บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
0.12
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรเพิ่มขึ้นจาก Q1/66 แต่ลดลงเทียบกับ Q2/65 โดยลดลงมากถึง 54.8% ทั้งนี้ สาเหตุหลักมาจากการมียอดขายที่ลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารปรับตัวสูงขึ้น
โดยรายได้ที่ลดลงสาเหตุหลักมาจากยอดขายที่ลดลงทั้งจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตามภาวะเศรษฐกิจและกําลังซื้อของผู้บริโภคใน ประเทศ ที่ยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงมากนัก
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5652 out_tok=2217 at=2026-07-26T04:22:29 -->
# SCM กำไรสุทธิ Q3/2565 ลดลง 8.9% รับรายได้รวมหดตัว
## รายได้จากการขายสินค้าผ่านนักธุรกิจ-ตัวแทนจำหน่ายวูบ ปัจจัยหลักกดดันผลประกอบการ
บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCM รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2565 มีกำไรสุทธิ 136.4 ล้านบาท ลดลง 8.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลง 4.4% เป็นผลจากยอดขายสินค้าผ่านนักธุรกิจและตัวแทนจำหน่ายที่ปรับตัวลดลง แม้จะมีการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ SCM ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 ปรับตัวลดลง มาจาก **รายได้จากการขายสินค้าที่ลดลง โดยเฉพาะรายได้จากการขายผ่านนักธุรกิจและตัวแทนจำหน่าย** ซึ่งเป็นสัดส่วนรายได้หลักของบริษัทฯ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **รายได้จากการขายผ่านนักธุรกิจ:** ลดลง 1.7% เป็นผลจากยอดขายในประเทศที่ลดลงในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ แม้ว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตรจะเติบโตได้ดีจากการยอมรับของลูกค้าและราคาปุ๋ยที่สูงขึ้น แต่สัดส่วนรายได้ที่น้อยกว่าทำให้ไม่สามารถชดเชยยอดขายที่ลดลงของกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้
* **รายได้จากการขายผ่านตัวแทนจำหน่าย:** ลดลง 23.4% เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ในต่างประเทศ และการจัดกิจกรรมทางการตลาดออนไลน์ที่ยังไม่มากนักเมื่อเทียบกับประเทศไทย ทำให้ยอดขายและคำสั่งซื้อของตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ระบุว่าในช่วงไตรมาส 3/2565 ยอดส่งออกไปต่างประเทศเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 1 และ 2
* **รายได้จากการบริการ:** ลดลง 66.9% เนื่องจากบริษัทฯ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดกิจกรรมทางการตลาดจากออฟไลน์ที่มีการเก็บค่าบริการ มาเป็นออนไลน์ที่ไม่มีการเก็บค่าบริการเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้น
* **รายได้อื่น:** ลดลง 23.2% เป็นผลจากการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศลดลงตามยอดขายที่ลดลง
แม้ว่าต้นทุนจากการขายสินค้าและการบริการจะลดลง 8.8% และค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 5.8% ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากรายได้ที่ลดลง แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารกลับเพิ่มขึ้น 10.3% เป็นผลจากการลงทุนพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและบุคลากรเพิ่มเติม ส่งผลให้กำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ลดลง 7.6% และกำไรสุทธิลดลง 8.9%
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการระบุว่าในช่วงไตรมาส 3/2565 ยอดส่งออกไปต่างประเทศเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเป็นสัญญาณที่ดี อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศและผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ในต่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การลงทุนในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจดิจิทัล (Driving Digital) อาจส่งผลดีต่อประสิทธิภาพในระยะยาว แต่ในระยะสั้นยังคงมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 136.4 ล้านบาท ลดลง 8.9% YoY** จาก 149.7 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 835.2 ล้านบาท ลดลง 4.4% YoY** จาก 873.6 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายผ่านนักธุรกิจลดลง 1.7%** จากยอดขายในประเทศกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ชะลอตัว
* **รายได้จากการขายผ่านตัวแทนจำหน่ายลดลง 23.4%** จากผลกระทบ COVID-19 ในต่างประเทศ
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 10.3%** จากการลงทุนพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและบุคลากร
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสินค้าและการบริการรวม 835.2 ล้านบาท ลดลง 4.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการขายผ่านนักธุรกิจ 1.7% และรายได้จากการขายผ่านตัวแทนจำหน่าย 23.4% รวมถึงรายได้จากการบริการที่ลดลง 66.9% แม้ว่าต้นทุนจากการขายสินค้าและการบริการจะลดลง 8.8% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 71.7% เป็น 73.6% แต่การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร 10.3% ส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีลดลง 7.6% และกำไรสุทธิอยู่ที่ 136.4 ล้านบาท ลดลง 8.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 15.5% ใกล้เคียงกับ 16.1% ในปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตร:** ลูกค้าให้การยอมรับและบอกต่อผลิตภัณฑ์มากขึ้น ประกอบกับภาวะราคาปุ๋ยที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตรของบริษัทฯ ได้รับความสนใจจากลูกค้ามากขึ้น
* **การเพิ่มขึ้นของยอดส่งออกในไตรมาส 3/2565:** ยอดการส่งออกสินค้าไปให้กับตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี อาจเป็นสัญญาณของการฟื้นตัวในตลาดต่างประเทศ
* **กลยุทธ์ Driving Digital:** การลงทุนพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อบริหารงานและบริการลูกค้า จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขวางขึ้นในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค:** การฟื้นตัวของกำลังซื้อยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
* **สถานการณ์ COVID-19 ในต่างประเทศ:** ยังคงส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศ และการจัดกิจกรรมทางการตลาด
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจขายตรงมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มยอดขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในประเทศ และการฟื้นตัวของกำลังซื้อ
* การปรับตัวของยอดขายและคำสั่งซื้อจากตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศ
* ผลลัพธ์จากการลงทุนพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (Driving Digital) ต่อประสิทธิภาพการดำเนินงาน
* การเปลี่ยนแปลงของราคาปุ๋ยและแนวโน้มตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตร
* การจัดกิจกรรมทางการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์เพื่อกระตุ้นยอดขาย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขายผ่านนักธุรกิจ:** ลดลง 1.7% เนื่องจากยอดขายในประเทศกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชะลอตัวตามกำลังซื้อ แต่กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตรเติบโตได้ดี
* **รายได้จากการขายผ่านตัวแทนจำหน่าย:** ลดลง 23.4% จากผลกระทบ COVID-19 ในต่างประเทศและการจัดกิจกรรมออนไลน์ที่จำกัด แม้ว่า Q3/2565 จะมีสัญญาณการส่งออกที่ดีขึ้น
* **รายได้จากการบริการ:** ลดลง 66.9% จากการเปลี่ยนรูปแบบการจัดกิจกรรมเป็นออนไลน์ที่ไม่มีค่าบริการ
* **ต้นทุนจากการขาย:** ลดลง 6.4% สอดคล้องกับยอดขายที่ลดลง
* **ค่าใช้จ่ายในการขาย:** ลดลง 5.8% ส่วนใหญ่เป็นค่าคอมมิชชั่นที่จ่ายให้นักธุรกิจเครือข่าย
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 10.3% จากการลงทุนด้านเทคโนโลยีและบุคลากร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 สินทรัพย์รวมลดลง 8.5% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่ลดลง เนื่องจากการจ่ายเงินปันผลจำนวน 102.0 ล้านบาท หนี้สินรวมลดลง 10.6% จากการลดลงของภาษีเงินได้นิติบุคคลค้างจ่ายและหนี้สินตามสัญญาเช่า ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 7.8% จากการจ่ายเงินปันผลและกำไรสะสมที่ลดลง
## สรุปท้าย
SCM เผชิญแรงกดดันจากรายได้รวมที่ลดลงในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 โดยเฉพาะจากยอดขายสินค้าผ่านนักธุรกิจและตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศ แม้จะมีการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ แต่การลงทุนเพื่อพัฒนาระบบดิจิทัลทำให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม การเติบโตของผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตรและสัญญาณการส่งออกที่ดีขึ้นในไตรมาส 3 เป็นโอกาสที่ต้องจับตา ขณะที่ความเสี่ยงจากกำลังซื้อในประเทศและสถานการณ์ต่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCM ไตรมาส 2/2023
รายได้รวม
162.42
ล้านบาท
↓ 6.8% YoY
กำไรขั้นต้น
85.57
ล้านบาท
↑ 14.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
52.68
%
กำไรสุทธิ
-37.44
ล้านบาท
↑ 2.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-23.05
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
162
↓ -6.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
86
↑ + 14.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-37
↑ + 2.8%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
-29.85
ROA (%)
-22.44
Book Value/หุ้น
0.49
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+60
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-38
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
60.29
+5.98%
|
56.89
+144.90%
|
23.23
-117.33%
|
-134.04
-881.57%
|
17.15
-90.55%
|
181.45
+31.59%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-37.71
-53.51%
|
-81.12
+0.82%
|
-80.46
-1,172.80%
|
7.50
-24.85%
|
9.98
-107.89%
|
-126.45
+783.65%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
13.54
-79.01%
|
64.50
-18.03%
|
78.69
-32.82%
|
117.14
+328.30%
|
27.35
-86.75%
|
206.47
-929.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
10.18
-27.70%
|
14.08
+41.94%
|
9.92
-203.44%
|
-9.59
-117.72%
|
54.11
-79.34%
|
261.91
+165.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
110.37
-51.17%
|
226.02
-10.25%
|
251.83
-55.32%
|
563.62
+20.39%
|
468.18
+126.96%
|
206.28
+91.75%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
145.46
+31.79%
|
110.37
-51.17%
|
226.02
-10.25%
|
251.83
-55.32%
|
563.62
+20.39%
|
468.18
+126.96%
|