บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
0.12
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรเพิ่มขึ้นจาก Q1/66 แต่ลดลงเทียบกับ Q2/65 โดยลดลงมากถึง 54.8% ทั้งนี้ สาเหตุหลักมาจากการมียอดขายที่ลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารปรับตัวสูงขึ้น
โดยรายได้ที่ลดลงสาเหตุหลักมาจากยอดขายที่ลดลงทั้งจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตามภาวะเศรษฐกิจและกําลังซื้อของผู้บริโภคใน ประเทศ ที่ยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงมากนัก
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6295 out_tok=2556 at=2026-07-26T03:40:54 -->
# SCM กำไรสุทธิ Q1/66 ดิ่ง 44.9% รับรายได้หลักหด เหตุเศรษฐกิจ-กำลังซื้อชะลอ
## รายได้จากการขายสินค้าวูบ 9.3% กดดันกำไรสุทธิ แม้คุมต้นทุนสินค้าได้ดีขึ้น
บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCM รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 20.0 ล้านบาท ลดลง 16.3 ล้านบาท หรือ 44.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวมที่ลดลง 9.3% แม้บริษัทจะบริหารต้นทุนสินค้าได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: บริการ
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก volume/SSS, จำนวนลูกค้า-สาขา, utilization, ราคาขาย, ต้นทุนแรงงาน/ค่าเช่า, หรือรายได้พิเศษ
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ SCM ในไตรมาส 1 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **รายได้จากการขายสินค้าและบริการที่หดตัวลง 9.3%** โดยเฉพาะยอดขายสินค้าผ่านนักธุรกิจในประเทศที่ลดลง 7.7% และยอดขายผ่านตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศที่ลดลงถึง 67.4% ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ รวมถึงการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ SCM ลดลง 44.9% มาจากการ **ลดลงของรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวม 25.1 ล้านบาท หรือ 9.3%** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยกดดันหลักมาจากยอดขายสินค้าผ่านนักธุรกิจในประเทศที่ลดลง 20.1 ล้านบาท (7.7%) และยอดขายผ่านตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศที่ลดลง 3.9 ล้านบาท (67.4%) แม้ว่าบริษัทจะสามารถบริหารต้นทุนสินค้าได้ดีขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) เพิ่มขึ้นจาก 77.8% เป็น 81.5% แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ยอดขายสินค้าผ่านนักธุรกิจในประเทศลดลง** เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศที่ยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงมากนัก ประกอบกับภาวะการแข่งขันในตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เพิ่มสูงขึ้น แม้ว่าผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตรจะมียอดขายเติบโตได้ดีจากราคาปุ๋ยที่แข่งขันได้และกระแสบอกต่อที่ดี แต่ไม่สามารถชดเชยยอดขายที่ลดลงจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้
* **ยอดขายผ่านตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศลดลง** เป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคในแต่ละประเทศที่บริษัทฯ มีตัวแทนจำหน่ายสินค้ายังอยู่ในช่วงฟื้นตัว ทำให้ยอดขายของตัวแทนจำหน่ายในแต่ละประเทศปรับตัวลดลง
* **รายได้จากการบริการลดลง** เนื่องจากบริษัทปรับเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมทางการตลาดจากออฟไลน์ที่มีค่าบริการ มาเป็นออนไลน์ที่ไม่มีค่าบริการ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้น และมีการปรับลดค่าบริการจากตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงกิจกรรม
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มี **รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 2.8 ล้านบาท (23.9%)** จากรายได้ค่าคอมมิชชั่นของบริษัทย่อยที่จัดสินเชื่อและให้ลูกค้าทำประกัน รวมถึงรายได้จากการบริหารสภาพคล่องผ่านการลงทุนในตราสารหนี้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีโอกาสที่จะฟื้นตัวได้ในระยะถัดไป แม้ว่าปัจจัยกดดันด้านเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคอาจยังคงอยู่ แต่บริษัทฯ ได้มีการปรับกลยุทธ์ทางการตลาด เช่น การเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านการโฆษณา การจ้างอินฟลูเอนเซอร์ และการจัดกิจกรรมสัมมนาต่างๆ เพื่อกระตุ้นการรับรู้และการขาย นอกจากนี้ การเติบโตของผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตร และการเพิ่มขึ้นของรายได้อื่นจากบริษัทย่อย อาจเป็นปัจจัยสนับสนุนการฟื้นตัวของรายได้ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 44.9%** อยู่ที่ 20.0 ล้านบาท จาก 36.3 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมลดลง 9.3%** อยู่ที่ 244.0 ล้านบาท จาก 269.1 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น** เป็น 81.5% จาก 77.8% เนื่องจากบริหารต้นทุนสินค้าได้ดี
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่าย (ค่าใช้จ่ายในการขาย) เพิ่มขึ้น 5.2%** จากการเพิ่มค่าใช้จ่ายส่งเสริมการตลาดและกิจกรรมสัมมนา
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 13.4%** จากค่าใช้จ่ายด้านพนักงานของบริษัทย่อยและค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อ
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 4.2%** เป็น 1,026.4 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ ลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อ และเงินสด
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวม 244.0 ล้านบาท ลดลง 25.1 ล้านบาท หรือ 9.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากยอดขายสินค้าผ่านนักธุรกิจในประเทศที่ลดลง 7.7% และยอดขายผ่านตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศที่ลดลง 67.4% รายได้จากการบริการก็ลดลง 74.2% จากการปรับรูปแบบกิจกรรมทางการตลาด อย่างไรก็ตาม รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 23.9% จากรายได้ค่าคอมมิชชั่นของบริษัทย่อยและรายได้จากการบริหารสภาพคล่อง
ต้นทุนจากการขายสินค้าและบริการรวมลดลง 14.4 ล้านบาท หรือ 24.2% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 81.5% จาก 77.8% ในปีก่อน
แต่ต้นทุนในการจัดจำหน่าย (ค่าใช้จ่ายในการขาย) เพิ่มขึ้น 7.3 ล้านบาท หรือ 5.2% จากการเพิ่มค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการตลาดและกิจกรรมสัมมนา ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 4.7 ล้านบาท หรือ 13.4% จากค่าใช้จ่ายพนักงานของบริษัทย่อยและค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อ
ส่งผลให้กำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลง 39.0% มาอยู่ที่ 29.0 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลง 44.9% มาอยู่ที่ 20.0 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมอยู่ที่ 7.7% ลดลงจาก 12.9% ในปีก่อน
## โอกาส
* **ผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตรเติบโตต่อเนื่อง:** ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคและมีราคาแข่งขันได้มากขึ้น
* **รายได้อื่นเพิ่มขึ้น:** จากรายได้ค่าคอมมิชชั่นของบริษัทย่อยที่จัดสินเชื่อและให้ลูกค้าทำประกัน รวมถึงรายได้จากการบริหารสภาพคล่อง
* **การปรับกลยุทธ์การตลาด:** เพิ่มค่าใช้จ่ายด้านการโฆษณา จ้างอินฟลูเอนเซอร์ และจัดกิจกรรมสัมมนา เพื่อกระตุ้นการขายและการรับรู้
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค:** ยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงมากนัก ส่งผลกระทบต่อยอดขายสินค้า
* **การแข่งขันในตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร:** เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจในต่างประเทศ:** ส่งผลกระทบต่อยอดขายผ่านตัวแทนจำหน่าย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศและต่างประเทศ
* ผลลัพธ์จากการเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและการจัดกิจกรรม
* การเติบโตของผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตร และการขยายตลาด
* การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* ผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยสินเชื่อ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขายสินค้าผ่านนักธุรกิจในประเทศ:** ลดลง 7.7% สาเหตุหลักจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชะลอตัวตามกำลังซื้อและการแข่งขันที่สูงขึ้น แม้ผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตรจะเติบโตได้ดี
* **รายได้จากการขายสินค้าผ่านตัวแทนจำหน่าย (ส่งออก):** ลดลง 67.4% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อในตลาดต่างประเทศยังฟื้นตัวช้า
* **รายได้จากการบริการ:** ลดลง 74.2% จากการเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมการตลาดเป็นออนไลน์ที่ไม่มีค่าบริการ และการปรับลดค่าบริการจากตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศ
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่าย (ค่าใช้จ่ายในการขาย):** เพิ่มขึ้น 5.2% จากการลงทุนในการโฆษณา จ้างอินฟลูเอนเซอร์ และจัดกิจกรรมสัมมนา
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 13.4% จากค่าใช้จ่ายพนักงานของบริษัทย่อย และการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 4.2% เป็น 1,026.4 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ ลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อของบริษัทย่อย และเงินสด หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 9.7% เป็น 240.3 ล้านบาท จากเจ้าหนี้การค้าและภาษีเงินได้นิติบุคคลค้างจ่าย ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 2.7% เป็น 786.1 ล้านบาท จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
SCM ในไตรมาส 1 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันจากรายได้ที่ลดลง 9.3% โดยเฉพาะยอดขายสินค้าหลักที่ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ชะลอตัวและการแข่งขันที่สูง แม้บริษัทจะสามารถบริหารต้นทุนสินค้าได้ดีขึ้น แต่อัตรากำไรสุทธิก็ยังคงปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีการปรับกลยุทธ์ด้านการตลาดและมีรายได้อื่นที่เติบโต ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาว่าจะมีส่วนช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของผลประกอบการในระยะต่อไปได้มากน้อยเพียงใด ท่ามกลางความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCM ไตรมาส 2/2023
รายได้รวม
162.42
ล้านบาท
↓ 6.8% YoY
กำไรขั้นต้น
85.57
ล้านบาท
↑ 14.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
52.68
%
กำไรสุทธิ
-37.44
ล้านบาท
↑ 2.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-23.05
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
162
↓ -6.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
86
↑ + 14.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-37
↑ + 2.8%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
-29.85
ROA (%)
-22.44
Book Value/หุ้น
0.49
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+60
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-38
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
60.29
+5.98%
|
56.89
+144.90%
|
23.23
-117.33%
|
-134.04
-881.57%
|
17.15
-90.55%
|
181.45
+31.59%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-37.71
-53.51%
|
-81.12
+0.82%
|
-80.46
-1,172.80%
|
7.50
-24.85%
|
9.98
-107.89%
|
-126.45
+783.65%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
13.54
-79.01%
|
64.50
-18.03%
|
78.69
-32.82%
|
117.14
+328.30%
|
27.35
-86.75%
|
206.47
-929.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
10.18
-27.70%
|
14.08
+41.94%
|
9.92
-203.44%
|
-9.59
-117.72%
|
54.11
-79.34%
|
261.91
+165.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
110.37
-51.17%
|
226.02
-10.25%
|
251.83
-55.32%
|
563.62
+20.39%
|
468.18
+126.96%
|
206.28
+91.75%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
145.46
+31.79%
|
110.37
-51.17%
|
226.02
-10.25%
|
251.83
-55.32%
|
563.62
+20.39%
|
468.18
+126.96%
|