บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.40
0.01 (0.71%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิเพิ่มขึ้น 33.37 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 42.7 โดยมีสาเหตุหลักมาจากยอดขายของบริษัทฯ ที่ เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ประกอบกับการจัดการความเสี่ยงที่มี ประสิทธิภาพส่งผลให้ได้รับประโยชน์จากอัตราแลกเปลี่ยนจากเงินบาทที่อ่อนค่า
รายได้จากระบบการพิมพ์กราเวียร์: ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.6 โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากการเติบโตของลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรม อาหารและเครื่องดื่ม ทั้งจากกลุ่มลูกค้าเดิมที่ให้ความไว้ใจในผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ ผ่านการผลิตสินค้ารายการใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึง การเพิ่มขึ้นของกลุ่มลูกค้าใหม่
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5782 out_tok=2495 at=2026-07-26T03:54:02 -->
# SFT พลิกขาดทุนสุทธิปี 64 หลังรายได้รวมโต 14.7% แต่ต้นทุนพุ่ง
## รายได้รวมโต 14.7% สวนทางต้นทุนพุ่งกระทบกำไรสุทธิปี 64 ขาดทุน 32 ล้านบาท
บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SFT รายงานผลประกอบการปี 2564 มีรายได้รวม 2,212.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.74% จากปีก่อน แต่กลับขาดทุนสุทธิ 32.20 ล้านบาท ลดลง 38.39% จากการขาดทุน 52.26 ล้านบาทในปี 2563 โดยปัจจัยหลักมาจากต้นทุนการให้บริการและต้นทุนการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ SFT ในปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้รวม 14.74%** ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรายได้จากการขายและบริการที่เติบโต 18.39% และรายได้จากการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น 8.89% อย่างไรก็ตาม **ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นถึง 32.63%** และ **ต้นทุนการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น 24.89%** ได้กลบผลบวกจากรายได้ ทำให้บริษัทขาดทุนสุทธิ 32.20 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้น** เป็นผลมาจากกลยุทธ์การตลาดที่ทำให้ปริมาณกากอุตสาหกรรมที่รับกำจัดเพิ่มขึ้น 38% แม้ว่าอัตราค่าบริการเฉลี่ยต่อตันจะลดลง 14% ส่วน **รายได้จากการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น** มาจากการที่บริษัทย่อยสามารถผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าได้ครบวงจรในปีนี้
ในทางกลับกัน **ต้นทุนจากการให้บริการกกำจัดกากอุตสาหกรรมที่สูงขึ้น** เกิดจากเหตุการณ์ฝนตกหนักในช่วงฤดูฝน ทำให้เกิดการปนเปื้อนในระบบบำบัดน้ำเสียและหลุมฝังกลบ ส่งผลให้ปริมาณน้ำเสียเพิ่มขึ้น และต้องมีการส่งออกไปกำจัดที่บริษัทในเครือและภายนอก ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 103 ล้านบาท นอกจากนี้ **ต้นทุนการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น** ยังมีสาเหตุมาจากค่าใช้จ่ายผันแปรที่สำคัญ เช่น ค่าเชื้อเพลิงและค่าน้ำมัน
นอกจากนี้ ฝ่ายจัดการยังระบุถึง **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 56 ล้านบาท** ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากเหตุเพลิงไหม้อาคารคัดแยกกากอุตสาหกรรม 4 หลัง มูลค่าความเสียหาย 27 ล้านบาท, สินทรัพย์เสื่อมสภาพ 6 ล้านบาท และอาคารบางส่วนด้อยค่าจากการประเมิน 37 ล้านบาท รวมเป็นผลกระทบด้านอาคาร 70 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **เหตุการณ์ที่ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นมีลักษณะเป็นครั้งคราวและพิเศษ** โดยเฉพาะผลกระทบจากสภาพอากาศที่ทำให้ต้นทุนบำบัดน้ำเสียเพิ่มขึ้น และเหตุเพลิงไหม้อาคารคัดแยกกากอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของปริมาณกากอุตสาหกรรมที่รับกำจัดและการผลิตไฟฟ้าที่ครบวงจร **มีโอกาสที่จะส่งผลดีต่อรายได้ในระยะต่อไป** แต่การบริหารจัดการต้นทุน โดยเฉพาะต้นทุนที่ผันแปรตามสภาพอากาศและราคาวัตถุดิบ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2564 เพิ่มขึ้น 14.74%** แตะ 2,212.81 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายและบริการโต 18.39% และรายได้จากการขายไฟฟ้าโต 8.89%
* **ขาดทุนสุทธิปี 2564 จำนวน 32.20 ล้านบาท** ลดลง 38.39% จากปีก่อนที่ขาดทุน 52.26 ล้านบาท
* **ต้นทุนขายและบริการพุ่ง 32.63%** และต้นทุนขายไฟฟ้าเพิ่ม 24.89% เป็นปัจจัยหลักกดดันผลกำไร
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 56 ล้านบาท** จากเหตุเพลิงไหม้และอาคารด้อยค่า
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น:** หนี้สินรวมลดลง 21.38% เหลือ 2,885.88 ล้านบาท ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 5.01% เป็น 5,435.68 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทมีรายได้รวม 2,212.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.74% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,928.50 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการ 224.69 ล้านบาท (18.39%) และรายได้จากการขายไฟฟ้า 59.64 ล้านบาท (8.89%) อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 321.99 ล้านบาท (32.63%) และต้นทุนการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 77.89 ล้านบาท (24.89%) ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเพียง 64.70 ล้านบาท (15.68%) เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้บริษัทขาดทุนสุทธิ 32.20 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเพิ่มขึ้นของปริมาณกากอุตสาหกรรมที่รับกำจัด:** กลยุทธ์ด้านการตลาดที่ประสบความสำเร็จทำให้ปริมาณกากอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 38% ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างรายได้จากการให้บริการกำจัดกากอุตสาหกรรม
* **การผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าครบวงจร:** การที่บริษัทย่อยสามารถผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าได้ครบวงจรในปีนี้ เป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้จากการขายไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง
* **การเพิ่มทุน:** การเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจงจำนวน 296 ล้านบาท ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของส่วนของผู้ถือหุ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของต้นทุน:** ต้นทุนการบำบัดน้ำเสียที่เพิ่มขึ้นจากสภาพอากาศ และต้นทุนการขายไฟฟ้าที่ผันผวนตามราคาเชื้อเพลิงและน้ำมัน เป็นความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **เหตุการณ์ไม่ปกติ:** เหตุเพลิงไหม้อาคารคัดแยกกากอุตสาหกรรมและอาคารด้อยค่า เป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการบริหารและมูลค่าสินทรัพย์
* **การแข่งขันด้านราคา:** การปรับลดอัตราค่าบริการเฉลี่ยต่อตันเพื่อเพิ่มปริมาณการรับกำจัด อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ต่อหน่วยในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มปริมาณกากอุตสาหกรรมที่รับกำจัด และการบริหารจัดการอัตราค่าบริการ
* ผลกระทบจากสภาพอากาศต่อต้นทุนการบำบัดน้ำเสีย และการบริหารจัดการน้ำเสีย
* ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการขายไฟฟ้า โดยเฉพาะค่าเชื้อเพลิงและน้ำมัน
* การบริหารจัดการอาคารและสินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้และด้อยค่า
* แผนการดำเนินงานและกลยุทธ์การตลาดเพื่อเพิ่มรายได้และควบคุมต้นทุนในปี 2565
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่ระบุว่าปริมาณกากอุตสาหกรรมที่รับกำจัดเพิ่มขึ้น 38% ซึ่งบ่งชี้ถึงการใช้ประโยชน์จากโรงงานที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** ไม่มีการกล่าวถึง Order Book โดยตรง แต่รายได้จากงานก่อสร้างโครงการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ มูลค่า 408 ล้านบาท ได้ส่งมอบงานเรียบร้อยแล้วเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2564
* **ราคาวัตถุดิบ:** ไม่มีการระบุถึงราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่ต้นทุนการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอาจสะท้อนถึงราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น
* **GPM:** กำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ลดลงเล็กน้อยจาก 33.76% ในปี 2563 เป็น 32.99% ในปี 2564
* **ส่งออก:** มีการกล่าวถึงการส่งออกน้ำเสียไปกำจัดที่บริษัทในเครือและบริษัทภายนอก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าเงิน:** ไม่มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่มีการกล่าวถึงสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 8,321.56 ล้านบาท ลดลง 5.94% จากปีก่อน โดยมีสินทรัพย์หลักคือ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 1,677 ล้านบาท (20% ของสินทรัพย์รวม) และที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ 5,294 ล้านบาท (64% ของสินทรัพย์รวม)
หนี้สินรวมลดลง 21.38% เหลือ 2,885.88 ล้านบาท โดยมีเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน 2,172 ล้านบาท (26% ของสินทรัพย์รวม)
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 5.01% เป็น 5,435.68 ล้านบาท จากการเพิ่มทุน 296 ล้านบาท หักลบด้วยผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 32 ล้านบาท และการจ่ายปันผล 5 ล้านบาท
## สรุปท้าย
SFT ในปี 2564 เผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนการบำบัดน้ำเสียที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศ และต้นทุนการขายไฟฟ้า แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตได้ดีจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณกากอุตสาหกรรมและการผลิตไฟฟ้าที่ครบวงจร อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ไม่ปกติ เช่น เพลิงไหม้อาคาร ยังส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการบริหาร การบริหารจัดการต้นทุนที่ผันผวนและเหตุการณ์พิเศษจะเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกกลับมามีกำไรในอนาคต ขณะที่ฐานะการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่งจากการลดลงของหนี้สินและการเพิ่มขึ้นของส่วนของผู้ถือหุ้น
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SFT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
246.67
ล้านบาท
↑ 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น
48.28
ล้านบาท
↑ 39.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.57
%
กำไรสุทธิ
10.53
ล้านบาท
↑ 54.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.27
%
D/E Ratio
0.38
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
247
↑ + 7.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
48
↑ + 39.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
11
↑ + 54.8%
YoY
D/E Ratio
0.38
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SFT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.38
ROE (%)
8.54
ROA (%)
8.19
Book Value/หุ้น
1.84
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SFT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-21
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+27
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SFT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-21.08
-49.76%
|
-41.96
-207.98%
|
38.86
-346.89%
|
-15.74
-63.03%
|
-42.58
-134.38%
|
123.85
+86.27%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
27.08
-1,929.73%
|
-1.48
-102.06%
|
71.79
-193.66%
|
-76.65
+278.33%
|
-20.26
-92.22%
|
-260.35
+353.26%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2.58
-105.57%
|
46.36
-179.33%
|
-58.44
-144.99%
|
129.89
+165.03%
|
49.01
-79.78%
|
242.34
-1,815.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
3.42
+17.12%
|
2.92
-94.41%
|
52.22
+39.25%
|
37.50
-370.95%
|
-13.84
-113.08%
|
105.84
-2,183.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
20.69
+29.31%
|
16.00
-48.32%
|
30.96
-68.76%
|
99.10
-10.51%
|
110.74
+2,160.00%
|
4.90
-50.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
26.05
+25.91%
|
20.69
+29.31%
|
16.00
-48.32%
|
30.96
-68.76%
|
99.10
-10.51%
|
110.74
+2,160.00%
|