บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
153.00
2.00 (1.29%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นโดยสาเหตุหลักเกิดจาก ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลงและผลประโยชน์ครั้งเดียวจากการปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศ ศรีลังกาส่งผลให้กําไรสุทธิเพิ่มขึ้น
กิจกรรมการก่อสร้างขยายตัวในตลาดต่างประเทศ ขณะที่ราคาจําหน่าย ปูนซีเมนต์ยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดัน และการปรับตัวสูงขึ้นของวัตถุดิบและค่าขนส่ง ส่งผล ให้ผลประกอบการชะลอตัวลง
แม้ว่าความต้องการปูนซีเมนต์ในตลาดต่างประเทศยังคงแข็งแกร่ง แต่การแพร่ระบาดของโรคโควิดระลอก ใหม่ และราคาจําหน่ายปูนซีเมนต์ที่ลดลงจากภาวะการแข่งขันที่รุนแรง ส่งผลให้รายได้สุทธิของกลุ่มบริษัทฯ ลดลง
ผลบวกจากมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนต่างๆ ยังไม่เพียงพอที่จะหักล้างกับผลของการ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาวัตถุดิบ ต้นทุนเชื้อเพลิง และค่าขนส่ง รวมถึงค่าบํารุงรักษาเตาเผา ปูนซีเมนต์ตามตารางการซ่อมบํารุงปกติที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8764 out_tok=2739 at=2026-07-26T03:25:06 -->
SCCC กำไรสุทธิ Q3/2566 หดตัว 32.8% YoY รับแรงกดดันตลาดต่างประเทศ
รายได้และกำไรสุทธิของ SCCC ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากความท้าทายในตลาดต่างประเทศที่ยังคงต่อเนื่อง แม้ว่าผลการดำเนินงานในประเทศจะแข็งแกร่งขึ้นก็ตาม ฝ่ายจัดการยังคงมุ่งเน้นการบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ SCCC ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลง 32.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ 1) ความท้าทายในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนามและศรีลังกา ส่งผลให้รายได้จากการขายสุทธิรวมลดลง 6.5% QoQ และ 13.5% YoY และ 2) รายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ไม่เอื้ออำนวย และการด้อยค่าของสินทรัพย์ในประเทศศรีลังกา
สาเหตุที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยนแปลงนั้น เกิดจากอุปสงค์ในตลาดเวียดนามตอนใต้ยังคงอ่อนแอจากการชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์และวิกฤตตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชน ขณะที่ศรีลังกายังคงเผชิญกับอัตราเงินเฟ้อสูงและการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง แม้จะมีสัญญาณการฟื้นตัวของอุปสงค์เล็กน้อยจากการสนับสนุนของ IMF ก็ตาม ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ยอดขายสุทธิในตลาดต่างประเทศลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศส่งผลกระทบเชิงลบต่อกำไรสุทธิ และการด้อยค่าสินทรัพย์ในศรีลังกาเป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวที่กระทบต่อผลกำไรในไตรมาสนี้
สำหรับแนวโน้มในอนาคต ปัจจัยลบจากตลาดต่างประเทศยังคงเป็นความท้าทายที่ต้องจับตา แม้ว่าจะมีสัญญาณการฟื้นตัวเล็กน้อยในศรีลังกา แต่สถานการณ์ในเวียดนามยังคงน่ากังวล การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยที่คาดการณ์ได้ยาก ส่วนการด้อยค่าสินทรัพย์เป็นรายการครั้งเดียว อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้ดำเนินมาตรการปรับโครงสร้างต้นทุนเพื่อรับมือกับปัญหาเหล่านี้ และคาดว่ามาตรการนโยบายการเงินในศรีลังกาจะค่อยๆ กระตุ้นเศรษฐกิจได้ ดังนั้น ปัจจัยลบจากตลาดต่างประเทศและรายการพิเศษ **มีลักษณะเป็นครั้งคราวและอาจไม่ต่อเนื่องในระยะยาว** แต่ยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 ลดลง 32.8% YoY** อยู่ที่ 441 ล้านบาท จาก 603 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
* **รายได้จากการขายสุทธิ Q3/2566 ลดลง 13.5% YoY** อยู่ที่ 10,262 ล้านบาท จาก 12,358 ล้านบาท
* **EBITDA Q3/2566 เพิ่มขึ้น 9.6% QoQ** อยู่ที่ 1,846 ล้านบาท แต่ **ลดลง 4.7% YoY** จาก 1,940 ล้านบาท
* **EBITDA Margin Q3/2566 ดีขึ้น 2.6% QoQ** อยู่ที่ 18.0% แต่ **ลดลง 4.0% YoY** จาก 21.2%
* **ธุรกิจปูนซีเมนต์ในประเทศไทย** มียอดขายสุทธิเพิ่มขึ้น 17.1% YoY จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนที่ลดลง
* **ธุรกิจคอนกรีต หิน และทราย** มียอดขายสุทธิเพิ่มขึ้น 18.0% YoY จากราคาขายและปริมาณขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ SCCC มีรายได้จากการขายสุทธิรวม 10,262 ล้านบาท ลดลง 6.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และลดลง 13.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 1,846 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.6% QoQ แต่ลดลง 4.7% YoY ส่งผลให้อัตรากำไร EBITDA อยู่ที่ 18.0% เพิ่มขึ้นจาก 15.4% ในไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลงจาก 21.2% ในปีก่อนหน้า
สำหรับกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 441 ล้านบาท ลดลง 32.8% QoQ และลดลง 32.8% YoY สาเหตุหลักมาจากรายการพิเศษที่กระทบต่อผลกำไรสุทธิ แม้ว่า EBITDA จะปรับตัวดีขึ้นก็ตาม
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสุทธิรวม 32,590 ล้านบาท ลดลง 13.5% YoY และมี EBITDA 5,251 ล้านบาท ลดลง 34.1% YoY ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,855 ล้านบาท ลดลง 32.8% YoY
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของตลาดก่อสร้างในประเทศไทย:** สัญญาณการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยบวกทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่คาดว่าจะขับเคลื่อนกิจกรรมก่อสร้างได้
* **มาตรการลดต้นทุนพลังงานและค่าไฟฟ้า:** นโยบายของรัฐบาลที่มุ่งลดต้นทุนพลังงานและค่าไฟฟ้าจะเป็นประโยชน์ต่อต้นทุนการผลิตของบริษัทฯ
* **การเติบโตของธุรกิจคอนกรีต หิน และทราย:** ได้รับแรงหนุนจากการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยมีปัจจัยบวกจากราคาขายและปริมาณขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น
* **การพัฒนาองค์กรด้านความยั่งยืน (ESG):** ความคืบหน้าในการเพิ่มอัตราการใช้พลังงานทดแทน (TSR) และการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความท้าทายในตลาดต่างประเทศ:** อุปสงค์ที่อ่อนแอในเวียดนามตอนใต้และสถานการณ์ที่ตึงตัวในศรีลังกา ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อผลประกอบการ
* **หนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นและอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์และภาคการก่อสร้างในประเทศไทย
* **การแข่งขันที่รุนแรงในบางตลาด:** โดยเฉพาะในศรีลังกาและกัมพูชา ส่งผลต่อความสามารถในการปรับราคาขาย
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ:** ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลกำไรสุทธิ โดยเฉพาะในตลาดที่มีการดำเนินงาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอุปสงค์ในตลาดต่างประเทศ:** โดยเฉพาะเวียดนามและศรีลังกา ว่าจะมีการฟื้นตัวตามที่คาดการณ์ไว้หรือไม่
* **ผลกระทบจากหนี้ครัวเรือนและอัตราดอกเบี้ย:** ต่อภาคการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย
* **ความสามารถในการปรับราคาขาย:** ในตลาดที่มีการแข่งขันรุนแรง เพื่อชดเชยต้นทุนที่อาจปรับสูงขึ้น
* **ความคืบหน้าในการลดต้นทุน:** โดยเฉพาะการบริหารจัดการต้นทุนพลังงานและค่าไฟฟ้า
* **การดำเนินงานตามแผน ESG:** โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนและการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในฐานะผู้ผลิตปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง SCCC ได้รับผลกระทบโดยตรงจากภาพรวมของภาคอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง แม้ว่าเอกสารจะไม่ได้ระบุถึงตัวเลขการโอน (Presale/Backlog) โดยตรง แต่สามารถวิเคราะห์ได้จากผลการดำเนินงานของธุรกิจปูนซีเมนต์และธุรกิจคอนกรีต หิน และทราย
* **ธุรกิจปูนซีเมนต์ในประเทศไทย:** มีการเติบโตที่ดี โดยยอดขายสุทธิเพิ่มขึ้น 17.1% YoY ได้แรงหนุนจากโครงการภาครัฐและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลใหม่ ซึ่งสะท้อนถึงกิจกรรมการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น
* **ธุรกิจปูนซีเมนต์ในเวียดนามตอนใต้:** ยังคงเผชิญความยากลำบาก ยอดขายสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ YoY จากการชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงลบต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ในเวียดนาม
* **ธุรกิจคอนกรีต หิน และทราย:** มีการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยยอดขายสุทธิเพิ่มขึ้น 18.0% YoY ได้รับแรงหนุนจากโครงสร้างพื้นฐานและภาคที่อยู่อาศัย รวมถึงราคาขายและปริมาณขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น ซึ่งบ่งชี้ถึงความต้องการในภาคก่อสร้างที่ยังคงมีอยู่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 70,199 ล้านบาท ลดลง 4.3% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 22.7% ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 1.0%
หนี้สินรวมอยู่ที่ 35,407 ล้านบาท ลดลง 8.9% จากสิ้นปี 2565 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 7.8% แต่หนี้สินไม่หมุนเวียนลดลง 18.8% ส่งผลให้หนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.58 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.54 เท่า ณ สิ้นปี 2565
เงินกู้รวมอยู่ที่ 22,571 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% จากสิ้นปี 2565 โดยเงินกู้ระยะสั้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 173.2% ขณะที่เงินกู้ระยะยาวลดลง 23.6%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดอยู่ที่ 2,368 ล้านบาท ลดลง 31.0% จากสิ้นปี 2565
อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 3.18 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 2.04 เท่า ณ สิ้นปี 2565 ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการชำระหนี้ที่ลดลงเล็กน้อย
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ SCCC ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือการเผชิญกับความท้าทายในตลาดต่างประเทศที่ส่งผลกระทบต่อรายได้รวม แม้ว่าธุรกิจในประเทศไทยจะเติบโตได้ดี และต้นทุนการผลิตที่ลดลงจะช่วยหนุน EBITDA แต่รายการพิเศษจากการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนและการด้อยค่าสินทรัพย์ในศรีลังกา ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โอกาสในการฟื้นตัวของตลาดก่อสร้างในไทยและมาตรการลดต้นทุนเป็นปัจจัยบวก แต่ความเสี่ยงจากตลาดต่างประเทศและปัจจัยมหภาคยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยฝ่ายจัดการได้ดำเนินมาตรการเพื่อปรับโครงสร้างต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งคาดว่าผลกระทบจากตลาดต่างประเทศและรายการพิเศษจะเป็นลักษณะครั้งคราวมากกว่าต่อเนื่อง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCCC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
13,472.82
ล้านบาท
↓ 16.1% YoY
กำไรขั้นต้น
4,104.85
ล้านบาท
↓ 11.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
30.47
%
กำไรสุทธิ
604.52
ล้านบาท
↓ 76.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.49
%
D/E Ratio
0.94
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
13,473
↓ -16.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,105
↓ -11.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
605
↓ -76.4%
YoY
D/E Ratio
0.94
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCCC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.94
ROE (%)
10.44
ROA (%)
8.37
Book Value/หุ้น
112.54
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCCC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,644
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,115
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCCC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,643.67
-17.31%
|
-4,406.43
-205.97%
|
4,158.28
-296.40%
|
-2,117.24
+24.16%
|
-1,705.24
-119.09%
|
8,931.67
+17.74%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,115.41
-1,699.38%
|
-69.74
-107.62%
|
914.67
-315.45%
|
-424.53
-210.69%
|
383.52
+2,132.36%
|
17.18
-101.20%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,937.09
-75.55%
|
7,921.75
+1,920.70%
|
392.03
-96.33%
|
10,689.28
+153.12%
|
4,223.03
-170.31%
|
-6,006.12
+55.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-226.74
-106.25%
|
3,629.25
-29.55%
|
5,151.22
-40.00%
|
8,585.16
+252.53%
|
2,435.33
-14.83%
|
2,859.37
+31.59%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,414.51
-10.16%
|
6,026.62
+75.72%
|
3,429.67
-64.50%
|
9,662.20
+25.88%
|
7,675.79
+59.22%
|
4,821.00
+82.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
5,637.55
+4.12%
|
5,414.51
-10.16%
|
6,026.62
+75.72%
|
3,429.67
-64.50%
|
9,662.20
+25.88%
|
7,675.79
+59.22%
|