บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
0.12
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรเพิ่มขึ้นจาก Q1/66 แต่ลดลงเทียบกับ Q2/65 โดยลดลงมากถึง 54.8% ทั้งนี้ สาเหตุหลักมาจากการมียอดขายที่ลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารปรับตัวสูงขึ้น
โดยรายได้ที่ลดลงสาเหตุหลักมาจากยอดขายที่ลดลงทั้งจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตามภาวะเศรษฐกิจและกําลังซื้อของผู้บริโภคใน ประเทศ ที่ยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงมากนัก
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4910 out_tok=2294 at=2026-07-26T04:08:03 -->
# SCM กำไรสุทธิพุ่ง 300% รับยอดขายโตแกร่ง-รายได้อื่นหนุน
## รายได้รวมโต 32.9% ดันกำไรสุทธิพุ่ง 299.2% ใน 9 เดือนแรกปี 64 ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นกลยุทธ์การตลาดออนไลน์และการขยายตลาดต่างประเทศเป็นปัจจัยสำคัญ
บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCM รายงานผลประกอบการงวดเก้าเดือนแรกปี 2564 มีรายได้รวม 873.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการจำหน่ายสินค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 149.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 299.2% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ฝ่ายบริหารชี้ว่ากลยุทธ์การตลาดออนไลน์และการขยายตลาดในต่างประเทศเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้บริษัทดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SCM ในงวดเก้าเดือนแรกปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการจำหน่ายสินค้า** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 35.7% หรือ 208.4 ล้านบาท ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของ **รายได้อื่น** อีก 64.2% หรือ 21.5 ล้านบาท ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้น 38.6% และดันให้กำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 299.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่าการเติบโตของรายได้จากการจำหน่ายสินค้าผ่านนักธุรกิจ มาจากการ **เพิ่มกลยุทธ์ทางการตลาดที่เน้นกลุ่มผู้บริโภคใหม่ในด้านการดูแลสุขภาพและสินค้าเพื่อการเกษตร** รวมถึงการจัดกิจกรรมทางการตลาดออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งช่วยกระตุ้นการบริโภคได้ดีแม้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 นอกจากนี้ การเติบโตของรายได้จากการจำหน่ายสินค้าผ่านตัวแทนจำหน่ายในประเทศกัมพูชาและสิงคโปร์ ซึ่งเป็นผลจากการที่แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ
สำหรับรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น มาจาก **รายได้ค่าบริการตัวแทนจำหน่ายในการบริการและตราสินค้าของบริษัทฯ** ซึ่งสะท้อนถึงการขยายฐานตัวแทนจำหน่ายและการให้บริการที่เพิ่มขึ้น
แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายจะเพิ่มขึ้น 12.8% และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 20.1% แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้มีสัดส่วนที่สูงกว่ามาก ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อยอดขายลดลง โดยค่าใช้จ่ายในการขายคิดเป็นสัดส่วนยอดขายลดลง 9.3% และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 1.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งแสดงถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับการเติบโตของรายได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการได้เน้นย้ำถึงการเพิ่มกลยุทธ์ทางการตลาดออนไลน์และการขยายตลาดในต่างประเทศ ซึ่งเป็นแนวทางที่สามารถปรับตัวได้ดีกับสถานการณ์ปัจจุบันและมีศักยภาพในการเติบโตต่อไป การที่แบรนด์เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นในตลาดต่างประเทศ เช่น กัมพูชา บ่งชี้ถึงโอกาสในการขยายฐานลูกค้าและยอดขายในอนาคต อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้อื่นอาจมีความผันผวนตามลักษณะของบริการและจำนวนตัวแทนจำหน่าย
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 299.2%**: อยู่ที่ 149.7 ล้านบาท ในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 เทียบกับ 37.5 ล้านบาท ในปีก่อน
* **รายได้รวมเติบโต 32.9%**: อยู่ที่ 873.6 ล้านบาท จาก 657.1 ล้านบาท ในปีก่อน
* **รายได้จากการจำหน่ายสินค้าโต 35.7%**: เป็นปัจจัยหลักหนุนรายได้รวม จากกลยุทธ์การตลาดออนไลน์และสินค้ากลุ่มสุขภาพ/เกษตร
* **รายได้อื่นเพิ่ม 64.2%**: จากค่าบริการตัวแทนจำหน่ายและตราสินค้า
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น แต่สัดส่วนต่อยอดขายลดลง**: สะท้อนการบริหารต้นทุนที่ดีเมื่อเทียบกับการเติบโตของรายได้
* **สินทรัพย์รวมเพิ่ม 13.3%**: จากลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น
* **หนี้สินรวมเพิ่ม 26.9%**: จากเจ้าหนี้การค้าและภาษีเงินได้ค้างจ่าย
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสินค้าและการบริการรวม 873.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.9% เมื่อเทียบกับ 657.1 ล้านบาท ในงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรขั้นต้น 665.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.6% เมื่อเทียบกับ 480.4 ล้านบาท ในปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 149.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 299.2% เมื่อเทียบกับ 37.5 ล้านบาท ในปีก่อน
## โอกาส
* **การขยายตลาดต่างประเทศ**: การเติบโตของยอดขายในกัมพูชาและสิงคโปร์ บ่งชี้ถึงโอกาสในการขยายฐานลูกค้าและรายได้ในภูมิภาคอาเซียน
* **กลยุทธ์การตลาดออนไลน์**: การปรับตัวสู่การตลาดออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้บริษัทเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้นและกระตุ้นยอดขายได้ดีในทุกสถานการณ์
* **สินค้ากลุ่มสุขภาพและการเกษตร**: การเน้นกลุ่มสินค้าดังกล่าวตอบรับเทรนด์ความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและภาคเกษตรกรรม
* **การเพิ่มรายได้จากบริการและตราสินค้า**: เป็นโอกาสในการสร้างรายได้เสริมและเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจ
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19**: แม้บริษัทจะปรับตัวได้ดี แต่การแพร่ระบาดที่ยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและสภาพเศรษฐกิจโดยรวม
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม**: ธุรกิจขายตรงมีการแข่งขันสูง การรักษาฐานลูกค้าและขยายฐานลูกค้าใหม่เป็นความท้าทายอย่างต่อเนื่อง
* **ความผันผวนของตลาดต่างประเทศ**: การดำเนินธุรกิจในต่างประเทศอาจเผชิญกับความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ เศรษฐกิจ และการเมืองของแต่ละประเทศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การเติบโตของยอดขายในตลาดต่างประเทศ**: โดยเฉพาะกัมพูชาและสิงคโปร์ ว่าจะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **ประสิทธิภาพของกลยุทธ์การตลาดออนไลน์**: การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อรับมือกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
* **การบริหารจัดการต้นทุน**: การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้
* **การขยายไลน์สินค้าใหม่**: โดยเฉพาะในกลุ่มสุขภาพและการเกษตร เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการจำหน่ายสินค้าผ่านนักธุรกิจ**: เพิ่มขึ้น 35.7% เป็นผลจากการเน้นกลยุทธ์การตลาดออนไลน์และสินค้ากลุ่มสุขภาพ/เกษตร
* **รายได้จากการจำหน่ายสินค้าผ่านตัวแทนจำหน่าย**: เพิ่มขึ้น 34.3% โดยเฉพาะในกัมพูชาและสิงคโปร์
* **รายได้จากการบริการ**: ลดลง 40.6% ซึ่งอาจเป็นผลจากการปรับโครงสร้างหรือการเปลี่ยนแปลงของบริการบางประเภท
* **ต้นทุนจากการขายสินค้าและบริการ**: เพิ่มขึ้น 17.4% แต่ต่ำกว่าการเติบโตของรายได้ ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขาย**: เพิ่มขึ้น 12.8% แต่สัดส่วนต่อยอดขายลดลง 9.3%
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร**: เพิ่มขึ้น 20.1% แต่สัดส่วนต่อยอดขายลดลง 1.0%
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,001.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.3% โดยมีสาเหตุหลักจากลูกหนี้ที่เกิดจากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้น หนี้สินรวมอยู่ที่ 287.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.9% จากเจ้าหนี้การค้าและภาษีเงินได้ค้างจ่าย ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 617.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5% จากกำไรสุทธิประจำงวด
## สรุปท้าย
SCM โชว์ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2564 เติบโตโดดเด่น โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การขยายตัวของรายได้จากการจำหน่ายสินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการเพิ่มขึ้นของรายได้อื่น ซึ่งเป็นผลมาจากกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ที่แข็งแกร่งและการขยายตลาดในต่างแดน แม้จะมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามการเติบโต แต่การบริหารจัดการต้นทุนที่รัดกุมทำให้กำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีโอกาสที่จะเติบโตต่อเนื่องจากแนวโน้มการขยายตลาดและเทรนด์สินค้าที่ตอบรับความต้องการของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 และการแข่งขันในอุตสาหกรรมยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCM ไตรมาส 2/2023
รายได้รวม
162.42
ล้านบาท
↓ 6.8% YoY
กำไรขั้นต้น
85.57
ล้านบาท
↑ 14.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
52.68
%
กำไรสุทธิ
-37.44
ล้านบาท
↑ 2.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-23.05
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
162
↓ -6.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
86
↑ + 14.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-37
↑ + 2.8%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
-29.85
ROA (%)
-22.44
Book Value/หุ้น
0.49
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+60
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-38
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
60.29
+5.98%
|
56.89
+144.90%
|
23.23
-117.33%
|
-134.04
-881.57%
|
17.15
-90.55%
|
181.45
+31.59%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-37.71
-53.51%
|
-81.12
+0.82%
|
-80.46
-1,172.80%
|
7.50
-24.85%
|
9.98
-107.89%
|
-126.45
+783.65%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
13.54
-79.01%
|
64.50
-18.03%
|
78.69
-32.82%
|
117.14
+328.30%
|
27.35
-86.75%
|
206.47
-929.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
10.18
-27.70%
|
14.08
+41.94%
|
9.92
-203.44%
|
-9.59
-117.72%
|
54.11
-79.34%
|
261.91
+165.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
110.37
-51.17%
|
226.02
-10.25%
|
251.83
-55.32%
|
563.62
+20.39%
|
468.18
+126.96%
|
206.28
+91.75%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
145.46
+31.79%
|
110.37
-51.17%
|
226.02
-10.25%
|
251.83
-55.32%
|
563.62
+20.39%
|
468.18
+126.96%
|