บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
0.12
+0.01 (+9.09%)
สรุปสั้น
กำไรเพิ่มขึ้นจาก Q1/66 แต่ลดลงเทียบกับ Q2/65 โดยลดลงมากถึง 54.8% ทั้งนี้ สาเหตุหลักมาจากการมียอดขายที่ลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารปรับตัวสูงขึ้น
โดยรายได้ที่ลดลงสาเหตุหลักมาจากยอดขายที่ลดลงทั้งจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตามภาวะเศรษฐกิจและกําลังซื้อของผู้บริโภคใน ประเทศ ที่ยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงมากนัก
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
## บทวิเคราะห์ผลประกอบการ บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) ไตรมาส 1/2567
บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCM รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2567 โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 157.7 ล้านบาท ลดลง 31.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 35.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิในไตรมาสนี้อยู่ที่ 11.6 ล้านบาท ลดลง 50.5% เทียบกับไตรมาส 4/2566 และลดลง 42.1% เทียบกับไตรมาส 1/2566 สาเหตุหลักของการลดลงของรายได้และกำไรในไตรมาสนี้เกิดจากยอดขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และการลดลงของยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตรเนื่องจากราคาปุ๋ยปรับตัวลดลงในตลาดโลกและในประเทศไทย ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ มีราคาไม่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์กลุ่มเดียวกันในตลาด
อย่างไรก็ตาม ยอดขายในกลุ่มเครื่องสำอางของบริษัทฯ มีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยเพิ่มขึ้น 15.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และยอดขายสินค้าผ่านตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศมาเลเซีย เริ่มฟื้นตัว ส่งผลให้ยอดขายสินค้าของตัวแทนจำหน่ายในประเทศมาเลเซีย ปรับตัวดีขึ้น และยอดการสั่งซื้อสินค้าจากประเทศไทยของตัวแทนจำหน่ายในประเทศมาเลเซีย เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ในส่วนของการดำเนินงาน บริษัทฯ ได้มีการจัดกิจกรรมทางการตลาดและงานอบรมสัมมนาในรูปแบบออฟไลน์ เพื่อให้ความรู้และทักษะเกี่ยวกับการขายสินค้า รวมถึงสร้างแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจเครือข่าย ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการบริการเพิ่มขึ้น 206.7% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2566 นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงจัดกิจกรรมแบบออนไลน์ควบคู่ไปด้วย เพื่อให้สมาชิกทั้งในประเทศและต่างประเทศ เข้าถึงกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง
ต้นทุนการขายสินค้าของบริษัทฯ ลดลง 50.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากยอดขายลดลง แต่เมื่อพิจารณาอัตราส่วนของการลดลงของค่าใช้จ่ายในการขาย (-40.8%) พบว่าลดลงในอัตราที่มากกว่าการลดลงของยอดขาย (-37.7%) สาเหตุหลักมาจากการที่บริษัทฯ ปรับแผนการจ่ายค่าคอมมิชชั่นให้นักธุรกิจเครือข่าย เพื่อให้สอดคล้องกับยอดธุรกิจของบริษัทฯ
ค่าใช้จ่ายในการบริหารของบริษัทฯ ลดลง 13.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากบริษัทฯ ยอย บริษัท จัดให ลิสซิง จำกัด ได้หยุดดำเนินธุรกิจไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาค่าใช้จ่ายในการบริหารเทียบกับไตรมาส 4/2566 พบว่าเพิ่มขึ้น 8.0% เนื่องจากบริษัทฯ รับรู้ผลขาดทุนจากการขายรถยนต์ที่ยืดจากลูกหนี้เช่าซื้อ รวมถึงมีการตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อของบริษัท จัดให ลิสซิง จำกัด
สถานการณ์ทางเศรษฐกิจในไตรมาส 1/2567 ยังคงมีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค นโยบายการเงินของธนาคารกลางยังคงเข้มงวดเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ และความขัดแย้งทางการเมืองโลกยังคงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก
ในด้านฐานะการเงิน บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวมลดลง 2.7% เทียบกับสิ้นปี 2566 โดยส่วนใหญ่เกิดจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด และการลดลงของลูกหนี้สัญญาเช่าซื้อ เงินสดที่ลดลงเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือตามแผนการดำเนินธุรกิจ และการจ่ายชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้การค้า
หนี้สินรวมของบริษัทฯ ลดลง 16.2% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2566 สาเหตุหลักมาจากการลดลงของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่น ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2566 จากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสม
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ของบริษัทฯ อยู่ที่ 0.22 ณ สิ้นไตรมาส 1/2567 ซึ่งต่ำกว่า 0.26 ณ สิ้นปี 2566 สะท้อนถึงฐานะการเงินของบริษัทฯ ที่มีความแข็งแกร่ง
การไหลของเงินสดจากการดำเนินงานของบริษัทฯ ลดลงในไตรมาสนี้ สาเหตุหลักมาจากการลดลงของกำไรสุทธิ เงินสดจากการลงทุนเป็นบวก เนื่องจากบริษัทฯ มีการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร เงินสดจากการเงินเป็นลบ เนื่องจากบริษัทฯ มีการชำระหนี้
ปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญของบริษัทฯ ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความไม่แน่นอน การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบเกี่ยวกับธุรกิจเครือข่าย
โอกาสการเติบโตของบริษัทฯ อยู่ที่การขยายตลาดไปยังต่างประเทศ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และการปรับปรุงประสิทธิภาพของการดำเนินงาน
โดยรวมแล้ว บริษัทฯ มีแนวโน้มที่จะเติบโตในอนาคต แต่ผู้ลงทุนควรติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจโลก การเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบ และการแข่งขันในตลาดอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCM ไตรมาส 2/2023
รายได้รวม
162.42
ล้านบาท
↓ 6.8% YoY
กำไรขั้นต้น
85.57
ล้านบาท
↑ 14.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
52.68
%
กำไรสุทธิ
-37.44
ล้านบาท
↑ 2.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-23.05
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
162
↓ -6.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
86
↑ + 14.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-37
↑ + 2.8%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
-29.85
ROA (%)
-22.44
Book Value/หุ้น
0.49
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+60
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-38
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
60.29
+5.98%
|
56.89
+144.90%
|
23.23
-117.33%
|
-134.04
-881.57%
|
17.15
-90.55%
|
181.45
+31.59%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-37.71
-53.51%
|
-81.12
+0.82%
|
-80.46
-1,172.80%
|
7.50
-24.85%
|
9.98
-107.89%
|
-126.45
+783.65%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
13.54
-79.01%
|
64.50
-18.03%
|
78.69
-32.82%
|
117.14
+328.30%
|
27.35
-86.75%
|
206.47
-929.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
10.18
-27.70%
|
14.08
+41.94%
|
9.92
-203.44%
|
-9.59
-117.72%
|
54.11
-79.34%
|
261.91
+165.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
110.37
-51.17%
|
226.02
-10.25%
|
251.83
-55.32%
|
563.62
+20.39%
|
468.18
+126.96%
|
206.28
+91.75%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
145.46
+31.79%
|
110.37
-51.17%
|
226.02
-10.25%
|
251.83
-55.32%
|
563.62
+20.39%
|
468.18
+126.96%
|