บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
0.12
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรเพิ่มขึ้นจาก Q1/66 แต่ลดลงเทียบกับ Q2/65 โดยลดลงมากถึง 54.8% ทั้งนี้ สาเหตุหลักมาจากการมียอดขายที่ลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารปรับตัวสูงขึ้น
โดยรายได้ที่ลดลงสาเหตุหลักมาจากยอดขายที่ลดลงทั้งจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตามภาวะเศรษฐกิจและกําลังซื้อของผู้บริโภคใน ประเทศ ที่ยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงมากนัก
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6999 out_tok=2297 at=2026-07-26T03:26:03 -->
# SCM กำไรสุทธิ Q3/66 ดิ่ง 53.7% รับยอดขายหด-ต้นทุนบริหารพุ่ง
## รายได้-กำไรทรุดตามภาวะเศรษฐกิจ-การแข่งขันสูง ฝ่ายจัดการชี้ต้นทุนพนักงาน-สำรองหนี้ใหม่กดดัน
บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCM รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 20.2 ล้านบาท ลดลง 53.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากยอดขายสินค้าที่ลดลงอย่างต่อเนื่องในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งฝ่ายจัดการมองว่าเป็นปัจจัยกดดันสำคัญที่ส่งผลต่อผลประกอบการในภาพรวม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: บริการ
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ SCM ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การหดตัวของรายได้จากการขายสินค้า โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตร ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **รายได้จากการขายสินค้าลดลง:** ฝ่ายจัดการระบุว่าสาเหตุหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ประกอบกับภาวะการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าหลักของบริษัทฯ นอกจากนี้ ยอดขายผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตรยังได้รับผลกระทบจากราคาปุ๋ยที่ลดลง ทำให้ความแตกต่างด้านราคาของผลิตภัณฑ์บริษัทฯ ไม่มากพอที่จะจูงใจผู้บริโภค
* **รายได้จากการส่งออกลดลง:** ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อในต่างประเทศที่ยังอยู่ในช่วงฟื้นตัว
* **รายได้จากการบริการลดลง:** เป็นผลจากการปรับเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมทางการตลาดจากออฟไลน์ที่เก็บค่าบริการ มาเป็นออนไลน์ที่ไม่เก็บค่าบริการ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น:** สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายด้านพนักงานของบริษัทย่อยที่เพิ่งเริ่มดำเนินธุรกิจในปี 2565 รวมถึงการตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อ และการเพิ่มบุคลากรในสายงานขาย
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการระบุถึงภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ยังไม่สูงมากนัก รวมถึงการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมทางการตลาดและการเพิ่มบุคลากรในสายงานขาย อาจเป็นกลยุทธ์ที่มุ่งหวังผลในระยะยาว แต่ก็ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นในระยะสั้น การฟื้นตัวของกำลังซื้อและภาวะการแข่งขันจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/66 ลดลง 53.7% YoY:** อยู่ที่ 20.2 ล้านบาท จาก 25.5 ล้านบาทใน Q2/66 และ 43.6 ล้านบาทใน Q3/65
* **รายได้จากการขายสินค้า Q3/66 ลดลง 10.9% YoY:** อยู่ที่ 210.1 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายสินค้าผ่านนักธุรกิจในประเทศลดลง 10.6%
* **ยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเกษตรหดตัว:** เป็นสาเหตุหลักของการลดลงของรายได้จากการขายสินค้าในประเทศ
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร Q3/66 เพิ่มขึ้น 5.3% YoY:** โดยมีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายพนักงานบริษัทย่อยและการตั้งสำรองหนี้
* **อัตรากำไรสุทธิ Q3/66 อยู่ที่ 9.1%:** ลดลงจาก 10.2% ใน Q2/66 และ 15.0% ใน Q3/65
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCM มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวม 235.8 ล้านบาท ลดลง 10.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และลดลง 17.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยรายได้จากการขายสินค้าผ่านนักธุรกิจในประเทศ ซึ่งเป็นรายได้หลัก ลดลง 10.6% QoQ และ 12.6% YTD ขณะที่รายได้จากการส่งออกสินค้าไปให้กับตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศลดลงอย่างมีนัยสำคัญทั้ง QoQ และ YTD ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 20.2 ล้านบาท ลดลง 21.0% QoQ และลดลง 53.7% YoY สำหรับผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวม 689.6 ล้านบาท ลดลง 17.0% YoY และมีกำไรสุทธิ 25.7 ล้านบาท ลดลง 51.8% YoY โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 9.0% ลดลงจาก 15.6% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การปรับกลยุทธ์การตลาดออนไลน์:** การเปลี่ยนไปใช้กิจกรรมทางการตลาดออนไลน์ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้น อาจช่วยเพิ่มการเข้าถึงและสร้างการรับรู้แบรนด์ในระยะยาว
* **การเติบโตของสินค้ากลุ่มเครื่องสำอางและเครื่องทำน้ำแร่:** พบว่ามียอดขายที่ปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาส 3 ปี 2566 (+6.5% และ +34.7% ตามลำดับ) ซึ่งอาจเป็นกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพในการเติบโต
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ยังอ่อนแอ:** เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อยอดขายสินค้าในประเทศและต่างประเทศ
* **การแข่งขันที่รุนแรงในตลาด:** โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ทำให้การรักษาฐานลูกค้าและยอดขายเป็นไปได้ยาก
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** เช่น ราคาปุ๋ยที่ส่งผลกระทบต่อยอดขายผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตร
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านพนักงานและค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้ อาจกดดันอัตรากำไรในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มกำลังซื้อของผู้บริโภค:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อยอดขาย
* **กลยุทธ์การแข่งขันและการตลาด:** บริษัทฯ จะสามารถปรับตัวเพื่อรับมือกับการแข่งขันที่รุนแรงและสร้างยอดขายได้อย่างไร
* **ผลลัพธ์จากการปรับกลยุทธ์การตลาดออนไลน์:** จะสามารถสร้างการเติบโตของรายได้จากการบริการได้หรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้
* **ยอดขายของกลุ่มสินค้าที่เติบโต:** เช่น เครื่องสำอางและเครื่องทำน้ำแร่ จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขายสินค้าผ่านนักธุรกิจในประเทศ:** ลดลง 12.6% YTD โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ยอดขายอันดับ 1) และกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตร (ยอดขายอันดับ 2) เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้รวมลดลง
* **รายได้จากการส่งออก:** ลดลง 81.4% YTD เนื่องจากกำลังซื้อในต่างประเทศยังไม่สูงมากนัก
* **รายได้จากการบริการ:** ลดลง 86.1% YTD จากการเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมการตลาดเป็นออนไลน์และลดค่าบริการตัวแทนจำหน่ายต่างประเทศ
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่าย (ค่าใช้จ่ายในการขาย):** ลดลง 7.1% YTD ตามยอดขายที่ลดลง แต่สัดส่วนการลดลงน้อยกว่ายอดขาย เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายด้านการตลาดใหม่ๆ เช่น ค่าโฆษณาและพรีเซ็นเตอร์
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 32.2% YTD จากค่าใช้จ่ายพนักงานบริษัทย่อย การตั้งสำรองหนี้ และการเพิ่มบุคลากรสายงานขาย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 887.6 ล้านบาท ลดลง 9.9% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจากการจ่ายเงินปันผล และการลดลงของลูกหนี้การค้า หนี้สินรวมอยู่ที่ 192.2 ล้านบาท ลดลง 12.3% จากสิ้นปี 2565 จากการลดลงของภาษีเงินได้นิติบุคคลค้างจ่าย หนี้สินตามสัญญาเช่า และเจ้าหนี้การค้า ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 695.4 ล้านบาท ลดลง 9.1% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากการลดลงของกำไรสะสม
## สรุปท้าย
SCM เผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่อ่อนแอ รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรง ส่งผลให้รายได้จากการขายสินค้าหลักหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการดำเนินงานของบริษัทย่อยและการตั้งสำรองหนี้ใหม่ ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมาก แม้จะมีโอกาสจากการเติบโตของสินค้าบางกลุ่มและการปรับกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ แต่ปัจจัยกดดันด้านรายได้และต้นทุนยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCM ไตรมาส 2/2023
รายได้รวม
162.42
ล้านบาท
↓ 6.8% YoY
กำไรขั้นต้น
85.57
ล้านบาท
↑ 14.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
52.68
%
กำไรสุทธิ
-37.44
ล้านบาท
↑ 2.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-23.05
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
162
↓ -6.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
86
↑ + 14.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-37
↑ + 2.8%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
-29.85
ROA (%)
-22.44
Book Value/หุ้น
0.49
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+60
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-38
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
60.29
+5.98%
|
56.89
+144.90%
|
23.23
-117.33%
|
-134.04
-881.57%
|
17.15
-90.55%
|
181.45
+31.59%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-37.71
-53.51%
|
-81.12
+0.82%
|
-80.46
-1,172.80%
|
7.50
-24.85%
|
9.98
-107.89%
|
-126.45
+783.65%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
13.54
-79.01%
|
64.50
-18.03%
|
78.69
-32.82%
|
117.14
+328.30%
|
27.35
-86.75%
|
206.47
-929.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
10.18
-27.70%
|
14.08
+41.94%
|
9.92
-203.44%
|
-9.59
-117.72%
|
54.11
-79.34%
|
261.91
+165.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
110.37
-51.17%
|
226.02
-10.25%
|
251.83
-55.32%
|
563.62
+20.39%
|
468.18
+126.96%
|
206.28
+91.75%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
145.46
+31.79%
|
110.37
-51.17%
|
226.02
-10.25%
|
251.83
-55.32%
|
563.62
+20.39%
|
468.18
+126.96%
|