บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
0.12
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรเพิ่มขึ้นจาก Q1/66 แต่ลดลงเทียบกับ Q2/65 โดยลดลงมากถึง 54.8% ทั้งนี้ สาเหตุหลักมาจากการมียอดขายที่ลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารปรับตัวสูงขึ้น
โดยรายได้ที่ลดลงสาเหตุหลักมาจากยอดขายที่ลดลงทั้งจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตามภาวะเศรษฐกิจและกําลังซื้อของผู้บริโภคใน ประเทศ ที่ยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงมากนัก
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4854 out_tok=2713 at=2026-07-27T12:23:14 -->
# SCM กำไรสุทธิ Q2/2564 พุ่ง 354% รับยอดขายในประเทศโตแรง
## รายได้รวมโต 32.8% หนุนกำไรสุทธิก้าวกระโดด ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นกลยุทธ์การตลาดออนไลน์และการขยายตลาดต่างประเทศเป็นปัจจัยสำคัญ
บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCM รายงานผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกปี 2564 มีรายได้รวมจากการขายสินค้าและการบริการอยู่ที่ 529.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของยอดขายผ่านนักธุรกิจในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการปรับกลยุทธ์ทางการตลาดที่เน้นกลุ่มผู้บริโภคใหม่ด้านสุขภาพและเกษตร รวมถึงการจัดกิจกรรมออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพ ประกอบกับการขยายตลาดในต่างประเทศ เช่น กัมพูชาและสิงคโปร์ ส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 88.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 354.4%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ SCM ในงวด 6 เดือนแรกปี 2564 เติบโตอย่างก้าวกระโดด มาจาก **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการจำหน่ายสินค้าผ่านนักธุรกิจในประเทศ** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 36.5% คิดเป็น 130.1 ล้านบาท และ **การขยายตัวของรายได้จากการจำหน่ายสินค้าผ่านตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศ** โดยเฉพาะกัมพูชาและสิงคโปร์ที่เพิ่มขึ้น 23.0% คิดเป็น 6.5 ล้านบาท ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่พุ่งสูงขึ้นถึง 354.4% หรือ 69.1 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
กลไกที่ขับเคลื่อนการเติบโตนี้เกิดจากการที่บริษัทฯ ปรับกลยุทธ์ทางการตลาดให้เข้ากับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยเน้นการจัดกิจกรรมทางการตลาดในรูปแบบออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคใหม่ๆ โดยเฉพาะในด้านการดูแลสุขภาพและสินค้าเพื่อการเกษตร นอกจากนี้ การที่แบรนด์ของบริษัทฯ เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นในตลาดต่างประเทศ เช่น กัมพูชา ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันยอดขาย
สำหรับแนวโน้มการเติบโตในอนาคต ฝ่ายจัดการได้ระบุถึงการเพิ่มกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อเน้นกลุ่มผู้บริโภคใหม่และการจัดกิจกรรมออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** เนื่องจากเป็นการปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และยังสามารถดำเนินธุรกิจได้แม้ในสถานการณ์การแพร่ระบาด นอกจากนี้ การเติบโตของรายได้จากตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศที่แบรนด์เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น ก็เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการเติบโตในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 6 เดือนแรกปี 2564 เติบโต 32.8%** แตะ 529.6 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2564 พุ่ง 354.4%** สู่ระดับ 88.6 ล้านบาท
* **ยอดขายผ่านนักธุรกิจในประเทศเพิ่มขึ้น 36.5%** จากกลยุทธ์การตลาดออนไลน์และสินค้าใหม่
* **รายได้จากตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศเติบโต 23.0%** โดยเฉพาะกัมพูชาและสิงคโปร์
* **รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 90%** จากค่าบริการตัวแทนจำหน่าย
* **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 14.3%** ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 17.0%** ตามขนาดธุรกิจที่ขยายตัว
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสินค้าและการบริการรวม 529.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 130.9 ล้านบาท หรือ 32.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการจำหน่ายสินค้าผ่านนักธุรกิจในประเทศ 130.1 ล้านบาท (36.5%) และรายได้จากการจำหน่ายสินค้าผ่านตัวแทนจำหน่าย 6.5 ล้านบาท (23.0%) ขณะที่รายได้จากการบริการลดลง 5.7 ล้านบาท (40.4%)
ต้นทุนจากการขายสินค้าและการบริการรวมอยู่ที่ 128.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.8 ล้านบาท หรือ 17.6% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 112.2 ล้านบาท หรือ 38.4% อยู่ที่ 404.2 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ 71.4% เพิ่มขึ้นจาก 69.9% ในปีก่อน
รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 17.1 ล้านบาท หรือ 90% อยู่ที่ 36.1 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 34.6 ล้านบาท หรือ 14.3% อยู่ที่ 277.9 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 7.2 ล้านบาท หรือ 17.0% อยู่ที่ 49.5 ล้านบาท
ส่งผลให้กำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 87.4 ล้านบาท หรือ 341.4% อยู่ที่ 113.0 ล้านบาท เมื่อหักต้นทุนทางการเงิน 1.7 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 22.7 ล้านบาท ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ 88.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.1 ล้านบาท หรือ 354.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การปรับกลยุทธ์การตลาดออนไลน์:** การเน้นกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยให้บริษัทฯ สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคใหม่ๆ และกระตุ้นการบริโภคได้ แม้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งเป็นโอกาสในการขยายฐานลูกค้า
* **การเติบโตของสินค้ากลุ่มสุขภาพและเกษตร:** การมุ่งเน้นกลุ่มผู้บริโภคใหม่ในด้านการดูแลสุขภาพและกลุ่มสินค้าเพื่อการเกษตร สอดคล้องกับแนวโน้มความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและภาคเกษตรกรรมที่ต้องการพัฒนา ซึ่งเป็นโอกาสในการเพิ่มยอดขาย
* **การขยายตลาดต่างประเทศ:** การเติบโตของรายได้จากตัวแทนจำหน่ายในประเทศกัมพูชาและสิงคโปร์ บ่งชี้ถึงโอกาสในการขยายตลาดในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะเมื่อแบรนด์เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น
* **รายได้อื่นจากการบริการ:** การเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าบริการตัวแทนจำหน่ายในการบริการและตราสินค้าของบริษัทฯ เป็นโอกาสในการสร้างรายได้เสริมจากการดำเนินธุรกิจหลัก
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของ COVID-19:** สถานการณ์การแพร่ระบาดที่ยังคงมีความไม่แน่นอนและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและสภาพแวดล้อมการดำเนินธุรกิจ แม้ว่าบริษัทฯ จะยังไม่พบผลกระทบทางการเงินที่มีสาระสำคัญในขณะนี้
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นตามยอดขายและขนาดธุรกิจที่ขยายตัว อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การพึ่งพิงนักธุรกิจและตัวแทนจำหน่าย:** รูปแบบธุรกิจที่พึ่งพิงเครือข่ายนักธุรกิจและตัวแทนจำหน่าย อาจมีความเสี่ยงหากเกิดการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างหรือแรงจูงใจของเครือข่ายดังกล่าว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ประสิทธิภาพของกลยุทธ์การตลาดออนไลน์:** ติดตามผลลัพธ์และความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
* **การเติบโตของตลาดต่างประเทศ:** ประเมินศักยภาพการขยายตลาดในประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากกัมพูชาและสิงคโปร์
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** จับตาการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพื่อรักษาระดับอัตรากำไรที่ดี
* **ผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19:** ติดตามแนวโน้มการระบาดและมาตรการของภาครัฐที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่:** ประเมินการตอบรับของตลาดต่อสินค้าใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มสุขภาพและเกษตร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
ในส่วนของรายได้จากการจำหน่ายสินค้าผ่านนักธุรกิจ ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัทฯ มีการเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 36.5% โดยฝ่ายจัดการระบุว่ามาจากการเพิ่มกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อเน้นกลุ่มผู้บริโภคใหม่ในด้านการดูแลสุขภาพและกลุ่มสินค้าเพื่อการเกษตร ซึ่งเป็นการปรับตัวที่สอดคล้องกับเทรนด์ของผู้บริโภคในปัจจุบัน การจัดกิจกรรมทางการตลาดในรูปแบบออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นยอดขายได้เป็นอย่างดี แม้จะอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19
สำหรับรายได้จากการจำหน่ายสินค้าผ่านตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศ มีการเติบโต 23.0% โดยเฉพาะในประเทศกัมพูชาและสิงคโปร์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแบรนด์ของ SCM เริ่มเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในตลาดต่างประเทศมากขึ้น นี่เป็นโอกาสสำคัญในการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มรายได้ในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม รายได้จากการบริการกลับลดลง 40.4% ซึ่งอาจต้องพิจารณาถึงสาเหตุที่แท้จริงและโอกาสในการฟื้นฟูส่วนธุรกิจนี้ต่อไป
อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) อยู่ที่ 71.4% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูงและมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าที่ขายได้ดี
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 956.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.9% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้ที่เกิดจากการขายและบริการ รวมถึงยอดลูกหนี้เดิมที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ
หนี้สินรวมอยู่ที่ 229.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.2% โดยมีสาเหตุหลักจากการบันทึกหนี้สินภาษีเงินได้ค้างจ่ายที่เกิดขึ้นในปี 2564
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 727.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.2% ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิประจำงวด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์หมุนเวียน (ลูกหนี้) และส่วนของผู้ถือหุ้นที่เพิ่มขึ้นจากกำไร สะท้อนถึงการดำเนินงานที่สร้างกระแสเงินสดได้ดีในงวดนี้
## สรุปท้าย
SCM โชว์ผลประกอบการที่แข็งแกร่งในงวด 6 เดือนแรกปี 2564 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากยอดขายผ่านนักธุรกิจในประเทศที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญจากการปรับกลยุทธ์การตลาดออนไลน์และการขยายตลาดต่างประเทศ ส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 354.4% แม้จะมีความเสี่ยงจากสถานการณ์ COVID-19 และการบริหารจัดการต้นทุนที่ต้องจับตา แต่แนวโน้มการเติบโตของกลยุทธ์การตลาดและโอกาสในตลาดต่างประเทศ ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCM ไตรมาส 2/2023
รายได้รวม
162.42
ล้านบาท
↓ 6.8% YoY
กำไรขั้นต้น
85.57
ล้านบาท
↑ 14.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
52.68
%
กำไรสุทธิ
-37.44
ล้านบาท
↑ 2.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-23.05
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
162
↓ -6.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
86
↑ + 14.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-37
↑ + 2.8%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
-29.85
ROA (%)
-22.44
Book Value/หุ้น
0.49
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+60
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-38
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
60.29
+5.98%
|
56.89
+144.90%
|
23.23
-117.33%
|
-134.04
-881.57%
|
17.15
-90.55%
|
181.45
+31.59%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-37.71
-53.51%
|
-81.12
+0.82%
|
-80.46
-1,172.80%
|
7.50
-24.85%
|
9.98
-107.89%
|
-126.45
+783.65%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
13.54
-79.01%
|
64.50
-18.03%
|
78.69
-32.82%
|
117.14
+328.30%
|
27.35
-86.75%
|
206.47
-929.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
10.18
-27.70%
|
14.08
+41.94%
|
9.92
-203.44%
|
-9.59
-117.72%
|
54.11
-79.34%
|
261.91
+165.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
110.37
-51.17%
|
226.02
-10.25%
|
251.83
-55.32%
|
563.62
+20.39%
|
468.18
+126.96%
|
206.28
+91.75%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
145.46
+31.79%
|
110.37
-51.17%
|
226.02
-10.25%
|
251.83
-55.32%
|
563.62
+20.39%
|
468.18
+126.96%
|