บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
0.12
+0.01 (+9.09%)
สรุปสั้น
กำไรเพิ่มขึ้นจาก Q1/66 แต่ลดลงเทียบกับ Q2/65 โดยลดลงมากถึง 54.8% ทั้งนี้ สาเหตุหลักมาจากการมียอดขายที่ลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารปรับตัวสูงขึ้น
โดยรายได้ที่ลดลงสาเหตุหลักมาจากยอดขายที่ลดลงทั้งจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตามภาวะเศรษฐกิจและกําลังซื้อของผู้บริโภคใน ประเทศ ที่ยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงมากนัก
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
## บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) สรุปผลประกอบการไตรมาส 3/2567
บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) (บริษัท “SCM”) มีรายได้รวมในไตรมาส 3/2567 อยู่ที่ 448.8 ล้านบาท ลดลง 34.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 30.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิในช่วงนี้ที่ 11.6 ล้านบาท ลดลง 8.4% จากไตรมาสที่ผ่านมาและลดลง 42.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2566 การลดลงของรายได้ส่วนใหญ่มาจากยอดขายสินค้าผ่านนักธุรกิจในประเทศที่ลดลง 36.8% ซึ่งเกิดจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศที่ยังอยู่ในระดับไม่สูงนัก รวมถึงการแข่งขันในตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตรปรับตัวลดลงจากภาวะราคาปุ๋ยทั้งในตลาดโลกและในประเทศไทยที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลิตภัณฑ์ของ SCM มีราคาอยู่ในระดับที่เกิดความแตกต่างด้านราคาไม่มากนักเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์กลุ่มเดียวกันในตลาด
ในขณะเดียวกัน ยอดขายเครื่องทำน้ำแรซึ่งเป็นสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์ 8 in 1 ในช่วงไตรมาส 3/2567 ปรับตัวสูงขึ้น 129.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 63.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2566 ตามแผนการตลาดที่สนับสนุนให้สมาชิกสามารถขายต่อสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เขามีให้กับผู้บริโภคกลุ่มใหม่ได้มากขึ้น ด้านรายได้จากการส่งออกสินค้าไปให้กับตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศในงวด 9 เดือนแรกของปี 2567 เพิ่มขึ้น 96.2% เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศที่บริษัทฯ มีตัวแทนจำหน่ายสินค้า โดยเฉพาะประเทศกัมพูชาและมาเลเซียที่เริ่มฟื้นตัวและมีกำลังซื้อมากขึ้น ทำให้ยอดขายสินค้าของตัวแทนจำหน่ายในประเทศกัมพูชาและมาเลเซียปรับตัวดีขึ้น และส่งผลให้ยอดการสั่งซื้อสินค้าจากประเทศไทยของตัวแทนจำหน่ายในสองประเทศนี้ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
นอกจากนี้ รายได้จากการบริการในงวด 9 เดือนแรกของปี 2567 เพิ่มขึ้น 21.879% เป็นผลจากการที่บริษัทฯ มีการจัดกิจกรรมทางการตลาดและงานอบรมสัมมนาในรูปแบบออฟไลน์ให้กับตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ความรู้และทักษะเกี่ยวกับการขายสินค้า รวมถึงการสร้างแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจเครือข่าย ซึ่งเป็นงานที่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่าย จึงเป็นผลทำให้รายได้จากการบริการเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงจัดกิจกรรมแบบออนไลน์ที่ไม่มีการเก็บค่าบริการ แต่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในจำนวนกว้างควบคู่กันไปด้วย เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกทั้งในประเทศและต่างประเทศสามารถเข้าถึงกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง
ส่วนรายได้อื่น ๆ ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2567 ลดลง 22.2% เป็นผลมาจากการลดลงของรายได้ค่าสมัครสมาชิกใหม่ที่บริษัทฯ มีสมาชิกใหม่ลดลง รายได้จากการให้ตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศใช้ตราสินค้า (ลิขสิทธิ์ 8 in 1) ที่ปรับตัวลดลงตามยอดขายของตัวแทนจำหน่ายในหลายประเทศ และรายได้จากการขายสินค้าที่ระลึกที่ปรับตัวลดลงเช่นเดียวกัน
ต้นทุนในการจัดจำหน่าย (ค่าใช้จ่ายในการขาย) ส่วนใหญ่คือค่าคอมมิชชันที่บริษัทฯ จ่ายให้กับนักธุรกิจเครือข่าย รวมถึงค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2567 ปรับตัวลดลง 40.8% ตามทิศทางเดียวกันกับยอดขายที่ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาอัตราส่วนของการลดลงของค่าใช้จ่ายในการขาย (-40.8%) ที่ลดลงในอัตราที่มากกว่าการลดลงของยอดขายผ่านนักธุรกิจในประเทศ (-36.8%) เป็นผลมาจากการที่บริษัทฯ มีการปรับแผนการจ่ายค่าคอมมิชชันที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อให้มีความสมดุลและสอดคล้องกับยอดธุรกิจของบริษัทฯ โดยมีผลตั้งแต่เดือนมกราคม 2567 เป็นต้นมา อัตราการจ่ายค่าคอมมิชชันที่ลดลง จึงมีผลทำให้ค่าใช้จ่ายในการขายปรับตัวลดลงในอัตราที่มากกว่าการลดลงของยอดขาย
ค่าใช้จ่ายในการบริหารในงวด 9 เดือนแรกของปี 2567 ลดลง 12.2% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของค่าใช้จ่ายด้านพนักงานของ บริษัท จัดให้ ลิสซิง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วน 100% ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน บริษัทฯ ย่อยดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนการหยุดดำเนินธุรกิจ จึงมีค่าใช้จ่ายด้านพนักงานทั้งในส่วนของค่าตอบแทนรายเดือน และค่าตอบแทนพนักงานจากการหยุดประกอบธุรกิจ ขณะที่ไม่มีค่าใช้จ่ายดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 จึงเป็นผลทำให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารปรับตัวลดลง นอกจากนี้แล้วยังเป็นผลมาจากการที่บริษัทฯ บริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด โดยมีการปิดสาขาทียอดขายน้อย ไม่มีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจในระยะยาว และผลักดันให้สมาชิกใช้ช่องทางออนไลน์ในการสร้างยอดธุรกิจให้เพิ่มเติมมากขึ้น
บริษัทฯ มีกำไรสุทธิในไตรมาส 3/2567 เท่ากับ 11.6 ล้านบาท ลดลง 8.4% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2567 และลดลง 42.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2566 โดยมีอัตรากำไรสุทธิในงวด 9 เดือนแรกของปี 2567 อยู่ที่ 7.2% ต่ำกว่าอัตรากำไรสุทธิในงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 ซึ่งอยู่ที่ 9.0% ขณะที่อัตรากำไรสุทธิในไตรมาส 3/2567 อยู่ที่ 7.2% ลดลงจากอัตรากำไรสุทธิในไตรมาส 2/2567 ซึ่งอยู่ที่ 7.8%
### ฐานะทางการเงิน
สินทรัพย์รวมของ SCM ณ วันที่ 30 กันยายน 2567 ลดลง 0.1% เมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด และการลดลงของลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อ และการลดลงของสินทรัพย์ทางการเงินที่บริษัทถือลงทุนไว้เพื่อบริหารสภาพคล่องทางการเงิน ส่วนหนี้สินรวม ณ วันที่ 30 กันยายน 2567 ลดลง 24.9% เมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่น ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม ณ วันที่ 30 กันยายน 2567 ลดลง 6.2% เมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566 จากการลดลงของกำไรสะสมตามผลประกอบการของบริษัทฯ
### ปัจจัยความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุน
ปัจจัยความเสี่ยงในการลงทุนใน SCM มีดังนี้:
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกและในประเทศ:** การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและในประเทศอาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค และอาจทำให้ยอดขายของบริษัทฯ ลดลง
* **การแข่งขันในตลาด:** การแข่งขันในตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตรที่สูงขึ้น อาจทำให้ SCM ต้องเผชิญกับแรงกดดันด้านราคา
* **นโยบายทางการเงิน:** การเปลี่ยนแปลงของนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางอาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ
โอกาสในการลงทุนใน SCM มีดังนี้:
* **การเติบโตของตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตร:** ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตรในประเทศไทยยังมีศักยภาพในการเติบโตสูง
* **การขยายตลาดต่างประเทศ:** SCM มีโอกาสในการขยายตลาดไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่:** SCM มีความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค
แนวโน้มอนาคตของการลงทุนใน SCM ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลกและในประเทศ การแข่งขันในตลาด และนโยบายทางการเงินของธนาคารกลาง อย่างไรก็ตาม SCM มีแผนที่จะขยายตลาดต่างประเทศและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตของบริษัทฯ
### สรุป
โดยรวมแล้ว ผลประกอบการของ SCM ในไตรมาส 3/2567 สะท้อนถึงผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังอยู่ในระดับไม่สูงนัก รวมถึงการแข่งขันในตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีโอกาสในการเติบโตในอนาคต โดยเฉพาะจากการขยายตลาดต่างประเทศและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCM ไตรมาส 2/2023
รายได้รวม
162.42
ล้านบาท
↓ 6.8% YoY
กำไรขั้นต้น
85.57
ล้านบาท
↑ 14.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
52.68
%
กำไรสุทธิ
-37.44
ล้านบาท
↑ 2.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-23.05
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
162
↓ -6.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
86
↑ + 14.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-37
↑ + 2.8%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
-29.85
ROA (%)
-22.44
Book Value/หุ้น
0.49
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+60
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-38
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
60.29
+5.98%
|
56.89
+144.90%
|
23.23
-117.33%
|
-134.04
-881.57%
|
17.15
-90.55%
|
181.45
+31.59%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-37.71
-53.51%
|
-81.12
+0.82%
|
-80.46
-1,172.80%
|
7.50
-24.85%
|
9.98
-107.89%
|
-126.45
+783.65%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
13.54
-79.01%
|
64.50
-18.03%
|
78.69
-32.82%
|
117.14
+328.30%
|
27.35
-86.75%
|
206.47
-929.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
10.18
-27.70%
|
14.08
+41.94%
|
9.92
-203.44%
|
-9.59
-117.72%
|
54.11
-79.34%
|
261.91
+165.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
110.37
-51.17%
|
226.02
-10.25%
|
251.83
-55.32%
|
563.62
+20.39%
|
468.18
+126.96%
|
206.28
+91.75%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
145.46
+31.79%
|
110.37
-51.17%
|
226.02
-10.25%
|
251.83
-55.32%
|
563.62
+20.39%
|
468.18
+126.96%
|