหม่ * **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** จาก 25.1% ใน Q2/2565 เหลือ 20.7% ใน Q2/2566 เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายคงที่ที่สูงขึ้น * **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 102.3% YoY:** จากดอกเบี้ยเงินกู้ยืมระยะยาวและค่าบริการสินเชื่อเพื่อนำเข้าวัตถุดิบ * **ติดตั้ง Solar Rooftop แล้วเสร็จ:** คาดช่วยลดค่าไฟฟ้าได้ 10-20% ต่อปีในระยะยาว และเริ่มผลิตไฟฟ้าได้ในเดือนมิถุนายน 2566 * **ได้รับใบรับรอง BRC:** ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยบรรจุภัณฑ์อาหาร เพิ่มความเชื่อมั่นลูกค้าและโอกาสขยายตลาดส่งออก ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2566 SFT มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 245.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการเติบโตของรายได้จากการผลิตฉลากฟิล์มหดรัดรูป โดยเฉพาะระบบการพิมพ์กราเวียร์ (Gravure Printing) ซึ่งได้รับแรงหนุนจากลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่มและเครื่องสำอางเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายปรับตัวเพิ่มขึ้น 17.7% YoY เป็น 194.43 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 8.4% YoY อยู่ที่ 50.84 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 25.1% เป็น 20.7% ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 6.2% YoY เป็น 10.31 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 27.1% YoY เป็น 22.91 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งมาจากการขยายธุรกิจและโรงงานใหม่ รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขอใบรับรอง BRC ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 102.3% YoY เป็น 2.43 ล้านบาท จากดอกเบี้ยเงินกู้ยืมระยะยาวและค่าบริการสินเชื่อเพื่อนำเข้าวัตถุดิบ ทั้งหมดนี้ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้ลดลง 42.8% YoY อยู่ที่ 16.57 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลง 42.8% YoY อยู่ที่ 13.25 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 5.4% ลดลงจาก 10.4% ในปีก่อน เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2566 รายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 5.5% QoQ เป็น 245.27 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของรายได้จากการพิมพ์กราเวียร์และดิจิตอล รวมถึงบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายอื่นลดลง 20.2% QoQ ในด้านกำไรขั้นต้นมีการปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก 49.8% QoQ เป็น 50.84 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 14.6% เป็น 20.7% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบฟิล์มใสปรับตัวลดลง และปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 298.0% QoQ เป็น 13.25 ล้านบาท จากปัจจัยบวกด้านรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 รายได้จากการดำเนินงานรวม 477.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.6% YoY แต่กำไรสุทธิลดลง 58.4% YoY อยู่ที่ 16.59 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงในช่วงต้นปี และค่าใช้จ่ายคงที่จากการขยายธุรกิจ ## โอกาส * **การเติบโตของลูกค้ากลุ่มเครื่องดื่มและเครื่องสำอาง:** เป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนรายได้จากการพิมพ์กราเวียร์ * **การขยายตลาดลูกค้ากลุ่มอาหาร:** หนุนการเติบโตของรายได้จากการพิมพ์ดิจิตอล * **ผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว:** มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่และคำสั่งซื้อจากลูกค้าใหม่ * **การได้รับใบรับรอง BRC:** เพิ่มความน่าเชื่อถือและเปิดโอกาสในการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร โดยเฉพาะตลาดส่งออก * **การติดตั้ง Solar Rooftop:** ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าในระยะยาว และสะท้อนความมุ่งมั่นด้าน ESG * **การบุกตลาด Green Packaging:** เป็นโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มและส่งเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ลูกค้า ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้มีแนวโน้มลดลง แต่การสำรองวัตถุดิบในอดีตยังคงส่งผลกระทบต่อต้นทุน * **ต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น:** เป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการผลิตอย่างต่อเนื่อง * **ค่าใช้จ่ายคงที่จากการขยายธุรกิจ:** การเริ่มดำเนินการโรงงานใหม่ทำให้มีค่าใช้จ่ายค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายบุคลากรเพิ่มขึ้น * **ค่าใช้จ่ายพิเศษ:** ค่าใช้จ่ายในการขอใบรับรอง BRC ส่งผลกระทบต่อผลกำไรในไตรมาสนี้ * **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** จากการกู้ยืมเพื่อรองรับการลงทุนและการดำเนินงาน ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** การปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจะช่วยลดแรงกดดันต่อ GPM * **ผลการดำเนินงานหลังติดตั้ง Solar Rooftop:** การลดลงของค่าไฟฟ้าจะเป็นรูปธรรมมากขึ้นในไตรมาสถัดไป * **การใช้กำลังการผลิตของโรงงานใหม่:** ประสิทธิภาพในการผลิตและการบริหารจัดการต้นทุนคงที่ * **การขยายฐานลูกค้าและการเติบโตของยอดขาย:** โดยเฉพาะในกลุ่ม Green Packaging และลูกค้าที่ได้รับใบรับรอง BRC * **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายคงที่:** เพื่อให้สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** แม้รายได้จากการพิมพ์กราเวียร์จะเติบโต แต่เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทฯ เน้นการขยายฐานลูกค้าเพื่อให้สามารถใช้กำลังการผลิตของโรงงานใหม่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ บ่งชี้ว่าบริษัทฯ ต้องการเพิ่ม Utilization Rate * **Order Book:** ไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book โดยตรง แต่ระบุว่ายอดคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นในกลุ่มลูกค้าเครื่องดื่มและเครื่องสำอาง ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนรายได้ * **ราคาวัตถุดิบ:** ฝ่ายจัดการระบุว่าต้นทุนวัตถุดิบหลักในช่วงไตรมาสแรกเฉลี่ยยังสูงจากการสำรองปีที่ผ่านมา แม้ทิศทางราคาเริ่มปรับตัวลดลง * **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลง YoY จาก 25.1% เป็น 20.7% แต่ปรับตัวดีขึ้น QoQ จาก 14.6% เป็น 20.7% * **ส่งออก:** การได้รับใบรับรอง BRC จะช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าอาหาร * **ค่าเงิน:** มีการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน (Mark to Market) จากสัญญา Forward Contract ซึ่งมีมูลค่าคงเหลือน้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้รายได้อื่นลดลง * **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 12.76 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,088.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.0% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดลดลงจากการลงทุนในโรงงานใหม่ แต่ลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นตามยอดขาย หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 19.5% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเจ้าหนี้การค้าลดลง แต่เงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาวเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการนำเข้าวัตถุดิบและการลงทุนเครื่องจักร ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 1.9% จากสิ้นปี 2565 เป็น 742.22 ล้านบาท เนื่องจากการจ่ายเงินปันผล แม้จะมีการรับรู้กำไรจากการดำเนินงาน อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนลดลงจาก 2.30 เท่า เป็น 1.92 เท่า และอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนเร็วลดลงจาก 1.04 เท่า เป็น 0.87 เท่า บ่งชี้ถึงสภาพคล่องที่ลดลงเล็กน้อย อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) เพิ่มขึ้นจาก 0.38 เท่า เป็น 0.47 เท่า ## สรุปท้าย SFT ในไตรมาส 2 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ แม้รายได้จะเติบโตได้ดีจากการขยายตัวของลูกค้าในกลุ่มเครื่องดื่มและเครื่องสำอาง การลงทุนในโรงงานใหม่และการติดตั้ง Solar Rooftop รวมถึงการได้รับใบรับรอง BRC เป็นปัจจัยบวกที่คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามแนวโน้มราคาวัตถุดิบและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนคงที่ รวมถึงการขยายฐานลูกค้าในกลุ่ม Green Packaging เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SFT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
246.67 ล้านบาท
↑ 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น
48.28 ล้านบาท
↑ 39.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.57 %
กำไรสุทธิ
10.53 ล้านบาท
↑ 54.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.27 %
D/E Ratio
0.38
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
247
↑ + 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
48
↑ + 39.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
11
↑ + 54.8% YoY
D/E Ratio
0.38

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SFT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
246.67
+7.18%
230.14
+3.53%
222.28
+9.26%
203.44
+10.75%
183.70
-46.61%
344.04
-41.33%
กำไรขั้นต้น
48.28
+39.19%
34.69
-15.62%
41.11
+25.96%
32.64
-25.75%
43.96
-23.98%
57.82
-20.90%
ค่าใช้จ่ายรวม
34.78
+4.13%
33.40
+10.69%
30.17
+14.66%
26.32
+4.37%
25.21
-43.42%
44.57
-43.58%
กำไรสุทธิ
10.53
+54.77%
6.80
+17.99%
5.76
+6,761.90%
0.08
-99.36%
13.16
-66.46%
39.22
-31.07%
กำไรต่อหุ้น
0.02
+60.00%
0.02
+15.38%
0.01
0.00
-100.00%
0.03
-66.29%
0.09
-31.01%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-2.18
-172.50%
-0.80
+61.54%
-2.08
+61.55%
-5.41
-186.15%
6.28
0.00
ROE(%)
8.54
+168.55%
3.18
-20.50%
4.00
-52.61%
8.44
-47.28%
16.01
-9.29%
17.65
+474.92%
ROA(%)
8.19
+140.88%
3.40
-22.55%
4.39
-47.80%
8.41
-48.34%
16.28
-6.38%
17.39
+430.18%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.38
-26.92%
0.52
+13.04%
0.46
+21.05%
0.38
+35.71%
0.28
0.28
-48.15%
P/E
14.88
-70.85%
51.04
-30.22%
73.14
+163.66%
27.74
+7.48%
25.81
+175.45%
9.37
-68.77%
P/BV
1.17
-25.48%
1.57
-34.31%
2.39
-14.34%
2.79
-34.81%
4.28
+463.16%
0.76
BV
1.82
+6.43%
1.71
+0.59%
1.70
-1.16%
1.72
+4.24%
1.65
-10.33%
1.84
YIELD(%)
1.59
-6.47%
1.70
-1.16%
1.72
-18.48%
2.11
+108.91%
1.01
-79.80%
5.00
ราคาหุ้น
2.14
-20.15%
2.68
-34.31%
4.08
-15.00%
4.80
-31.91%
7.05
+56.67%
4.50
+221.43%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
19.57
+29.86%
15.07
-18.54%
18.50
+15.34%
16.04
-32.97%
23.93
+42.36%
16.81
+34.80%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
14.10
-2.83%
14.51
+6.93%
13.57
+4.87%
12.94
-5.75%
13.73
+6.02%
12.95
-3.86%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
4.27
+44.26%
2.96
+14.29%
2.59
+6,375.00%
0.04
-99.44%
7.16
-37.19%
11.40
+17.53%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.38
ROE (%)
8.54
ROA (%)
8.19
Book Value/หุ้น
1.84

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SFT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
486.97
+0.66%
483.78
+2.55%
471.75
+5.03%
449.14
-19.87%
560.48
+6.46%
526.49
+128.15%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
630.01
-6.72%
675.43
+7.17%
630.23
+5.53%
597.22
+55.80%
383.31
+21.15%
316.39
+62.64%
รวมสินทรัพย์
1,116.98
-3.64%
1,159.20
+5.19%
1,101.98
+5.32%
1,046.36
+10.87%
943.79
+11.97%
842.88
+98.19%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
202.68
-18.41%
248.41
+6.72%
232.76
+23.41%
188.60
+34.37%
140.37
+22.53%
114.55
-18.66%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
104.94
-30.28%
150.52
+33.13%
113.06
+11.58%
101.33
+54.94%
65.40
-7.35%
70.58
+25.19%
รวมหนี้สิน
307.61
-22.89%
398.93
+15.36%
345.82
+19.28%
289.93
+40.90%
205.76
+11.14%
185.14
-6.13%
รวมส่วนของเจ้าของ
809.37
+6.46%
760.27
+0.54%
756.16
-0.04%
756.43
+2.49%
738.03
+12.21%
657.75
+188.40%
D/E
0.38
0.52
0.46
0.38
0.28
0.28
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
8.54
3.18
4.00
8.44
16.01
17.65
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
8.19
3.40
4.39
8.41
16.28
17.39
อัตราส่วนสภาพคล่อง
2.40
1.95
2.03
2.38
3.99
4.60
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
1.07
0.83
0.88
1.03
2.44
2.27
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
65.26
69.73
0.00
0.00
73.99
67.55
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
113.71
113.59
0.00
0.00
106.89
91.34
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
64.58
61.62
0.00
0.00
61.17
59.98
วงจรเงินสด
114.39
121.70
0.00
0.00
119.71
98.91
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-21
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+27
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SFT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-21.08
-49.76%
-41.96
-207.98%
38.86
-346.89%
-15.74
-63.03%
-42.58
-134.38%
123.85
+86.27%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
27.08
-1,929.73%
-1.48
-102.06%
71.79
-193.66%
-76.65
+278.33%
-20.26
-92.22%
-260.35
+353.26%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-2.58
-105.57%
46.36
-179.33%
-58.44
-144.99%
129.89
+165.03%
49.01
-79.78%
242.34
-1,815.07%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
3.42
+17.12%
2.92
-94.41%
52.22
+39.25%
37.50
-370.95%
-13.84
-113.08%
105.84
-2,183.46%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
20.69
+29.31%
16.00
-48.32%
30.96
-68.76%
99.10
-10.51%
110.74
+2,160.00%
4.90
-50.90%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
26.05
+25.91%
20.69
+29.31%
16.00
-48.32%
30.96
-68.76%
99.10
-10.51%
110.74
+2,160.00%