บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
0.12
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรเพิ่มขึ้นจาก Q1/66 แต่ลดลงเทียบกับ Q2/65 โดยลดลงมากถึง 54.8% ทั้งนี้ สาเหตุหลักมาจากการมียอดขายที่ลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารปรับตัวสูงขึ้น
โดยรายได้ที่ลดลงสาเหตุหลักมาจากยอดขายที่ลดลงทั้งจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตามภาวะเศรษฐกิจและกําลังซื้อของผู้บริโภคใน ประเทศ ที่ยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงมากนัก
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3736 out_tok=2089 at=2026-07-26T04:03:29 -->
# SCM กำไรสุทธิ Q1/2565 โตเล็กน้อย 1.76% รับแรงหนุนรายได้อื่น แม้ค่านายหน้าลด
## รายได้อื่นพลิกบวกดันกำไรโต 1.76% สวนทางค่านายหน้าวูบ เหตุตลาดซบเซา
บริษัทหลักทรัพย์เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MST รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 281.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.87 ล้านบาท หรือ 1.76% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้หลักจากค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์จะปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ได้รับการชดเชยจากรายได้อื่นที่เติบโตสูง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: บริการ
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก volume/SSS, จำนวนลูกค้า-สาขา, utilization, ราคาขาย, ต้นทุนแรงงาน/ค่าเช่า, หรือรายได้พิเศษ
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ MST ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้อื่นถึง 50.97%** ซึ่งสามารถชดเชยการลดลงของรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ที่หดตัวไป 17.28% ได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิโดยรวมยังคงเติบโตได้เล็กน้อย 1.76%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของรายได้ค่านายหน้าส่วนใหญ่มาจากการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ลดลง 18.53% เป็นผลมาจากมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ที่ลดลงเล็กน้อย (0.73%) ประกอบกับสัดส่วนนักลงทุนบุคคล ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของบริษัท ลดลงจาก 47.33% เหลือ 41.52% ทำให้มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยของนักลงทุนบุคคลลดลงถึง 12.91%
ในทางกลับกัน รายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 112.16 ล้านบาท มาจากปัจจัยหลัก 3 ประการ คือ รายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 37.35 ล้านบาท, กำไรจากเงินลงทุนและตราสารอนุพันธ์ที่เพิ่มขึ้น 46.82 ล้านบาท และรายได้อื่น ๆ ที่เพิ่มขึ้นอีก 27.99 ล้านบาท
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายรวมของบริษัทยังลดลง 2.50% หรือ 15.03 ล้านบาท โดยหลักมาจากค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานที่ลดลง 19.96 ล้านบาท และค่าธรรมเนียมและบริการจ่ายที่ลดลง 12.55 ล้านบาท ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อกำไรสุทธิ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** แม้ว่ารายได้อื่นจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้ แต่ปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือ กำไรจากเงินลงทุนและตราสารอนุพันธ์ ซึ่งมีความผันผวนสูงและขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด การเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์อาจมีแนวโน้มต่อเนื่องหากตลาดหุ้นยังคงมีความต้องการสินเชื่อเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์ แต่ก็ยังคงต้องพิจารณาถึงสภาวะตลาดโดยรวมและนโยบายการปล่อยสินเชื่อของบริษัทฯ
ส่วนการลดลงของรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์นั้น ฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยของตลาดที่ลดลงและสัดส่วนนักลงทุนบุคคลที่ลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าสภาวะตลาดจะฟื้นตัวกลับมาหรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q1/2565 อยู่ที่ 281.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.76% YoY**
* **รายได้ค่านายหน้าลดลง 17.28%** จากมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยของตลาดที่ลดลงและสัดส่วนนักลงทุนบุคคลที่ลดลง
* **รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 50.97%** หนุนโดยรายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ และกำไรจากเงินลงทุนและตราสารอนุพันธ์
* **ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 2.50%** จากค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานและค่าธรรมเนียมและบริการจ่ายที่ลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทหลักทรัพย์เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 281.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.87 ล้านบาท หรือ 1.76% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 276.73 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นผลมาจากการปรับตัวลดลงของรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ แต่ได้รับการชดเชยด้วยการเพิ่มขึ้นของรายได้อื่น ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายรวมที่ลดลง
## โอกาส
* **การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์:** หากสภาวะตลาดเอื้ออำนวยและมีความต้องการสินเชื่อเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น จะเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ส่วนนี้
* **กำไรจากเงินลงทุนและตราสารอนุพันธ์:** หากตลาดมีทิศทางที่เป็นบวก บริษัทฯ มีโอกาสสร้างกำไรจากพอร์ตการลงทุนได้มากขึ้น
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานและค่าธรรมเนียมและบริการจ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยรักษาอัตรากำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของมูลค่าการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์:** หากมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยของตลาดลดลงอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ค่านายหน้า ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัท
* **การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนนักลงทุนบุคคล:** การลดลงของสัดส่วนนักลงทุนบุคคลอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ค่านายหน้า เนื่องจากเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัท
* **ความผันผวนของกำไรจากเงินลงทุนและตราสารอนุพันธ์:** รายได้ส่วนนี้มีความไม่แน่นอนสูง ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการโดยรวมได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในไตรมาสถัดไป
* การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนนักลงทุนบุคคลเทียบกับนักลงทุนสถาบัน
* ทิศทางและผลตอบแทนของพอร์ตเงินลงทุนและตราสารอนุพันธ์
* การบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ ของบริษัทฯ
* แนวโน้มการปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้ค่านายหน้า:** ลดลง 118.63 ล้านบาท (-17.28%) โดยเฉพาะจากซื้อขายหลักทรัพย์ที่ลดลง 119.76 ล้านบาท (-18.53%) เนื่องจากมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยของตลาดลดลงเล็กน้อย และสัดส่วนนักลงทุนบุคคลลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ:** ลดลง 2.85 ล้านบาท (-6.81%) เป็นผลจากค่าที่ปรึกษาทางการเงินและค่าธรรมเนียมอื่นลดลง แม้ค่าธรรมเนียมจากการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์และค่าธรรมเนียมหน่วยลงทุนจะเพิ่มขึ้น
* **รายได้อื่น:** เพิ่มขึ้น 112.16 ล้านบาท (+50.97%) เป็นปัจจัยบวกสำคัญ โดยมาจากดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (+37.35 ล้านบาท) และกำไรจากเงินลงทุนและตราสารอนุพันธ์ (+46.82 ล้านบาท)
* **ค่าใช้จ่ายรวม:** ลดลง 15.03 ล้านบาท (-2.50%) จากค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานและค่าธรรมเนียมและบริการจ่ายที่ลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 ของ MST เติบโตเล็กน้อย 1.76% จากแรงหนุนของรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะกำไรจากเงินลงทุนและตราสารอนุพันธ์ ซึ่งช่วยชดเชยรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากสภาวะตลาดที่ซบเซาและสัดส่วนนักลงทุนบุคคลที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของรายได้จากเงินลงทุนและสภาวะตลาดที่ผันผวนยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนควรจับตาในไตรมาสถัดไป ขณะที่การบริหารจัดการต้นทุนยังคงเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยประคองผลกำไร
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCM ไตรมาส 2/2023
รายได้รวม
162.42
ล้านบาท
↓ 6.8% YoY
กำไรขั้นต้น
85.57
ล้านบาท
↑ 14.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
52.68
%
กำไรสุทธิ
-37.44
ล้านบาท
↑ 2.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-23.05
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
162
↓ -6.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
86
↑ + 14.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-37
↑ + 2.8%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
-29.85
ROA (%)
-22.44
Book Value/หุ้น
0.49
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+60
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-38
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
60.29
+5.98%
|
56.89
+144.90%
|
23.23
-117.33%
|
-134.04
-881.57%
|
17.15
-90.55%
|
181.45
+31.59%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-37.71
-53.51%
|
-81.12
+0.82%
|
-80.46
-1,172.80%
|
7.50
-24.85%
|
9.98
-107.89%
|
-126.45
+783.65%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
13.54
-79.01%
|
64.50
-18.03%
|
78.69
-32.82%
|
117.14
+328.30%
|
27.35
-86.75%
|
206.47
-929.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
10.18
-27.70%
|
14.08
+41.94%
|
9.92
-203.44%
|
-9.59
-117.72%
|
54.11
-79.34%
|
261.91
+165.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
110.37
-51.17%
|
226.02
-10.25%
|
251.83
-55.32%
|
563.62
+20.39%
|
468.18
+126.96%
|
206.28
+91.75%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
145.46
+31.79%
|
110.37
-51.17%
|
226.02
-10.25%
|
251.83
-55.32%
|
563.62
+20.39%
|
468.18
+126.96%
|