บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.40
0.01 (0.71%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิเพิ่มขึ้น 33.37 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 42.7 โดยมีสาเหตุหลักมาจากยอดขายของบริษัทฯ ที่ เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ประกอบกับการจัดการความเสี่ยงที่มี ประสิทธิภาพส่งผลให้ได้รับประโยชน์จากอัตราแลกเปลี่ยนจากเงินบาทที่อ่อนค่า
รายได้จากระบบการพิมพ์กราเวียร์: ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.6 โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากการเติบโตของลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรม อาหารและเครื่องดื่ม ทั้งจากกลุ่มลูกค้าเดิมที่ให้ความไว้ใจในผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ ผ่านการผลิตสินค้ารายการใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึง การเพิ่มขึ้นของกลุ่มลูกค้าใหม่
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=16655 out_tok=2873 at=2026-07-26T04:33:18 -->
# SFT กำไร Q3/66 ดิ่ง 65.9% รับแรงกดดันยอดคำสั่งซื้อกราเวียร์วูบ-ต้นทุนโรงงานใหม่
## รายได้-กำไร Q3/66 หดตัว เหตุยอดสั่งซื้อเครื่องดื่มชะลอตัว-ต้นทุนคงที่โรงงานใหม่เพิ่ม ฝ่ายจัดการเร่งขยายฐานลูกค้า-พัฒนาผลิตภัณฑ์สู้
บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SFT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้จากการดำเนินงาน 218.50 ล้านบาท ลดลง 5.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 7.87 ล้านบาท ลดลงถึง 65.9% โดยมีสาเหตุหลักจากยอดคำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ระบบการพิมพ์กราเวียร์ในกลุ่มเครื่องดื่มที่ลดลง ประกอบกับต้นทุนคงที่จากการขยายโรงงานแห่งใหม่ที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นขยายฐานลูกค้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรและกำไรสุทธิของ SFT ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การลดลงของยอดคำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ระบบการพิมพ์กราเวียร์ (Gravure Printing) โดยเฉพาะจากลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 22.2% ใน Q3/2565 เหลือ 18.3% ใน Q3/2566 และกำไรสุทธิที่ลดลงถึง 65.9% YoY นอกจากนี้ **การรับรู้ต้นทุนคงที่จากการขยายโรงงานแห่งใหม่** ที่เริ่มดำเนินการผลิตแล้ว แต่ยังไม่สามารถใช้กำลังการผลิตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้ต้นทุนคงที่ต่อหน่วยสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale)
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ทำให้ยอดคำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ระบบการพิมพ์กราเวียร์ลดลง มาจาก **การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจจีน** ซึ่งส่งผลให้ลูกค้าของ SFT มียอดการส่งออกสินค้าไปยังประเทศจีนลดลง ทำให้ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น ประกอบกับเป็นช่วงนอกฤดูของธุรกิจลูกค้า และความไม่แน่นอนจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารที่ส่งออกไปยังต่างประเทศ สำหรับต้นทุนคงที่ที่เพิ่มขึ้นนั้น เกิดจากการลงทุนในโรงงานแห่งใหม่เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว ซึ่งในระยะสั้นยังไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้ทันที
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลในเอกสาร ระบุว่า **มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องในระยะสั้น แต่บริษัทฯ กำลังเร่งดำเนินการเพื่อแก้ไข** โดยฝ่ายจัดการได้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง การผลิตพลังงานไฟฟ้าจาก Solar Rooftop ในโรงงานใหม่ และคาดว่าค่าเสื่อมราคาต่อหน่วยจะลดลงเมื่อโรงงานสามารถใช้กำลังการผลิตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าผ่านการจัดกิจกรรมด้านการตลาด พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้กำลังการผลิตและอัตรากำลังคนให้สูงสุด รวมถึงการบุกตลาด Green Packaging อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะช่วยบรรเทาผลกระทบและสร้างการเติบโตในระยะยาว อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังคงชะลอตัวและปัจจัยภายนอกอื่นๆ ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้ Q3/66 หดตัว 5.1% YoY:** อยู่ที่ 218.50 ล้านบาท โดยหลักมาจากยอดคำสั่งซื้อระบบการพิมพ์กราเวียร์ในกลุ่มเครื่องดื่มลดลง
* **กำไรสุทธิ Q3/66 ดิ่ง 65.9% YoY:** เหลือเพียง 7.87 ล้านบาท จากผลกระทบยอดคำสั่งซื้อที่ลดลงและต้นทุนคงที่โรงงานใหม่
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** อยู่ที่ 18.3% จาก 22.2% YoY เนื่องจากยอดขายกราเวียร์ลดลงและต้นทุนคงที่ต่อหน่วยสูงขึ้น
* **9 เดือนแรกปี 66 รายได้โต 6.9%:** อยู่ที่ 696.23 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิลดลง 61.2% เหลือ 24.46 ล้านบาท
* **ลงทุนโรงงานใหม่เริ่มดำเนินการ:** เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว แต่ส่งผลให้ต้นทุนคงที่เพิ่มขึ้นในระยะสั้น
* **มุ่งขยายฐานลูกค้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์:** เน้น Green Packaging และการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 SFT มีรายได้จากการดำเนินงาน 218.50 ล้านบาท ลดลง 5.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ลดลง 6.0% มาอยู่ที่ 212.32 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการขายอื่นเพิ่มขึ้น 37.9% มาอยู่ที่ 6.18 ล้านบาท ทำให้รายได้รวมจากการดำเนินงานลดลง 5.1% YoY อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณา 9 เดือนแรกของปี 2566 รายได้รวมจากการดำเนินงานเติบโต 6.9% YoY แตะ 696.23 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากการเติบโตของรายได้จากระบบการพิมพ์กราเวียร์และรายได้จากการขายอื่น
ในด้านกำไรขั้นต้น ไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 39.89 ล้านบาท ลดลง 21.9% YoY ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 22.2% เป็น 18.3% สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2566 กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 124.69 ล้านบาท ลดลง 18.6% YoY และอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 17.9%
กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 7.87 ล้านบาท ลดลง 65.9% YoY และสำหรับ 9 เดือนแรกปี 2566 กำไรสุทธิอยู่ที่ 24.46 ล้านบาท ลดลง 61.2% YoY
## โอกาส
* **การขยายฐานลูกค้าใหม่:** บริษัทฯ เข้าร่วมงานแสดงสินค้า เช่น COSMOPROF CBE ASEAN 2023 เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและความงาม
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ Green Packaging:** บริษัทฯ เตรียมบุกตลาด Green Packaging อย่างเต็มรูปแบบ นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม
* **การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย:** การได้รับใบรับรอง BRC Global Standard Packaging Materials Issue 6 ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นและโอกาสในการขยายฐานลูกค้าในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องใช้ในครัวเรือน
* **โรงงานแห่งใหม่เริ่มดำเนินการ:** การลงทุนในโรงงานใหม่จะช่วยรองรับการขยายฐานลูกค้าในระยะยาวและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเมื่อใช้กำลังการผลิตเต็มที่
## ความเสี่ยง
* **การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและจีน:** ส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดส่งออกสินค้าของลูกค้า และลดความต้องการใช้จ่ายของผู้บริโภค
* **ความไม่แน่นอนจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน:** ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอาหารที่ส่งออกไปยังต่างประเทศ
* **การรับรู้ต้นทุนคงที่จากโรงงานใหม่:** ในระยะสั้นอาจกดดันอัตรากำไร หากยังไม่สามารถใช้กำลังการผลิตได้อย่างเต็มที่
* **ความผันผวนของค่าเงิน:** แม้บริษัทฯ จะมีการทำ Forward Contract เพื่อป้องกันความเสี่ยง แต่ยังคงมีผลกระทบต่อรายได้อื่นจากการรับรู้กำไร/ขาดทุน Mark to Market
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดคำสั่งซื้อระบบการพิมพ์กราเวียร์:** โดยเฉพาะจากลูกค้ากลุ่มเครื่องดื่ม ทั้งในและต่างประเทศ
* **อัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงงานแห่งใหม่:** และผลต่อต้นทุนคงที่ต่อหน่วย
* **ความคืบหน้าในการขยายฐานลูกค้าใหม่:** โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องสำอางและ Green Packaging
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนคงที่จากการดำเนินงาน
* **สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและจีน:** ที่อาจส่งผลต่ออุปสงค์ของสินค้าอุปโภคบริโภค
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** ในไตรมาส 3 ปี 2566 อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเนื่องจากการลดลงของยอดคำสั่งซื้อจากระบบการพิมพ์กราเวียร์ ส่งผลให้ต้นทุนคงที่ต่อหน่วยในการผลิตเพิ่มขึ้น ทำให้ไม่เกิดการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ซึ่งสะท้อนถึง Utilization ที่ยังไม่เต็มที่ในส่วนของระบบกราเวียร์
* **Order Book:** ยอดคำสั่งซื้อจากลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่มทั้งในและต่างประเทศลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไร
* **ราคาวัตถุดิบ:** ไม่ได้ระบุในเอกสารโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงการปรับตัวเพิ่มขึ้นของต้นทุนฟิล์มยืดเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อ
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 22.2% ใน Q3/2565 เป็น 18.3% ใน Q3/2566 และลดลงจาก 20.7% ใน Q2/2566 เป็น 18.3% ใน Q3/2566
* **ส่งออก:** ยอดการส่งออกสินค้าของลูกค้าไปยังประเทศจีนลดลง เป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบต่อยอดคำสั่งซื้อของ SFT
* **ค่าเงิน:** มีการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน (Mark to Market) จาก Forward Contract ซึ่งมีมูลค่าคงเหลือน้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้น 6.42 ล้านบาท จากสินค้าสำเร็จรูปและงานระหว่างทำที่เพิ่มขึ้นจากคำสั่งซื้อรอส่งมอบเป็นหลัก
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,087.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.9% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดลดลงจากการลงทุนในเครื่องจักรและก่อสร้างโรงงานใหม่ สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นจากคำสั่งซื้อรอส่งมอบ และที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์เพิ่มขึ้นจากการลงทุนซื้อเครื่องจักรและโรงงานใหม่
หนี้สินรวมอยู่ที่ 337.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.3% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้นจากการใช้สินเชื่อเพื่อนำเข้าวัตถุดิบและตั๋วสัญญาใช้เงิน และเงินกู้ยืมระยะยาวเพิ่มขึ้นจากการลงทุนซื้อเครื่องจักรเพิ่ม
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 750.09 ล้านบาท ลดลง 0.84% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากการจ่ายเงินปันผลประจำปี แม้จะมีการรับรู้กำไรจากการดำเนินงาน
อัตราส่วนหนี้สินต่อผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.45 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.42 เท่า ณ สิ้นปี 2565
## สรุปท้าย
SFT เผชิญความท้าทายในไตรมาส 3 ปี 2566 จากการชะลอตัวของอุปสงค์ในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขายระบบการพิมพ์กราเวียร์ และการรับรู้ต้นทุนคงที่จากโรงงานใหม่ที่เพิ่มขึ้น กดดันอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้แสดงความมุ่งมั่นในการปรับตัวโดยการขยายฐานลูกค้าใหม่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ Green Packaging และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในโรงงานแห่งใหม่ ซึ่งเป็นโอกาสในการฟื้นตัวและสร้างการเติบโตในระยะยาว แต่ยังคงต้องจับตาปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SFT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
246.67
ล้านบาท
↑ 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น
48.28
ล้านบาท
↑ 39.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.57
%
กำไรสุทธิ
10.53
ล้านบาท
↑ 54.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.27
%
D/E Ratio
0.38
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
247
↑ + 7.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
48
↑ + 39.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
11
↑ + 54.8%
YoY
D/E Ratio
0.38
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SFT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.38
ROE (%)
8.54
ROA (%)
8.19
Book Value/หุ้น
1.84
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SFT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-21
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+27
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SFT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-21.08
-49.76%
|
-41.96
-207.98%
|
38.86
-346.89%
|
-15.74
-63.03%
|
-42.58
-134.38%
|
123.85
+86.27%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
27.08
-1,929.73%
|
-1.48
-102.06%
|
71.79
-193.66%
|
-76.65
+278.33%
|
-20.26
-92.22%
|
-260.35
+353.26%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2.58
-105.57%
|
46.36
-179.33%
|
-58.44
-144.99%
|
129.89
+165.03%
|
49.01
-79.78%
|
242.34
-1,815.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
3.42
+17.12%
|
2.92
-94.41%
|
52.22
+39.25%
|
37.50
-370.95%
|
-13.84
-113.08%
|
105.84
-2,183.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
20.69
+29.31%
|
16.00
-48.32%
|
30.96
-68.76%
|
99.10
-10.51%
|
110.74
+2,160.00%
|
4.90
-50.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
26.05
+25.91%
|
20.69
+29.31%
|
16.00
-48.32%
|
30.96
-68.76%
|
99.10
-10.51%
|
110.74
+2,160.00%
|