บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
153.00
2.00 (1.29%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นโดยสาเหตุหลักเกิดจาก ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลงและผลประโยชน์ครั้งเดียวจากการปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศ ศรีลังกาส่งผลให้กําไรสุทธิเพิ่มขึ้น
กิจกรรมการก่อสร้างขยายตัวในตลาดต่างประเทศ ขณะที่ราคาจําหน่าย ปูนซีเมนต์ยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดัน และการปรับตัวสูงขึ้นของวัตถุดิบและค่าขนส่ง ส่งผล ให้ผลประกอบการชะลอตัวลง
แม้ว่าความต้องการปูนซีเมนต์ในตลาดต่างประเทศยังคงแข็งแกร่ง แต่การแพร่ระบาดของโรคโควิดระลอก ใหม่ และราคาจําหน่ายปูนซีเมนต์ที่ลดลงจากภาวะการแข่งขันที่รุนแรง ส่งผลให้รายได้สุทธิของกลุ่มบริษัทฯ ลดลง
ผลบวกจากมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนต่างๆ ยังไม่เพียงพอที่จะหักล้างกับผลของการ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาวัตถุดิบ ต้นทุนเชื้อเพลิง และค่าขนส่ง รวมถึงค่าบํารุงรักษาเตาเผา ปูนซีเมนต์ตามตารางการซ่อมบํารุงปกติที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7704 out_tok=3056 at=2026-07-26T04:07:29 -->
# SCCC กำไรสุทธิ Q3/64 หด 24.7% รับแรงกดดันต้นทุนพุ่ง-ดีมานด์วูบ
## รายได้-กำไรทรุดตามภาพรวมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ขณะที่ฝ่ายจัดการเร่งบริหารต้นทุน-สภาพคล่องรับมือความไม่แน่นอน
บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ SCCC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 676 ล้านบาท ลดลง 24.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้สุทธิที่ลดลง 14.8% และต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมผลการดำเนินงานชะลอตัวลงตามภาวะอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และสถานการณ์น้ำท่วม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ SCCC ในไตรมาส 3 ปี 2564 ปรับตัวลดลง คือ **แรงกดดันจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความต้องการปูนซีเมนต์ที่ชะลอตัวลง** โดยกำไรสุทธิลดลง 24.7% YoY มาอยู่ที่ 676 ล้านบาท และรายได้สุทธิลดลง 14.8% YoY มาอยู่ที่ 8,848 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะมาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดในประเทศเวียดนาม และมาตรการเคอร์ฟิวในประเทศไทย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกิจกรรมการก่อสร้างและความต้องการปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างอื่นๆ ให้หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีการยกเลิกข้อจำกัดบางส่วนในช่วงปลายไตรมาส แต่ก็ไม่สามารถชดเชยรายได้ที่ลดลงได้
ในขณะเดียวกัน ต้นทุนวัตถุดิบ (โดยเฉพาะถ่านหิน) ต้นทุนเชื้อเพลิง ค่าบรรจุภัณฑ์ และค่าขนส่ง ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ยังไม่สามารถชดเชยได้ด้วยการปรับเพิ่มราคาขายปูนซีเมนต์ในบางตลาดได้ทั้งหมด ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ สถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทยช่วงเดือนกันยายนยังส่งผลกระทบเพิ่มเติมต่อปริมาณการจำหน่าย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าการฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะเป็นไปอย่างเชื่องช้า และความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทานจะยังคงดำเนินต่อไป ทำให้บริษัทฯ ต้องสำรองปริมาณถ่านหินและวัตถุดิบคงคลังเพิ่มขึ้นจากภาวะปกติ เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งเป็นการบริหารความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อต้นทุนในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/64 ลดลง 24.7% YoY** อยู่ที่ 676 ล้านบาท จาก 898 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้สุทธิ Q3/64 ลดลง 14.8% YoY** อยู่ที่ 8,848 ล้านบาท จาก 10,380 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา (EBITDA) Q3/64 ลดลง 20.9% YoY** อยู่ที่ 2,024 ล้านบาท
* **กำไรต่อหุ้น (EPS) Q3/64 อยู่ที่ 2.27 บาท** ลดลง 24.6% YoY จาก 3.01 บาท
* **ผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกปี 64 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 15.9% YoY** อยู่ที่ 3,185 ล้านบาท โดยได้รับผลบวกจากรายการพิเศษทางภาษีในประเทศศรีลังกา
* **ธุรกิจปูนซีเมนต์เผชิญแรงกดดัน** โดยเฉพาะในเวียดนามที่ความต้องการหดตัวรุนแรงจากมาตรการล็อกดาวน์
* **ธุรกิจคอนกรีตผสมเสร็จและหินทราย รายได้ลดลง 28.0% YoY** และ EBITDA ลดลง 52.6% YoY จากผลกระทบโควิด-19 และการแข่งขันที่รุนแรง
* **บริษัทฯ ได้ลงนามสัญญาวงเงินสินเชื่อระยะยาวเพิ่ม 3 พันล้านบาท** เพื่อเสริมสภาพคล่องรับมือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ SCCC มีรายได้สุทธิ 8,848 ล้านบาท ลดลง 14.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) เนื่องจากมาตรการล็อกดาวน์ในเวียดนามและเคอร์ฟิวในไทยส่งผลกระทบต่อความต้องการปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง ขณะที่ราคาขายที่ปรับเพิ่มขึ้นบางตลาดไม่เพียงพอชดเชยรายได้ที่ลดลงได้ กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา (EBITDA) อยู่ที่ 2,024 ล้านบาท ลดลง 20.9% YoY และกำไรสุทธิอยู่ที่ 676 ล้านบาท ลดลง 24.7% YoY
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้สุทธิ 29,277 ล้านบาท ลดลง 7.2% YoY แต่มีกำไรสุทธิ 3,185 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.9% YoY ซึ่งการเพิ่มขึ้นนี้ได้รับผลบวกจากรายการพิเศษทางภาษีในประเทศศรีลังกาจำนวน 2,456 ล้านบาท ที่รับรู้ในไตรมาส 2 หากไม่รวมรายการดังกล่าว กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกจะลดลง
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของตลาดในประเทศบังกลาเทศ:** ความต้องการปูนซีเมนต์ฟื้นตัวต่อเนื่อง และปริมาณการจำหน่ายเติบโตจากปีก่อน แม้ความสามารถในการทำกำไรยังอ่อนแอจากต้นทุนนำเข้าที่สูง
* **การบริหารจัดการต้นทุนคงที่:** บริษัทฯ มีการบริหารจัดการต้นทุนคงที่อย่างมีประสิทธิภาพในหลายธุรกิจ เช่น กัมพูชา และธุรกิจวัสดุก่อสร้างมวลเบา (ส่วนวัสดุทดแทนไม้) ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงได้บ้าง
* **การเสริมสภาพคล่อง:** การลงนามสัญญาวงเงินสินเชื่อระยะยาวเพิ่มเติม 3 พันล้านบาท ช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านสภาพคล่องเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการควบคุม:** ความเข้มงวดของมาตรการล็อกดาวน์และเคอร์ฟิวในภูมิภาคยังคงส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการก่อสร้าง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น:** ราคาถ่านหิน น้ำมัน และวัตถุดิบอื่นๆ ยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต
* **ค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น:** ต้นทุนค่าขนส่งทั้งภายในและระหว่างประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นอีกปัจจัยที่กดดันความสามารถในการทำกำไร
* **ความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทาน:** ปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบและการขนส่งที่ล่าช้ายังคงเป็นความท้าทาย
* **การแข่งขันในตลาด:** การแข่งขันที่รุนแรงในบางตลาด เช่น คอนกรีตผสมเสร็จ ส่งผลกดดันต่อราคาขาย
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินสกุลท้องถิ่นในบางประเทศ เช่น ศรีลังกา ส่งผลกระทบต่อต้นทุนและกำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ในประเทศหลักที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจ
* ทิศทางราคาวัตถุดิบหลัก เช่น ถ่านหิน และราคาพลังงาน
* ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังราคาขายปูนซีเมนต์ในแต่ละตลาด
* การบริหารจัดการสต็อกวัตถุดิบและสินค้าคงคลังเพื่อรองรับความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทาน
* ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทยต่อกิจกรรมก่อสร้างและปริมาณการขาย
* ความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคของภาครัฐในประเทศไทย ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนความต้องการปูนซีเมนต์
* ผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้าในประเทศกัมพูชา ซึ่งยังคงแข็งแกร่ง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**ธุรกิจปูนซีเมนต์:**
* **ประเทศไทย:** แม้โครงการภาครัฐยังเป็นแรงขับเคลื่อน แต่การก่อสร้างที่อยู่อาศัยและภาคอุตสาหกรรมชะลอตัว การระบาดของโควิด-19 และน้ำท่วมส่งผลให้ปริมาณขายลดลง แม้ราคาปูนซีเมนต์ปรับขึ้นเล็กน้อย แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและปริมาณผลิตลดลงกระทบกำไร
* **เวียดนาม:** ความต้องการหดตัวรุนแรงจากมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้ปริมาณขายและราคาเฉลี่ยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ต้นทุนปูนดิบและเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น กดดันกำไร
* **ศรีลังกา:** ต้นทุนสูง ความไม่แน่นอนห่วงโซ่อุปทาน และเงินสกุลท้องถิ่นอ่อนค่า ทำให้เกิดการขาดแคลนปูนซีเมนต์ แม้บริษัทฯ ได้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มและปรับราคาขายเล็กน้อย แต่ต้นทุนวัตถุดิบและค่าเงินกดดันกำไร
* **บังกลาเทศ:** ความต้องการฟื้นตัว ปริมาณขายเติบโต แต่ความสามารถในการทำกำไรยังอ่อนแอจากต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าที่สูง
* **กัมพูชา:** ฝนตกและน้ำท่วมกระทบความต้องการ ปริมาณขายและราคาลดลง การบริหารต้นทุนช่วยชดเชยต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นได้บางส่วน
**ธุรกิจคอนกรีตผสมเสร็จและหินทราย:**
* รายได้ลดลง 21.1% YoY ในไตรมาส 3 และ 28.0% YoY ใน 9 เดือนแรก เนื่องจากมาตรการเคอร์ฟิว การติดเชื้อในไซต์งาน และความต้องการลดลงในทุกภาคส่วน การแข่งขันที่รุนแรงส่งผลเสียต่อราคาขาย
**ธุรกิจวัสดุก่อสร้างมวลเบา:**
* รายได้จากการขายสุทธิ 9 เดือนแรก ลดลง 16.3% YoY โดยยอดขายผนังสําเร็จรูปมวลเบาลดลงจากความล่าช้าโครงการอาคารสูงและมาตรการล็อกดาวน์ การปรับปรุงประสิทธิภาพยังไม่ชดเชยรายได้ที่ลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 80,065 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 77,670 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 โดยมีสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นเป็น 63,590 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 41,436 ล้านบาท ลดลงจาก 42,958 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 โดยหนี้สินไม่หมุนเวียนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 38,628 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 34,712 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสม
อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 2.35 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 2.08 เท่า ณ สิ้นปี 2563 และอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.57 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.61 เท่า ณ สิ้นปี 2563 (ตัวเลขในเอกสารอาจมีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยในการคำนวณจากข้อมูลที่ให้มา)
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดอยู่ที่ 6,670 ล้านบาท ลดลงจาก 7,676 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่กดดันผลประกอบการของ SCCC ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือการผสมผสานระหว่างความต้องการปูนซีเมนต์ที่อ่อนแอลงจากมาตรการควบคุมโควิด-19 และสถานการณ์น้ำท่วม กับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งวัตถุดิบ เชื้อเพลิง และค่าขนส่ง แม้ว่าผลประกอบการ 9 เดือนแรกจะดูดีขึ้นจากการรับรู้รายการพิเศษทางภาษี แต่ภาพรวมการดำเนินงานปกติยังคงเผชิญแรงกดดัน แม้บริษัทฯ จะพยายามบริหารจัดการต้นทุนและเสริมสภาพคล่อง แต่ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCCC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
13,472.82
ล้านบาท
↓ 16.1% YoY
กำไรขั้นต้น
4,104.85
ล้านบาท
↓ 11.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
30.47
%
กำไรสุทธิ
604.52
ล้านบาท
↓ 76.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.49
%
D/E Ratio
0.94
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
13,473
↓ -16.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,105
↓ -11.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
605
↓ -76.4%
YoY
D/E Ratio
0.94
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCCC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.94
ROE (%)
10.44
ROA (%)
8.37
Book Value/หุ้น
112.54
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCCC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,644
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,115
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCCC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,643.67
-17.31%
|
-4,406.43
-205.97%
|
4,158.28
-296.40%
|
-2,117.24
+24.16%
|
-1,705.24
-119.09%
|
8,931.67
+17.74%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,115.41
-1,699.38%
|
-69.74
-107.62%
|
914.67
-315.45%
|
-424.53
-210.69%
|
383.52
+2,132.36%
|
17.18
-101.20%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,937.09
-75.55%
|
7,921.75
+1,920.70%
|
392.03
-96.33%
|
10,689.28
+153.12%
|
4,223.03
-170.31%
|
-6,006.12
+55.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-226.74
-106.25%
|
3,629.25
-29.55%
|
5,151.22
-40.00%
|
8,585.16
+252.53%
|
2,435.33
-14.83%
|
2,859.37
+31.59%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,414.51
-10.16%
|
6,026.62
+75.72%
|
3,429.67
-64.50%
|
9,662.20
+25.88%
|
7,675.79
+59.22%
|
4,821.00
+82.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
5,637.55
+4.12%
|
5,414.51
-10.16%
|
6,026.62
+75.72%
|
3,429.67
-64.50%
|
9,662.20
+25.88%
|
7,675.79
+59.22%
|