SCCC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SCCC
บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
150.50
0.50 (0.33%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นโดยสาเหตุหลักเกิดจาก ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลงและผลประโยชน์ครั้งเดียวจากการปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศ ศรีลังกาส่งผลให้กําไรสุทธิเพิ่มขึ้น กิจกรรมการก่อสร้างขยายตัวในตลาดต่างประเทศ ขณะที่ราคาจําหน่าย ปูนซีเมนต์ยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดัน และการปรับตัวสูงขึ้นของวัตถุดิบและค่าขนส่ง ส่งผล ให้ผลประกอบการชะลอตัวลง แม้ว่าความต้องการปูนซีเมนต์ในตลาดต่างประเทศยังคงแข็งแกร่ง แต่การแพร่ระบาดของโรคโควิดระลอก ใหม่ และราคาจําหน่ายปูนซีเมนต์ที่ลดลงจากภาวะการแข่งขันที่รุนแรง ส่งผลให้รายได้สุทธิของกลุ่มบริษัทฯ ลดลง ผลบวกจากมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนต่างๆ ยังไม่เพียงพอที่จะหักล้างกับผลของการ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาวัตถุดิบ ต้นทุนเชื้อเพลิง และค่าขนส่ง รวมถึงค่าบํารุงรักษาเตาเผา ปูนซีเมนต์ตามตารางการซ่อมบํารุงปกติที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7704 out_tok=3056 at=2026-07-26T04:07:29 --> # SCCC กำไรสุทธิ Q3/64 หด 24.7% รับแรงกดดันต้นทุนพุ่ง-ดีมานด์วูบ ## รายได้-กำไรทรุดตามภาพรวมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ขณะที่ฝ่ายจัดการเร่งบริหารต้นทุน-สภาพคล่องรับมือความไม่แน่นอน บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ SCCC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 676 ล้านบาท ลดลง 24.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้สุทธิที่ลดลง 14.8% และต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมผลการดำเนินงานชะลอตัวลงตามภาวะอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และสถานการณ์น้ำท่วม ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ SCCC ในไตรมาส 3 ปี 2564 ปรับตัวลดลง คือ **แรงกดดันจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความต้องการปูนซีเมนต์ที่ชะลอตัวลง** โดยกำไรสุทธิลดลง 24.7% YoY มาอยู่ที่ 676 ล้านบาท และรายได้สุทธิลดลง 14.8% YoY มาอยู่ที่ 8,848 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะมาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดในประเทศเวียดนาม และมาตรการเคอร์ฟิวในประเทศไทย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกิจกรรมการก่อสร้างและความต้องการปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างอื่นๆ ให้หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีการยกเลิกข้อจำกัดบางส่วนในช่วงปลายไตรมาส แต่ก็ไม่สามารถชดเชยรายได้ที่ลดลงได้ ในขณะเดียวกัน ต้นทุนวัตถุดิบ (โดยเฉพาะถ่านหิน) ต้นทุนเชื้อเพลิง ค่าบรรจุภัณฑ์ และค่าขนส่ง ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ยังไม่สามารถชดเชยได้ด้วยการปรับเพิ่มราคาขายปูนซีเมนต์ในบางตลาดได้ทั้งหมด ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ สถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทยช่วงเดือนกันยายนยังส่งผลกระทบเพิ่มเติมต่อปริมาณการจำหน่าย ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าการฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะเป็นไปอย่างเชื่องช้า และความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทานจะยังคงดำเนินต่อไป ทำให้บริษัทฯ ต้องสำรองปริมาณถ่านหินและวัตถุดิบคงคลังเพิ่มขึ้นจากภาวะปกติ เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งเป็นการบริหารความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อต้นทุนในระยะต่อไป ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q3/64 ลดลง 24.7% YoY** อยู่ที่ 676 ล้านบาท จาก 898 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้สุทธิ Q3/64 ลดลง 14.8% YoY** อยู่ที่ 8,848 ล้านบาท จาก 10,380 ล้านบาทในปีก่อน * **กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา (EBITDA) Q3/64 ลดลง 20.9% YoY** อยู่ที่ 2,024 ล้านบาท * **กำไรต่อหุ้น (EPS) Q3/64 อยู่ที่ 2.27 บาท** ลดลง 24.6% YoY จาก 3.01 บาท * **ผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกปี 64 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 15.9% YoY** อยู่ที่ 3,185 ล้านบาท โดยได้รับผลบวกจากรายการพิเศษทางภาษีในประเทศศรีลังกา * **ธุรกิจปูนซีเมนต์เผชิญแรงกดดัน** โดยเฉพาะในเวียดนามที่ความต้องการหดตัวรุนแรงจากมาตรการล็อกดาวน์ * **ธุรกิจคอนกรีตผสมเสร็จและหินทราย รายได้ลดลง 28.0% YoY** และ EBITDA ลดลง 52.6% YoY จากผลกระทบโควิด-19 และการแข่งขันที่รุนแรง * **บริษัทฯ ได้ลงนามสัญญาวงเงินสินเชื่อระยะยาวเพิ่ม 3 พันล้านบาท** เพื่อเสริมสภาพคล่องรับมือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ SCCC มีรายได้สุทธิ 8,848 ล้านบาท ลดลง 14.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) เนื่องจากมาตรการล็อกดาวน์ในเวียดนามและเคอร์ฟิวในไทยส่งผลกระทบต่อความต้องการปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง ขณะที่ราคาขายที่ปรับเพิ่มขึ้นบางตลาดไม่เพียงพอชดเชยรายได้ที่ลดลงได้ กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา (EBITDA) อยู่ที่ 2,024 ล้านบาท ลดลง 20.9% YoY และกำไรสุทธิอยู่ที่ 676 ล้านบาท ลดลง 24.7% YoY อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้สุทธิ 29,277 ล้านบาท ลดลง 7.2% YoY แต่มีกำไรสุทธิ 3,185 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.9% YoY ซึ่งการเพิ่มขึ้นนี้ได้รับผลบวกจากรายการพิเศษทางภาษีในประเทศศรีลังกาจำนวน 2,456 ล้านบาท ที่รับรู้ในไตรมาส 2 หากไม่รวมรายการดังกล่าว กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกจะลดลง ## โอกาส * **การฟื้นตัวของตลาดในประเทศบังกลาเทศ:** ความต้องการปูนซีเมนต์ฟื้นตัวต่อเนื่อง และปริมาณการจำหน่ายเติบโตจากปีก่อน แม้ความสามารถในการทำกำไรยังอ่อนแอจากต้นทุนนำเข้าที่สูง * **การบริหารจัดการต้นทุนคงที่:** บริษัทฯ มีการบริหารจัดการต้นทุนคงที่อย่างมีประสิทธิภาพในหลายธุรกิจ เช่น กัมพูชา และธุรกิจวัสดุก่อสร้างมวลเบา (ส่วนวัสดุทดแทนไม้) ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงได้บ้าง * **การเสริมสภาพคล่อง:** การลงนามสัญญาวงเงินสินเชื่อระยะยาวเพิ่มเติม 3 พันล้านบาท ช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านสภาพคล่องเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ## ความเสี่ยง * **การแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการควบคุม:** ความเข้มงวดของมาตรการล็อกดาวน์และเคอร์ฟิวในภูมิภาคยังคงส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการก่อสร้าง * **ต้นทุนวัตถุดิบและเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น:** ราคาถ่านหิน น้ำมัน และวัตถุดิบอื่นๆ ยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต * **ค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น:** ต้นทุนค่าขนส่งทั้งภายในและระหว่างประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นอีกปัจจัยที่กดดันความสามารถในการทำกำไร * **ความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทาน:** ปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบและการขนส่งที่ล่าช้ายังคงเป็นความท้าทาย * **การแข่งขันในตลาด:** การแข่งขันที่รุนแรงในบางตลาด เช่น คอนกรีตผสมเสร็จ ส่งผลกดดันต่อราคาขาย * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินสกุลท้องถิ่นในบางประเทศ เช่น ศรีลังกา ส่งผลกระทบต่อต้นทุนและกำไร ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ในประเทศหลักที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจ * ทิศทางราคาวัตถุดิบหลัก เช่น ถ่านหิน และราคาพลังงาน * ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังราคาขายปูนซีเมนต์ในแต่ละตลาด * การบริหารจัดการสต็อกวัตถุดิบและสินค้าคงคลังเพื่อรองรับความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทาน * ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทยต่อกิจกรรมก่อสร้างและปริมาณการขาย * ความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคของภาครัฐในประเทศไทย ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนความต้องการปูนซีเมนต์ * ผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้าในประเทศกัมพูชา ซึ่งยังคงแข็งแกร่ง ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) **ธุรกิจปูนซีเมนต์:** * **ประเทศไทย:** แม้โครงการภาครัฐยังเป็นแรงขับเคลื่อน แต่การก่อสร้างที่อยู่อาศัยและภาคอุตสาหกรรมชะลอตัว การระบาดของโควิด-19 และน้ำท่วมส่งผลให้ปริมาณขายลดลง แม้ราคาปูนซีเมนต์ปรับขึ้นเล็กน้อย แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและปริมาณผลิตลดลงกระทบกำไร * **เวียดนาม:** ความต้องการหดตัวรุนแรงจากมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้ปริมาณขายและราคาเฉลี่ยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ต้นทุนปูนดิบและเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น กดดันกำไร * **ศรีลังกา:** ต้นทุนสูง ความไม่แน่นอนห่วงโซ่อุปทาน และเงินสกุลท้องถิ่นอ่อนค่า ทำให้เกิดการขาดแคลนปูนซีเมนต์ แม้บริษัทฯ ได้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มและปรับราคาขายเล็กน้อย แต่ต้นทุนวัตถุดิบและค่าเงินกดดันกำไร * **บังกลาเทศ:** ความต้องการฟื้นตัว ปริมาณขายเติบโต แต่ความสามารถในการทำกำไรยังอ่อนแอจากต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าที่สูง * **กัมพูชา:** ฝนตกและน้ำท่วมกระทบความต้องการ ปริมาณขายและราคาลดลง การบริหารต้นทุนช่วยชดเชยต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นได้บางส่วน **ธุรกิจคอนกรีตผสมเสร็จและหินทราย:** * รายได้ลดลง 21.1% YoY ในไตรมาส 3 และ 28.0% YoY ใน 9 เดือนแรก เนื่องจากมาตรการเคอร์ฟิว การติดเชื้อในไซต์งาน และความต้องการลดลงในทุกภาคส่วน การแข่งขันที่รุนแรงส่งผลเสียต่อราคาขาย **ธุรกิจวัสดุก่อสร้างมวลเบา:** * รายได้จากการขายสุทธิ 9 เดือนแรก ลดลง 16.3% YoY โดยยอดขายผนังสําเร็จรูปมวลเบาลดลงจากความล่าช้าโครงการอาคารสูงและมาตรการล็อกดาวน์ การปรับปรุงประสิทธิภาพยังไม่ชดเชยรายได้ที่ลดลง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 80,065 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 77,670 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 โดยมีสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นเป็น 63,590 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 41,436 ล้านบาท ลดลงจาก 42,958 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 โดยหนี้สินไม่หมุนเวียนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 38,628 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 34,712 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสม อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 2.35 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 2.08 เท่า ณ สิ้นปี 2563 และอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.57 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.61 เท่า ณ สิ้นปี 2563 (ตัวเลขในเอกสารอาจมีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยในการคำนวณจากข้อมูลที่ให้มา) เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดอยู่ที่ 6,670 ล้านบาท ลดลงจาก 7,676 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 ## สรุปท้าย หัวใจสำคัญที่กดดันผลประกอบการของ SCCC ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือการผสมผสานระหว่างความต้องการปูนซีเมนต์ที่อ่อนแอลงจากมาตรการควบคุมโควิด-19 และสถานการณ์น้ำท่วม กับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งวัตถุดิบ เชื้อเพลิง และค่าขนส่ง แม้ว่าผลประกอบการ 9 เดือนแรกจะดูดีขึ้นจากการรับรู้รายการพิเศษทางภาษี แต่ภาพรวมการดำเนินงานปกติยังคงเผชิญแรงกดดัน แม้บริษัทฯ จะพยายามบริหารจัดการต้นทุนและเสริมสภาพคล่อง แต่ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCCC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
13,472.82 ล้านบาท
↓ 16.1% YoY
กำไรขั้นต้น
4,104.85 ล้านบาท
↓ 11.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
30.47 %
กำไรสุทธิ
604.52 ล้านบาท
↓ 76.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.49 %
D/E Ratio
0.94
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
13,473
↓ -16.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,105
↓ -11.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
605
↓ -76.4% YoY
D/E Ratio
0.94

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCCC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
13,472.82
-16.06%
16,050.79
+67.56%
9,579.25
-23.12%
12,459.88
12,459.39
+20.06%
10,377.45
-13.31%
กำไรขั้นต้น —
4,104.85
-11.19%
4,622.29
+58.12%
2,923.37
+20.17%
2,432.69
-39.66%
4,031.54
+8.26%
3,723.84
-0.58%
ค่าใช้จ่ายรวม —
2,694.24
-11.77%
3,053.73
+84.12%
1,658.58
-34.24%
2,522.01
-3.13%
2,603.51
+19.16%
2,184.87
-11.41%
กำไรสุทธิ —
604.52
-76.42%
2,563.44
+209.81%
827.42
+191.58%
-903.48
-185.02%
1,062.66
+14.00%
932.16
+94.50%
กำไรต่อหุ้น —
2.03
-76.41%
8.60
+209.76%
2.78
+191.59%
-3.03
-185.03%
3.57
+14.00%
3.13
+94.53%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
30.47
+5.80%
28.80
-5.64%
30.52
+56.35%
19.52
-39.68%
32.36
-9.81%
35.88
+14.67%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
20.00
+5.10%
19.03
+9.94%
17.31
-14.48%
20.24
-3.16%
20.90
-0.71%
21.05
+2.18%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
4.49
-71.88%
15.97
+84.84%
8.64
+219.17%
-7.25
-184.99%
8.53
-5.01%
8.98
+124.50%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-43.11
+71.82%
-152.98
+84.25%
-971.36
-143.28%
2,244.55
+496.41%
-566.22
-182.89%
683.12
+152.59%
ROE(%) —
10.44
-34.42%
15.92
+96.54%
8.10
+54.88%
5.23
-56.23%
11.95
+5.10%
11.37
+1.43%
ROA(%) —
8.37
-20.96%
10.59
+73.61%
6.10
+13.38%
5.38
-21.35%
6.84
-12.31%
7.80
-9.83%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.94
+3.30%
0.91
-14.15%
1.06
-6.19%
1.13
+3.67%
1.09
-12.10%
1.24
+26.53%
P/E —
7.79
-41.60%
13.34
-68.57%
42.44
+254.55%
11.97
+5.65%
11.33
-9.43%
12.51
-34.64%
P/BV —
1.32
-14.84%
1.55
+29.17%
1.20
-4.76%
1.26
1.26
+5.88%
1.19
-33.15%
BV —
108.03
+2.55%
105.34
-7.07%
113.36
-6.88%
121.74
-2.32%
124.63
+9.46%
113.86
+6.70%
YIELD(%) —
7.72
+80.37%
4.28
-35.54%
6.64
+13.31%
5.86
+1.91%
5.75
-2.54%
5.90
+40.14%
ราคาหุ้น —
142.50
-12.84%
163.50
+20.66%
135.50
-11.73%
153.50
-1.92%
156.50
+15.50%
135.50
-28.68%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.94
ROE (%)
10.44
ROA (%)
8.37
Book Value/หุ้น
112.54

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCCC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
18,704.14
-8.90%
20,530.53
+35.21%
15,184.37
-8.11%
16,525.21
-15.44%
19,543.70
+17.97%
16,566.99
+7.41%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
58,566.42
-4.04%
61,034.89
+11.96%
54,514.63
-4.07%
56,828.06
-9.03%
62,468.34
+2.23%
61,103.38
-2.67%
รวมสินทรัพย์ —
77,270.56
-5.27%
81,565.43
+17.03%
69,699.00
-4.98%
73,353.28
-10.56%
82,012.04
+5.59%
77,670.37
-0.69%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
18,430.32
+0.49%
18,341.24
+13.38%
16,176.95
+11.63%
14,491.42
-26.99%
19,848.15
+65.93%
11,961.50
-22.40%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
19,082.14
-6.71%
20,455.15
+3.97%
19,674.08
-19.24%
24,359.71
+6.20%
22,937.11
-26.00%
30,996.39
+2.90%
รวมหนี้สิน —
37,512.45
-3.31%
38,796.39
+8.22%
35,851.03
-7.72%
38,851.13
-9.20%
42,785.26
-0.40%
42,957.89
-5.66%
รวมส่วนของเจ้าของ —
39,758.11
-7.04%
42,769.03
+26.36%
33,847.97
-1.90%
34,502.15
-12.04%
39,226.79
+13.00%
34,712.48
+6.25%
D/E —
0.94
0.91
1.06
1.13
1.09
1.24
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
10.44
15.92
8.10
5.23
11.95
11.37
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
8.37
10.59
6.10
5.38
6.84
7.80
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.01
1.12
0.94
1.14
0.98
1.39
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.59
0.61
0.67
0.59
0.73
1.05
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
36.93
44.33
0.00
0.00
42.10
44.72
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
37.34
45.81
0.00
0.00
49.34
52.06
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
71.24
74.91
0.00
0.00
61.80
65.08
วงจรเงินสด —
3.03
15.23
0.00
0.00
29.64
31.70
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,644
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,115
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCCC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-3,643.67
-17.31%
-4,406.43
-205.97%
4,158.28
-296.40%
-2,117.24
+24.16%
-1,705.24
-119.09%
8,931.67
+17.74%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
1,115.41
-1,699.38%
-69.74
-107.62%
914.67
-315.45%
-424.53
-210.69%
383.52
+2,132.36%
17.18
-101.20%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
1,937.09
-75.55%
7,921.75
+1,920.70%
392.03
-96.33%
10,689.28
+153.12%
4,223.03
-170.31%
-6,006.12
+55.80%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-226.74
-106.25%
3,629.25
-29.55%
5,151.22
-40.00%
8,585.16
+252.53%
2,435.33
-14.83%
2,859.37
+31.59%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
5,414.51
-10.16%
6,026.62
+75.72%
3,429.67
-64.50%
9,662.20
+25.88%
7,675.79
+59.22%
4,821.00
+82.12%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
5,637.55
+4.12%
5,414.51
-10.16%
6,026.62
+75.72%
3,429.67
-64.50%
9,662.20
+25.88%
7,675.79
+59.22%