บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
153.00
2.00 (1.29%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นโดยสาเหตุหลักเกิดจาก ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลงและผลประโยชน์ครั้งเดียวจากการปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศ ศรีลังกาส่งผลให้กําไรสุทธิเพิ่มขึ้น
กิจกรรมการก่อสร้างขยายตัวในตลาดต่างประเทศ ขณะที่ราคาจําหน่าย ปูนซีเมนต์ยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดัน และการปรับตัวสูงขึ้นของวัตถุดิบและค่าขนส่ง ส่งผล ให้ผลประกอบการชะลอตัวลง
แม้ว่าความต้องการปูนซีเมนต์ในตลาดต่างประเทศยังคงแข็งแกร่ง แต่การแพร่ระบาดของโรคโควิดระลอก ใหม่ และราคาจําหน่ายปูนซีเมนต์ที่ลดลงจากภาวะการแข่งขันที่รุนแรง ส่งผลให้รายได้สุทธิของกลุ่มบริษัทฯ ลดลง
ผลบวกจากมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนต่างๆ ยังไม่เพียงพอที่จะหักล้างกับผลของการ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาวัตถุดิบ ต้นทุนเชื้อเพลิง และค่าขนส่ง รวมถึงค่าบํารุงรักษาเตาเผา ปูนซีเมนต์ตามตารางการซ่อมบํารุงปกติที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9024 out_tok=3175 at=2026-07-26T02:39:09 -->
# SCCC กำไรสุทธิ Q4/65 พลิกขาดทุน หลังต้นทุนพุ่ง-ยอดขายชะลอ
## รายได้ทรงตัวแต่ต้นทุนพุ่งกดดันกำไรสุทธิ like-for-like พลิกขาดทุน เผยวิกฤตศรีลังกา-เวียดนามกระทบหนัก
บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ SCCC รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 มีรายได้สุทธิทรงตัวเล็กน้อยที่ 12,434 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กลับพลิกขาดทุนสุทธิ like-for-like ที่ 217 ล้านบาท จากเดิมที่เคยมีกำไร 334 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบ เชื้อเพลิง และค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับยอดขายในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนามและศรีลังกาที่ชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ SCCC ในไตรมาส 4 ปี 2565 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ **แรงกดดันด้านต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการชะลอตัวของตลาดในประเทศเวียดนามและวิกฤตเศรษฐกิจในศรีลังกา** ซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายและอัตรากำไร
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **ต้นทุนพุ่งไม่หยุด:** เอกสารระบุชัดเจนถึงแรงกดดันด้านต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งต้นทุนถ่านหิน ค่าไฟฟ้าที่ปรับสูงขึ้น และต้นทุนวัตถุดิบประกอบกับการอ่อนค่าของสกุลเงินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงต้นทุนการบำรุงรักษาเตาเผาปูนซีเมนต์ แม้จะมีความพยายามบริหารประสิทธิภาพต้นทุนอย่างต่อเนื่อง แต่การปรับขึ้นราคาขายสินค้าในตลาดก็ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด
* **ตลาดต่างประเทศชะลอตัว:** สถานการณ์ในประเทศเวียดนามตอนใต้เผชิญกับปัญหาการควบคุมสภาพคล่องในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ความต้องการปูนซีเมนต์ชะลอตัวลง ขณะที่ประเทศศรีลังกาประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายปูนซีเมนต์ในทั้งสองประเทศลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าราคาขายจะปรับสูงขึ้นเพื่อชดเชยต้นทุน แต่ปริมาณการขายที่ลดลงก็ส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรโดยรวม
* **ผลกระทบต่อกำไร:** การรวมกันของต้นทุนที่สูงขึ้นและยอดขายที่ลดลงในตลาดสำคัญ ส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา (EBITDA) ลดลงถึง 59.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และเมื่อหักรายการพิเศษออกไป กำไรสุทธิแบบ like-for-like จึงพลิกกลับมาขาดทุนที่ 217 ล้านบาท
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ฝ่ายจัดการจะคาดการณ์ว่าความต้องการปูนซีเมนต์ในประเทศไทยจะยังคงได้รับแรงหนุนจากโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐาน และตลาดต่างประเทศคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า พร้อมโอกาสในการปรับราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุน แต่ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ รวมถึงแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ยังคงเป็นความท้าทายหลักที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและราคาขายในอนาคต การบริหารต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิตจะเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินแนวโน้มผลประกอบการในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้สุทธิ Q4/65 ทรงตัว:** อยู่ที่ 12,434 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.3% YoY แม้เผชิญแรงกดดันต้นทุนและตลาดต่างประเทศชะลอตัว
* **กำไร EBITDA Q4/65 ดิ่ง 59.2%:** อยู่ที่ 1,095 ล้านบาท จาก 2,683 ล้านบาทในปีก่อนหน้า เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบ เชื้อเพลิง และค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น
* **กำไรสุทธิ like-for-like Q4/65 พลิกขาดทุน:** อยู่ที่ (217) ล้านบาท จากกำไร 334 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
* **กำไรสุทธิรวม Q4/65 ขาดทุนสุทธิ:** อยู่ที่ (903) ล้านบาท จากกำไร 1,063 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยรวมผลกระทบทางภาษีครั้งเดียวในศรีลังกา
* **ยอดขายในเวียดนามและศรีลังกาชะลอตัว:** ปัญหาตลาดอสังหาริมทรัพย์เวียดนามและวิกฤตเศรษฐกิจศรีลังกา ส่งผลกระทบต่อปริมาณการขาย
* **ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น:** โดยเฉพาะถ่านหิน ค่าไฟฟ้า และวัตถุดิบ ประกอบกับการอ่อนค่าของสกุลเงินในภูมิภาค
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 4 ปี 2565 บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ SCCC มีรายได้สุทธิอยู่ที่ 12,434 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 59.2% มาอยู่ที่ 1,095 ล้านบาท จาก 2,683 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ส่งผลให้กำไรสุทธิแบบ like-for-like พลิกกลับมาขาดทุน 217 ล้านบาท จากเดิมที่เคยมีกำไร 334 ล้านบาท และกำไรสุทธิรวมสำหรับงวดขาดทุน 903 ล้านบาท จากกำไร 1,063 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
เมื่อพิจารณาตลอดทั้งปี 2565 รายได้สุทธิรวมอยู่ที่ 50,126 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม EBITDA รวมทั้งปีลดลง 3.7% มาอยู่ที่ 9,068 ล้านบาท และกำไรสุทธิ like-for-like ลดลง 26.0% มาอยู่ที่ 2,605 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิรวมทั้งปีลดลงถึง 56.3% มาอยู่ที่ 1,857 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของตลาดในประเทศไทย:** โครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานของภาครัฐยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่สนับสนุนความต้องการปูนซีเมนต์ในประเทศ ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมและภาคพาณิชย์คาดว่าจะฟื้นตัวเล็กน้อย
* **การเติบโตในตลาดต่างประเทศ:** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าความต้องการปูนซีเมนต์ในตลาดต่างประเทศของกลุ่มบริษัทฯ จะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า พร้อมโอกาสในการปรับราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น
* **ธุรกิจคอนกรีตหินและทราย:** มีการเติบโตของรายได้สุทธิ 17.5% ในไตรมาส 4/65 จากปริมาณการจำหน่ายและราคาขายที่สูงขึ้น รวมถึงความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้น
* **ธุรกิจบริการกำจัดของเสีย:** มีการเติบโตของรายได้สุทธิ 7.3% ในไตรมาส 4/65 และความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้นจากการบริหารจัดการต้นทุนและปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ:** ยังคงเป็นความท้าทายหลักที่ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
* **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** ราคาถ่านหิน ค่าไฟฟ้า และวัตถุดิบอื่นๆ ที่ผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **การอ่อนค่าของสกุลเงิน:** การอ่อนค่าของสกุลเงินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนและผลการดำเนินงาน
* **ความไม่แน่นอนในตลาดต่างประเทศ:** วิกฤตเศรษฐกิจในศรีลังกาและปัญหาตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเวียดนามยังคงเป็นปัจจัยกดดัน
* **การแข่งขันด้านราคา:** ในบางตลาด เช่น กัมพูชา มีการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงจากการหดตัวของความต้องการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** การเปลี่ยนแปลงของราคาถ่านหิน ค่าไฟฟ้า และวัตถุดิบอื่นๆ จะส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไร
* **สถานการณ์เศรษฐกิจในศรีลังกาและเวียดนาม:** การฟื้นตัวหรือการทรุดตัวลงของเศรษฐกิจในสองประเทศนี้จะมีผลต่อปริมาณการขาย
* **การปรับราคาขาย:** ความสามารถของบริษัทในการปรับขึ้นราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
* **การลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ:** ความคืบหน้าของโครงการลงทุนเพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตและลดต้นทุน
* **การบริหารจัดการกระแสเงินสด:** โดยเฉพาะในภาวะที่กำไรสุทธิปรับตัวลดลง
* **นโยบายภาครัฐ:** ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในฐานะผู้ผลิตปูนซีเมนต์ SCCC ได้รับผลกระทบโดยตรงจากภาพรวมของภาคอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของ **ปริมาณการใช้ปูนซีเมนต์** ซึ่งเป็นตัวชี้วัดหลัก
* **ประเทศไทย:** แม้ภาคที่อยู่อาศัยและพาณิชย์จะยังชะลอตัว แต่โครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานของภาครัฐยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยหนุนปริมาณการใช้ปูนซีเมนต์ การปรับขึ้นราคาขายปูนซีเมนต์ช่วยหนุนรายได้ แต่ยังไม่เพียงพอชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น
* **เวียดนามตอนใต้:** ตลาดอสังหาริมทรัพย์ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องจากการควบคุมสินเชื่อที่เข้มงวด ทำให้ปริมาณการจำหน่ายปูนซีเมนต์หดตัวลง แม้ราคาขายจะสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ต้นทุนวัตถุดิบและค่าบำรุงรักษาเตาเผาที่สูงขึ้นก็กดดันความสามารถในการทำกำไร
* **ศรีลังกา:** วิกฤตเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อที่สูงมาก ส่งผลให้กำลังซื้อลดลงและความต้องการปูนซีเมนต์ลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้ราคาขายจะปรับสูงขึ้น แต่ปริมาณการขายที่น้อยลงกระทบรายได้สุทธิอย่างรุนแรง การอ่อนค่าของสกุลเงินท้องถิ่นและภาษีเงินได้ยังส่งผลลบเพิ่มเติม
* **บังกลาเทศ:** ความต้องการปูนซีเมนต์ฟื้นตัว ปริมาณการขายเพิ่มขึ้นมาก ประกอบกับการปรับราคาขาย ทำให้รายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 23.7% และความสามารถในการทำกำไรดีขึ้น
* **กัมพูชา:** ความต้องการปูนซีเมนต์หดตัว การแข่งขันด้านราคาสูง และต้นทุนถ่านหินกับน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้น ส่งผลลบต่อการทำกำไร
* **ธุรกิจคอนกรีตหินและทราย:** ได้รับอานิสงส์จากงานโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานและภาคที่อยู่อาศัยแนวราบ ทำให้ปริมาณการจำหน่ายและราคาขายสูงขึ้น หนุนรายได้สุทธิ 17.5% และความสามารถในการทำกำไร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 73,353 ล้านบาท ลดลง 10.6% จากปีก่อนหน้า โดยมีหนี้สินรวม 38,851 ล้านบาท ลดลง 9.2% ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 34,502 ล้านบาท ลดลง 12.0% อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.16 เท่า (คำนวณจากหนี้สินรวม 38,851 ล้านบาท / ส่วนของผู้ถือหุ้น 33,240 ล้านบาท) หรือหากพิจารณาหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.54 เท่า
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 9,662 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 เหลือเพียง 3,430 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 ซึ่งสอดคล้องกับการลดลงของเงินกู้ระยะสั้นที่ลดลงถึง 72.4%
## สรุปท้าย
SCCC เผชิญกับความท้าทายอย่างหนักในไตรมาส 4 ปี 2565 จากต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งค่าถ่านหิน ค่าไฟฟ้า และวัตถุดิบ ประกอบกับการอ่อนค่าของสกุลเงินในภูมิภาค ขณะที่ตลาดสำคัญอย่างเวียดนามและศรีลังกาประสบปัญหาเศรษฐกิจและสภาพคล่อง ส่งผลให้ปริมาณการขายชะลอตัว แม้จะมีความพยายามปรับขึ้นราคาขาย แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรสุทธิแบบ like-for-like พลิกกลับมาขาดทุน และกำไรสุทธิรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าตลาดในประเทศไทยจะยังคงได้รับแรงหนุนจากโครงการภาครัฐ และธุรกิจคอนกรีตหินและทรายจะเติบโตได้ดี แต่ความไม่แน่นอนของต้นทุนและสถานการณ์เศรษฐกิจในต่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในปี 2566
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCCC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
13,472.82
ล้านบาท
↓ 16.1% YoY
กำไรขั้นต้น
4,104.85
ล้านบาท
↓ 11.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
30.47
%
กำไรสุทธิ
604.52
ล้านบาท
↓ 76.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.49
%
D/E Ratio
0.94
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
13,473
↓ -16.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,105
↓ -11.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
605
↓ -76.4%
YoY
D/E Ratio
0.94
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCCC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.94
ROE (%)
10.44
ROA (%)
8.37
Book Value/หุ้น
112.54
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCCC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,644
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,115
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCCC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,643.67
-17.31%
|
-4,406.43
-205.97%
|
4,158.28
-296.40%
|
-2,117.24
+24.16%
|
-1,705.24
-119.09%
|
8,931.67
+17.74%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,115.41
-1,699.38%
|
-69.74
-107.62%
|
914.67
-315.45%
|
-424.53
-210.69%
|
383.52
+2,132.36%
|
17.18
-101.20%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,937.09
-75.55%
|
7,921.75
+1,920.70%
|
392.03
-96.33%
|
10,689.28
+153.12%
|
4,223.03
-170.31%
|
-6,006.12
+55.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-226.74
-106.25%
|
3,629.25
-29.55%
|
5,151.22
-40.00%
|
8,585.16
+252.53%
|
2,435.33
-14.83%
|
2,859.37
+31.59%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,414.51
-10.16%
|
6,026.62
+75.72%
|
3,429.67
-64.50%
|
9,662.20
+25.88%
|
7,675.79
+59.22%
|
4,821.00
+82.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
5,637.55
+4.12%
|
5,414.51
-10.16%
|
6,026.62
+75.72%
|
3,429.67
-64.50%
|
9,662.20
+25.88%
|
7,675.79
+59.22%
|