บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
153.00
2.00 (1.29%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นโดยสาเหตุหลักเกิดจาก ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลงและผลประโยชน์ครั้งเดียวจากการปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศ ศรีลังกาส่งผลให้กําไรสุทธิเพิ่มขึ้น
กิจกรรมการก่อสร้างขยายตัวในตลาดต่างประเทศ ขณะที่ราคาจําหน่าย ปูนซีเมนต์ยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดัน และการปรับตัวสูงขึ้นของวัตถุดิบและค่าขนส่ง ส่งผล ให้ผลประกอบการชะลอตัวลง
แม้ว่าความต้องการปูนซีเมนต์ในตลาดต่างประเทศยังคงแข็งแกร่ง แต่การแพร่ระบาดของโรคโควิดระลอก ใหม่ และราคาจําหน่ายปูนซีเมนต์ที่ลดลงจากภาวะการแข่งขันที่รุนแรง ส่งผลให้รายได้สุทธิของกลุ่มบริษัทฯ ลดลง
ผลบวกจากมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนต่างๆ ยังไม่เพียงพอที่จะหักล้างกับผลของการ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาวัตถุดิบ ต้นทุนเชื้อเพลิง และค่าขนส่ง รวมถึงค่าบํารุงรักษาเตาเผา ปูนซีเมนต์ตามตารางการซ่อมบํารุงปกติที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8253 out_tok=2883 at=2026-07-26T04:02:51 -->
# SCCC Q1/65 กำไรสุทธิหด 24.6% รับต้นทุนพุ่ง-บาทอ่อนฉุด
## รายได้รวมโต 21.2% แต่ต้นทุนเชื้อเพลิง-ค่าขนส่งพุ่งสูง ฉุดกำไรสุทธิ SCCC ไตรมาส 1/65 ลดลง ขณะที่ฝ่ายจัดการมองภาพรวมตลาดปูนซีเมนต์ยังฟื้นตัวจำกัด
บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ SCCC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้สุทธิรวม 12,576 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลง 24.6% มาอยู่ที่ 802 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนเชื้อเพลิงและวัตถุดิบที่สูงขึ้น รวมถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลง โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าการเติบโตของตลาดหลักจะยังคงจำกัดในปี 2565
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ SCCC ในไตรมาส 1/2565 คือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง แต่ถูกหักล้างด้วยต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ความต้องการปูนซีเมนต์ที่ฟื้นตัวในหลายตลาด ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น เวียดนาม และการเร่งผลักดันราคาขายปูนซีเมนต์ให้สูงขึ้น ช่วยหนุนให้รายได้สุทธิของกลุ่มบริษัทฯ เติบโตถึง 21.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศอย่างศรีลังกาและเวียดนามที่แสดงผลประกอบการแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบที่สำคัญคือต้นทุนเชื้อเพลิง วัตถุดิบ และค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากจากผลกระทบเชิงภูมิรัฐศาสตร์และอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งแม้จะมีการปรับขึ้นราคาขายปูนซีเมนต์เพื่อชดเชย แต่ก็ยังไม่สามารถครอบคลุมต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินสกุลท้องถิ่นในประเทศศรีลังกาอย่างมีนัยสำคัญ ยังส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งกระทบต่อกำไรสุทธิโดยรวมของกลุ่มบริษัทฯ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว (มีแนวโน้มลดลงหากต้นทุนและค่าเงินคงที่)** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะพยายามปรับขึ้นราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น และคาดว่าความต้องการปูนซีเมนต์จะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในบางตลาด แต่ปัจจัยกดดันด้านต้นทุนเชื้อเพลิงและวัตถุดิบยังคงเป็นความเสี่ยงหลักในปี 2565 นอกจากนี้ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การที่กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้ ส่วนหนึ่งมาจากผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลงอย่างมาก ซึ่งหากสถานการณ์ค่าเงินมีเสถียรภาพมากขึ้น ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนก็น่าจะลดลง อย่างไรก็ตาม การแข่งขันด้านราคาก็ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณา
## Highlight สำคัญ
* **รายได้สุทธิเติบโต 21.2% YoY** แตะ 12,576 ล้านบาท จากความต้องการปูนซีเมนต์ที่แข็งแกร่งและการปรับขึ้นราคาขาย
* **กำไรสุทธิลดลง 24.6% YoY** อยู่ที่ 802 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิง วัตถุดิบ และค่าขนส่งที่สูงขึ้น รวมถึงผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **ธุรกิจปูนซีเมนต์ในเวียดนามเติบโตโดดเด่น** รายได้เพิ่มขึ้น 38% จากปริมาณและราคาขายที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจปูนซีเมนต์ในศรีลังกา** รายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 61% จากปริมาณและราคาขายที่สูงขึ้น แต่ถูกกดดันจากค่าเงินที่อ่อนค่า
* **ธุรกิจคอนกรีต หิน และทราย** รายได้สุทธิลดลง 3.2% และกำไร EBITDA ลดลง 36.9% จากปริมาณการขายที่ลดลงและการแข่งขันที่รุนแรง
* **ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** เป็นปัจจัยหลักที่กดดันความสามารถในการทำกำไร
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ SCCC มีรายได้สุทธิรวม 12,576 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการปูนซีเมนต์ที่แข็งแกร่งและการปรับขึ้นราคาขาย อย่างไรก็ตาม กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) เพิ่มขึ้นเพียง 10.6% มาอยู่ที่ 2,825 ล้านบาท สะท้อนถึงแรงกดดันด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 24.6% มาอยู่ที่ 802 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรต่อหุ้น (EPS) ลดลงจาก 3.57 บาท เป็น 2.69 บาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของตลาดก่อสร้าง:** โครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานของภาครัฐยังคงเป็นปัจจัยหนุนความต้องการปูนซีเมนต์ในประเทศ
* **การเติบโตในตลาดต่างประเทศ:** ตลาดในเวียดนามยังคงมีความต้องการปูนซีเมนต์ที่แข็งแกร่ง และศรีลังกาแม้เผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจ แต่บริษัทฯ สามารถขยายส่วนแบ่งทางการตลาดได้
* **การปรับราคาขาย:** ความสามารถในการปรับราคาขายปูนซีเมนต์ให้สูงขึ้นช่วยชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้บางส่วน
* **ธุรกิจบริการกำจัดของเสีย:** มีการเติบโตของรายได้สุทธิ 20.1% และความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้นจากการบริหารจัดการต้นทุน
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนเชื้อเพลิงและวัตถุดิบที่ผันผวนสูง:** ผลกระทบจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และอัตราเงินเฟ้อ ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งยังคงเป็นความเสี่ยงหลัก
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของสกุลเงินท้องถิ่น โดยเฉพาะในประเทศศรีลังกา ส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิ
* **การแข่งขันด้านราคา:** อุปทานส่วนเกินในอุตสาหกรรมและการเพิ่มกำลังการผลิตของคู่แข่ง อาจจำกัดความสามารถในการปรับขึ้นราคาขายปูนซีเมนต์
* **ความซบเซาของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** ตลาดที่อยู่อาศัยโดยรวมยังคงซบเซา ส่งผลกระทบต่อธุรกิจวัสดุก่อสร้างบางประเภท
* **ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องในศรีลังกา:** ปัญหาการขาดแคลนเงินตราต่างประเทศยังคงส่งผลกระทบต่ออุปทานปูนซีเมนต์ในศรีลังกา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มต้นทุนเชื้อเพลิงและวัตถุดิบในไตรมาสถัดไป
* ทิศทางค่าเงินสกุลท้องถิ่น โดยเฉพาะเงินรูปีศรีลังกา
* ความสามารถในการปรับขึ้นราคาขายปูนซีเมนต์เพื่อส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้น
* การฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ
* การแข่งขันในตลาดปูนซีเมนต์ทั้งในและต่างประเทศ
* ความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานของภาครัฐ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในส่วนของธุรกิจปูนซีเมนต์ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ SCCC พบว่าตลาดในประเทศไทยได้รับแรงหนุนจากโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานของภาครัฐ ทำให้ปริมาณการจำหน่ายเพิ่มขึ้น และรายได้สุทธิเติบโต 14% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าขนส่งที่สูงขึ้นส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรลดลง ในขณะที่เวียดนามตอนใต้มีความต้องการปูนซีเมนต์ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ปริมาณการจำหน่ายและราคาขายที่สูงขึ้นส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้น 38% และกำไรโดยรวมเพิ่มขึ้น แม้ต้นทุนวัตถุดิบและเชื้อเพลิงจะสูงขึ้นก็ตาม สำหรับศรีลังกา แม้เผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจ แต่บริษัทฯ สามารถขยายส่วนแบ่งทางการตลาดได้ รายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 61% จากปริมาณและราคาขายที่สูงขึ้น แต่กำไรสุทธิได้รับผลกระทบจากการอ่อนค่าของเงินสกุลท้องถิ่นอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนบังกลาเทศ ความต้องการปูนซีเมนต์ฟื้นตัวช้ากว่าคาด ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายลดลงและการแข่งขันด้านราคาทวีความรุนแรงขึ้น แม้จะมีการปรับขึ้นราคาขายได้บางส่วน แต่ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร
ธุรกิจคอนกรีต หิน และทรายในประเทศไทย ฟื้นตัวจากการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงบางโครงการ แต่ยังคงมีการแข่งขันทางการตลาดและปัญหาขาดแคลนแรงงานในบางพื้นที่ ทำให้รายได้สุทธิปรับตัวลง 3.2% และความสามารถในการทำกำไรยังต่ำกว่าปีก่อน
ธุรกิจการค้ามีการปรับปรุงการดำเนินงาน แต่การควบคุมโควิด-19 ในจีนและต้นทุนวัตถุดิบ/ค่าขนส่งที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อความต้องการ รายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 17.6% จากอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นของการค้าปูนเม็ดและวัสดุพลอยได้
ธุรกิจบริการกำจัดของเสีย (Eco-Cycle) มีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 20.1% จากการขยายธุรกิจบริการทำความสะอาดภาคอุตสาหกรรม และมีความสามารถในการทำกำไรดีขึ้น
ธุรกิจวัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะปูนซีเมนต์สำเร็จรูปมอร์ตาร์ ได้รับผลกระทบจากยอดขายสินค้าทั่วไปที่ลดลง และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ทำให้กำไรลดลง 30.6% ธุรกิจวัสดุทดแทนไม้ ได้รับผลกระทบจากความต้องการที่อ่อนตัวลง โดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีก แม้ราคาขายที่ปรับขึ้นจะช่วยหนุนรายได้ แต่ต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวนส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 73,364 ล้านบาท ลดลง 10.5% จากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 22.7% มาอยู่ที่ 15,102 ล้านบาท และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 6.7% มาอยู่ที่ 58,262 ล้านบาท หนี้สินรวมลดลง 8.2% มาอยู่ที่ 39,258 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลง 14.0% และหนี้สินไม่หมุนเวียนลดลง 3.2% ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 13.1% มาอยู่ที่ 34,106 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.50 เท่า จาก 0.47 เท่า ณ สิ้นปี 2564 และอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 1.75 เท่า จาก 1.95 เท่า ณ สิ้นปี 2564 เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 43.0% มาอยู่ที่ 5,511 ล้านบาท
## สรุปท้าย
SCCC ในไตรมาส 1/2565 เผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นและค่าเงินที่อ่อนค่า แม้จะสามารถผลักดันรายได้ให้เติบโตได้จากการฟื้นตัวของความต้องการปูนซีเมนต์และการปรับขึ้นราคาขาย แต่ผลกำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในศรีลังกาเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันกำไร การจับตาแนวโน้มต้นทุนเชื้อเพลิง ค่าเงิน และความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขาย จะเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินผลประกอบการของบริษัทฯ ในช่วงถัดไป ท่ามกลางภาพรวมตลาดที่ยังคงเติบโตอย่างจำกัด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCCC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
13,472.82
ล้านบาท
↓ 16.1% YoY
กำไรขั้นต้น
4,104.85
ล้านบาท
↓ 11.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
30.47
%
กำไรสุทธิ
604.52
ล้านบาท
↓ 76.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.49
%
D/E Ratio
0.94
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
13,473
↓ -16.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,105
↓ -11.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
605
↓ -76.4%
YoY
D/E Ratio
0.94
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCCC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.94
ROE (%)
10.44
ROA (%)
8.37
Book Value/หุ้น
112.54
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCCC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,644
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,115
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCCC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,643.67
-17.31%
|
-4,406.43
-205.97%
|
4,158.28
-296.40%
|
-2,117.24
+24.16%
|
-1,705.24
-119.09%
|
8,931.67
+17.74%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,115.41
-1,699.38%
|
-69.74
-107.62%
|
914.67
-315.45%
|
-424.53
-210.69%
|
383.52
+2,132.36%
|
17.18
-101.20%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,937.09
-75.55%
|
7,921.75
+1,920.70%
|
392.03
-96.33%
|
10,689.28
+153.12%
|
4,223.03
-170.31%
|
-6,006.12
+55.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-226.74
-106.25%
|
3,629.25
-29.55%
|
5,151.22
-40.00%
|
8,585.16
+252.53%
|
2,435.33
-14.83%
|
2,859.37
+31.59%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,414.51
-10.16%
|
6,026.62
+75.72%
|
3,429.67
-64.50%
|
9,662.20
+25.88%
|
7,675.79
+59.22%
|
4,821.00
+82.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
5,637.55
+4.12%
|
5,414.51
-10.16%
|
6,026.62
+75.72%
|
3,429.67
-64.50%
|
9,662.20
+25.88%
|
7,675.79
+59.22%
|