SCCC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SCCC
บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
153.00
2.00 (1.29%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นโดยสาเหตุหลักเกิดจาก ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลงและผลประโยชน์ครั้งเดียวจากการปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศ ศรีลังกาส่งผลให้กําไรสุทธิเพิ่มขึ้น กิจกรรมการก่อสร้างขยายตัวในตลาดต่างประเทศ ขณะที่ราคาจําหน่าย ปูนซีเมนต์ยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดัน และการปรับตัวสูงขึ้นของวัตถุดิบและค่าขนส่ง ส่งผล ให้ผลประกอบการชะลอตัวลง แม้ว่าความต้องการปูนซีเมนต์ในตลาดต่างประเทศยังคงแข็งแกร่ง แต่การแพร่ระบาดของโรคโควิดระลอก ใหม่ และราคาจําหน่ายปูนซีเมนต์ที่ลดลงจากภาวะการแข่งขันที่รุนแรง ส่งผลให้รายได้สุทธิของกลุ่มบริษัทฯ ลดลง ผลบวกจากมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนต่างๆ ยังไม่เพียงพอที่จะหักล้างกับผลของการ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาวัตถุดิบ ต้นทุนเชื้อเพลิง และค่าขนส่ง รวมถึงค่าบํารุงรักษาเตาเผา ปูนซีเมนต์ตามตารางการซ่อมบํารุงปกติที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7704 out_tok=3056 at=2026-07-26T04:07:29 --> # SCCC กำไรสุทธิ Q3/64 หด 24.7% รับแรงกดดันต้นทุนพุ่ง-ดีมานด์วูบ ## รายได้-กำไรทรุดตามภาพรวมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ขณะที่ฝ่ายจัดการเร่งบริหารต้นทุน-สภาพคล่องรับมือความไม่แน่นอน บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ SCCC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 676 ล้านบาท ลดลง 24.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้สุทธิที่ลดลง 14.8% และต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมผลการดำเนินงานชะลอตัวลงตามภาวะอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และสถานการณ์น้ำท่วม ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ SCCC ในไตรมาส 3 ปี 2564 ปรับตัวลดลง คือ **แรงกดดันจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความต้องการปูนซีเมนต์ที่ชะลอตัวลง** โดยกำไรสุทธิลดลง 24.7% YoY มาอยู่ที่ 676 ล้านบาท และรายได้สุทธิลดลง 14.8% YoY มาอยู่ที่ 8,848 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะมาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดในประเทศเวียดนาม และมาตรการเคอร์ฟิวในประเทศไทย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกิจกรรมการก่อสร้างและความต้องการปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างอื่นๆ ให้หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีการยกเลิกข้อจำกัดบางส่วนในช่วงปลายไตรมาส แต่ก็ไม่สามารถชดเชยรายได้ที่ลดลงได้ ในขณะเดียวกัน ต้นทุนวัตถุดิบ (โดยเฉพาะถ่านหิน) ต้นทุนเชื้อเพลิง ค่าบรรจุภัณฑ์ และค่าขนส่ง ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ยังไม่สามารถชดเชยได้ด้วยการปรับเพิ่มราคาขายปูนซีเมนต์ในบางตลาดได้ทั้งหมด ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ สถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทยช่วงเดือนกันยายนยังส่งผลกระทบเพิ่มเติมต่อปริมาณการจำหน่าย ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าการฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะเป็นไปอย่างเชื่องช้า และความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทานจะยังคงดำเนินต่อไป ทำให้บริษัทฯ ต้องสำรองปริมาณถ่านหินและวัตถุดิบคงคลังเพิ่มขึ้นจากภาวะปกติ เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งเป็นการบริหารความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อต้นทุนในระยะต่อไป ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q3/64 ลดลง 24.7% YoY** อยู่ที่ 676 ล้านบาท จาก 898 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้สุทธิ Q3/64 ลดลง 14.8% YoY** อยู่ที่ 8,848 ล้านบาท จาก 10,380 ล้านบาทในปีก่อน * **กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา (EBITDA) Q3/64 ลดลง 20.9% YoY** อยู่ที่ 2,024 ล้านบาท * **กำไรต่อหุ้น (EPS) Q3/64 อยู่ที่ 2.27 บาท** ลดลง 24.6% YoY จาก 3.01 บาท * **ผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกปี 64 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 15.9% YoY** อยู่ที่ 3,185 ล้านบาท โดยได้รับผลบวกจากรายการพิเศษทางภาษีในประเทศศรีลังกา * **ธุรกิจปูนซีเมนต์เผชิญแรงกดดัน** โดยเฉพาะในเวียดนามที่ความต้องการหดตัวรุนแรงจากมาตรการล็อกดาวน์ * **ธุรกิจคอนกรีตผสมเสร็จและหินทราย รายได้ลดลง 28.0% YoY** และ EBITDA ลดลง 52.6% YoY จากผลกระทบโควิด-19 และการแข่งขันที่รุนแรง * **บริษัทฯ ได้ลงนามสัญญาวงเงินสินเชื่อระยะยาวเพิ่ม 3 พันล้านบาท** เพื่อเสริมสภาพคล่องรับมือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ SCCC มีรายได้สุทธิ 8,848 ล้านบาท ลดลง 14.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) เนื่องจากมาตรการล็อกดาวน์ในเวียดนามและเคอร์ฟิวในไทยส่งผลกระทบต่อความต้องการปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง ขณะที่ราคาขายที่ปรับเพิ่มขึ้นบางตลาดไม่เพียงพอชดเชยรายได้ที่ลดลงได้ กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา (EBITDA) อยู่ที่ 2,024 ล้านบาท ลดลง 20.9% YoY และกำไรสุทธิอยู่ที่ 676 ล้านบาท ลดลง 24.7% YoY อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้สุทธิ 29,277 ล้านบาท ลดลง 7.2% YoY แต่มีกำไรสุทธิ 3,185 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.9% YoY ซึ่งการเพิ่มขึ้นนี้ได้รับผลบวกจากรายการพิเศษทางภาษีในประเทศศรีลังกาจำนวน 2,456 ล้านบาท ที่รับรู้ในไตรมาส 2 หากไม่รวมรายการดังกล่าว กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกจะลดลง ## โอกาส * **การฟื้นตัวของตลาดในประเทศบังกลาเทศ:** ความต้องการปูนซีเมนต์ฟื้นตัวต่อเนื่อง และปริมาณการจำหน่ายเติบโตจากปีก่อน แม้ความสามารถในการทำกำไรยังอ่อนแอจากต้นทุนนำเข้าที่สูง * **การบริหารจัดการต้นทุนคงที่:** บริษัทฯ มีการบริหารจัดการต้นทุนคงที่อย่างมีประสิทธิภาพในหลายธุรกิจ เช่น กัมพูชา และธุรกิจวัสดุก่อสร้างมวลเบา (ส่วนวัสดุทดแทนไม้) ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงได้บ้าง * **การเสริมสภาพคล่อง:** การลงนามสัญญาวงเงินสินเชื่อระยะยาวเพิ่มเติม 3 พันล้านบาท ช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านสภาพคล่องเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ## ความเสี่ยง * **การแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการควบคุม:** ความเข้มงวดของมาตรการล็อกดาวน์และเคอร์ฟิวในภูมิภาคยังคงส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการก่อสร้าง * **ต้นทุนวัตถุดิบและเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น:** ราคาถ่านหิน น้ำมัน และวัตถุดิบอื่นๆ ยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต * **ค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น:** ต้นทุนค่าขนส่งทั้งภายในและระหว่างประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นอีกปัจจัยที่กดดันความสามารถในการทำกำไร * **ความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทาน:** ปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบและการขนส่งที่ล่าช้ายังคงเป็นความท้าทาย * **การแข่งขันในตลาด:** การแข่งขันที่รุนแรงในบางตลาด เช่น คอนกรีตผสมเสร็จ ส่งผลกดดันต่อราคาขาย * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินสกุลท้องถิ่นในบางประเทศ เช่น ศรีลังกา ส่งผลกระทบต่อต้นทุนและกำไร ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ในประเทศหลักที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจ * ทิศทางราคาวัตถุดิบหลัก เช่น ถ่านหิน และราคาพลังงาน * ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังราคาขายปูนซีเมนต์ในแต่ละตลาด * การบริหารจัดการสต็อกวัตถุดิบและสินค้าคงคลังเพื่อรองรับความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทาน * ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทยต่อกิจกรรมก่อสร้างและปริมาณการขาย * ความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคของภาครัฐในประเทศไทย ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนความต้องการปูนซีเมนต์ * ผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้าในประเทศกัมพูชา ซึ่งยังคงแข็งแกร่ง ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) **ธุรกิจปูนซีเมนต์:** * **ประเทศไทย:** แม้โครงการภาครัฐยังเป็นแรงขับเคลื่อน แต่การก่อสร้างที่อยู่อาศัยและภาคอุตสาหกรรมชะลอตัว การระบาดของโควิด-19 และน้ำท่วมส่งผลให้ปริมาณขายลดลง แม้ราคาปูนซีเมนต์ปรับขึ้นเล็กน้อย แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและปริมาณผลิตลดลงกระทบกำไร * **เวียดนาม:** ความต้องการหดตัวรุนแรงจากมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้ปริมาณขายและราคาเฉลี่ยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ต้นทุนปูนดิบและเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น กดดันกำไร * **ศรีลังกา:** ต้นทุนสูง ความไม่แน่นอนห่วงโซ่อุปทาน และเงินสกุลท้องถิ่นอ่อนค่า ทำให้เกิดการขาดแคลนปูนซีเมนต์ แม้บริษัทฯ ได้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มและปรับราคาขายเล็กน้อย แต่ต้นทุนวัตถุดิบและค่าเงินกดดันกำไร * **บังกลาเทศ:** ความต้องการฟื้นตัว ปริมาณขายเติบโต แต่ความสามารถในการทำกำไรยังอ่อนแอจากต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าที่สูง * **กัมพูชา:** ฝนตกและน้ำท่วมกระทบความต้องการ ปริมาณขายและราคาลดลง การบริหารต้นทุนช่วยชดเชยต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นได้บางส่วน **ธุรกิจคอนกรีตผสมเสร็จและหินทราย:** * รายได้ลดลง 21.1% YoY ในไตรมาส 3 และ 28.0% YoY ใน 9 เดือนแรก เนื่องจากมาตรการเคอร์ฟิว การติดเชื้อในไซต์งาน และความต้องการลดลงในทุกภาคส่วน การแข่งขันที่รุนแรงส่งผลเสียต่อราคาขาย **ธุรกิจวัสดุก่อสร้างมวลเบา:** * รายได้จากการขายสุทธิ 9 เดือนแรก ลดลง 16.3% YoY โดยยอดขายผนังสําเร็จรูปมวลเบาลดลงจากความล่าช้าโครงการอาคารสูงและมาตรการล็อกดาวน์ การปรับปรุงประสิทธิภาพยังไม่ชดเชยรายได้ที่ลดลง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 80,065 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 77,670 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 โดยมีสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นเป็น 63,590 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 41,436 ล้านบาท ลดลงจาก 42,958 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 โดยหนี้สินไม่หมุนเวียนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 38,628 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 34,712 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสม อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 2.35 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 2.08 เท่า ณ สิ้นปี 2563 และอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.57 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.61 เท่า ณ สิ้นปี 2563 (ตัวเลขในเอกสารอาจมีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยในการคำนวณจากข้อมูลที่ให้มา) เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดอยู่ที่ 6,670 ล้านบาท ลดลงจาก 7,676 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 ## สรุปท้าย หัวใจสำคัญที่กดดันผลประกอบการของ SCCC ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือการผสมผสานระหว่างความต้องการปูนซีเมนต์ที่อ่อนแอลงจากมาตรการควบคุมโควิด-19 และสถานการณ์น้ำท่วม กับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งวัตถุดิบ เชื้อเพลิง และค่าขนส่ง แม้ว่าผลประกอบการ 9 เดือนแรกจะดูดีขึ้นจากการรับรู้รายการพิเศษทางภาษี แต่ภาพรวมการดำเนินงานปกติยังคงเผชิญแรงกดดัน แม้บริษัทฯ จะพยายามบริหารจัดการต้นทุนและเสริมสภาพคล่อง แต่ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCCC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
13,472.82 ล้านบาท
↓ 16.1% YoY
กำไรขั้นต้น
4,104.85 ล้านบาท
↓ 11.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
30.47 %
กำไรสุทธิ
604.52 ล้านบาท
↓ 76.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.49 %
D/E Ratio
0.94
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
13,473
↓ -16.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,105
↓ -11.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
605
↓ -76.4% YoY
D/E Ratio
0.94

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCCC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
13,472.82
-16.06%
16,050.79
+67.56%
9,579.25
-23.12%
12,459.88
12,459.39
+20.06%
10,377.45
-13.31%
กำไรขั้นต้น
4,104.85
-11.19%
4,622.29
+58.12%
2,923.37
+20.17%
2,432.69
-39.66%
4,031.54
+8.26%
3,723.84
-0.58%
ค่าใช้จ่ายรวม
2,694.24
-11.77%
3,053.73
+84.12%
1,658.58
-34.24%
2,522.01
-3.13%
2,603.51
+19.16%
2,184.87
-11.41%
กำไรสุทธิ
604.52
-76.42%
2,563.44
+209.81%
827.42
+191.58%
-903.48
-185.02%
1,062.66
+14.00%
932.16
+94.50%
กำไรต่อหุ้น
2.03
-76.41%
8.60
+209.76%
2.78
+191.59%
-3.03
-185.03%
3.57
+14.00%
3.13
+94.53%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
30.47
+5.80%
28.80
-5.64%
30.52
+56.35%
19.52
-39.68%
32.36
-9.81%
35.88
+14.67%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
20.00
+5.10%
19.03
+9.94%
17.31
-14.48%
20.24
-3.16%
20.90
-0.71%
21.05
+2.18%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
4.49
-71.88%
15.97
+84.84%
8.64
+219.17%
-7.25
-184.99%
8.53
-5.01%
8.98
+124.50%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-43.11
+71.82%
-152.98
+84.25%
-971.36
-143.28%
2,244.55
+496.41%
-566.22
-182.89%
683.12
+152.59%
ROE(%)
10.44
-34.42%
15.92
+96.54%
8.10
+54.88%
5.23
-56.23%
11.95
+5.10%
11.37
+1.43%
ROA(%)
8.37
-20.96%
10.59
+73.61%
6.10
+13.38%
5.38
-21.35%
6.84
-12.31%
7.80
-9.83%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.94
+3.30%
0.91
-14.15%
1.06
-6.19%
1.13
+3.67%
1.09
-12.10%
1.24
+26.53%
P/E
7.79
-41.60%
13.34
-68.57%
42.44
+254.55%
11.97
+5.65%
11.33
-9.43%
12.51
-34.64%
P/BV
1.32
-14.84%
1.55
+29.17%
1.20
-4.76%
1.26
1.26
+5.88%
1.19
-33.15%
BV
108.03
+2.55%
105.34
-7.07%
113.36
-6.88%
121.74
-2.32%
124.63
+9.46%
113.86
+6.70%
YIELD(%)
7.72
+80.37%
4.28
-35.54%
6.64
+13.31%
5.86
+1.91%
5.75
-2.54%
5.90
+40.14%
ราคาหุ้น
142.50
-12.84%
163.50
+20.66%
135.50
-11.73%
153.50
-1.92%
156.50
+15.50%
135.50
-28.68%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.94
ROE (%)
10.44
ROA (%)
8.37
Book Value/หุ้น
112.54

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCCC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
18,704.14
-8.90%
20,530.53
+35.21%
15,184.37
-8.11%
16,525.21
-15.44%
19,543.70
+17.97%
16,566.99
+7.41%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
58,566.42
-4.04%
61,034.89
+11.96%
54,514.63
-4.07%
56,828.06
-9.03%
62,468.34
+2.23%
61,103.38
-2.67%
รวมสินทรัพย์
77,270.56
-5.27%
81,565.43
+17.03%
69,699.00
-4.98%
73,353.28
-10.56%
82,012.04
+5.59%
77,670.37
-0.69%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
18,430.32
+0.49%
18,341.24
+13.38%
16,176.95
+11.63%
14,491.42
-26.99%
19,848.15
+65.93%
11,961.50
-22.40%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
19,082.14
-6.71%
20,455.15
+3.97%
19,674.08
-19.24%
24,359.71
+6.20%
22,937.11
-26.00%
30,996.39
+2.90%
รวมหนี้สิน
37,512.45
-3.31%
38,796.39
+8.22%
35,851.03
-7.72%
38,851.13
-9.20%
42,785.26
-0.40%
42,957.89
-5.66%
รวมส่วนของเจ้าของ
39,758.11
-7.04%
42,769.03
+26.36%
33,847.97
-1.90%
34,502.15
-12.04%
39,226.79
+13.00%
34,712.48
+6.25%
D/E
0.94
0.91
1.06
1.13
1.09
1.24
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
10.44
15.92
8.10
5.23
11.95
11.37
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
8.37
10.59
6.10
5.38
6.84
7.80
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.01
1.12
0.94
1.14
0.98
1.39
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.59
0.61
0.67
0.59
0.73
1.05
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
36.93
44.33
0.00
0.00
42.10
44.72
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
37.34
45.81
0.00
0.00
49.34
52.06
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
71.24
74.91
0.00
0.00
61.80
65.08
วงจรเงินสด
3.03
15.23
0.00
0.00
29.64
31.70
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,644
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,115
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCCC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-3,643.67
-17.31%
-4,406.43
-205.97%
4,158.28
-296.40%
-2,117.24
+24.16%
-1,705.24
-119.09%
8,931.67
+17.74%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
1,115.41
-1,699.38%
-69.74
-107.62%
914.67
-315.45%
-424.53
-210.69%
383.52
+2,132.36%
17.18
-101.20%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
1,937.09
-75.55%
7,921.75
+1,920.70%
392.03
-96.33%
10,689.28
+153.12%
4,223.03
-170.31%
-6,006.12
+55.80%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-226.74
-106.25%
3,629.25
-29.55%
5,151.22
-40.00%
8,585.16
+252.53%
2,435.33
-14.83%
2,859.37
+31.59%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
5,414.51
-10.16%
6,026.62
+75.72%
3,429.67
-64.50%
9,662.20
+25.88%
7,675.79
+59.22%
4,821.00
+82.12%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
5,637.55
+4.12%
5,414.51
-10.16%
6,026.62
+75.72%
3,429.67
-64.50%
9,662.20
+25.88%
7,675.79
+59.22%