บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
153.00
2.00 (1.29%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นโดยสาเหตุหลักเกิดจาก ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลงและผลประโยชน์ครั้งเดียวจากการปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศ ศรีลังกาส่งผลให้กําไรสุทธิเพิ่มขึ้น
กิจกรรมการก่อสร้างขยายตัวในตลาดต่างประเทศ ขณะที่ราคาจําหน่าย ปูนซีเมนต์ยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดัน และการปรับตัวสูงขึ้นของวัตถุดิบและค่าขนส่ง ส่งผล ให้ผลประกอบการชะลอตัวลง
แม้ว่าความต้องการปูนซีเมนต์ในตลาดต่างประเทศยังคงแข็งแกร่ง แต่การแพร่ระบาดของโรคโควิดระลอก ใหม่ และราคาจําหน่ายปูนซีเมนต์ที่ลดลงจากภาวะการแข่งขันที่รุนแรง ส่งผลให้รายได้สุทธิของกลุ่มบริษัทฯ ลดลง
ผลบวกจากมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนต่างๆ ยังไม่เพียงพอที่จะหักล้างกับผลของการ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาวัตถุดิบ ต้นทุนเชื้อเพลิง และค่าขนส่ง รวมถึงค่าบํารุงรักษาเตาเผา ปูนซีเมนต์ตามตารางการซ่อมบํารุงปกติที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13770 out_tok=2466 at=2026-07-26T04:16:45 -->
# SCCC กำไรสุทธิ Q2/66 หดตัว 13.5% รับแรงกดดันอุปสงค์อ่อนแอ-ต้นทุนสูง
## รายได้-กำไรสุทธิปรับตัวลดลง YoY เหตุอุปสงค์ซบเซา-ต้นทุนพลังงานสูง ขณะฝ่ายจัดการเน้นลดต้นทุน-เพิ่มประสิทธิภาพ
บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ SCCC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการขายสุทธิ 10,975 ล้านบาท ลดลง 11.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 656 ล้านบาท ลดลง 34.4% จาก 1,355 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2565 โดยภาพรวมผลประกอบการเผชิญความท้าทายจากอุปสงค์ที่ลดลงในหลายประเทศ และต้นทุนที่ยังอยู่ในระดับสูง แม้ฝ่ายจัดการจะมุ่งเน้นการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อชดเชยผลกระทบดังกล่าว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
**หัวใจกำไรของ SCCC ในไตรมาส 2/2566 คือ การหดตัวของอุปสงค์ในตลาดหลักทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ประกอบกับแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและค่าใช้จ่ายที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้รายได้และกำไรสุทธิปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **อุปสงค์อ่อนแอ:** ความต้องการปูนซีเมนต์ในประเทศไทยลดลงจากการเลือกตั้งและวันหยุดยาว ทำให้การปรับขึ้นราคาทำได้จำกัด ขณะที่ตลาดเวียดนามใต้เผชิญกับอุปสงค์ที่ซบเซาอย่างหนักจากการชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ ปัญหาตลาดตราสารหนี้ และแรงกดดันเงินเฟ้อ ส่วนประเทศศรีลังกายังคงได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง ทำให้ภาพรวมอุปสงค์โดยรวมอ่อนแอ
* **ต้นทุนสูง:** แม้ราคาพลังงานจะเริ่มอ่อนตัวลง แต่ต้นทุนด้านพลังงานความร้อน ค่าไฟฟ้า และค่าขนส่งยังคงอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ยังมีค่าบำรุงรักษาที่สูงขึ้นจากการปิดเตาเผาประจำปีในบางพื้นที่ และต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในบางประเทศ เช่น ศรีลังกา
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและรายการพิเศษ:** แม้จะมีการแข็งค่าของสกุลเงินท้องถิ่นในศรีลังกาที่ส่งผลให้มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาช่วยบรรเทาผลประกอบการ แต่โดยรวมแล้ว ปัจจัยลบจากอุปสงค์และต้นทุนมีน้ำหนักมากกว่า
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีแนวโน้มที่จะยังคงเป็นความท้าทายต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าสถานการณ์ในเวียดนามใต้และศรีลังกาจะยังคงส่งผลกระทบต่อความต้องการวัสดุก่อสร้างต่อไป เนื่องจากสภาพคล่องที่ตึงตัวและภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ขณะที่ในประเทศไทย ความไม่แน่นอนทางการเมืองหลังการเลือกตั้งอาจส่งผลให้โครงการโครงสร้างพื้นฐานล่าช้า ซึ่งอาจกระทบต่อความต้องการปูนซีเมนต์ในประเทศได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นในการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ ซึ่งอาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้บ้าง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 34.4% YoY:** อยู่ที่ 656 ล้านบาท จาก 1,355 ล้านบาทในไตรมาส 2/2565
* **รายได้จากการขายสุทธิลดลง 11.9% YoY:** อยู่ที่ 10,975 ล้านบาท จาก 12,758 ล้านบาทในไตรมาส 2/2565
* **EBITDA Margin หดตัว:** อยู่ที่ 15.4% ลดลงจาก 25.1% ในไตรมาส 2/2565 สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนและราคาขาย
* **ธุรกิจปูนซีเมนต์เผชิญความท้าทาย:** โดยเฉพาะในเวียดนามใต้และศรีลังกา จากอุปสงค์ซบเซาและต้นทุนที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจคอนกรีต หิน และทราย เติบโต YoY:** ได้แรงหนุนจากกิจกรรมโครงการโครงสร้างพื้นฐานและที่อยู่อาศัย
* **ธุรกิจบริการกำจัดของเสียฯ เติบโตโดดเด่น:** กำไร EBITDA เพิ่มขึ้น 40.6% YoY จากราคาจัดการของเสียที่สูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2/2566 กลุ่มบริษัท SCCC มีรายได้จากการขายสุทธิ 10,975 ล้านบาท ลดลง 3.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 11.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) อยู่ที่ 1,685 ล้านบาท ลดลง 2.0% QoQ และลดลง 43.6% YoY อัตรากำไร EBITDA อยู่ที่ 15.4% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 15.2% ในไตรมาส 1/2566 แต่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 25.1% ในไตรมาส 2/2565 กำไรสุทธิอยู่ที่ 656 ล้านบาท ลดลง 13.5% QoQ และลดลง 34.4% YoY
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์และอาคารสูงในประเทศ:** เป็นปัจจัยหนุนธุรกิจคอนกรีต หิน และทราย
* **การจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ:** กลยุทธ์หลักของฝ่ายจัดการที่อาจช่วยชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนผันแปรและต้นทุนคงที่
* **การเติบโตของธุรกิจบริการกำจัดของเสีย:** ได้รับประโยชน์จากโครงการที่เลื่อนมาจากปีก่อนและราคาจัดการของเสียที่สูงขึ้น
* **การพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน (ESG):** การได้รับการรับรองฉลากสิ่งแวดล้อม (EPD) สะท้อนความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจมหภาค:** วิกฤตเศรษฐกิจในศรีลังกา, สภาพคล่องตึงตัวในเวียดนามใต้, และความไม่แน่นอนทางการเมืองในไทย อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์วัสดุก่อสร้าง
* **ความผันผวนของราคาพลังงานและวัตถุดิบ:** แม้ราคาพลังงานจะเริ่มอ่อนตัว แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **การแข่งขันที่รุนแรง:** โดยเฉพาะในตลาดกัมพูชาและศรีลังกา ส่งผลต่อราคาขายและอัตรากำไร
* **ความล่าช้าของโครงการโครงสร้างพื้นฐาน:** อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการปูนซีเมนต์ในประเทศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอุปสงค์ในประเทศไทย:** โดยเฉพาะผลกระทบจากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ต่อโครงการโครงสร้างพื้นฐาน
* **สถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองในเวียดนามใต้และศรีลังกา:** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อตลาดปูนซีเมนต์ในประเทศเหล่านี้
* **ความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและค่าขนส่ง
* **การปรับขึ้นราคาขาย:** เพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในตลาดที่มีการแข่งขันสูง
* **ผลประกอบการของธุรกิจคอนกรีต หิน และทราย:** ว่าจะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในฐานะผู้ผลิตปูนซีเมนต์เป็นหลัก (65% ของรายได้รวม 6 เดือนแรกปี 66) SCCC ได้รับผลกระทบโดยตรงจากภาวะอุปสงค์ในภาคการก่อสร้าง โดยเฉพาะในไตรมาส 2/66 ที่ตลาดหลักเผชิญความท้าทายหลายด้าน:
* **ธุรกิจปูนซีเมนต์:**
* **ไทย:** ยอดขายสุทธิเพิ่มขึ้น 1.8% YoY แม้ปริมาณขายจะหดตัว QoQ จากปัจจัยฤดูกาลและการเมือง แต่การลดลงของต้นทุนพลังงานและความร้อนช่วยหนุนกำไร แต่ถูกหักล้างด้วยค่าบำรุงรักษาที่สูงขึ้น
* **เวียดนามใต้:** อุปสงค์ยังซบเซาจากภาคอสังหาริมทรัพย์และอัตราดอกเบี้ยสูง ทำให้ผลประกอบการต่ำกว่าปีก่อน แม้ปริมาณขายจะดีขึ้น QoQ
* **ศรีลังกา:** วิกฤตเศรษฐกิจยังคงกดดันอุปสงค์อย่างหนัก ยอดขายสุทธิลดลงทั้ง QoQ และ YoY แม้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจะเข้ามาช่วยบ้าง
* **กัมพูชา:** ยอดขายสุทธิลดลง 6.3% YoY จากการแข่งขันที่รุนแรง แต่การจัดการต้นทุนที่ดีขึ้นช่วยหนุนกำไร QoQ
* **ธุรกิจคอนกรีต หิน และทราย:** เติบโต 22.5% YoY จากกิจกรรมโครงการโครงสร้างพื้นฐานและที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้น การปรับราคาขายช่วยชดเชยต้นทุนวัสดุที่สูงขึ้นได้ดี
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 72,918 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.6% จากสิ้นปี 2565 โดยมีหนี้สินรวม 38,325 ล้านบาท ลดลง 1.4% และส่วนของผู้ถือหุ้น 34,593 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.3% อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.65 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.54 เท่า ณ สิ้นปี 2565 ซึ่งยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 24.1% มาอยู่ที่ 2,604 ล้านบาท
## สรุปท้าย
SCCC เผชิญกับแรงกดดันจากอุปสงค์ที่อ่อนแอในตลาดหลักและต้นทุนที่ยังสูงในไตรมาส 2/2566 ส่งผลให้กำไรสุทธิและรายได้ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ธุรกิจคอนกรีตและบริการกำจัดของเสียจะเติบโตได้ดี แต่ไม่สามารถชดเชยภาพรวมที่อ่อนแอของธุรกิจปูนซีเมนต์ได้ ความท้าทายจากปัจจัยภายนอกทั้งในและต่างประเทศยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตา ขณะที่การบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงานจะเป็นกุญแจสำคัญในการประคองผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCCC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
13,472.82
ล้านบาท
↓ 16.1% YoY
กำไรขั้นต้น
4,104.85
ล้านบาท
↓ 11.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
30.47
%
กำไรสุทธิ
604.52
ล้านบาท
↓ 76.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.49
%
D/E Ratio
0.94
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
13,473
↓ -16.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,105
↓ -11.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
605
↓ -76.4%
YoY
D/E Ratio
0.94
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCCC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.94
ROE (%)
10.44
ROA (%)
8.37
Book Value/หุ้น
112.54
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCCC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,644
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,115
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCCC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,643.67
-17.31%
|
-4,406.43
-205.97%
|
4,158.28
-296.40%
|
-2,117.24
+24.16%
|
-1,705.24
-119.09%
|
8,931.67
+17.74%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,115.41
-1,699.38%
|
-69.74
-107.62%
|
914.67
-315.45%
|
-424.53
-210.69%
|
383.52
+2,132.36%
|
17.18
-101.20%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,937.09
-75.55%
|
7,921.75
+1,920.70%
|
392.03
-96.33%
|
10,689.28
+153.12%
|
4,223.03
-170.31%
|
-6,006.12
+55.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-226.74
-106.25%
|
3,629.25
-29.55%
|
5,151.22
-40.00%
|
8,585.16
+252.53%
|
2,435.33
-14.83%
|
2,859.37
+31.59%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,414.51
-10.16%
|
6,026.62
+75.72%
|
3,429.67
-64.50%
|
9,662.20
+25.88%
|
7,675.79
+59.22%
|
4,821.00
+82.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
5,637.55
+4.12%
|
5,414.51
-10.16%
|
6,026.62
+75.72%
|
3,429.67
-64.50%
|
9,662.20
+25.88%
|
7,675.79
+59.22%
|