บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.40
0.01 (0.71%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิเพิ่มขึ้น 33.37 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 42.7 โดยมีสาเหตุหลักมาจากยอดขายของบริษัทฯ ที่ เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ประกอบกับการจัดการความเสี่ยงที่มี ประสิทธิภาพส่งผลให้ได้รับประโยชน์จากอัตราแลกเปลี่ยนจากเงินบาทที่อ่อนค่า
รายได้จากระบบการพิมพ์กราเวียร์: ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.6 โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากการเติบโตของลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรม อาหารและเครื่องดื่ม ทั้งจากกลุ่มลูกค้าเดิมที่ให้ความไว้ใจในผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ ผ่านการผลิตสินค้ารายการใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึง การเพิ่มขึ้นของกลุ่มลูกค้าใหม่
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15366 out_tok=2879 at=2026-07-26T04:38:01 -->
SFT พลิกฟื้น Q2/65 กำไรโต QoQ รับยอดขายฟิล์มยืดพุ่ง-ปรับราคา
ฝ่ายบริหาร SFT ชี้เศรษฐกิจฟื้นหนุนคำสั่งซื้อเพิ่ม ขณะต้นทุนวัตถุดิบยังเป็นแรงกดดันหลัก แต่การทยอยปรับราคาและบริหารต้นทุนช่วยหนุนผลประกอบการไตรมาสถัดไป
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SFT ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือการฟื้นตัวของรายได้จากการขายฟิล์มยืดที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการได้ลูกค้าใหม่ ประกอบกับการปรับขึ้นราคาขายสินค้าบางส่วน โดยเฉพาะในกลุ่ม PVC ซึ่งช่วยชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบพลาสติกที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
รายได้จากการขายฟิล์มยืดที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึงร้อยละ 172.9 YoY เป็นปัจจัยบวกสำคัญ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการขยายฐานลูกค้าใหม่ ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จของกลยุทธ์การบุกตลาดฟิล์มยืดอย่างเต็มรูปแบบของบริษัทฯ ผ่านการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าต่างๆ นอกจากนี้ การปรับขึ้นราคาขายสินค้าในกลุ่ม PVC บางส่วนเมื่อครบกำหนดสัญญา ยังช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ทำให้ภาพรวมรายได้จากการดำเนินงานเติบโตขึ้นเล็กน้อย 0.5% YoY มาอยู่ที่ 220.76 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 25.1% ลดลงจาก 30.7% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากต้นทุนพลาสติกที่ใช้ในการผลิตและต้นทุนอื่นๆ ที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 23.17 ล้านบาท ลดลง 37.7% YoY
แต่เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 ผลประกอบการของ SFT มีการปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยรายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 10.4% QoQ และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 38.8% QoQ สาเหตุหลักมาจากการเติบโตของยอดคำสั่งซื้อในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม โดยเฉพาะการส่งออกที่เพิ่มขึ้นตามเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว ประกอบกับการปรับราคาขายบางส่วน และการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) จากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
มีโอกาสต่อเนื่องในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะจากปัจจัยด้านการขยายฐานลูกค้าใหม่ในกลุ่มฟิล์มยืด และการเริ่มรับรู้รายได้จากบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว (Flexible Packaging) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การเป็นผู้ให้บริการครบวงจร อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาและเพิ่มอัตรากำไรในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโตเล็กน้อย YoY แต่ก้าวกระโดด QoQ:** รายได้จากการดำเนินงาน Q2/2565 อยู่ที่ 220.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% YoY แต่เพิ่มขึ้น 10.4% QoQ
* **กำไรสุทธิฟื้นตัว QoQ แต่ลดลง YoY:** กำไรสุทธิ Q2/2565 อยู่ที่ 23.17 ล้านบาท ลดลง 37.7% YoY แต่เพิ่มขึ้น 38.8% QoQ
* **ต้นทุนวัตถุดิบกดดัน GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 25.1% ลดลงจาก 30.7% YoY แต่ปรับดีขึ้นจาก 23.3% QoQ
* **ยอดขายฟิล์มยืดเติบโตโดดเด่น:** รายได้จากการขายฟิล์มยืดเพิ่มขึ้น 172.9% YoY จากฐานลูกค้าใหม่
* **เริ่มรับรู้รายได้บรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว:** เป็นก้าวสำคัญสู่การเป็นผู้ให้บริการครบวงจร
* **เดินหน้าสร้างโรงงานใหม่:** คาดแล้วเสร็จและเริ่มดำเนินการเต็มรูปแบบในปี 2566 เพื่อเสริมศักยภาพการผลิต
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SFT มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 220.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการผลิตฉลากฟิล์มหดรัดรูปด้วยระบบการพิมพ์กราเวียร์ (Gravure Printing) ซึ่งได้รับแรงหนุนจากอุตสาหกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน รวมถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายฟิล์มยืดจากกลุ่มลูกค้าใหม่
อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 23.17 ล้านบาท ลดลง 37.7% YoY สาเหตุหลักมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบพลาสติกและต้นทุนอื่นๆ ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 30.7% ใน Q2/2564 มาอยู่ที่ 25.1% ใน Q2/2565
เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 ผลประกอบการของ SFT มีการปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยรายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 10.4% QoQ มาอยู่ที่ 220.76 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 38.8% QoQ มาอยู่ที่ 23.17 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขาย การปรับราคาขายบางส่วน และการประหยัดต่อขนาดจากการผลิตที่เพิ่มขึ้น
สำหรับผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 420.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.0% YoY แต่กำไรสุทธิลดลง 39.2% YoY อยู่ที่ 39.86 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ
## โอกาส
* **การขยายสู่บรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว (Flexible Packaging):** การเริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้เป็นครั้งแรกในไตรมาส 2 ปี 2565 ถือเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ครบวงจรมากขึ้น
* **การเติบโตของตลาดฟิล์มยืด:** ยอดขายฟิล์มยืดที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากกลุ่มลูกค้าใหม่ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้
* **การสร้างโรงงานแห่งใหม่:** การลงทุนในโรงงานแห่งใหม่เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและขยายสู่บรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว จะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเติบโตในระยะยาว
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** การที่ลูกค้าสามารถส่งออกสินค้าได้เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว เป็นปัจจัยบวกต่อยอดคำสั่งซื้อในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนพลาสติกที่ใช้ในการผลิตยังคงเป็นปัจจัยกดดันหลักต่ออัตรากำไรของบริษัทฯ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจจำกัดความสามารถในการปรับขึ้นราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น
* **ความล่าช้าในการก่อสร้างโรงงานใหม่:** ความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นในการก่อสร้างและติดตั้งเครื่องจักรใหม่ อาจส่งผลกระทบต่อแผนการขยายธุรกิจ
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ความผันผวนของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาพลาสติกและผลกระทบต่อ GPM ในไตรมาสถัดไป
* **การรับรู้รายได้จากบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว:** ประสิทธิภาพและความสามารถในการสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์ใหม่
* **ความคืบหน้าการก่อสร้างโรงงานใหม่:** การติดตั้งเครื่องจักรและการเริ่มดำเนินการตามแผน
* **การปรับราคาขาย:** ความสามารถในการปรับราคาเพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยไม่กระทบความสัมพันธ์กับลูกค้า
* **การเติบโตของยอดขายฟิล์มยืด:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตจากฐานลูกค้าใหม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**Utilization & Order Book:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่การที่รายได้จากการพิมพ์กราเวียร์เพิ่มขึ้นจากยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น และการที่บริษัทฯ ได้รับออเดอร์ขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น รวมถึงมีการสั่งซื้อซ้ำ ทำให้ปริมาณการพิมพ์ต่อแม่พิมพ์สูงขึ้น บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับ Order Book ที่ชัดเจน
**ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยกดดันหลัก โดยเฉพาะต้นทุนพลาสติกที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรขั้นต้น
**GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลง YoY จาก 30.7% เป็น 25.1% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่ปรับดีขึ้น QoQ จาก 23.3% เป็น 25.1% จากการประหยัดต่อขนาดและการทยอยปรับราคา
**การส่งออก:** มีการกล่าวถึงว่าลูกค้าสามารถส่งออกสินค้าได้เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อยอดขาย
**ค่าเงิน:** มีการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนในรายได้อื่นจากการจ่ายชำระค่าสินค้าด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
**สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 31.12 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของวัตถุดิบและสินค้าระหว่างทาง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 982.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1% จากสิ้นปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ (วัตถุดิบและสินค้าระหว่างทาง) และลูกหนี้การค้า รวมถึงการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สำหรับโรงงานใหม่
หนี้สินรวมอยู่ที่ 249.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.2% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่เกี่ยวข้องกับการสั่งซื้อวัตถุดิบและการลงทุนในโรงงานใหม่
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 733.23 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.7% จากสิ้นปี 2564 เนื่องจากการจ่ายเงินปันผล
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.34 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.25 เท่า ในสิ้นปี 2564 ซึ่งยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 13.09 ล้านบาท ลดลงจาก 23.38 ล้านบาทใน Q2/2564 แต่ยังคงเป็นบวก
## สรุปท้าย
SFT ในไตรมาส 2 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของผลประกอบการเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีแรงหนุนสำคัญจากการเติบโตของยอดขายฟิล์มยืดและการปรับราคาขายบางส่วน แม้ว่ากำไรสุทธิจะยังคงลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าอันเป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่การทยอยปรับราคาและการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่และการลงทุนในโรงงานใหม่ ชี้ให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขาย รวมถึงความคืบหน้าของการลงทุนใหม่เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SFT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
246.67
ล้านบาท
↑ 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น
48.28
ล้านบาท
↑ 39.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.57
%
กำไรสุทธิ
10.53
ล้านบาท
↑ 54.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.27
%
D/E Ratio
0.38
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
247
↑ + 7.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
48
↑ + 39.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
11
↑ + 54.8%
YoY
D/E Ratio
0.38
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SFT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.38
ROE (%)
8.54
ROA (%)
8.19
Book Value/หุ้น
1.84
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SFT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-21
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+27
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SFT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-21.08
-49.76%
|
-41.96
-207.98%
|
38.86
-346.89%
|
-15.74
-63.03%
|
-42.58
-134.38%
|
123.85
+86.27%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
27.08
-1,929.73%
|
-1.48
-102.06%
|
71.79
-193.66%
|
-76.65
+278.33%
|
-20.26
-92.22%
|
-260.35
+353.26%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2.58
-105.57%
|
46.36
-179.33%
|
-58.44
-144.99%
|
129.89
+165.03%
|
49.01
-79.78%
|
242.34
-1,815.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
3.42
+17.12%
|
2.92
-94.41%
|
52.22
+39.25%
|
37.50
-370.95%
|
-13.84
-113.08%
|
105.84
-2,183.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
20.69
+29.31%
|
16.00
-48.32%
|
30.96
-68.76%
|
99.10
-10.51%
|
110.74
+2,160.00%
|
4.90
-50.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
26.05
+25.91%
|
20.69
+29.31%
|
16.00
-48.32%
|
30.96
-68.76%
|
99.10
-10.51%
|
110.74
+2,160.00%
|