SFT
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SFT
บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.40
0.01 (0.71%)

สรุปสั้น

กําไรสุทธิเพิ่มขึ้น 33.37 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 42.7 โดยมีสาเหตุหลักมาจากยอดขายของบริษัทฯ ที่ เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ประกอบกับการจัดการความเสี่ยงที่มี ประสิทธิภาพส่งผลให้ได้รับประโยชน์จากอัตราแลกเปลี่ยนจากเงินบาทที่อ่อนค่า รายได้จากระบบการพิมพ์กราเวียร์: ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.6 โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากการเติบโตของลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรม อาหารและเครื่องดื่ม ทั้งจากกลุ่มลูกค้าเดิมที่ให้ความไว้ใจในผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ ผ่านการผลิตสินค้ารายการใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึง การเพิ่มขึ้นของกลุ่มลูกค้าใหม่

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15366 out_tok=2879 at=2026-07-26T04:38:01 --> SFT พลิกฟื้น Q2/65 กำไรโต QoQ รับยอดขายฟิล์มยืดพุ่ง-ปรับราคา ฝ่ายบริหาร SFT ชี้เศรษฐกิจฟื้นหนุนคำสั่งซื้อเพิ่ม ขณะต้นทุนวัตถุดิบยังเป็นแรงกดดันหลัก แต่การทยอยปรับราคาและบริหารต้นทุนช่วยหนุนผลประกอบการไตรมาสถัดไป ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SFT ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือการฟื้นตัวของรายได้จากการขายฟิล์มยืดที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการได้ลูกค้าใหม่ ประกอบกับการปรับขึ้นราคาขายสินค้าบางส่วน โดยเฉพาะในกลุ่ม PVC ซึ่งช่วยชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบพลาสติกที่ยังคงอยู่ในระดับสูง **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** รายได้จากการขายฟิล์มยืดที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึงร้อยละ 172.9 YoY เป็นปัจจัยบวกสำคัญ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการขยายฐานลูกค้าใหม่ ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จของกลยุทธ์การบุกตลาดฟิล์มยืดอย่างเต็มรูปแบบของบริษัทฯ ผ่านการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าต่างๆ นอกจากนี้ การปรับขึ้นราคาขายสินค้าในกลุ่ม PVC บางส่วนเมื่อครบกำหนดสัญญา ยังช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ทำให้ภาพรวมรายได้จากการดำเนินงานเติบโตขึ้นเล็กน้อย 0.5% YoY มาอยู่ที่ 220.76 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 25.1% ลดลงจาก 30.7% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากต้นทุนพลาสติกที่ใช้ในการผลิตและต้นทุนอื่นๆ ที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 23.17 ล้านบาท ลดลง 37.7% YoY แต่เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 ผลประกอบการของ SFT มีการปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยรายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 10.4% QoQ และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 38.8% QoQ สาเหตุหลักมาจากการเติบโตของยอดคำสั่งซื้อในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม โดยเฉพาะการส่งออกที่เพิ่มขึ้นตามเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว ประกอบกับการปรับราคาขายบางส่วน และการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) จากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** มีโอกาสต่อเนื่องในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะจากปัจจัยด้านการขยายฐานลูกค้าใหม่ในกลุ่มฟิล์มยืด และการเริ่มรับรู้รายได้จากบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว (Flexible Packaging) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การเป็นผู้ให้บริการครบวงจร อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาและเพิ่มอัตรากำไรในระยะต่อไป ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมเติบโตเล็กน้อย YoY แต่ก้าวกระโดด QoQ:** รายได้จากการดำเนินงาน Q2/2565 อยู่ที่ 220.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% YoY แต่เพิ่มขึ้น 10.4% QoQ * **กำไรสุทธิฟื้นตัว QoQ แต่ลดลง YoY:** กำไรสุทธิ Q2/2565 อยู่ที่ 23.17 ล้านบาท ลดลง 37.7% YoY แต่เพิ่มขึ้น 38.8% QoQ * **ต้นทุนวัตถุดิบกดดัน GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 25.1% ลดลงจาก 30.7% YoY แต่ปรับดีขึ้นจาก 23.3% QoQ * **ยอดขายฟิล์มยืดเติบโตโดดเด่น:** รายได้จากการขายฟิล์มยืดเพิ่มขึ้น 172.9% YoY จากฐานลูกค้าใหม่ * **เริ่มรับรู้รายได้บรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว:** เป็นก้าวสำคัญสู่การเป็นผู้ให้บริการครบวงจร * **เดินหน้าสร้างโรงงานใหม่:** คาดแล้วเสร็จและเริ่มดำเนินการเต็มรูปแบบในปี 2566 เพื่อเสริมศักยภาพการผลิต ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SFT มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 220.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการผลิตฉลากฟิล์มหดรัดรูปด้วยระบบการพิมพ์กราเวียร์ (Gravure Printing) ซึ่งได้รับแรงหนุนจากอุตสาหกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน รวมถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายฟิล์มยืดจากกลุ่มลูกค้าใหม่ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 23.17 ล้านบาท ลดลง 37.7% YoY สาเหตุหลักมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบพลาสติกและต้นทุนอื่นๆ ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 30.7% ใน Q2/2564 มาอยู่ที่ 25.1% ใน Q2/2565 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 ผลประกอบการของ SFT มีการปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยรายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 10.4% QoQ มาอยู่ที่ 220.76 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 38.8% QoQ มาอยู่ที่ 23.17 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขาย การปรับราคาขายบางส่วน และการประหยัดต่อขนาดจากการผลิตที่เพิ่มขึ้น สำหรับผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 420.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.0% YoY แต่กำไรสุทธิลดลง 39.2% YoY อยู่ที่ 39.86 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ ## โอกาส * **การขยายสู่บรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว (Flexible Packaging):** การเริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้เป็นครั้งแรกในไตรมาส 2 ปี 2565 ถือเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ครบวงจรมากขึ้น * **การเติบโตของตลาดฟิล์มยืด:** ยอดขายฟิล์มยืดที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากกลุ่มลูกค้าใหม่ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ * **การสร้างโรงงานแห่งใหม่:** การลงทุนในโรงงานแห่งใหม่เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและขยายสู่บรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว จะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเติบโตในระยะยาว * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** การที่ลูกค้าสามารถส่งออกสินค้าได้เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว เป็นปัจจัยบวกต่อยอดคำสั่งซื้อในอนาคต ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนพลาสติกที่ใช้ในการผลิตยังคงเป็นปัจจัยกดดันหลักต่ออัตรากำไรของบริษัทฯ * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจจำกัดความสามารถในการปรับขึ้นราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น * **ความล่าช้าในการก่อสร้างโรงงานใหม่:** ความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นในการก่อสร้างและติดตั้งเครื่องจักรใหม่ อาจส่งผลกระทบต่อแผนการขยายธุรกิจ * **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ความผันผวนของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาพลาสติกและผลกระทบต่อ GPM ในไตรมาสถัดไป * **การรับรู้รายได้จากบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว:** ประสิทธิภาพและความสามารถในการสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์ใหม่ * **ความคืบหน้าการก่อสร้างโรงงานใหม่:** การติดตั้งเครื่องจักรและการเริ่มดำเนินการตามแผน * **การปรับราคาขาย:** ความสามารถในการปรับราคาเพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยไม่กระทบความสัมพันธ์กับลูกค้า * **การเติบโตของยอดขายฟิล์มยืด:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตจากฐานลูกค้าใหม่ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) **Utilization & Order Book:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่การที่รายได้จากการพิมพ์กราเวียร์เพิ่มขึ้นจากยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น และการที่บริษัทฯ ได้รับออเดอร์ขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น รวมถึงมีการสั่งซื้อซ้ำ ทำให้ปริมาณการพิมพ์ต่อแม่พิมพ์สูงขึ้น บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับ Order Book ที่ชัดเจน **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยกดดันหลัก โดยเฉพาะต้นทุนพลาสติกที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรขั้นต้น **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลง YoY จาก 30.7% เป็น 25.1% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่ปรับดีขึ้น QoQ จาก 23.3% เป็น 25.1% จากการประหยัดต่อขนาดและการทยอยปรับราคา **การส่งออก:** มีการกล่าวถึงว่าลูกค้าสามารถส่งออกสินค้าได้เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อยอดขาย **ค่าเงิน:** มีการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนในรายได้อื่นจากการจ่ายชำระค่าสินค้าด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 31.12 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของวัตถุดิบและสินค้าระหว่างทาง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 982.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1% จากสิ้นปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ (วัตถุดิบและสินค้าระหว่างทาง) และลูกหนี้การค้า รวมถึงการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สำหรับโรงงานใหม่ หนี้สินรวมอยู่ที่ 249.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.2% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่เกี่ยวข้องกับการสั่งซื้อวัตถุดิบและการลงทุนในโรงงานใหม่ ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 733.23 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.7% จากสิ้นปี 2564 เนื่องจากการจ่ายเงินปันผล อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.34 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.25 เท่า ในสิ้นปี 2564 ซึ่งยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 13.09 ล้านบาท ลดลงจาก 23.38 ล้านบาทใน Q2/2564 แต่ยังคงเป็นบวก ## สรุปท้าย SFT ในไตรมาส 2 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของผลประกอบการเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีแรงหนุนสำคัญจากการเติบโตของยอดขายฟิล์มยืดและการปรับราคาขายบางส่วน แม้ว่ากำไรสุทธิจะยังคงลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าอันเป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่การทยอยปรับราคาและการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่และการลงทุนในโรงงานใหม่ ชี้ให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขาย รวมถึงความคืบหน้าของการลงทุนใหม่เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SFT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
246.67 ล้านบาท
↑ 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น
48.28 ล้านบาท
↑ 39.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.57 %
กำไรสุทธิ
10.53 ล้านบาท
↑ 54.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.27 %
D/E Ratio
0.38
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
247
↑ + 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
48
↑ + 39.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
11
↑ + 54.8% YoY
D/E Ratio
0.38

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SFT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
246.67
+7.18%
230.14
+3.53%
222.28
+9.26%
203.44
+10.75%
183.70
-46.61%
344.04
-41.33%
กำไรขั้นต้น
48.28
+39.19%
34.69
-15.62%
41.11
+25.96%
32.64
-25.75%
43.96
-23.98%
57.82
-20.90%
ค่าใช้จ่ายรวม
34.78
+4.13%
33.40
+10.69%
30.17
+14.66%
26.32
+4.37%
25.21
-43.42%
44.57
-43.58%
กำไรสุทธิ
10.53
+54.77%
6.80
+17.99%
5.76
+6,761.90%
0.08
-99.36%
13.16
-66.46%
39.22
-31.07%
กำไรต่อหุ้น
0.02
+60.00%
0.02
+15.38%
0.01
0.00
-100.00%
0.03
-66.29%
0.09
-31.01%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-2.18
-172.50%
-0.80
+61.54%
-2.08
+61.55%
-5.41
-186.15%
6.28
0.00
ROE(%)
8.54
+168.55%
3.18
-20.50%
4.00
-52.61%
8.44
-47.28%
16.01
-9.29%
17.65
+474.92%
ROA(%)
8.19
+140.88%
3.40
-22.55%
4.39
-47.80%
8.41
-48.34%
16.28
-6.38%
17.39
+430.18%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.38
-26.92%
0.52
+13.04%
0.46
+21.05%
0.38
+35.71%
0.28
0.28
-48.15%
P/E
14.88
-70.85%
51.04
-30.22%
73.14
+163.66%
27.74
+7.48%
25.81
+175.45%
9.37
-68.77%
P/BV
1.17
-25.48%
1.57
-34.31%
2.39
-14.34%
2.79
-34.81%
4.28
+463.16%
0.76
BV
1.82
+6.43%
1.71
+0.59%
1.70
-1.16%
1.72
+4.24%
1.65
-10.33%
1.84
YIELD(%)
1.59
-6.47%
1.70
-1.16%
1.72
-18.48%
2.11
+108.91%
1.01
-79.80%
5.00
ราคาหุ้น
2.14
-20.15%
2.68
-34.31%
4.08
-15.00%
4.80
-31.91%
7.05
+56.67%
4.50
+221.43%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
19.57
+29.86%
15.07
-18.54%
18.50
+15.34%
16.04
-32.97%
23.93
+42.36%
16.81
+34.80%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
14.10
-2.83%
14.51
+6.93%
13.57
+4.87%
12.94
-5.75%
13.73
+6.02%
12.95
-3.86%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
4.27
+44.26%
2.96
+14.29%
2.59
+6,375.00%
0.04
-99.44%
7.16
-37.19%
11.40
+17.53%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.38
ROE (%)
8.54
ROA (%)
8.19
Book Value/หุ้น
1.84

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SFT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
486.97
+0.66%
483.78
+2.55%
471.75
+5.03%
449.14
-19.87%
560.48
+6.46%
526.49
+128.15%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
630.01
-6.72%
675.43
+7.17%
630.23
+5.53%
597.22
+55.80%
383.31
+21.15%
316.39
+62.64%
รวมสินทรัพย์
1,116.98
-3.64%
1,159.20
+5.19%
1,101.98
+5.32%
1,046.36
+10.87%
943.79
+11.97%
842.88
+98.19%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
202.68
-18.41%
248.41
+6.72%
232.76
+23.41%
188.60
+34.37%
140.37
+22.53%
114.55
-18.66%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
104.94
-30.28%
150.52
+33.13%
113.06
+11.58%
101.33
+54.94%
65.40
-7.35%
70.58
+25.19%
รวมหนี้สิน
307.61
-22.89%
398.93
+15.36%
345.82
+19.28%
289.93
+40.90%
205.76
+11.14%
185.14
-6.13%
รวมส่วนของเจ้าของ
809.37
+6.46%
760.27
+0.54%
756.16
-0.04%
756.43
+2.49%
738.03
+12.21%
657.75
+188.40%
D/E
0.38
0.52
0.46
0.38
0.28
0.28
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
8.54
3.18
4.00
8.44
16.01
17.65
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
8.19
3.40
4.39
8.41
16.28
17.39
อัตราส่วนสภาพคล่อง
2.40
1.95
2.03
2.38
3.99
4.60
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
1.07
0.83
0.88
1.03
2.44
2.27
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
65.26
69.73
0.00
0.00
73.99
67.55
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
113.71
113.59
0.00
0.00
106.89
91.34
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
64.58
61.62
0.00
0.00
61.17
59.98
วงจรเงินสด
114.39
121.70
0.00
0.00
119.71
98.91
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-21
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+27
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SFT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-21.08
-49.76%
-41.96
-207.98%
38.86
-346.89%
-15.74
-63.03%
-42.58
-134.38%
123.85
+86.27%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
27.08
-1,929.73%
-1.48
-102.06%
71.79
-193.66%
-76.65
+278.33%
-20.26
-92.22%
-260.35
+353.26%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-2.58
-105.57%
46.36
-179.33%
-58.44
-144.99%
129.89
+165.03%
49.01
-79.78%
242.34
-1,815.07%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
3.42
+17.12%
2.92
-94.41%
52.22
+39.25%
37.50
-370.95%
-13.84
-113.08%
105.84
-2,183.46%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
20.69
+29.31%
16.00
-48.32%
30.96
-68.76%
99.10
-10.51%
110.74
+2,160.00%
4.90
-50.90%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
26.05
+25.91%
20.69
+29.31%
16.00
-48.32%
30.96
-68.76%
99.10
-10.51%
110.74
+2,160.00%